<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกทรพีขอเงินซื้อยานรกไม่ได้ คว้าขวานจามหัวพ่อดับ ลากศพทิ้งอำพราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;20.20&amp;nbsp;น. วันที่ 14&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พ.ต.ท.สาโรจน์ ช่องรักษ์ สว. (สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุจาก นายสมพงศ์ ไพบูลย์ กำนัน ต.ทุ่งกระบือ ว่าพบศพชายถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต หลังบ้านเลขที่&amp;nbsp;115&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านท่าบันได ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาดำ ผกก. พ.ต.ท.สมพงษ์ ปานเหลือง รอง ผกก. (สอบสวน) กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ เป็นซอยถนนดินแดง สุดซอยเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณพื้นดินขอบบ่อน้ำทิ้งด้านหลังบ้าน ห่างจากตัวบ้านประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมตร มีหญ้าสูงประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ชม. ปกคลุมรกทึบ ขอบบ่อพบร่างของนายชาติ สองเมือง หรือหมิน อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี เจ้าของบ้าน อาชีพกรีดยางพารา มีเสื้อยืดสีครีมคลุมปิดทับศีรษะ สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต มือซ้ายห้อยลงไปในบ่อ ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ชม. พบบาดแผลถูกจามด้วยขวานเข้าที่กลางกระหม่อม เป็นแผลขนาดเท่ากับขวาน จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล และที่หูขวา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล หัวไหล่ด้านซ้ายและแขนซ้ายเป็นแผลถลอก ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดต่อ ที่ รพ.ย่านตาขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปตรวจสอบ ทางนายสมพงศ์ ไพบูลย์ กำนัน ต.ทุ่งกระบือ พร้อมด้วยบรรดาญาติผู้เสียชีวิตได้ทำการเกลี่ยกล่อม นายกิตติศักดิ์ สองเมือง หรือหลิม อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี อาชีพกรีดยางพารา ลูกชายผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่ได้เกลี่ยกล่อมเพื่อให้ออกมามอบตัว นานกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.จึงจะสำเร็จ พร้อมกันนั้นได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านไม่พบร่องรอยคราบเลือดแต่อย่างได ทั้งนี้พบของกลาง เป็นขวาน หน้ากว้าง&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;นิ้ว มีด้ามจับเป็นไม้ยาว ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ชม. ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเค้นสอบสวน นายกิติศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นยังคงให้การวกวน แต่ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าพ่อตัวเองจริง โดยลงมือก่อเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณระหว่าง&amp;nbsp;01.00-03.00&amp;nbsp;ของคืนวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะและมีปากเสียงกับพ่ออย่างรุนแรง เนื่องจากตนเองขอเงินไปซื้อยาบ้า แต่ผู้เป็นพ่อไม่ให้ และในระหว่างที่พ่อเข้าห้องนอนหลับอยู่ภายในห้อง ตนจึงถือขวนเข้าไปจามเข้าศีรษะและเสียชีวิตทันที ก่อนจะลากศพออกไปจากจากบ้าน และไปทิ้งยังขอบบ่อหลังบ้าน และได้กลับมาทำความสะอาดบ้านเพื่อไม่ให้มีร่องรอยของคราบเลือด จนกระทั่งเวลาประมาณ&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.ของวันนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.ค. ตนจึงได้โทรไปหาพี่ชายที่อยู่ต่างจังหวัดว่าตนได้ลงมือฆ่าพ่อและนำศพไปทิ้งไว้หลังบ้าน จึงทำให้พี่ชายติดต่อมาที่ญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้กันให้ทราบเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศรชัย สองเมือง อายุ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ปี หลานผู้ตาย เล่าว่า บ้านตนเองกับบ้านผู้ตายอยู่ห่างกันเพียง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร คืนที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงพ่อกับลูกทะเลาะดังออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกวัน โดยทั้งสองทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเงียบไป โดยที่ปกติทุกเช้าผู้ตายจะมานั่งดื่มกาแฟที่บ้านตนเป็นประจำ แต่ปรากฏว่าเช้าที่ผ่านมาไม่ได้มา ก็เลยสงสัย จึงได้เดินไปที่บ้าน พบเพียงลูกชายนั่งอยู่หน้าบ้าน จึงได้สอบถามว่าผู้ตายไปไหน ลูกชายตอบว่าไม่รู้ แต่ท่าทีมีพิรุธ ตนจึงได้ออกกลับมา พร้อมกับรีบเข้าไปคุยกับญาติว่าให้ช่วยกันตามหา