<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านฎีกา‘นปช.’บุกบ้านป๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช.บุกบ้านสี่เสาฯ เหตุ &amp;quot;วีระกานต์&amp;quot; ป่วย หมายศาลไปไม่ถึง นัดใหม่ 23 ก.ย.นี้ &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; ประกาศลั่นพร้อมสำหรับการสูญสิ้นอิสรภาพ ด้าน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ปลงเส้นทางชีวิต ไม่ตายก็ติดคุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216, 297, 298 ประกอบมาตรา 33, 83, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวงไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ. ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 16 ก.ย.2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง, นพ.เหวง 4 แกนนำ นปช. จำเลยที่ 4-7 จำคุกคนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์กับนายวันชัย จำเลยที่ 2-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายนพรุจ จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่าไม่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ ส่วน 4 แกนนำ นปช. จำเลยที่ 4-7 ยื่นอุทธรณ์ ต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว และเป็นการกระทำเพื่อปกป้องการถูกคุกคาม ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในการลงโทษ ส่วนนายวีระศักดิ์กับนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องนั้น อัยการโจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงยุติไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4-7 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม ให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยทั้ง 5 คน ได้ยื่นฎีกาสู้คดี และยื่นประกันตัวระหว่างฎีกา ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวคนละ 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเดิม คือห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ นายนพรุจ จำเลยที่ 1, นายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5, นายวิภูแถลง จำเลยที่ 6, นพ.เหวง จำเลยที่ 7 เดินทางมาศาล โดยมีแกนนำ นปช.หลายคนเดินทางมาให้กำลังใจด้วย ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ ภรรยา นพ.เหวง และที่ปรึกษาประธาน นปช., นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก รวมทั้งแนวร่วม นปช.อีกกว่า 30-40 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 ไม่มาศาล คงมีเพียงทนายความมายื่นคำร้องขอให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 มีอาการป่วยเวียนศีรษะ เดินเซ ปัสสาวะไม่ออก โดยแพทย์ให้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนำใบรับรองแพทย์ส่งศาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลออกนั่งบัลลังก์ตรวจสำนวนแล้ว ทราบจากรายงานของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 23 ก.ค.และวันนี้ว่า ส่งหมายแจ้งวันฟังคำพิพากษาฎีกาให้นายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 และนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5 ไม่ได้ แต่วันนี้จำเลยที่ 5 มาศาล ถือว่าทราบนัดแล้ว ส่วนจำเลยที่ 4 ยังไม่ได้รับหมายไม่ทราบนัด แต่วันนี้ทนายความจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอเลื่อนประกอบใบรับรองแพทย์มา กรณีมีเหตุให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง ในวันที่ 23 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยกำชับให้นายประกันของจำเลยที่ 1 และ 4-7 พาตัวจำเลยทั้งห้าคนมาศาลตามวันนัดดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้าก่อนการพิจารณาของศาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. จำเลยที่ 5 ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองไม่ได้กังวลใจ เพราะทุกคดีที่ถูกกล่าวหาในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ได้สู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด แต่คำพิพากษาของศาลจะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมที่จะน้อมรับและให้ความเคารพ จึงไม่มีความวิตกกังวลใดๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ต่อสู้และพิสูจน์กันตามกระบวนการ เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ในการต่อสู้คดี และเชื่อมั่นในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคืนวันดังกล่าว โดยเป็นความเชื่อมั่นของคนที่ตกเป็นจำเลย ส่วนเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาจะออกมาอย่างไรก็เคารพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จนถึงวินาทีนี้ยังถือว่าคดียังไม่สิ้นสุด จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลฎีกา เพราะฉะนั้นผมคงไม่คิดอะไรไปก่อนล่วงหน้า นอกจากแสดงความเชื่อมั่นและบริสุทธิ์ใจว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาเรายืนยันหลักการสันติวิธี แล้วจุดมุ่งหมายเดียวในการต่อสู้คือเพื่อผลักดันให้สังคมไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อบริสุทธิ์ใจอย่างนี้ อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวล&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สุดท้ายแล้วถ้าหากต้องคำพิพากษาจำคุกให้เข้าเรือนจำ ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตั้งแต่วินาทีที่ออกมาต่อสู้และต่อต้านการรัฐประหาร ตนก็ต้องพร้อมสำหรับการสูญสิ้นอิสรภาพ คิดว่าถ้าวันนี้จะต้องไร้อิสรภาพอีกครั้ง อย่างน้อยที่สุดก็มีคนที่เสียสละสูญเสียมากกว่า คือคนที่บาดเจ็บล้มตายไปในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งก็มีพี่น้องประชาชนที่ร่วมขบวนการได้ส่งกำลังใจมาให้ ถ้าวันนี้ได้กลับบ้าน ก็ยืนยันหลักการต่อสู้เดิม หรือถ้าไม่ได้กลับบ้าน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากที่ต่อสู้กันมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง จำเลยที่ 7 กล่าวว่า จำเลยทุกคนทราบแล้วว่าศาลนัดฟังคำพิพากษา ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ไม่ว่าจะพิพากษาว่าอย่างไร หากต้องเข้าเรือนจำก็ไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร ประธาน นปช. ที่เดินทางมาให้กำลังใจ กล่าวว่า คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ของตนนั้นแยกเป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง คงรอให้คำพิพากษาในคดีนี้ผ่านพ้นไปก่อน คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ เดิมมีจำเลยทั้งหมด 15 คน แต่อัยการได้ทำสำนวนยื่นฟ้องคดีมาก่อน 7 คน ส่วนตนกับประชาชนอีกคนถูกฟ้องต่อศาลแล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้น เส้นทางของพวกเรามี 2 ทางเท่านั้น ไม่ตายก็ติดคุก เพราะฉะนั้นก็มาให้กำลังใจกัน ไม่ว่าจะเป็นใคร เราเป็นพี่น้องที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว พวกเราคล้ายๆ กัน คือยกชีวิตและอิสรภาพทั้งหมดให้กับการต่อสู้ ซึ่งเราน้อมรับคำตัดสินของศาลมาโดยตลอดอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีอีกสำนวนที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายศราวุธ หลงเส็ง ผู้ร่วมชุมนุม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในคดีหมายเลขดำ อ.2799/2557 เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ในความผิดฐานเดียวกันจากเหตุการณ์เดียวกันนั้น ทั้งสองให้การปฏิเสธ ซึ่งปัจจุบันคดีดังกล่าวศาลอาญามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว เพื่อรอฟังผลคำพิพากษาคดีถึงที่สุดสำนวนแรกมาประกอบการพิจารณาตามที่จำเลยร้องขอ โดยการยื่นฟ้องที่แยกสำนวนของนายจตุพรนั้น เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายจตุพรพ้นจากเอกสิทธิ์คุ้มครองของความเป็น ส.ส. แล้ว ขณะที่ระหว่างนั้นคดีสำนวนแรกสืบพยานไปเกือบเสร็จสิ้นแล้ว และอัยการโจทก์รอตัวผู้ต้องหาจะฟ้องเพิ่มอีก จึงไม่ได้รวมพิจารณาคดีไปพร้อมกันกับสำนวนแรกกลุ่มนายวีระกานต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีผู้ต้องหาที่อัยการสั่งฟ้องทั้งหมด 15 ราย โดยอัยการยื่นฟ้องนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง, นพ.เหวง กับพวกซึ่งเป็นผู้ชุมนุม รวม 7 คนไปก่อน ตามด้วยนายจตุพรและนายศราวุธอีกสำนวน และมีผู้ต้องหาที่อัยการรอตัวยื่นฟ้อง ประกอบด้วย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย, นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ, นายบรรธง สมคำ และ ม.ล.วีระยุทธ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา หรือนายวิชิต เพียโคตร ส่วน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ต้องหาร่วมได้เสียชีวิตแล้ว และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาร่วมอีกรายที่หลบหนีไปต่างประเทศ จึงยังไม่ได้ดำเนินคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42439</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์, คดีนปช.บุกบ้านสี่เสา, นปช.บุกบ้านสี่เสา, ศาลเลื่อนอ่านฎีกา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41aa005525f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกานัดตัดสิน5นปช.บุกบ้านสี่เสาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลุ้น! ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาแกนนำ นปช. 5 คนบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 50 วันพุธนี้ &amp;nbsp;หลังศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน &amp;quot;เหวง&amp;quot; พร้อมฟังฎีกาเตรียมใจเข้าคุก โวมีประสบการณ์แล้วกว่า 9 เดือน เชื่อทุกคนมาฟังคำพิพากษาครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ในช่วงเช้า ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล แกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;และแกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216, 297, 298 ประกอบมาตรา 33, 83 และ 91&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.50 แกนนำและแนวร่วม นปช.นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวงไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.58 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน &amp;nbsp;ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย &amp;nbsp;จำเลยที่ 2-3 พร้อมให้ริบของกลางทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่า จำเลยไม่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 4-7 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว และเป็นการกระทำเพื่อปกป้องการถูกคุกคาม ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในการลงโทษ ส่วนนายวีระศักดิ์และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ซึ่งศาลยกฟ้องนั้น อัยการโจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก &amp;nbsp;ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม 1 กระทง ให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน นอกเหนือจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งในส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลอุทธรณ์พิพากษา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งห้า โดยตีราคาประกันคนละ 500,000 &amp;nbsp;บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเดิมคือ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาฯ ว่า ตนได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา &amp;nbsp;09.00 น. ตนมีความพร้อมที่จะเดินทางไปฟังคำพิพากษา ไม่ว่าจะเป็นคำพิพากษาของศาลชั้นใดๆ เราก็ให้ความเคารพและพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาโดยตลอด ส่วนที่ผ่านมาศาลชั้นต้นเเละชั้นอุทธรณ์จะพิพากษาจำคุกเราโดยไม่รอลงอาญานั้น ต่อให้เราต้องเข้าคุกตามคำพิพากษาเราก็พร้อม ไม่รู้สึกหนักใจอะไร ในส่วนของจำเลยคนอื่นไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วยหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าทุกคนมีหน้าที่จะต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษา จึงเชื่อว่าฝ่ายจำเลยจะเดินทางไปกันครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเคารพ เตรียมตัวเตรียมใจเคารพคำพิพากษาอยู่แล้ว ออกมาอย่างไรอย่างนั้น ถ้าจำคุกก็เตรียมเข้าคุก ไม่มีปัญหาอะไร เราเคยถูกจำคุกมาก่อนแล้ว หลังเหตุการณ์พฤษภา ปี 2553 สลายการชุมนุมแล้วถูกคุมไปค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฝากขังเรือนจำพิเศษชั่วคราวอยู่ 9 เดือนกว่า&amp;quot; นพ.เหวง กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42246</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์, บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3eff3169762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
