<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบเครียด “กำนันไข่” เศรษฐีสวนทุเรียน ยิงล้างครัว 3 ศพ อ้างถูกเบี้ยวเงิน 10 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย. 2652 จากเหตุการณ์ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; หรือ นายสุนันท์ รามดร อายุ 65 ปี อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง บุกทวงหนี้กว่า 10 ล้าน ที่บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 7 ตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร แล้วเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงแล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงไม่ยั้งจน นางจินดา พรหมทอง อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน และนางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน จนตายคาที่บริเวณโต๊ะรับแขกหน้าบ้าน แล้วยังบุกเข้าไปในบ้านจ่อยิง เด็กหญิงนัยปพร ภูวิชิต อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ลูกสาวของนางพรทิพย์ ขณะนั่งกินข้าวอยู่ในครัวเพื่อเตรียมจะไปเรียนพิเศษที่โรงเรียนในตัวเมืองชุมพร ตายอย่างอนาถคาจานข้าว ส่วนพี่สาวอายุ 15 ปี และน้องชายอายุ 12 ปี ซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันวิ่งหลบหนีออกประตูหลังบ้านได้ทันและยังถูกผู้ตายยิงไล่หลังแต่ไม่ถูกทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิดตามข่าวที่เสนอนั้น

&amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 พ.ย.62&amp;nbsp; พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร เดินทางมาที่ สภ.เมืองชุมพร ได้นำตัว &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; หรือ นายสุนันท์ รามดร อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง ออกมาจากห้องควบคุมผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดร่วมกับ&amp;nbsp;พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร&amp;nbsp;รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร

&amp;nbsp;นายสุนันท์ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้การว่าตนกับนางจินดาเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันเหมือนญาติช่วงแรกๆเคยมาหยิบยืมเงินครั้งละแสนสองแสนไปลงทุนทำสวนทุเรียนตนก็ให้ไปไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเมื่อปี 2557 นางจินดาและนางสาวพรทิพย์สองแม่ลูกได้มาอ้างชื่อบุคคลที่ 3&amp;nbsp;ชื่อว่า &amp;ldquo;นางกนกวรรณ&amp;rdquo; หรือนก ได้สามีอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามีชาวต่างชาติได้เสียชีวิตลง จึงต้องการจะขายมรดกที่ดินมีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินกลับมาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขายที่ดินไม่พอจึงขอยืมตนเพื่อนำไปให้กับคนกับนางกนกวรรณก่อน โดยมีการโทรศัพท์โอนสายให้ตนพูดคุยกับนางกนกวรรณด้วย ตนก็เห็นว่าเขาจะขายที่ดินนำเงินกลับมาทำธุรกิจที่ประเทศไทยโดยครั้งแรกตนให้ยืม 2 แสนบาท จ่ายเงินสดผ่านให้กับนางจินดาโดยไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมแต่อย่างใดเพราะเชื่อใจกัน จนกระทั่งครั้งต่อๆมาทั้งสองแม่ลูกก็ยังมาอ้างปัญหาต่างๆนาๆ และยังให้นางกนกวรรณโทรมาพูดคุยด้วยเกี่ยวกับความจำเป็นเรื่องการที่ดินในต่างประเทศที่ยังขายไม่ได้ และขอยืมเงินตนเรื่อยมา

&amp;nbsp;กำนันไข่กล่าวต่อว่าตนมีอาชีพทำสวนทุเรียนกว่า 30 ไร่ ขายผลผลิตได้ปีละ 3-4 ล้านบาท ตลอดเลา 5 ปี ทั้งสองแม่ลูกใช้วิธีพูดจาว่านล้อมตนและยังอ้างตัวละครที่ชื่อนางกนกวรรณ หรือนก ให้โทรมาอ้อนวอนตนเกี่ยวกับขอยืมเงินอ้างปัญหาสารพัด ซึ่งตนเป็นคนขี้สงสารก็ให้ยืมครั้งละ 1 แสนบ้าง 2 แสนบ้าง เมื่อนับรวมแล้วประมาณ 13 ล้านบาท ที่ตนต้องให้ยืมมาตลอดก็เพราะหวังว่าเขาจะขายที่ดินในต่างประเทศได้ เงินที่ยืมไปก็จะได้กลับคืนมาด้วย ระยะหลังตนมีปัญหาหนี้สินที่ไปกู้ยืมเพื่อนๆมา และได้เอาโฉนดไปค้ำเงินกู้ไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งกว่า 3 ล้านบาท

