<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; เฉลยเหตุ &#039;คดีทุจริตรับจำนำข้าว&#039; ศาลยกฟ้องอื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิศษุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าคดีจีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาเพิ่มโทษจำคุกนายบุญทรง จากเดิม 42 ปี เป็น 48 ปี และมีการเพิ่มโทษจำคุกจำเลยคนอื่นอีกหลายราย ในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าเป็นการสิ้นสุดคดีความทางอาญาของคดีดังกล่าว และเป็นความงดงามของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในคดีของนักการเมืองที่เปิดโอกาสทั้งฝ่ายโจทย์และจำเลยสามารถอุทธรณ์ได้ ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆไม่เปิดโอกาสให้อุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีมีผู้สร้างกระแสบิดเบือนว่า คดีทุจริตรับจำนำข้าวศาลยกฟ้องจำนวนมากนั้น ส่วนใหญ่เป็นคดีที่แตกย่อย เช่นในโกดังมีข้าวเหลือง มีนั่งร้านซุก เวียนเทียนข้าว คดีเหล่านี้มีโอกาสถูกยกฟ้อง เพระว่าการทุจริตในระดับปฏิบัติ เป็นการสมยอมร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งโรงสีผู้ส่งข้าว เซอร์เวเยอร์ที่ตรวจรับคุณภาพข้าว เจ้าของโกดัง และเจ้าหน้าที่รัฐประจำโกดัง ที่แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน แน่นอนสำนวนคดีเหล่านี้จึงทำสำนวนอ่อนและถูกยกฟ้องได้ง่ายเพื่อให้ทุกฝ่ายรอด และคดีเหล่านี้ศาลฎีกานักการเมือง ก็ไม่ได้เอามาเป็นความผิดของนางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นเรื่องระดับปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้อย่างน้อยคดีรับจำนำข้าว น่าจะเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนคนไทยต่อนโยบายของรัฐบาล ที่ตั้งใจมาทุจริต เพราะนอกจากฝ่ายการเมืองทุจริต การทุจริตจะแพร่ระบาดไปทุกลำดับชั้น ยากแก่การป้องกันและเอาผิด เมื่อหัวตั้งใจมาโกง ก็ต้องเปิดโอกาส ให้ทุกฝ่ายโกงเพื่อสร้างความเป็นพวก แล้วประเทศจะเหลืออะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45195</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทูจีข้าว, จำนำข้าว, ทจุริตโครงการรับจำนำข้าว, วรงค์ เดชกิจวิกรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11799e49a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039;หวิดติดคุกร่วมก๊วนโกงข้าวจีทูจี!เปิดบันทึกแฉ&#039;กิตติรัตน์&#039;ดอดพบ&#039;กกต.&#039;ขอเอาเงินไปจ่ายชาวนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดบันทึก สมชัย เหตุการณ์รัฐบาลยิ่งลักษณ์ขอ กกต.เอาเงินไปจ่ายชาวนา และทำโครงการซื้อขายข้าวกับจีนแบบจีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จาก หนังสือ กกต. ม. ๔๔)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๗ รองนายกฯกิตติรัตน์ ณ ระนอง พร้อมด้วยอธิบดีกรมการค้าภายใน และ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ร่วมประชุมกับ กกต. ในขณะที่รัฐบาลก็ประโคมข่าวว่า วันนี้จะเจรจากับ กกต. ชาวนาจะได้เงินหรือไม่ได้เงินขึ้นอยู่กับการอนุมัติของ กกต. ทำให้เกิดแรงกดดันต่อการตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ก็ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ให้ ก็กลายเป็นจำเลยสังคมว่า เป็นอุปสรรคทำให้ชาวนาไม่ได้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมวันนั้นใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รองนายกฯชี้แจงว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินจาก ธกส.จำนวนสองหมื่นล้านบาท เพื่อไปชำระหนี้โครงการจำนำข้าวให้แก่ชาวนา โดยชี้ว่า หากไม่ชำระ จะเกิดความเดือดร้อนต่อชาวนา โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะนำรายได้จากการขายข้าวรายเดือนมาชำระคืน โดยอธิบดีทั้งสองท่านยืนยันว่า ได้มีการทำสัญญาจีทูจีกับรัฐบาลจีนแล้ว จะสามารถมีรายได้จากการขายข้าวมาคืนรัฐแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมค่อนข้างที่จะมีความเห็นมากกว่า กกต.ท่านอื่น โดยยกเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘๑ (๓) ห้ามรัฐบาลรักษาการอนุมัติงานหรือโครงการ ที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไป ผมจึงเรียนถามรองนายกฯไปว่า &amp;ldquo;ท่านจะขอให้รัฐบาลกู้เงินจาก ธกส. ๒๐,๐๐๐ ล้าน ท่านคาดว่าจะใช้คืนหมดเมื่อใด&amp;rdquo; รองนายกหันไปถามอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งได้คำตอบว่า &amp;ldquo;ทำสัญญาจีทูจีกับประเทศจีนแล้วว่าจะได้เงินจากการขายข้าวประมาณ๑,๖๐๐-๑,๘๐๐ ล้านบาทต่อเดือน น่าจะไม่เกินสองปีจะใช้หนี้ ธกส.พร้อมดอกเบี้ยได้หมด&amp;rdquo; ผมถามต่อไปว่า &amp;ldquo;ท่านรองนายกฯ คิดว่า จะเป็นรักษาการนานเพียงไร ถึงสองปีหรือไม่&amp;rdquo; ท่านตอบว่า &amp;ldquo;คงแค่ สองสามเดือน&amp;rdquo; ผมจึงเรียนไปว่า &amp;ldquo;กกต.