<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้อมคอก ขสมก.เรียกผู้โดยสารที่โดนทำร้ายบนรถเมล์ให้ข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564-รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)แจ้งว่าตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ &amp;ldquo;Diana Pattison&amp;rdquo; โพสต์ข้อความ ซึ่งมีเนื้อหาสรุปความว่า&amp;nbsp; เพื่อนของผู้ใช้เฟซบุ๊คถูกทำร้ายร่างกายบนรถมินิบัส สาย 27 หมายเลข 27 &amp;ndash; 52&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 64 เวลา 21.00 น. ขณะรถคันดังกล่าวจอดรับ - ส่งผู้ใช้บริการบริเวณป้ายหยุดรถโดยสารตรงข้ามโรงเรียนทรงวิทย์ศึกษา&amp;nbsp; โดยไม่มีผู้ใช้บริการบนรถ หรือ พนักงานประจำรถให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
วันนี้ (27 พ.ค.64) เวลา 09.00 น. ขสมก. ได้เชิญ นางสาวศรัญยาพร วิชัยกุล ผู้ใช้บริการที่ถูกทำร้ายร่างกาย มารดาและอาของนางสาวศรัญยาพร พร้อมด้วยนายเฉลียว งามเยี่ยม และนางสาวสุจิตตา เจริญพักตร์ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารรถมินิบัส สาย 27 คันที่เกิดเหตุ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; โดย นายเฉลียวได้ให้การว่า ขณะเกิดเหตุการณ์นายเฉลียวมีความตื่นเต้น ตกใจ จึงทำตัวไม่ถูกและลืมปิดประตูรถ ทำให้คนร้ายวิ่งหนีลงจากรถ

อย่างไรก็ตามส่วนนางสาวสุจิตตา ได้ให้การว่าขณะเกิดเหตุ กำลังจะเข้าไปช่วย แต่คนร้ายขู่ว่าถ้าเข้ามาช่วยจะใช้มีดแทง จึงกลัวและไม่กล้าเข้าไปช่วย&amp;nbsp; แต่เมื่อคนร้ายลงรถไปได้สักครู่&amp;nbsp; พนักงานได้โทรศัพท์แจ้งให้เพื่อนของพนักงาน ขี่รถจักรยานยนต์ตามหาตัวคนร้าย แต่ปรากฏว่าไม่พบตัวคนร้าย

ด้านของนางสาวศรัญยาพร วิชัยกุล ผู้ใช้บริการที่ถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมด้วยมารดาและอา ไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด แต่ขอให้ ขสมก.กำหนดแนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก&amp;nbsp;

