<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเท้าแชร์บ้าน ก.ไก่ หนีคดีฉ้อโกงกว่า 10 ล้าน จนมุมเมืองคอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุด บก.สืบสวนภาค 8 ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 32/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค.2564 และหมายจับของศาลจังหวัดพังงา ไปตรวจค้นห้องพักเลขที่ 202 โรงแรมบีลอฟท์โฮเทล ม.2 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และทำการจับกุมนางสาวพัชราภรณ์ (ไก่) กรดแก้ว อายุ 37 ปี ที่อยู่ 108 ถ.มนตรี ต.ท้ายช้าง อ.เมืองพังงา จ.พังงา ในข้อหา&amp;ldquo;ฉ้อโกงประชาชน,พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 &amp;rdquo; ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพังงา ที่ จ179/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วยของกลาง 1.สมุดเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาพังงา ระบุชื่อ นางสาวพัชราภรณ์ กรดแก้ว จำนวน 1 เล่ม 2.บัตรกดเงินสดธนาคารกรุงศรี ระบุเลข 4215848712056675 จำนวน 1 ใบ 3.บัตรกดเงินสดธนาคารกสิกรไทย ระบุเลข 4162026210193554 จำนวน 1 ใบ 4.บัตรกดเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ สีม่วง ระบุเลข 5577557194926466 จำนวน 1 ใบ 5.บัตรกดเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ สีส้ม ระบุเลข 4788670000966481 จำนวน 1 ใบ 6.โทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน 12 &amp;nbsp;สีขาวครีม หมายเลขประจำเครื่อง 1 : 351143345501673 หมายเลขประจำเครื่อง 2 : 351143345826237 หมายเลขโทรศัพท์ 0640301551 เครือข่าย ทรูมูฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาส ผกก.สส.2 บก.สส.ภาค8 เผยว่า สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายหลายสิบคนในพื้นที่ จ.พังงา ที่ร่วมเล่นแชร์ออนไลน์กับนางพัชราภรณ์ กรดแก้ว ผู้ต้องหารายนี้ที่ตั้งตัวเป็นเท้าแชร์ระดมเล่นแชร์ออนไลน์ บ้าน ก.ไก่ ก่อนเชิดเงินลูกแชร์กว่า 10 ล้านบาทหลบหนีหายไป ซึ่งต่อมามีผู้เสียหลายสิบคนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพังงา เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวนายพัชราภรณ์ เท้าแชร์รายนี้มาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางตำรวจสืบสวนภาค 8ได้สืบสวนภาค8ได้สืบทราบว่านางพัชราภรณ์ เท้าแชร์บ้าน ก.ไก่ ได้หลบหนีมาเปิดห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวจึงนำกำลังตำรวจพร้อมหมายค้นและหมายจับของศาลจังหวัดพังงาเข้าจับกุมนางพัชราภรณ์ได้ดังกล่าวก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงาเจ้าของท้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกม.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119099</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, จังหวัดนครศรีธรรมราช, โกงแชร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ef9d23b8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิยดา&#039; สาววัย 19 โผล่มอบตัวตร.เชียงใหม่ ปัดหลอกขายมือถือเด็ก 14 เครียดเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - จากกรณีที่ตำรวจเร่งหาตัว น.ส.พิยดา ทองคำพันธ์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาหมายจับที่ 638/64 ลงวันที่ 24 ก.ย.2564 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเป็นตัวการใหญ่ของขบวนการหลอกขายโทรศัพท์มือถือ​ไอโฟนผ่านอินสตราแกรม ทำให้เหยื่อ&amp;quot;น้องก้อง&amp;quot; ที่ถูกหลอกขายมือถือ เครียดหนักจนเส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อโดนหลอกอีกจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้าน โดยตำรวจประสานเจ้าหน้าที่​เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบอายัดและยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้จากการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งจากการสืบสวนในขณะนี้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องหาได้แล้ว ส่วนทางด้านคดีได้เร่งจับกุมที่ตัวการใหญ่ทันทีเพื่อขยายผลสู่สมาชิกลูกข่ายต่อไปและเป้าหมายสำคัญ​คือ​ น.ส.พิยดา​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.ย.64 รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.พิยดา พร้อมทนายได้ติดต่อและเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจที่​กองบังคับการตำรวจภูธร​จ.เชียงใหม่​ โดยมี พล.ต.ต.พิเชษฐ​ จิระนันตสิน​ ผบก.ภ.