คงไม่สามารถอนุมัติได้เนื่องจาก เป็นการก่อหนี้ผู้พันรัฐบาลชุดต่อไป และถึงแม้ใจอยากจะอนุมัติ ก็คงอนุมัติไม่ได้ เพราะผิดรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองฯกิตติรัตน์ กลับไปด้วยความผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อมวลชน และ เพจเว็ปไซต์ที่หนุนรัฐบาลทั้งหลาย ขึ้นหน้าผม แล้วบอกว่า กกต.สมชัยเป็นเหตุทำให้ชาวนาเดือดร้อน ไม่ได้เงินจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามปีถัดมา ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก รมต.พาณิชย์ ๔๒ ปี จำคุกอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ๔๐ ปี และข้าราชการกระทรวงพานิชย์อีกหลายราย ข้อหาขายข้าวจีทูจีเก๊ ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้น หาก กกต.อนุมัติให้รัฐบาลสามารถกู้เงิน ธกส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคงไม่ถูกคำสั่ง ม.๔๔ ปลด แต่อาจเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จาก บทที่ ๑๑ หนังสือ กกต.ม.๔๔ เชิงอรรถการเมืองไทย ๒๕๕๖-๒๕๖๑ โดย สมชัย ศรีสุทธิยากร วางตลาดปลายเดือนกันยายน ๒๕๖๒ นี้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45189</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทูจีข้าว, จำนำข้าว, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, อดีตกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181104/image_big_5bdf00a175364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูวิทย์&#039;ฟันธงไม่ใช่รมต.คนสุดท้ายที่เข้าคุก! ยกกรณี&#039;บุญทรง&#039;เตือนนักการเมืองอย่าเหลิงอำนาจว่าบารมีสูงส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลาดก้าวเดียว คุก 48 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวแรกที่พี่บุญทรงลงจากรถไปฟังคำพิพากษา ไม่มีใครทราบเลยว่าศาลท่านจะตัดสินอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ที่ผมมักต้องมาเจอคนรู้จักในคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งล่าสุดที่ผมเข้าคุกก็เจอพี่บุญทรง ทักทายกัน แกบอกผมว่าทำเรื่องอุทธรณ์อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่บุญทรงที่ผมเจอในสภา กับที่เจอในคุกเหมือนเป็นคนละคนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันแกอายุ 59 ปี วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษอีก 6 ปี รวมของเก่าเบ็ดเสร็จ 48 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สูตรอดีตคนคุกอย่างผม คุก 48 ปี ต้องติดอย่างน้อย 1 ใน 3 คือ 16 ปี นี่หมายถึงกรณีที่มีพระราชทานอภัยโทษด้วย ซึ่งปกติหากยิ่งติดคุกยาว ยิ่งมีโอกาสผ่านช่วงพระราชทานอภัยโทษมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง คนถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี ถึง 2 ปี เป็นระยะสั้น ก็อาจจะไม่มีพระราชทานอภัยโทษในช่วงนั้น แต่หากคนติด 5 ปี ถึง 10 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะมีพระราชทานอภัยโทษระหว่างติดมากขึ้น คนติดคุกจึงเฝ้ารอวโรกาสพิเศษนี้กันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีก 11 ปีข้างหน้า พี่บุญทรงจะอายุครบ 70 ปี ก็อาจจะมีโอกาสเข้าเกณฑ์ &amp;ldquo;พักโทษคนแก่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงนาทีนี้ ผู้ที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่พี่บุญทรงเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวที่ต้องร่วมเจ็บปวดไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไม่มีใครเข้าใจหัวอกคนที่ตั้งความหวังไว้กับอิสรภาพ แล้วมันหายวับไปกับตาทันทีที่สิ้นคำพิพากษา ต่อให้ใจแข็งปานใดก็ทำใจไม่ได้ ถึงจะปลงอย่างไรก็ปลงไม่ตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาสมานแผลความเจ็บปวดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขออนุญาตเตือนนักการเมืองที่กำลังกระดี๊กระด๊า มีบารมีสูงส่ง บุญท่วมหัว ได้เป็นรัฐมนตรี ให้ท่านหันกลับมามองพี่บุญทรงเป็นบทเรียน อย่าคิดว่ามีอำนาจวาสนาแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะวันที่พลาด เราก้าวเข้าคุกเพียงคนเดียว ไม่มีใครเลยสักคนที่จะช่วยเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และโดยประสบการณ์อย่างผม ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากยังเชื่อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่บุญทรงจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45181</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดีจีทูจีข้าว, คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, จำนำข้าว, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ทุจริต, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d7309a17fbac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าเดิม!