&amp;nbsp;กำนันไข่กล่าวต่อว่าระยะหลังๆตนเริ่มสงสัยและรู้สึกแปลกใจว่าทุกครั้งที่ตนขายทุเรียนได้ครั้งละ3-4 ล้านบาท ทำไมคนชื่อนางกนกวรรณซึ่งอยู่ต่างประเทศจึงรู้และได้โทรมาอ้อนวอนขอยืมเงินตนตลอด ทั้งๆที่ตนไม่เคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อนและตนก็ใจอ่อนให้ยืมโดยนำเงินสดไปมอบให้กับนางจินดาเพื่อโอนไปให้ทุกครั้ง จึงมาคิดว่าตนคงถูกหลอก และนางกนกวรรณก็น่าจะไม่ได้มีสามีอยู่ต่างประเทศแน่นอน จึงไปทวงหนี้กับนางจินดาอยู่หลายครั้งแต่ถูกบ่ายเบี่ยงต่างๆนาๆเรื่อยมา จนกระทั่ง 2 วัน ก่อนเกิดเหตุนางจินดาบอกว่านางกนกวรรณจะโอนเงินทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาทมาให้นางจินดาเพื่อคืนให้กับตน แต่ก็ไม่มีการโอนมาให้แต่อย่างใด จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนบุกไปทวงถึงบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงกันแถมยังถูกด่าว่า &amp;ldquo;อยากโง่เองไปให้เขายืมทำไมและถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา&amp;rdquo; ตนโมโหสุดขีดจึงชักปืนยิงออกไม่ยั้งโดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กเพราะความรู้สึกตอนนั้นอะไรขวางหน้ายิงหมด หลังเกิดเหตุได้สติจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองชุมพร ดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร&amp;nbsp;กล่าวว่ามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุยิงกันตายในครั้งนี้มาจากมูลหนี้ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนพฤติกรรมตามที่ผู้ต้องหาอ้างในลักษณะดังกล่าวจะมีการกู้ยืมเงินกันจริงหรือไม่ หรืออาจจะเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงกันอย่างไรก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็อยู่ที่ญาติของผู้ต้องหาจะไปดำเนินการเอง อย่างไรตามต้องรอสอบปากคำทางพยานและญาติของฝ่ายผู้ตายด้วยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างโศกเศร้าและทำพิธีศพ แต่กรณีที่ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงผู้อื่นตายถือว่าพฤตกรรมโหดเหี้ยมเป็นความผิดทางอาญา ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ,พยายามฆ่าผู้อื่น , พกอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49939</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันไข่, คดีฆ่ายกครัว, จ.ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc7d95684bca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีฆ่ายกครัว เพิ่มโทษประหาร&#039;ธวัชชัย บุญคง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62- คดีฆ่า 8 ศพ ล่าสุดศาลจังหวัดกระบี่ ได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ หลังจากที่โจทก์ในคดี 8 คน ยื่นขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 7 และ 8 คือนายธวัชชัย บุญคง จำคุก 1 ปี 9 เดือน นางชลิดา สังข์โชติ ภรรยาบังฟัต รับโทษจำคุก 12 เดือน ซึ่งทั้ง 2 คนได้พ้นโทษออกมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลได้พิพากษาให้จำเลยที่ 7 คือนายธวัชชัย บุญคง ตัดสินใหม่ เพิ่มเป็นโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 8 นางชลิดา ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 1-6 นั้น ศาลได้ส่งไปให้ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้อ่านให้นักโทษทั้ง 6 คนที่ถูกจำคุกอยู่เป็นผู้อ่านให้ฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวอัญชลี บุตรเติบ 1 ในโจทก์ และเป็นผู้บาดเจ็บถูกยิงในคดีนี้ เดินทางออกมาจากศาล เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจในระดับหนึ่ง ที่ศาลได้ตัดสินจำเลยที่ 7 ใหม่ ให้ต้องโทษประหาร ส่วนจำเลยที่ 8 ยืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งพ้นโทษออกไปแล้ว หลังจากนี้ก็จะต้องยื่นฏีกาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายธวัชชัย บุญคง หรือชัย เป็น &amp;nbsp;1 ในทีมฆ่าที่พยานซึ่งรอดชีวิตจำหน้าได้ และนำไปสู่การจับกุมตัวมาขึ้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40504</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, คดีฆ่ายกครัว, บังฟัต, ประหารชีวิต, ศาลอุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d2425a80e1c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ศาลอุทธรณ์ภาค 8 นัดอ่านคำพิพากษา คดีฆ่ายกครัว ชี้ชะตา&#039;บังฟัต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายของวันนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 นัดอ่านคำพิพากษา คดีสะเทือนขวัญฆ่ายกครัว 8 ศพ นายวรยุทธ สังหลัง หรือ ผู้ใหญ่บัติ อายุ 46 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่ถูกนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี ร่วมกับพวกรวม 8 คน บุกสังหารเสียชีวิตยกครัว ภายในบ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องโฉนดที่ดินที่พ่อตานายวรยุทธนำไปจำนองไว้กับนายซูริก์ฟัต จนกระทั่งได้มีการผ่อนชำระหมด แต่นายซูริก์ฟัตนำที่ดินไปจำนองไว้กับทางธนาคารไม่สามารถนำหลักฐานที่ดินกลับมาคืนให้ได้ และได้มีการทวงถามกันหลายครั้งสร้างความขัดแย้งกัน นายซูริก์ฟัตจึงวางแผนก่อเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค.60&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย 1.นายซูริก์ฟัต บ้านนพวงศ์สกุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 3.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) 4.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี 5.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี 6.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 7.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี 8.นางสาวชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันที่ 28 มี.ค.61 ศาลจังหวัดกระบี่ได้พิพากษาสั่งประหารชีวิต &amp;quot;บังฟัต&amp;quot; พร้อมพวก 6 คน ด้านส่วนผู้ต้องหาคนที่ 7 ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 7 เดือน ขณะที่ผู้ต้องหาคนที่ 8 ศาลสั่งจำคุก 12 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง &amp;quot;บังฟัต&amp;quot; พร้อมพวก 6 คน ยื่นอุทธรณ์ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ขณะที่นายจรีย์ บุตรเติบ อายุ 58 ปี พ่อตาของผู้ใหญ่บัติ รวมถึงญาติๆ ยังจำเหตุการณ์และความสูญเสียได้ดีแม้จะผ่านมา 2 ปีแล้วก็ตาม ทั้งยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมของศาลอุทธรณ์โดยหวังว่าจะยืนคำตัดสินตามศาลชั้นต้นคือประหารชีวิต บังฟัต และพวก. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, คดีฆ่ายกครัว, บังฟัต, ศาลอุทธรณ์ภาค8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d23f2441ce7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