เชียงใหม่​ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งขั้นตอนตามกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำ พร้อมประสานตำรวจไซเบอร์มาสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติมท่ามกลางความสนใจจากสื่อจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า​ จากการสอบปากคำในเบื้องต้นของ​ น.ส.พิยดา ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่า​ ไม่ได้เป็นคนกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ทั้งนี้ไม่ได้เคยคุยและไม่เคยหลอกเด็กชายวัย 14 ปีที่เครียดจนเสียชีวิต รวมทั้งไม่เคยรู้จักกับผู้ต้องหาที่เป็นหญิง 2 คนที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และไม่ได้จ้างให้เปิดบัญชีตามที่ถูกพาดพิงด้วย แต่ยอมรับว่า​ ตัวเองเป็นแม่ค้าออนไลน์จริง และเคยขายโทรศัพท์มือสองมาก่อน แต่หยุดขายไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน โดยทรัพย์สินทุกอย่างได้มาจากการขายออนไลน์ทั้งสิ้น​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เดินทางมาพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาจากนั้นทาง​ พล.ต.ท.ประจวบ​ วงศ์​สุข​ ผบช.ภ.5​ ให้เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมก่อนมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดี ตามหมายจับที่ 638/2664 ลงวันที่ 24 กันยายน 2564 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคัดค้านการขอยื่นประกันตัวด้วย เนื่องจากว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดมาหลายท้องที่และมีหมายจับหลายคดี​ ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหา กล่าวว่า​ ได้เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหาเอาไว้แล้ว แต่ต้องดูอีกครั้งว่าทางพนักงานสอบสวนจะมีคำสั่งอย่างไร&amp;nbsp; ส่วนการต่อสู้คดีนี้นั้นต้องขอดูรูปคดีก่อนซึ่งตอนนี้ก็เตรียมหลักฐานต่างๆ​ ไว้สู้คดีตามกระบวนการยุติ​ธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118114</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, จังหวัดเชียงใหม่, พรบ.คอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152dadf99fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบมิจฉาชีพหลอกขายวัคซีนทางเลือกบนเฟซบุ๊ก พบประวัติเพิ่งพ้นโทษคดีฉ้อโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. และศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม บช.สอท. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สอท.1 และ บก.สอท.2 ร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้ายในคดีหลอกลวงขายวัคซีนป้องกันโควิด - 19 ผ่านทาง facebook โดยใช้ชื่อ &amp;ldquo;สิทธิพงษ์ ทองฮุย&amp;quot;&amp;nbsp; และ &amp;quot;แจ็ค กี้ &amp;quot; รวมทั้ง กลุ่ม facebook : &amp;ldquo;จองวัคซีนที่ไหนได้บ้าง? วัคซีนทางเลือกจองได้ที่ไหน?&amp;rdquo; โดยมีผู้เสียหายกว่า 50 คน มูลค่าความเสียหาย กว่า 200,000 บาท ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายฐาปกรณ์&amp;nbsp;แก้วศรี อายุ 20 ปี เป็นคนร้ายในคดีดังกล่าว และได้มาพักอยู่ที่โรงแรม &amp;quot;หอพักสบาย&amp;quot; เลขที่ 25/1 หมู่ 4 ต.เกาะสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จว.ปราจีนบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบ นายฐาปกรณ์ อยู่หน้าห้องพักเลขที่ 5 จึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้น โดยแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น นายฐาปกรณ์ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ใช้บัญชี facebook จำนวน 7 บัญชี ชื่อ&amp;nbsp; &amp;quot;สิทธิพงษ์ ทองฮุย&amp;rdquo; , &amp;ldquo;กิตติพงษ์ บางประอินทร์&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Thapakorn kaewsri&amp;rdquo;, &amp;ldquo;อัพ มาแพนดี้&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ฐาปกรณ์ แก้วศรี&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Yutthana Kawirai&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;แจ็ค กี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทำการโพสต์ข้อความหลวกลวงขายวัคซีนป้องกันโควิท 19 ตามกลุ่ม facebook สาธารณะต่างๆ จนวน 4 กลุ่ม เช่น&amp;nbsp; &amp;ldquo;ลงทะเบียนวัคซีนทางเลือก ชิโนฟาร์ม&amp;rdquo; &amp;ldquo;มาฉีดวัคซีนกันเถอะ&amp;rdquo; &amp;ldquo;จองฉีดวัคซีนที่ไหนได้บ้าง? วัคซีนทางเลือกจองได้ที่ไหน?