ศาลฎีกาฯพิพากษาเพิ่มโทษ&#039;บุญทรง&#039;คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คนชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และพวกรวม 28 คน คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาครั้งแรกให้ นายบุญทรงและจำเลยร่วมคนอื่นๆ รวม 15 ราย จำคุกคนละ 4-48 ปี และยกฟ้องกลุ่มเอกชน 8 ราย ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนและให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว ขณะที่จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามกฎหมายใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานัดศาลได้ให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์ , จำเลย , ทนายความ รวมทั้งกลุ่มญาติจำเลย ทยอยเข้าห้องพิจารณาตั้งแต่เวลา 11.00 น. เพื่อเตรียมรอฟังการอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ที่จะเริ่มอ่านในเวลา 12.00 น. โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษา &amp;nbsp;7 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาแก้ จำคุกนายบุญทรง จำเลยที่ 2 เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี และให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี ได้แก่ นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่ 28 คนละ 4 ปี พร้อมปรับคนละ 25,000 บาท นอกจากนี้ยังให้ปรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นโรงสีอีก 4 ราย คือห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่ 24, บริษัท เค.เอ็ม.ซี.&amp;nbsp;อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25 และบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27 อีกรายละ 25,000 บาท โดยที่การกระทำของนายทวี อาจสมรรถ&amp;nbsp;หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษ 2 กระทง รวมจำคุกจำเลยที่ 23 จำนวน 8 ปี และปรับ 50,000 บาท โดยที่พฤติการณ์ของกลุ่มโรงสี จำเลยที่ 23, 26, 28 นั้น เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนอกจากนี้ยังให้กลุ่มโรงสีจำเลยที่ 22-23 ชดใช้เงิน 27 ล้านบาทให้กับกระทรวงคลัง, จำเลยที่ 25-26 รวมกันชำระเงิน 15 ล้านบาท และจำเลยที่ 27-28 ให้ร่วมกันชดใช้เงิน 55 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้มีการกำหนดในคำพิพากษานี้ตามที่อัยการสูงสุด โจทก์ยื่นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45152</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, คดีจีทูจีข้าว, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e8309eb774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้รู้ผล!ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์จีทูจี &#039;บุญทรง&#039;เครียด-ลูกชายรุดให้กำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - ที่อาคารศาลฎีกา สนามหลวง นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ได้เดินทางมาถึงศาลก่อนเวลานัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ 11.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าร่วมฟังคำพิพากษา โดยนายนรินทร์ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ 2-3 วันก็ได้พูดคุยกับนายบุญทรง จำเลยที่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งได้รับทราบหมายศาลแจ้งกำหนดนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ก็มีอาการเครียดอยู่บ้างเล็กน้อย เราก็หวังว่าจะได้รับความเมตตาจากศาล โดยคดีนี้ทางอัยการสูงสุดโจทก์ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางรายด้วย ขณะที่จำเลยในคดีนี้ก็ได้ขออุทธรณ์คำพิพากษาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายบุญทรง และจำเลยร่วมคนอื่นๆ ที่ ต้องคำพิพากษาตามศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในครั้งแรกนั้น &amp;nbsp;15 รายศาลก็ได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำ เพื่อจะฟังคำพิพากษาในช่วงเที่ยงและบ่ายวันนี้ โดยนายเดชนัฐวิทย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;บุตรชายของนายบุญทรง ก็ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจบิดาด้วย ขณะก่อนที่จะถึงเวลานัดฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้นำตัวกลุ่มจำเลยที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวมาตั้งแต่ช่วงเช้า ให้พักอยู่ในห้องควบคุมตัวบริเวณชั้น 1 &amp;nbsp;ของศาลฎีกา ซึ่งมีรายงานแจ้งว่า ตั้งแต่เวลา 11.00 น.ทางศาลก็ได้ให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์, จำเลย, ทนายความ รวมทั้งกลุ่มญาติจำเลย ทยอยเข้าห้องพิจารณาเพื่อเตรียมรอฟังการอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ โดยจะเริ่มอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ในเวลาประมาณ 12.00 น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่บรรยากาศโดยรอบอาคารศาลฎีกาก็ได้มีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและ รปภ.