<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กช้างยันออกหมายจับทุบจ่านิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; ยันกลางสภา ออกหมายจับทีมทุบ &amp;quot;จ่านิว&amp;quot; เร็วๆ นี้ ด้านตำรวจ บก.ปอท.ออกหมายเรียก 13 มือแชร์ข่าวปลอมรอง ผบ.ตร.สั่งตำรวจดักตีหัว เป็นกลุ่มฝักใฝ่การเมือง ส่วนตัวคนโพสต์ &amp;ldquo;เจ๊แน๊ต สุชานันท์&amp;rdquo; ตร.เร่งติดตามตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.), พ.ต.อ.ขวัญชัย พัฒรักษ์ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 3 บก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. แถลงข่าวการจับกุมขบวนการแชร์ข่าวเท็จที่สร้างความเสียหายต่อ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคมอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์เผยว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาสังคมโซเชียลมีการแชร์ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำร้ายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เมื่อตรวจสอบพบว่าบุคคลใช้บัญชี FACEBOOK ชื่อ &amp;ldquo;เจ๊แน๊ต สุชานันท์&amp;rdquo; ได้นำเข้าข่าวในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเนื้อหาว่า &amp;ldquo;เรื่องใหญ่ที่ท่านผู้การกองปราบ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ต้องเเก้ปัญหา..ที่มีตำรวจชั้นประทวนในสังกัด &amp;quot;กองปฏิบัติการพิเศษ กองปราบ 4 คน ไปช่วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เคยคุมกองปราบมาก่อน เลี้ยงตำรวจโจรในกองปราบไว้ใช้ ได้ก่อเหตุไปดักตีหัว &amp;quot;จ่านิว&amp;quot; และ &amp;quot;ฟอร์ด&amp;quot; กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นลูกน้องเเขนซ้ายของ พล.ต.อ.ประวิตรนั่นเอง และรองช้าง หรือ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย หัวหน้าแก๊งสีกากี ตามกระทืบนักกิจกรรม เอกชัย, ฟอร์ด, จ่านิว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข่าวดังกล่าวซึ่งไม่เป็นความจริง เข้าข่ายบิดเบือนหรือเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ &amp;nbsp;และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย และประชาชนทั่วไปเกิดความสับสน ตื่นตระหนก อันเป็นความผิดในข้อหา &amp;ldquo;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน&amp;rdquo; ตาม ม.14 (2) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด พบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;เจ๊แน๊ต สุชานันท์&amp;rdquo; นอกจากผู้นำเข้าแล้วยังพบว่ามีผู้แชร์ข่าวดังกล่าวในสังคมโซเชียลอย่างแพร่หลาย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จยังมีการส่งต่อ จึงสืบสวนหาตัวบุคคล พบว่ามีผู้แชร์จำนวน 13 คน จึงได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา กระทั่งวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อหาแล้ว 8 คน ความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ม.14 (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งยังเหลืออีก 5 คน และมีบางคนที่ใช้บัญชีอวตาร หรือบัญชีปลอมแต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงใช้ชื่อ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ หรือเป็นเพราะเป็นตำรวจที่ติดตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ ตอบว่า คำถามนี้คนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่ บก.ปอท.ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายระดับถูกลากเข้าไปเกี่ยว ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้โดยใช้เซียลมีเดียเป็นเครื่องมือทั้งนำเข้าและกระจายข้อมูล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ตำรวจสามารถจับคนแชร์ข่าวปลอมตำรวจสั่งทำร้ายจ่านิวได้ แต่ทำไมยังไม่สามารถจับคนร้ายที่ทำร้ายร่างกายจ่านิวได้ รองโฆษก ตร.ตอบว่า เรื่องจ่านิวได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 15-20 ปาก ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่หรือเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายบางตัวก็ใช้ได้บางตัวก็เสีย คนร้ายน่าจะเตรียมตัวมาอย่างดี อำพรางซ่อนเร้น อาศัยช่วงการจราจรหนาแน่นลงมือก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่จับคดีแชร์ข่าวปลอมได้เร็ว ส่วนคดีทำร้ายร่างกายยังจับไม่ได้ เพราะคดีแชร์ข่าวปลอมมีความชัดเจนในเรื่องของหลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ความเชื่อมโยงของหลักฐาน และ บก.