&amp;rdquo; &amp;ldquo;วัคซีทางเลือกชิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;rdquo; ซึ่งตนเองไม่ได้มีวัคซีนดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเงินที่ได้จากการหลอกลวง ตนเองนำไปใช้เล่นเกมออนไลน์ และใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งการกระทำดังกล่าว ได้เริ่มกระทำผิดในครั้งนี้มาเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน&amp;nbsp;พร้อมสามารถตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์ มือถือ 1 เครื่อง (2 ซิม) และ เงินสด จำนวน 8,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหา ทำที่หลอกขายวัคซีนทางเลือก เช่น โมเดอร์น่า ซิโนฟาร์ม ในราคา 3,300 บาทจากการแอบอ้างว่ามีสิทธิ์ จากการจองซื้อวัคซีนทางเลือก กับทางโรงพยาบาลเอกชน แล้วมีสิทธิ์เหลือ จึงนำมาจำหน่ายให้กับผู้เสียหายที่สนใจหลงเชื่อ&amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายหลายราย กว่า 50 คน บางรายถูกหลอกจ่ายเงินมัดจำและบางรายจ่ายด้วยเงินเต็มจำนวน มูลค่าความเสียหายกว่า 200,000 บาท ซึ่งจะนำข้อมูลทางการเงินมาขยายผลโดยละเอียด เนื่องจากผู้เสียหายบางรายอาจมองว่าเป็นเงินจำนวนน้อย จึงไม่ได้ติดตาม แต่หากมีจำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอกหลายราย เป็นการฉ้อโกงประชาชน ก็จะมีมูลค่าความเสียหายที่สูง ซึ่งจะใช้นำไปประกอบการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า นายฐาปกรณ์ พึ่งได้รับการพ้นโทษจำคุก ในข้อหา ฉ้อโกงหลวงลวงขายสินค้าออนไลน์ มาเมื่อเดือนกันยายน ปี 2563 โดยศาลมีคำพิพากษา ลงโทษจำคุก 3 ปี รับสารภาพเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงแจ้งข้อกล่าวและดำเนินคดี ในความผิดฐาน &amp;quot;ฉ้อโกงประชาชน ป.อาญา ม.343&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14(1)&amp;quot; พร้อมนำตัว ผู้ต้องหาและของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.โชคชัย จว.นครราชสีมา ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ ไปยังพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพ ที่แฝงตัวมาในโลกออนไลน์ โดยยึดหลัก &amp;ldquo;คิดก่อน เช็คก่อน&amp;rdquo; เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ รวมทั้ง ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการและจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ โดยใช้ดุลยพินิจและวิจารณญาณในการรับฟัง ข้อมูลข่าวสารทางช่องทางต่างๆ หากพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1441 ได้ในวัน เวลาราชการ และหมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112201</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, มิจฉาชีพ, หลอกขายวัคซีน, หลอกขายสินค้าออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a4cd060eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุภชัยเฮ!รอดอีกบ่วงฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 - ที่ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงสหกรณ์ฯยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด หมายเลขดำ อ.3339/2559 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 64 ปี อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำกัด กับพวกรวม 13 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกัน ฉ้อโกงประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดพวกจำเลยสรุปว่า &amp;nbsp;เมื่อระหว่างเดือน ม.ค. 51-ธ.ค.55 พวกจำเลยร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นหรือประชาชน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้ แจ้งแก่ประชาชน &amp;nbsp;ด้วยวิธีการต่างๆ เป็นขั้นตอน ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ และร่วมรู้เห็นการกระทำผิดต่างๆ ร่วมกัน โดยเจตนาทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองและผู้อื่น &amp;nbsp;ซึ่งพวกจำเลยได้บังอาจร่วมกันจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่าง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด (ผู้ให้กู้) &amp;nbsp;กับ สมาชิกสมทบ (ผู้กู้) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นนิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน &amp;nbsp;28 ราย รวมเป็นเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน จำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;11,858,440,000 &amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;โดยไม่มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำการบันทึกรายการทางการเงิน อันเป็นเท็จ ในการบันทึกรายการรับชำระหนี้เงินกู้ยืมเงินและดอกเบี้ยรับจากลูกหนี้เงินกู้ยืมพิเศษ สมาชิกสมทบ โดยไม่มีการรับชำระหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยรับจากลูกหนี้เงินกู้ยืมพิเศษสมาชิก สมทบจริง และบันทึกจ่ายเงินให้แก่ลูกหนี้เงินกู้ยืมพิเศษ โดยไม่มีการจ่ายเงินที่กู้ยืมออกจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด จริง ทั้ง ยังร่วมกันจัดทำใบสำคัญรับชำระเงินลูกหนี้ทดรองจ่ายให้แก่นายศุภชัยจำเลยที่ 1 &amp;nbsp;อันเป็นเท็จ และร่วมกันจัดทำใบสำคัญจ่ายเงินจำเลยที่ 1 อันเป็นเท็จ ร่วมกันทำการบันทึกรายการเกี่ยวกับการจ่ายเงินสดให้ลูกหนี้เงินกู้ยืมพิเศษ ทั้งที่ไม่มีการกู้ยืมเงินและการจ่ายเงินจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการทำสัญญากู้ยืมเงินเท็จดังกล่าวข้างต้น เพื่อปกปิดการทุจริต หรือการเบิกจ่ายเงินทดรองจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ ระเบียบของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด หรือนำมาปรับโครงสร้างหนี้ และเพื่อตกแต่งบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ให้ปรากฏเป็นเท็จว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด มีผลการประกอบกิจการ ที่มีผลกำไรสุทธิ โดยทำให้ปรากฏ ในงบการเงิน และงบดุล ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยนำงบกำไรสุทธิไปแสดงในรายงานประจำปี พ.ศ.2552- &amp;nbsp;พ.ศ.2555 ทั้งที่ความจริงแล้ว การดำเนินการของสหกรณ์เครดิตฯ มีผลประกอบการขาดทุนจำนวนมากตลอดมา &amp;nbsp;เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น &amp;nbsp;เขตบางกะปิ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตาม &amp;nbsp;ประมวลกฎหมายอาญา &amp;nbsp;มาตรา 341, 343 และให้พวกจำเลยทั้งหมดร่วมกัน คืนเงินให้แก่ผู้เสียหายแต่ละราย จำนวน &amp;nbsp;2,254 รายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้อ่านคำพิพากษาผ่านจอภาพ เนื่องจากขณะนี้นายศุภชัยกับพวกรวม 5 คน ถูกคุมขัง &amp;nbsp;ส่วนจำเลยอื่นๆ ที่ได้รับการประกันตัว ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังพิพากษา นายปัญญา ถาวรอัครนิล ทนายความฝ่ายจำเลย เปิดเผยว่าวันนี้ศาลยกฟ้องจำเลยทั้ง 13 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อจำเลย ทั้ง 13 คน ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายศุภชัย ศรีศุภอักษร, นายมณฑล กันล้อม, นายลภัส โสมคำ, นางทองพิน กันล้อม, นายณัฐวัฒน์ ปิยพัชร์เมธี, นายอารีย์ แย้มบุญยิ่ง, น.ส.ศรัณยา มานหมัด, น.ส.วาริศา เอกชัยจินดาวัฒน์, นางจันทร์ฉาย ขันธะหัตถ์, นายธนากร น่าบัณฑิต, นายกฤษฎา มีบุญมาก, นางวันเพ็ญ ยอดดี และนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่มีการฟ้องนาย ศุภชัยกับพวกเกี่ยวกับการยักยอกเเละฉ้อโกง สหกรณ์ฯคลองจั่น นั้นก่อนหน้านี้ ศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายศุภชัยไปก่อนหน้านี้หลายสำนวน โดยมีสำนวนที่ถึงที่สิ้นสุดเเล้วด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108155</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, นายศุภชัย ศรีศุภอักษร, ศาลอาญา, สหกรณ์ฯยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc0a35c813e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วืดประกันประสิทธิ์นอนคุก จับเพิ่ม‘กิตติศักดิ์’ร่วมแก๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นอนคุกยาวไป &amp;quot;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&amp;quot;&amp;nbsp; ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน &amp;quot;ศาล&amp;quot; ไม่ให้ประกันตัวคดีฉ้อโกง ชี้คดีร้ายแรงเกรงหลบหนี เจ้าตัวปากแข็ง ลั่นถึงถูกขังแต่หัวใจและอุดมการณ์ยังอยู่ แฉพฤติการณ์ตุ๋นซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม ตร.จับเพิ่ม &amp;quot;กิตติศักดิ์&amp;quot; ผู้ต้องหาแก๊งเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าคดีฉ้อโกงประชาชนมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ที่มีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก&amp;nbsp; ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เป็นหัวหน้าขบวนการ ร่วมกับพวกรวม 6 คน เปิดบริษัทในลักษณะเครือข่ายใหญ่&amp;nbsp; หลอกประชาชนให้ร่วมลงทุนหลายรูปแบบ มูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 ที่กองบังคับการปราบปราม&amp;nbsp; (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายประสิทธิ์เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน บก.ป.เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายประสิทธิ์แบบ