ของศาล กระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งได้มีการนำแผงกั้นมาวางยาวตลอดแนวถนนประมาณ 300-400 เมตรฝั่งคลองหลอดด้านหลังศาล เพื่อเป็นพื้นที่ให้สำหรับสื่อมวลชนที่ติดตามมาถ่ายภาพทำข่าว ซึ่งในการฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์คดีการทุจริตระบายข้าวจีทูจีวันนี้ ศาลฎีกาได้กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับสื่อมวลชนไว้เข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปยังเข้าไปในบริเวณอาคารศาลและในห้องพิจารณาคดีเพื่อความเรียบร้อย เนื่องจากวันนี้มีจำเลยและผู้ติดตามจำนวนมากในการเข้าฟังคำพิพากษา โดยในส่วนของกลุ่มทนายความ, ญาติจำเลยกับผู้ที่ติดตามที่จะเข้าร่วมฟังคำพิพากษาภายในห้องพิจารณาคดีก็มีข้อปฏิบัติเข้มงวดเช่นกัน ซึ่งมีการตรวจเช็คเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร รวมทั้งการเช็ครายชื่อกับบุคคลที่ได้ เสนอชื่อมาในการเข้าฟังคำตัดสินวันนี้ โดยการเข้าฟังคำพิพากษานั้นอนุญาตให้เฉพาะคู่ความในคดีและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การอ่านคำพิพากษาวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์ ก็คาดว่าจะใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งคาดว่าอาจจะเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 17.00 น. โดยคดีนี้ครั้งแรกที่เคยได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อเดือน ส.ค. 2558 ก็เคยใช้ระยะเวลายาวนานถึง 5 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ของจีทูจีวันนี้ สืบเนื่องจากที่อัยการโจทก์ และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต่อกฎหมายใหม่ (ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกผู้พิพากษาฎีกาและผู้พิพากษาอาวุโสในชั้นฎีกา ที่เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าคณะในศาลฎีกาจำนวน 9 คนที่ไม่เคยนั่งพิจารณาคดีจีทูจีมาก่อน มาเป็นองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยให้ถือว่าคําวินิจฉัยนั้นเป็นคําวินิจฉัยอุทธรณ์ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์จะเลือกเป็นรายคดี) ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ให้จำคุกตั้งแต่ 4-48 ปีกลุ่มนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูงกรมการค้าต่างประเทศ รวมทั้งเอกชนกลุ่มนักค้าข้าว ที่ตกเป็นจำเลยรวม 15 ราย คือจำเลยที่ 1,2,4,5,6,7, 8,9,11,12,13,14,15,17,18&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และปรับ 3 ราย คือ บจก.สยามอินดิก้า จำเลยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท ,&amp;nbsp; บจก.กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำเลยที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;และ น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท กับให้ บจก.สยามอินดิก้า-น.ส.ธันยพร ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกับกระทรวงการคลัง จำนวน&amp;nbsp;1,294,109,764.80&amp;nbsp;บาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้ บจก.สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เสี่ยเปี๋ยง นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 14 และนายนิมล หรือโจ รักดี&amp;nbsp;คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;15 ร่วมกันชดใช้กระทรวงการคลังด้วย 16,912,128,273.66&amp;nbsp;บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;นับแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสามีของญาตินายอภิชาต และกลุ่มโรงสีกับผู้บริหารโรงสี จำเลยที่ 22 ,&amp;nbsp;23&amp;nbsp;,&amp;nbsp;24&amp;nbsp;,&amp;nbsp;25&amp;nbsp;,&amp;nbsp;26&amp;nbsp;,&amp;nbsp;27&amp;nbsp;,&amp;nbsp;28 รวม 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวไปเพราะจำเลยหนีคดี ก็ปรากฏว่าต่อมาเมื่อมี พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้ ให้อำนาจศาลฎีกาฯ พิจารณาคดีที่ฟ้องและออกหมายจับจำเลยแล้วได้ใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย อัยการสูงสุดจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำคดีของทั้งสองพิจารณาใหม่ โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 องค์คณะศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่าทั้งสองได้ร่วมกระทำผิดด้วย ให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทงเป็นเวลา 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุกทั้งสิ้น 50 ปี และนายสุธี คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 จำคุก 4 กระทงเป็นเวลารวม 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังด้วยจำนวน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับจำเลยทั้ง 28 คนประกอบด้วย นายภูมิ สาระผลอดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;,นายบุญทรง เตริยาภิรมย์&amp;nbsp;อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว จำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;, พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ&amp;nbsp;อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;, นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่&amp;nbsp;6 &amp;nbsp;, นายสมคิด เอื้อนสุภา จำเลยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;, นายรัฐนิธ โสจิระกุล&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;, นายลิตร พอใจ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;, บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;,น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;, น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;, น.ส.สุทธิดาหรือสุธิดา ผลดีหรือจันทะเอ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่&amp;nbsp;14 &amp;nbsp;, นายนิมล หรือโจ รักดี&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;15 , นายสุธี เชื่อมไธสง&amp;nbsp;คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;16 &amp;nbsp;, นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร&amp;nbsp;ญาติเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;, นายกฤษณะ สุระมนต์ จำเลยที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;, นายสมยศ คุณจักร&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;, บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัดหรือบริษัท สิราลัย จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;, น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร&amp;nbsp;บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;, ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;, นายทวี อาจสมรรถ&amp;nbsp;หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัดโดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;, บริษัท เค.เอ็ม.ซี.&amp;nbsp;อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;, นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;, บริษัท เจียเม้ง จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท จำเลยที่&amp;nbsp;28&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยื่นฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการหรือรักษาทรัพย์ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.151 ,ม.157&amp;nbsp;ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;4, 123&amp;nbsp;,123/1&amp;nbsp;และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;4, 9, 10,12&amp;nbsp;พร้อมขอให้ศาลสั่งปรับจำเลย รวม&amp;nbsp;35,274,611,007&amp;nbsp;บาทด้วยซึ่งคิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งในสัญญาระบายข้าวกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านตันที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ฉบับ โดย ก.ม.ฮั้วประมูล ม.4&amp;nbsp;กำหนดให้ขอปรับได้ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จากมูลค่าตามสัญญา และให้กลุ่มเอกชนและบริษัทนิติบุคคล&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย (จำเลยที่ 14-28) ร่วมกันชดใช้ความเสียหายทางแพ่งด้วยประมาณ&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวจีทูจี, คดีจีทูจีข้าว, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d723c874866c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เผยความคืบหน้าคดีสำคัญ​&#039;จีทูจีล็อต2&#039;แจ้งข้อกล่าวหาหมดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 - น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการไต่สวนว่า สำหรับคดีที่อยู่ในการรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง มีทั้งเรื่องเก่า และเรื่องใหม่สะสมมา โดยคดีทางการเมืองสำคัญนั้น กรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ป.ป.