ปอท.มีศักยภาพในด้านนี้ &amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันเดียวกันนี้ มีการพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เพื่อกดดันผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวว่า เหตุความรุนแรงต่อนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่กระทำผิดได้ และเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสิรวิชญ์ร้องขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองความปลอดภัยในฐานะพยาน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นเงื่อนไขว่าการคุ้มครองพยานนั้น นายสิรวิชญ์ต้องหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำว่าการคุ้มครองพยานสามารถทำควบคู่ไปกับการปล่อยให้เขาได้ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญด้วย แต่เหตุใด พล.อ.ประวิตร และเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยื่นเงื่อนไขลักษณะดังกล่าว และเหตุใดจึงต้องส่งเจ้าหน้าที่คอยติดตามประชาชนที่แสดงออกต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงเหตุใดการที่ประชาชนต่อต้าน คสช. จึงถูกโยงให้เป็นเรื่องเดียวกันกับความมั่นคงของรัฐ การกดดันของเจ้าหน้าที่หากประสบผลสำเร็จทำให้ประชาชนเลิกแสดงออกทางการเมืองได้ ผู้ได้รับประโยชน์คือ คสช.เอง เช่นนี้แล้วคสช.มีส่วนได้เสีย มีความเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจต่อปฏิบัติการดังกล่าวหรือไม่&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมลคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า ความคืบหน้าทางคดีกรณีของนายสิรวิชญ์นั้น ได้สอบพยานแล้ว 15 ปาก มีการสืบสวนสอบสวนค่อนข้างมาก เชื่อว่าเร็วๆ นี้จะออกหมายจับได้ ส่วนการเข้าไปดูแลมีส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งยืนยันว่าในการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรนั้น เป็นการตอบสองคำถามในคราวเดียวกัน พล.อ.ประวิตรจึงตอบว่า ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย ส่วนกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะดูแลเรื่องการคุ้มครองพยาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้าม และไม่สามารถห้ามบุคคลแสดงออกทางการเมืองโดยความบริสุทธิ์ใจได้ บุคคลต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ส่วนที่เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ เพราะเมื่อมีการแสดงออกกิจกรรมทางการเมือง ย่อมมีประชาชนจำนวนมาก อาจเกิดเหตุกระทบกระทั่งของผู้เห็นด้วยและเห็นต่าง จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่จะดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างใกล้ชิด&amp;quot; รมช.กลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. กล่าวว่า มีการสอบปากคำพยานไปได้ 15-16 ปาก ส่วนการติดตามตัวคนร้ายมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร ตนต้องขออนุญาตใช้คำพูดแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องของแนวทางการสืบสวน โดยในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุชื่อคนร้ายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ได้ออกมาพูดว่าตำรวจได้ไปพูดลักษณะจะดูแลคุ้มครอง โดยมีการยื่นข้อเสนอให้หยุดเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง เหมือนเป็นเงื่อนไขนั้น ผบช.น.กล่าวว่า การยื่นเงื่อนไขต่างๆ ถ้าตำรวจเราพูดตนก็พร้อมจะขอโทษ ขณะเดียวกัน การจะมายื่นขอชุมนุมสาธารณะตามที่ต่างๆ ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อท่านจะชุมนุม เราจะกำหนดขอบเขตอย่างไร แบบไหน ขอฝากให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ต้องกังวลว่าตำรวจจะไปกำหนดว่าให้คนนี้ต้องได้แค่นั้นแค่นี้ ไม่มีสิทธิ์และไม่ทำด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40664</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจ่านิว, คดีทุบหัวจ่านิว, หนังสือพิมพ์, ออกหมายจับทีมทุบจ่านิว, ออกหมายเรียกแชร์ข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d26002dd3ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบหัว‘จ่านิว’ส่อลอยนวล บุกสตช.