มาราธอนหลายชั่วโมง โดยนายประสิทธิ์ให้การปฏิเสธ และต่อมาในช่วงเช้าวันอังคารที่ 18 พ.ค. พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ.ได้ไปยื่น
คำร้องฝากขังต่อศาลอาญาผ่านระบบวิดีโอ?คอนเฟอเรนซ์พร้อมคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.บก.ปอศ. เปิดเผยว่า ตำรวจได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายและมีมูลค่าเสียหายจำนวนมาก ประกอบกับนายประสิทธิ์ถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ เกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและอาจหลบหนีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสอบสวนปากคำนายประสิทธิ์ เบื้องต้นให้การรับสารภาพแค่ว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับและเป็นประธานบริษัทดังกล่าวจริง และมีอำนาจในการลงนามช่วงที่เกิดเหตุ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทั้งประเด็นเรื่องการลงทุน การชักชวนผู้เสียหาย นายประสิทธิ์ไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ที่กองปราบปราม ตำรวจกองปราบปรามได้คุมตัวนายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์&amp;nbsp; รองประธานบริษัทในเครือเอ็ม กรุ๊ป หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเดียวกันนี้ ที่หลบหนีอยู่เป็นคนสุดท้ายมายังกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำ โดยนายกิตติศักดิ์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า คำร้องขอฝากขังที่พนักงานสอบสวน บก.ปอศ.ยื่นฝากขังนายประสิทธิ์เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-29 พ.ค.64 เนื่องจากจะต้องรอสอบปากคำพยานบุคคลอีก 30 ปาก รวมถึงรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ผู้เสียหายกับพวกรวม 19 คน ได้รับเชิญไปงานเปิดตัวบริษัท วีเลิฟยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.63 โดยมีผู้ต้องหากับพวกร่วมกันโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุนในธุรกิจซื้อขายและเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมผ่านบริษัทดังกล่าว อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง เพียงแต่รอรับเงินปันผลภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า สำหรับรายละเอียดในการลงทุนกับธุรกิจกระเป๋าแบรนด์เนมมีขั้นตอนดังนี้ คือ ให้เข้าไปเลือกสินค้าจากเว็บไซต์ CRABYBRANDNAME.COM ซึ่งจะมีภาพกระเป๋าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ พร้อมราคาสินค้า จากนั้นสามารถเลือกสินค้าได้หลายชิ้นตามที่ต้องการลงทุน&amp;nbsp; แล้วสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง เช่น จ่ายเป็นเงินสด&amp;nbsp; ผ่านบัตรเครดิต หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่างๆ หลายแห่ง หรือชำระเป็นทองคำ เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วจะมีสัญญาที่ลงลายมือชื่อ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF&amp;nbsp; ได้จากเว็บไซต์ของร้าน และจะได้รับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งหลังจากผ่านขั้นตอนการลงทุนเรียบร้อยแล้วก็จะได้รับผลตอบแทนทุกวันที่ 30 ของเดือน แต่ปรากฏว่ามิได้มีการจ่ายเงินตอบแทนตามที่สัญญาตกลงกันไว้แก่ผู้เสียหาย จึงได้มีการทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ แต่เริ่มติดต่อได้ยากขึ้น จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า&amp;nbsp; บริษัทดังกล่าวไม่พบว่ามีการลงทะเบียนทางศุลกากรจริง&amp;nbsp; และผู้เสียหายไม่ได้รับเงินตอบแทนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 21,583,846 บาท จึงแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว ต่อมาศาลอาญาได้ออกหมายจับนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา กระทั่งเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 749/2564 ได้เดินทางเข้ามอบตัว จึงแจ้งข้อหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ อีกทั้งมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก และทางการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้บงการ รวมทั้งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีอำนาจจัดการในบริษัทต่างๆ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ การปล่อยชั่วคราวอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังศาลอนุญาตฝากขังนายประสิทธิ์ นายประกันของนายประสิทธิ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังด้วยหลักทรัพย์เงินสด 400,000 บาท ซึ่งศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง ความเสียหายมีจำนวนมาก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&amp;nbsp; จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงเย็น ตำรวจ บก.