ช. ใหม่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเร่งทำสำนวนกันหมด โดยเป็นเรื่องที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เคยชี้แจงแล้วว่า คดีการเมืองก้าวหน้าไปเยอะ แม้ที่ผ่านมาไม่สามารถชี้มูลอะไรได้เพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภา กล่าวว่า คดีที่ประชาชนสนใจ เช่น คดีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ดำเนินการไต่สวนอยู่ มีการกันบุคคลไว้เป็นพยานเรียบร้อยแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาไปหมดแล้ว ส่วนคดีระบายข้าวจีทูจี และคดีมันจีทูจียุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังรวบรวมพยานเอกสาร อย่างไรก็ดี 2 คดีนี้มีโมเดลเหมือนกับคดีข้าวจีทูจี และมันเส้นจีทูจี สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนคดี นปช.ลั่นกลองรบ ถูกกล่าวหาปราศรัยแบ่งแยกประเทศนั้น แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างรอคำชี้แจง คดีจัดซื้อจัดจ้างโครงการขุดลอกคลอง 1.5 พันล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภา กล่าวว่า ส่วนคดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิกาสภาความั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วอยู่ระหว่างการสรุปสำนวน คดีการปรับปรุงข้าวให้ประเทศอินโดนีเซีย (บูล็อค) สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างสรุปสำนวน คดีก่อสร้างฝายแม้ว มีทั้งหมด 4 สำนวน มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เสร็จ 1 สำนวน เหลืออีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างไต่สวนรอสรุป ส่วนคดีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง อยู่ระหว่างสรุปสำนวน และพิจารณาพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป คดีทุจริตโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองตลิ่งชัน อยู่ระหว่างสรุปสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภา กล่าวว่า ส่วนคดีสินบนข้ามชาติเรื่องเหมืองแร่ทองคำ มีการขอข้อมูลจากต่างประเทศไปแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาแล้วด้วย ส่วนคดีสินบนข้ามชาติภาษีสุราดิอาร์จิโอ อยู่ระหว่างสรุปสำนวน ส่วนคดี พีทีที.จีอี. เครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มที่ประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้กำลังสรุปข้อมูล และรอเอกสารบางส่วนจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่าแจ้งข้อกล่าวหาเกือบหมดแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมสรุปสำนวน พยายามทำตามกฎหมายให้มากที่สุด ทุกคนทำกันเต็มมือเต็มที่&amp;rdquo; น.ส.สุภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีคดีร่ำรวยผิดปกติที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่วนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากคดีการทุจริตเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด (เงินทอนวัด) เป็นคดีใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44482</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทูจีข้าว, ป.ป.ช, สุภา ปิยะจิตติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c408f49c7089.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานนี้มีคนสะดุ้ง!ปปช.ตีตกคดี&#039;บุญทรง&#039;ปมตั้งกก.สอบขายข้าวจีทูจีเพื่อปกปิดความจริงที่ต้องเปิดเผย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 -&amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติ ให้ตีตกข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G &amp;nbsp;โดยเฉพาะบริษัท GSSG IMP. AND EXP. CORP. รัฐวิสาหกิจของจีน ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนปกปิดความจริงที่ต้องเปิดเผย ไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีที่นายบุญทรงถูกศาลพิพากษาจำคุกกรณีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี ที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว โดยนายบุญทรง ได้ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีในชั้นศาล คณะกรรมการป.ป.ช.จึงเห็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับคดีก่อน จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มติดังกล่าวอาจถูกวิจารณ์ว่าเกี่ยวข้องกับกรณีที่บุตรชายนายบุญทรง ย้ายพรรคหรือไม่ เลขาธิการป.ป.ช. &amp;nbsp;ยืนยันว่า การทำคดีของป.ป.ช.เป็นไปตามพยานหลักฐาน บุตรชายใครจะอยู่พรรคไหนไม่เกี่ยวข้องกับป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงรายงานข่าวในก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าป.ป.ช.มีมติไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มคือ คือ นายทักษิณ ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30306</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทูจีข้าว, ทักษิณ ชินวัตร, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์, ปปช., ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เจ๊แดงเยาวภา, โครงการรับจำนำข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c7a3c6c461aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