แต่ก็ไม่พบ ต่อมาในช่วงบ่ายได้เข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับบรรดาญาติ เพื่อจะเข้าไปดูภายในบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุสั่งห้ามและกีดกันไม่ให้เข้า จึงได้ออกกันตามหาอีกครั้ง จนกระทั่งพี่ชายของผู้ก่อเหตุโทรศัพท์มาแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์ไปหาว่าลงมือฆ่าพ่อและนำศพไปทิ้ง ทำให้พบเป็นศพอยู่จุดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพลิกแฟ้มประวัติ พบว่าผู้ก่อเหตุเคยต้องคดีลักทรัพย์ (ปาล์มน้ำมัน) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนถูกคุมขัง และได้รับการปล่อยตัวออกมา ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุมีประวัติเสพยาเสพติดชนิดยาบ้า น้ำต้มพืชกระท่อม และสารเสพติดชนิดอื่นๆมาเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งผู้ก่อเหตุมีอาการทางประสาทร่วมด้วย ผลพวงมาจากการใช้สารเสพติด และทำการรักษาโดยการรับประทานยาจาก รพ.ย่านตาขาวอยู่เป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีแล้ว จนกระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันผลการใช้สารเสพติด ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้อหา คือ ฆ่าบุพการีโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ ก่อนนำตัวไปคุมขังและเตรียมนำส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109777</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าผู้อื่น, จังหวัดตรัง, สภ.ย่านตาขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efac0fddc23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักการเมืองดังฝั่งธนฯเครียด! กองปราบรวบ &#039;ไอ้ต๋อง&#039; หลบหนีศาลตัดสินคดีพยายามฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&amp;nbsp;ก.ย.62&amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม(ผบก.ป.) พร้อมชุดสืบสวนกองกำกับการ1&amp;nbsp;กองบังคับการปราบปราม แถลงการจับกุมนายปวัฒน์ ทรัพย์โชติวานิช หรือ นายคณิต สื่อสวน หรือ ต๋อง อายุ 32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ในความผิดร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านซอยเอกมัย&amp;nbsp;135&amp;nbsp;แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน .กทม เมื่อวานที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรภพ เปิดเผยว่าการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น. นายณัฐศักดิ์ มงคลนิธิวัฒน์ ผู้เสียหายได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน เมื่อถึงบริเวณถนนเลียบคลองบางวัด ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้มีรถจักรยานยนต์คนร้ายติดตามมาโดยมีนายอัฐพล หวานดี ซึ่งปัจจุบันถูกจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;และนายคณิต หรือต๋อง ไปด้วยกัน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงผู้เสียหาย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย คดีสู่กระบวนการพิจารณาของศาลจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกทั้งสองคนมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น พิพากษาจำคุกคนละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี ต่อมาจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลชั้นอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องจึงขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ทำให้นายณัฐศักดิ์ ผู้เสียหายยื่นฎีกา จนกระทั่งศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น พิพากษาจำคุก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;แต่ในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามีเพียงนายณัฐพล หวานดี จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มาฟังเพียงคนเดียว ส่วนนายคณิตหรือต๋องได้หลบหนีไปไม่มาฟังคำพิพากษา จึงเป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับและจับกุมได้ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับนายปวัฒน์ ทรัพย์โชติวานิช หรือนายคณิต สื่อสวน หรือ ต๋อง อายุ 32&amp;nbsp;ปี เป็นลูกน้องนักการเมืองดังย่านฝั่งธนบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, คณิต สื่อสวน, คดีฆ่าผู้อื่น, นักการเมืองย่านฝั่งธนบุรี, รวบลูกน้องนักการเมืองดัง, วัน อยู่บำรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79cdf4b7150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลเผยคดีเยาวชนร่วมฆ่าลูกพ่อโดดตึกศาลรับสารภาพผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61- จากกรณีที่เกิดเหตุ ชายผู้เป็นพ่อวัย 52 ปี ตัดสินใจกระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ลงมาเสียชีวิต ภายหลังรับฟังผลพิพากษาคดีนายธนิต ทัฬหสุนทร ลูกชายถูกแทงตายเมื่อปี 2559 ที่ศาลยกฟ้องเนื่องจากพยานโจทก์ยังขาดน้ำหนัก ล่าสุดมีข้อมูลจากตำรวจและอัยการ ระบุถึงเยาวชน (สงวนชื่อ-สกุล) ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง สาขาช่างยนต์ที่ถูกอัยการฟ้องร่วมกระทำผิดข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันพาอาวุธมีดปลายแหลมไปในที่สาธารณะ กรณีร่วมกับนายณัฐพงษ์ เงินคีรี จำเลยคดีฆ่านายธนิต แยกเป็นอีกสำนวนต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง คดีดังกล่าวนั้นเข้าสู่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเมื่อปี 2560 ซึ่งศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปแล้วช่วงเดือน มี.ค.- เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา โดยจำเลยให้การรับสารภาพ และโจทก์ได้สืบพยานประกอบคำรับสารภาพแล้ว ศาลจึงได้นำมาตรการแทนการพิพากษาคดีกับจำเลย ตามกระบวนพิจารณาคดี พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาใช้บังคับกับจำเลย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยและครอบครัวต้องปฏิบัติ และให้ตั้งนักจิตวิทยาของศูนย์ให้คำปรึกษา เป็นผู้จัดทำตามแผนที่ศาลกำหนดไว้ซึ่งศาลนัดพร้อมเพื่อฟังผลการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ในวันที่ 23 เม.ย. 2562 ต่อไป ซึ่งระหว่างนี้เยาวชนต้องไปปฏิบัติตามแผนดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ อธิบายถึงขั้นตอนคดีในศาลเยาวชนว่า เมื่อจำเลยให้รับสารภาพแล้วและมีการกำหนดแผนบำบัดฟื้นฟูแทนมาตรการมีคำพิพากษา เยาวชนที่ต้องเป็นจำเลยจะต้องปฏิบัติให้ครบทุกประการ หากพบว่าผิดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง กระบวนการตามกฎหมายศาลเยาวชน ก็จะนำคดีดังกล่าวมาทำเป็นคำพิพากษาลงโทษกำหนดโทษทางอาญาใหม่ และถ้าจะมีการอุทธรณ์คดีในส่วนของเยาวชนนี้จึงจะดำเนินการได้หลังกระบวนการพิพากษาโทษ ดังนั้นคดีในศาลเยาวชนนี้จึงยังไม่สิ้นสุดกระบวนการเพราะต้องรอตรวจสอบและฟังผลการปฏิบัติเงื่อนไขแผนบำบัดฟื้นฟูให้ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีพยานในคดีหลักที่ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถนำมาสืบได้ เนื่องจากพยานป่วยต้องรักษาอาการทางจิตนั้น การรับฟังน้ำหนักพยานมีมากน้อยเพียงใด นายสุริยัณห์ อธิบายว่า การรับฟังพยาน หากพยานที่ป่วยทางจิตเข้าสู่กระบวนสืบพยานในศาลก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกความว่าสามารถสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวได้ จึงไม่ใช่ว่าจะไม่รับฟังเลยเสียทีเดียว อย่างไรก็ดีการรับฟังพยานต่างๆ นั้น ศาลต้องทำด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่มีกล่าวถึงประจักษ์พยาน ในคดีนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ เงินคีรี ตกเป็นจำเลย ฆ่านายธนิต ที่อัยการยื่นฟ้องไว้ต่อศาลอาญา ที่ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข่าวว่าไม่สามารถนำตัวมาเบิกความเป็นพยานได้ เพราะมีอาการป่วยทางจิตนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่าพยานดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์คว่ำ และได้รับบาดเจ็บทางสมอง หลังจากที่เกิดเหตุในคดีนี้แล้ว ซึ่งครอบครัวของพยานดังกล่าวก็ได้เสนอข้อเท็จจริงส่วนนี้ไปแล้วเมื่อระหว่างการพิจารณาคดี จึงไม่สามารถที่จะนำตัวพยานดังกล่าวมาเบิกความได้ การชั่งน้ำหนักพยานบุคคลนั้นหากเป็นพยานที่มีลักษณะอาการทางจิตหรือด้านสมองนั้น ก็ต้องระมัดระวังยิ่งขึ้น เพราะต้องได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้รักษาด้วยว่า ผู้ป่วยที่จะมาเป็นพยานนั้นสามารถรับฟังและสื่อสารได้ปกติหรือไม่ จะสามารถรับแรงกดดันจากการถูกถาม ถูกซักค้านได้หรือไม่เพียงใด เพราะการบวนการสืบพยานในศาล อัยการโจทก์ และทนายความจำเลย ใช้สิทธิซักถามและซักค้านพยานได้เต็มที่เพื่ออำนวยความยุติธรรม ขณะที่หากแพทย์พบว่าผู้ป่วยทางจิตหรือด้านสมองนั้นไม่สามารถสื่อสารได้ในเวลาปกติ หรือยังคงมีสภาพหลอน ที่ไม่สามารถแยกได้ระหว่างความจริงกับภาพหลอน เช่นนี้พยานดังกล่าวก็ไม่สามารถนำสืบได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14031</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดศาลชั้น 8, คดีฆ่าผู้อื่น, ศาลเยาวชน, สุริยันห์ หงษ์วิลัย, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b57192c61b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