ปอศ.ได้คุมตัวนายประสิทธิ์ไปฝากขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ภายหลังศาลอาญายกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยนายประสิทธิ์กล่าวสั้นๆ ว่า ถึงตัวจะโดนขัง แต่หัวใจและอุดมการณ์ยังคงอยู่&amp;nbsp; และยืนยันว่ามีหลักฐานหนังสือการแจ้งความเอาผิดคนที่โกงเงินตัวเองไป ก่อนจะขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103373</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, ซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการคืนคุณแผ่นดิน, ไม่ให้ประกันตัวคดีฉ้อโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cbc069639.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายดังจี้ตร.ตราดโอนคดีโกงลอตเตอรี่พันล้านให้กองปราบ เชื่อมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 13.00 น. ที่สภ.เมืองตราด ผู้เสียหายในคดีโกงลอตเตอรี่เกือบ 10 ราย เดินทางมารอนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ทนายความชื่อดังที่นัดหมายว่าจะเดินทางมาที่สภ.เมืองตราด เพื่อเป็นตัวแทนผู้เสียหายในการช่วยเหลือในคดีถูกฉ้อโกงลอตเตอรี่ที่ซื้อแล้วไม่ได้ลอตเตอรี่มาในงวดวันที่ 16 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั้น พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองตราด และพนักงานสอบสวนจำนวนนับ 10 นายที่มาจากสภ.อ.เขาสมิง และสภ.เมืองตราดทำการสอบสวนผู้เสียหายหลายรายที่เข้ามาแจ้งความกับนางสาวจิตรา โยธาภิรมย์และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งสอบถามถึงเรื่องเส้นทางการเงินและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 14.30 น. นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้ขายลอตเตอรี่รายหนึ่งผู้เสียหายรายหนึ่งที่นำเอกสารมายื่นให้ทนายซึ่งได้รับคำแนะนำให้ทำการแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจนอกราชการคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งได้โอนเงินให้ไป 1 ล้านบาทแต่ไม่ได้รับลอตเตอรี่มา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณรงค์ เปิดเผยว่า ที่ต้องเดินทางมาที่สภ.เมืองตราดมีสาเหตุ 2 ประการคือ ต้องการมาเจรจรกับทางผกก.สภ.เมืองตราด เพื่อขอให้โอนคดีนี้ไปให้กองปราบปรามเป็นผู้ทำคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่า ผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงานของตำรวจในพื้นที่จ.ตราดเนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูงและมีผู้ได้รับผลกระทบครั้งนี้มาก ขณะเดียวกัน ความปลอดภัยของผู้เสียหายซึ่งอาจจะถูกข่มขู่ หรือคุกคาม ซึ่งเรื่องนี้ทางตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากบอกอย่างนี้ว่า กรณีนี้ มูลค่าความเสียหายหายมากกว่า 4 พันล้าน ซึ่งมองแล้วน่าจะประมาณลอตเตอรี่ 1 ล้านใบ หรือประมาณ 20% ของลอตเตอรี่ทั้งประเทศไทย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอายุเพียง 29 ปี ที่ทำในขณะนั้น วันนี้อายุ 31 ปีจะทำเพียงคนเดียว แต่เจ (ผู้ต้องหา) ไม่ยอมบอก และไม่ให้ข้อมูลใดๆ ว่ามีใครที่อยู่เหนือกว่าเขาอยู่เบี้ยงหลัง ซึ่งมูลค่าวงเงินที่มีมากกว่า 5 หมื่นล้านต่อปี นั่นสะท้อนว่า จะต้องมีผู้อยู่เบี้องหลังที่ใหญ่กว่าแน่นอน ซึ่งการมามอบตัวที่ตำรวจภูธรภาค 2 แสดงว่ามีผู้ใหญ่เป็นผู้จัดให้ เพื่อความปลอดภัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณรงค์ กล่าวอีกว่า ผลประโยชน์อีกอีกประการหนึ่ง การคุมลอตเตอรี่ในระดับ 1 ใน 4 ของประเทศนั้น ย่อมจะสามารถปั่นราคาลอตเตอรี่ให้มีราคาสูงขึ้นซึ่งเป็นผลประโยชน์โดยตรงกับการลงทุนเช่นนี้ เพราะสามารถจะกำหนดราคาได้ เหมือนอย่างที่ประชาชนที่ไม่สามารถหาลอตเอตรี่ในราคา 80 บาท แต่ประชาชนหาซื้อได้ 90 บาทหรือ 100 บาทซึ่งก็พบกันทั่วไป ซึ่งเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับกอลสลากหรือไม่นั้นไม่สามารถตอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ล่าสุด ผู้กำกับสภ.เมืองตราด อยู่ระหว่างการเตรียมนำตัวนางสาวจิตรา โยธาภิรมย์ ไปส่งศาลจังหวัดตราด แต่ยังรอสถานการณ์อยู่เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายเนื่องจากมีผู้เสียหายนับสิบคนรออยู่หน้าสถานีตำรวจและยังมีอยู่รอบๆสถานีตำรวจอีกหลายคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102688</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, จังหวัดตราด, ลอตเตอรี่, สภ.