จี้จักรทิพย์เร่งคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; โอดโดนโซเชียลมีเดียถล่ม ยอมรับควบคุมยาก วอนขอมีสติก่อนแชร์ข่าวเพื่อไม่ให้เกิดความเกลียดชังสร้างความแตกแยก พรรคฝ่ายค้านโวย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ห้าม &amp;quot;จ่านิว&amp;quot; ยุ่งเกี่ยวการเมืองแลกการคุ้มครองพยานละเมิดสิทธิมนุษยชน ขัดจริยธรรม &amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ซัดเป็นปฏิปักษ์ รธน. จ่อตั้งกระทู้สดถาม &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; บุก สตช.จี้ ผบ.ตร.เร่งรัดคดีจับคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 9 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการแชร์ข้อความและเสนอข่าวบิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดียว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ตนก็ได้รับผลกระทบมากพอสมควร ซึ่งเราไม่สามารถไปควบคุมได้มากนัก เพราะหากเข้าไปควบคุมมากจนเกินไปก็จะมีหลายคนบอกว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ฉะนั้นก็อยู่ที่คนว่าจะเลือกเสพโซเชียลมีเดียนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือความไม่สบายใจกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรง เกิดความเกลียดชัง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง มีการแบ่งข้างเป็น 2 พวก ก็ทำให้มีโอกาสลุกลามบานปลายไปในอนาคต &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็ฝากทุกคนให้มีภูมิต้านทานที่ดี ทั้งเรื่องข่าวปลอม ข่าวดิสเครดิตต่างๆ ก็อยู่ที่จิตสำนึก บางครั้งก็สงสัยว่าบางโซเซียลฯ มาถี่ และมาเป็นจำนวนมากในเวลาสั้นๆ ก็ต้องไปดูว่ามาจากไหน บางคนอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจตนาหรือไม่เจตนา บางครั้งก็เป็นการกระทำที่สร้างความสับสนอลหม่านในสังคม ก็ต้องไปดูกฎหมาย จะควบคุมได้แค่ไหนอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกคนระมัดระวังในกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเท็จ ทั้งนี้ ในโซเชียลฯ ข่าวที่มีประโยชน์เยอะแยะมาก อย่างการขายปลาทางออนไลน์ของบังซัน ก็เป็นประโยชน์ ทำอะไรขอให้มีสติ หรือสงสัยขอให้มีการตรวจสอบก่อน และขอให้เยาวชนไทยมีจิตสำนึกที่รู้เท่าทันและมีภูมิคุ้มกันที่ดี อย่างกรณีที่ระบุว่ารัฐบาลจะแจกเงิน 3,000 บาท ก็เป็นไปไม่ได้ นายกฯ ยังไม่ได้พูดอะไร แล้วจะทำได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายการใช้จ่ายของภาครัฐ กลับมีคนเชื่อและแชร์เป็นจำนวนมาก ตรงนี้ทำให้เห็นว่าไม่มีภูมิต้านทาน อย่าให้เขามาปลุกปั่นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พูดถึงกรณีของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ในเรื่องการคุ้มครองพยานว่าเงื่อนไขการคุ้มครองพยานคือการต้องห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกว่า การพูดเช่นนี้สะท้อนถึงความไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของประชาชน ดูเสมือนเป็นการปรามประชาชนออกสื่อ ว่าหากออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบนายสิรวิชญ์ หรือคนอื่นๆ ก็อาจจะถูกทำร้ายร่างกายเช่นนี้ได้ คงได้แต่วาดหวังว่า ปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ในประเทศ ที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกทำร้าย หลายครั้งหลายหนแบบไม่สนใจกฎหมาย จะออกมาในลักษณะของการประณามผู้กระทำความผิด เร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้จับกุมคนร้าย แสดงออกอย่างอารยะ ดีกว่าการแสดงท่าทีต่อประชาชนเช่นนี้ จึงทำให้เริ่มสงสัยแล้วว่าบ้านเมืองเราตอนนี้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยหรือระบอบมาเฟียกันแน่ เพราะแค่การแสดงออกทางการเมืองซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่จะต้องได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายก็ยังต้องถูกสั่งห้าม
&amp;quot;ป้อม&amp;quot;ละเมิดสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ ในฐานะทีมโฆษกคณะกรรมการประสานงาน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผิดรัฐธรรมนูญ หมวด 3 มาตรา 34 ที่ว่า &amp;ldquo;บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้&amp;rdquo; อีกทั้ง ขัดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง หมวด 1 ข้อ 5 คือ ไม่ยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมทั้งทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยการขัดมาตรฐานจริยธรรม หมวด 2 ข้อ 13 และยังขัดมาตรฐานจริยธรรม หมวด 3 ข้อ 23 นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญได้มีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม มาตรา 219 วรรคสอง ด้วยเจตนาต้องการให้บุคคลที่รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนมีจริยธรรม ดังนั้นขอเตือนทุกท่านที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรม พึงระวังการคิด พูด การเสนอความคิดเห็นว่าท่านต้องคำนึงถึงจริยธรรมที่เป็นมาตรฐานกำหนดไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐิติพงษ์ หมื่นหาญ หรือ จัมโบ้ ดอกจิก &amp;nbsp;โฆษกพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งเงื่อนไขคุ้มครองนายสิรวิชญ์ จะต้องเลิกทำกิจกรรมที่ข้องเกี่ยวกับการเมืองว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง ย่อมมีความสุ่มเสี่ยงกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลาใช่หรือไม่ ประชาชนคนไทยต้องอยู่ภายใต้อำนาจของเผด็จการตลอดไปหรืออย่างไร โดยเฉพาะล่าสุดที่ยังคงมีเหตุการณ์ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุกคามนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ถึงบ้านพักส่วนตัว ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าทางฝ่ายรัฐยังมีแนวคิดที่จะควบคุม ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังมีอำนาจ ม.44 อยู่ในมือ และ พล.อ.ประวิตร ให้สั่งการไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้ยุติการนำกำลังพลและเครื่องไม้เครื่องมือประเภทต่างๆ มาคอยสอดส่อง ติดตามประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมือง เพราะถือเป็นการข่มขู่ คุกคามประเภทหนึ่ง ที่ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ไหนในโลกเขาทำกัน&amp;rdquo; นายฐิติพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การห้ามจ่านิวเคลื่อนไหวแลกกับการคุ้มครองนั้น มีลักษณะคล้ายๆ เหมือนเราได้รับการคุ้มครองจากมาเฟียโดยแลกกับอะไรบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งถ้าเป็นร้านตลาดทั่วไปก็คือการจ่ายด้วยเงิน แต่กรณีนักกิจกรรมอย่างจ่านิว นั่นคือต้องจ่ายด้วยเสรีภาพที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญอย่างนั้นหรือ คิดว่าเรื่องนี้มีปัญหามาก โดยเฉพาะจากคนของรัฐอย่าง พล.อ.ประวิตร ซึ่งต้องมีหน้าที่รับประกันพลเมืองไทยว่าจะสามารถใช้สิทธิได้ตามรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มที่ แต่กรณีจ่านิว เขาอยากใช้สิทธิ และที่ผ่านมาก็ไม่ผิด ไม่มีคำสั่งตัดสินว่าการใช้เสรีภาพของจ่านิวนั้นผิด บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกฯ มีหน้าที่จำเป็นอย่างมากในการรับรองสิทธิเสรีภาพประชาชนให้เกิดขึ้น แต่กรณี พล.ประวิตร พูดอย่างนี้ ตนเห็นว่าเป็นคำพูดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ
&amp;quot;โรม&amp;quot;จ่อตั้งกระทู้ถาม&amp;quot;ป้อม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรุ่งนี้ (10 ก.ค.)ผมจะตั้งกระทู้สดและอภิปรายถาม พล.อ.ประวิตร ว่าทำไมพูดแบบนี้ออกมา เพราะ 1.คุณจะไม่รับประกันสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชนเลยหรือไม่ 2.คุณกำลังข่มขู่ประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิเสรีภาพหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นการข่มขู่จริง ก็อยากจะบอกให้รู้ว่า ต่อไปนี้การข่มขู่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่ายเหมือนเมื่อก่อน เพราะวันนี้เรามีฝ่ายค้าน มีพรรคอนาคตใหม่ และพรรคการเมืองอีกหลายพรรคที่มีเจตนารมณ์ต้องการแก้ไขเรื่องการข่มขู่คุกคามพลเมืองชาวไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมในฐานะ ส.ส.ก็พร้อมจะต่อสู้เรื่องนี้อย่างเต็มที่&amp;quot; นายรังสิมันต์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้เร่งรัดจับคนร้ายในคดีทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์มาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย หลังผ่านมาแล้ว 7 วันแต่คดีไม่มีความคืบหน้า ทางสหภาพเกรงว่าความล่าช้าในการสืบหาตัวคนร้ายจะเป็นปัญหาในการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน และจะสร้างความหวาดระแวงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประณามการกระทำของคนร้าย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจซึ่งมีความล่าช้า จนทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประชาชนลดน้อยลง&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาฯ ได้อ่านแถลงการณ์ ได้นำเสื้อยืดสีขาวละเลงด้วยสีแดงเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่ามีการถูกทำร้ายร่างกาย มามอบแก่เจ้าหน้าที่ โดยมี พ.