เมืองตราด, โกงลอตเตอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609ba77412f25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอหมายศาลจับเพิ่ม 3 รายโกงลอตเตอรี่ 1.4 พันล้าน อายัดอีก 10 บัญชี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - พลตำรวจตรีสายเพชร&amp;nbsp;ศรีสังข์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราด&amp;nbsp;เดินทางมาที่&amp;nbsp;สภ.อ.เมืองตราดพบหารือกับ&amp;nbsp;พ.ต.อ.นาวิน&amp;nbsp;ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองตราด&amp;nbsp;และทีมสอบสวนเพื่อคิดตามคดีนางสาวจิตรา&amp;nbsp;โยธาภิรมย์ เจ้าของธุรกิจขายลอตเตอรี่&amp;nbsp;หลังถูกชาวตราดแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ลอตเตอรี่&amp;nbsp;ที่มีผู้ได้รับความเสียหายในพื้นที่สภ.เมืองตราด&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินกว่า&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าและการสอบสวนคดีเพิ่มเติมจากทีมสอบสวนทั้งหมด&amp;nbsp;พร้อมมอบนโยบายและเเนวทางในการทำงานครั้งนี้เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมากทะลุพันล้านบาท&amp;nbsp;และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ระหว่างการประชุมมีผู้เสียหายอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายเดินทางมาจากกรุงเทพและมาแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวจิตรา&amp;nbsp;โยธาภิรมย์อีก&amp;nbsp;ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจแต่ผู้เสียหายไม่ยอมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนจ.ตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากประชุมเสร็จแล้วในเวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;น.วันเดียวกัน&amp;nbsp;พลตำรวจตรีสายเพชรกล่าวว่า&amp;nbsp;จากการสอบสวนนางสาวจิตรา&amp;nbsp;โยธาภิรมย์&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;ในรายละเอียดของคดีทั้งหมด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้อีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งทาง&amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองตราด&amp;nbsp;จะทำการขอศาลจังหวัดตราดออกหมายจับเพิ่ม&amp;nbsp;เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย&amp;nbsp;และได้อายัดบัญชีธนาคารเพิ่มอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บัญชี&amp;nbsp;รวมทั้งหมดตอนนี้&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บัญชี&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินซื้อขายลอตเตอรี่&amp;nbsp;เอาตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด&amp;nbsp;แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนเงินในบัญชีว่ามีเงินมากน้อยแค่ไหน&amp;nbsp;ซึ่งทางตำรวจภูธร&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;ได้วางแผนในการวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางการเงินแต่ต้องใช้เวลาบ้าง&amp;nbsp;เนื่องจากมีความซับซ้อนระดับหนึ่งจึงต้องหาตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้พบว่า&amp;nbsp;มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และรวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แต่เชื่อว่า&amp;nbsp;ยังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกมาก&amp;nbsp;แต่ยังไม่กล้าที่จะออกมาแจ้งความ&amp;nbsp;และความเสียหายน่าจะเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;เพราะบางรายไม่กล้าพูดความจริงทั้งหมด&amp;nbsp;ทั้งนี้มูลค่าความเสียหายเป็นมูลค่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองเท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งในจังหวัดอื่นๆยังมีอีก&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;จ.จันทบุรี และ&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ที่มีการแจ้งความกันแล้ว&amp;rdquo;รักษาราชการตำรวจแทนผู้บังคับการตำรวจภูธร&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102534</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, จังหวัดตราด, ลอตเตอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a4b3eaa57f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