ต.อ.อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม รองผู้บังคับการ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ในฐานะนายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมกับระบุว่าหลังจากรับเรื่องแล้ว จะนำเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิเชียร ชวลิต ประธานกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้กมธ.ได้ยกร่างข้อบังคับการประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้วมีจำนวนทั้งหมด 194 ข้อ จะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 10 ก.ค.นี้ โดยมีการปรับข้อบังคับ การประชุมให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญปี 2560 มีสาระสำคัญใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การให้ผู้เสนอตัวเป็นประธานต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมก่อนการโหวตลงมติเลือกประธานสภาฯ การตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทำหน้าที่ประสานงานกันในการเสนอกฎหมาย ญัตติ และกระทู้ต่างๆ เพื่อให้เกิดความราบรื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า ส่วนปัญหาเรื่องเครื่องแต่งกาย ส.ส.ในการมาประชุมสภานั้น ตามข้อบังคับการประชุมเดิมระบุไว้ว่า ให้แต่งชุดสากลนิยม ชุดพระราชทาน หรือชุดที่ประธานสภาฯ กำหนด ซึ่งกรณีการแต่งชุดไทย ชุดพื้นเมืองที่กำลังเป็นปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์ หากได้รับการอนุญาตจากประธานสภาฯ ก็สามารถแต่งได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และไม่ต้องถกเถียงกันอีก ทาง กมธ.จะเสนอต่อที่ประชุมสภาให้ออกระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกาย ส.ส. จะได้มีความชัดเจนอย่างเป็นทางว่าชุดใดแต่งได้หรือไม่ได้ โดยยึดหลักกาลเทศะและการเคารพสถานที่ เพราะหากไม่กำหนดระเบียบการแต่งกายให้ชัดเจน ทุกคนก็จะแต่งกายตามสบาย เอาแฟชั่นเลิศหรูมาอวดกัน แต่ทั้งหมดนี้คงต้องนำมาหารือในที่ประชุมสภาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กย้ำว่า &amp;quot;ผมขอยืนยันว่าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่มีความจำเป็นต้องหนีคดีไปต่างประเทศ เพราะธนาธรยังมีภารกิจใหญ่อยู่ในประเทศไทย คือการมุ่งเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคตแบบใหม่ที่ดีขึ้น และจะพิสูจน์ให้ได้ว่าวันหนึ่งธนาธรจะเป็นนายกรัฐมนตรีจากมติมหาชนประเทศไทย ติดตามการเดินทางไปพบปะกับนักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป สหประชาชาติ สื่อมวลชนในหลายประเทศ และการบรรยายสาธารณะ ระหว่างวันที่ 9-15 ก.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40565</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจ่านิว, คดีทุบหัวจ่านิว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, เร่งรัดคดีจับคนร้าย, โดนโซเชียลมีเดียถล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d249e9ade335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไร้หมายจับคนรุมจ่านิว เอกชัยแนะวิธีเอาตัวรอด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; ยันคดีจ่านิวยังไม่ออกหมายจับใคร สั่งฝ่ายสืบสวนเกาะติดกลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองชุมนุมทุกพื้นที่ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; เช็กย้อนหลังคดีเก่าทำร้ายนักเคลื่อนไหวเทียบทุบ &amp;quot;สิรวิชญ์&amp;quot; หาความเชื่อมโยง &amp;quot;ภราดร&amp;quot; เย้ยรัฐบาลมีอำนาจเต็มสางคดีไม่คืบ ฟุ้งถ้าเป็น &amp;quot;พท.&amp;quot; ไม่ปล่อยลอยนวล &amp;quot;เอกชัย&amp;quot; แนะวิธีนักเคลื่อนไหวเอาตัวรอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ค. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคดีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณปากซอยรามอินทรา 109 (ซ.พระยาสุเรนทร์) แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวคนร้าย ยืนยันยังไม่มีการออกหมายจับใคร มีเพียงการสเกตช์ภาพรูปร่าง บุคลิกลักษณะของผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุจากภาพกล้องวงจรปิดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของนายสิรวิชญ์ ยังไม่มีการร้องขอให้คุ้มครองเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็คอยดูแลความปลอดภัยในโรงพยาบาลที่นายสิรวิชญ์เข้าพักรักษาตัว&amp;quot; พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า ได้ประชุมกับฝ่ายสืบสวนกรณีที่ทางสภาได้เสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดูแลความปลอดภัยของผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จากกองบังคับการในนครบาลที่เกี่ยวข้อง และมีกลุ่มบุคคลที่เห็นต่างเรียกร้องอยู่ในพื้นที่นั้นมาประชุมร่วมกัน เพื่อลงมากำกับดูแลความปลอดภัย ไม่ใช่เป็นการติดตามตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ที่เคยมีเหตุนักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกทำร้าย เพื่อนำคดีเก่ามาตรวจสอบหาพฤติกรรมและลักษณะความคล้ายคลึง โดยเฉพาะในพื้นที่ บก.น.1, &amp;nbsp; บก.น.2, บก.น.3, บก.น.4 ที่มีเหตุเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองและทำร้ายร่างกายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไล่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดคดีจ่านิว เจ้าหน้าที่พบภาพของคนร้ายที่บริเวณถนนพหลโยธิน ด้านข้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เหลือเพียงรถจักรยานยนต์ 1 คัน กับผู้ต้องสงสัย 2 คน อยู่ระหว่างเร่งหาเบาะแสเพิ่มเติม&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า คดีจ่านิวไม่คืบหน้าทางคดีเชิงประจักษ์ต่อสายตาประชาชน ทั้งที่ก็ยังมี ม.44 และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยปฏิบัติหน้าที่อยู่ ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมืองเลย ส่งผลให้ไปสร้างความเชื่อกับพี่น้องประชาชนว่าคนร้ายที่ไปกระทำผิดน่าจะเป็นคนมีสีในเครื่องแบบเลยเถิดกันไปใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดรกล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้มีโอกาสยากที่จะเกิดขึ้น ในบรรยากาศห้วงที่รัฐบาลประชาธิปไตยจริงๆ บริหารอยู่ เชื่อว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจากการสืบทอดอำนาจ ที่มีภาพลักษณ์ของความไม่ลงรอยกันเอง ชัดเจนว่าไม่อาจจะดำรงอยู่ได้นานเพราะจะแพ้ภัยตัวเอง และถูกพรรคการเมืองปีกประชาธิปไตยและพลังประชาชนคนรุ่นใหม่รวมพลังกันผลักไสออกไปในที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยพร้อมอาสาพี่น้องประชาชนเข้ามาเป็นรัฐบาลแทน พร้อมกับนโยบายสร้างทหารและตำรวจอาชีพ มีสำนึกประชาธิปไตย เคียงข้างรับใช้ประชาชน ซึ่งสามารถทำให้เป็นรูปธรรมได้ในระยะเวลาอันควร และเป็นที่พึงพอใจแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน พร้อมกันนั้นคดีความที่ค้างคาเหล่านี้จะต้องถูกนำมาสะสางให้เป็นที่กระจ่างชัดต่อสังคมกันต่อไป จะไม่มีการปล่อยให้คนร้ายลอยนวล&amp;rdquo; ที่ปรึกษาพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีจ่านิวโดนลอบทำร้ายร่างกายบริเวณปากซอยบ้าน ระบุข้อความว่า หลายวันนี้มีกระแสข่าวการดูแลนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงมีข้อแนะนำจากประสบการณ์ของผม กรณีการติดตั้งตู้แดงเพื่อให้ตำรวจตรวจตราบ้านพักของคุณวันละหลายรอบ หากคุณไม่มั่นใจ ผมแนะนำให้แจ้งตำรวจติดตั้งตู้แดงบ้านท้ายๆ ซอยของคุณ โดยอ้างเรื่องการดูแลความปลอดภัยทั่วซอยแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัยกล่าวว่า กรณีการดูแลการเดินทาง หากคุณไม่สะดวก แนะนำให้คุณแจ้งตำรวจให้ติดตามเฉพาะวันที่คุณต้องเดินทางไปทำกิจกรรมเท่านั้น โดยอาจดูแลเฉพาะช่วงที่คุณเดินทางเข้า-ออกบ้านพัก ไม่จำเป็นต้องร่วมเดินทาง คุณไม่ควรมีกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซาก เช่นเข้า-ออกจากบ้านพักเวลาเดิมๆ, รับประทานร้านอาหารเดิมๆ หรือซื้อของร้านเดิมๆ ผมแนะนำให้คุณควรเปลี่ยนร้าน และเวลาเข้า-ออกบ้านพักจนไม่สามารถคาดเดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายมักใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะในการทำร้ายร่างกาย คุณจึงไม่ควรเดินริมถนนในซอย หรือฟุตปาธ คุณควรเรียกแท็กซี่รับ-ส่งจากหน้าบ้านพัก หรือจากอาคารเท่านั้น อย่าเรียกแท็กซี่-รถเมล์จากริมถนน ข้อแนะนำเหล่านี้เป็นเพียงข้อแนะนำเบื้องต้น&amp;quot; นายเอกชัยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40287</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจ่านิว, จ่านิว, มีอำนาจเต็มสางคดีไม่คืบ, สืบสวนเกาะติดกลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองชุมนุมทุกพื้นที่, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f4d5624a80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