ทั้งนี้ในส่วนของ ขสมก. จะนำระเบียบปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินบนรถโดยสารของ ขสมก.ไปใช้กับรถโดยสารเอกชนร่วมบริการทุกคัน พร้อมทั้งให้ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร เป็นพยานชี้ตัวคนร้าย และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบหาตัวคนร้าย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, คดีทำร้ายร่างกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af2ff80eb7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 โจ๋รุมฟันหัวชาวบ้านสาหัสเข้าพบตร.แล้ว ยันดำเนินคดีกลับคู่กรณีเป็นฝ่ายเริ่มก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - ที่สภ.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น &amp;nbsp;ลงพื้นติดตามความคืบหน้าทางคดีกรณี 3 วัยรุ่น รุมทำร้ายนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ชาวบ้านโคกกว้าง ม.10 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดหลังการเคาท์ดาวน์ฉลองปีใหม่ 2563 จนเป็นเหตุให้นายอุทิศ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ทำทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ เพราะต่างก็มีการแจ้งความเอาผิดซึ่งกันและกัน แต่ในส่วนคดีของนายอุทิศนั้น พนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆจนครบถ้วนแล้ว จึงได้เรียกผู้ถูกกล่าวหา 3 คน ประกอบด้วยนายวันปิยะ ชินพลทราย หรือนายบุ๋ม อายุ 23 ปี ,นายวันเฉลิม ชินพลทราย หรือนายโจ อายุ 26 ปี และนายดนตรี โพธิ์ปัสสา หรือนายหมู อายุ 25 ปี ชาวบ้านโคกกว้าง ม.1 &amp;nbsp;ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาพยายามฆ่า และทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ ตามขั้นตอน จากนั้นก็จะทำการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่ได้หลบหนี และให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายวันปิยะ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยืนยันว่าไม่ได้เริ่มก่อน แต่ถูกพ่อของนายกิ๊ฟถือด้ามเสียบเข้ามาโวยวายแล้วฟาดใส่ศีรษะตนเองอย่างจัง ซึ่งมูลเหตุเริ่มต้นในงานหมอลำคืนวันที่ 29 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา น้องชายที่รู้จักกันอยู่ต่างหมู่บ้านวิ่งมาบอกตนเองว่ามีคนจะตี อยากให้ตนเองไปส่ง ตนจึงขับรถจักรยานยนต์จะไปส่งน้อง แต่นายกิ๊ฟได้เข้ามาตีน้องชายตนเองก่อน ตนเองจึงถามนายกิ๊ฟว่า ตีน้องตนเองทำไมพี่จะไปส่งน้องชายพี่ แต่นายกิ๊ฟไม่พูดพร่ำทำเพลง เตะก้านคอตนเองแล้ววิ่งหนีกลับบ้านไป ตนเองก็ตามไปที่บ้าน ให้ออกมาคุยกัยเพื่อจะเคลียร์ว่าเตะตนเองทำไม เพราะก็เคยเล่นด้วยกันรู้จักกันคนหมู่บ้านเดียวกันทำไมถึงทำร้ายกัน ให้ออกมาคุยกันหน้าบ้าน แต่นายกิ๊ฟไม่ออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค.2562 นายกิฟท์ขับรถจักรยานยนต์ถือมีดยาวมาเรียก และนัดให้มาเคลียร์นอกหมู่บ้าน แต่ผมไม่ไป เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายเช่นกัน จึงนัดกันที่หน้าร้านเกมส์เพื่อจะได้มีไฟส่องสว่าง หลังจากเค้าท์ดาวน์ปีใหม่เสร็จ ผมมารอที่หน้าร้านเกมส์พร้อมกับโจและหมู ซึ่งนายกิฟท์ก็ได้เรียกพ่อของตัวเองมาด้วย โดยพ่อนายกิฟท์ถือด้ามเสียมโวยวายมาแต่ไกลๆ บอกใครจะตีลูกกู ใครเก่ง ผมจึงลงจากรถจักรยานยนต์แล้วเดินถอยหลัง แต่พ่อนายกิฟท์ได้ใช้ด้ามเสียมฟาดที่ศีรษะผมจนล้มลง และหมดสติไปชั่วครู่ เลือดเต็มหน้า พอตั้งสติได้เห็นนายโจจับพ่อนายกิฟท์เพื่อห้ามเอาไว้ และนายกิฟท์ยังได้ปาก้อนหินใส่หัวของนายโจได้รับบาดเจ็บที่ขมับด้านขวา ผมจึงหยิบเอามีดที่พกมาจากบ้านด้วยเข้าไปฟันเพื่อตอบโต้ด้วยความโมโหจนเหตุการณ์บานปลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันปิยะ กล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพ่อนายกิฟท์แม้แต่น้อย ตนเองนัดนายกิฟท์มาเพื่อจะพูดคุยเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่พ่อนายกิฟท์มาแบบไม่เป็นผู้ใหญ่ มาโวยวายแล้วทำร้ายตนเองก่อน จึงทำไปด้วยความโมโหและป้องกันตัว ส่วนอีก 2 คนที่มากับตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และการที่พกมีดออกมาด้วยนั้นเพราะตอนที่นายกิฟท์มาหาที่บ้านเพื่อนัดเคลียร์นั้นได้ถือมีดมาด้วยเช่นกัน จึงพกมาไว้เพื่อป้องกันตัวเอง ดังนั้นขอยืนยันว่าฝ่ายตนเองก็จะดำเนินคดีทั้งนายกิฟท์และพ่อด้วยเช่นกัน และตนเองพร้อมที่จะพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาพยายามฆ่า, คดีทำร้ายร่างกาย, จังหวัดขอนแก่น, ทะเลาะวิวาทเทศกาลปีใหม่, รุมฟันหัว, สภ.บ้านฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d893b48522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขอนแก่น ตั้งข้อหาหนัก 3 วัยรุ่นรุมฟันหัวพ่อคู่อริเจ็บปางตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - จากกรณีคนร้ายเป็นวัยรุ่น 3 คนรุมทำร้ายร่างกายนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี โดยใช้อาวุธมีดฟันที่ศีรษะของนายอุทิศจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านโคกกว้าง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านฝาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสมบัติ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฝาง ได้เรียกตัวนายชัชวาลย์ กมลกุล หรือนายกิ๊ฟ อายุ 20 ปี ลูกชายนายอุทิศ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ถึงมูลเหตุและสาเหตุที่พ่อถูกทำร้าย รวมทั้งส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในหมู่บ้าน ตามขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่ากรณีดังกล่าวขณะนี้มีการแจ้งความทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายแรกคือฝ่ายของนายปิยะ ชินพลชาย อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ใช้ด้ามเสียมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายคือ ฝ่ายของญาตินายอุทิศก็มาแจ้งความเช่นกันว่า ถูกฝ่ายนายบุ๋มและพวกทำร้ายร่างกาย ใช้มีดฟันที่ศีรษะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมาแจ้งความในวันและเวลาเดียวกัน ภายหลังรับแจ้งความจึงลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบมีดขอ 1 เล่ม ด้ามเสียมยาวประมาณ 1 เมตร 1 อันซึ่งแตกหักเป็นสองท่อน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนฝ่ายที่ถูกฟันทราบว่า นายกิ๊ฟลูกชายของนายอุทิศเป็นคู่อริกับฝ่ายนายบุ๋ม มีเรื่องบาดหมางกัน ทะเลาะชกต่อยกัน แต่เรื่องลุกลาม เป็นเหตุให้นายอุทิศ พ่อของนายกิ๊ฟออกจากบ้านมาเคลียร์กับกลุ่มนายบุ๋ม พร้อมๆกับใช้ด้ามเสียมทำร้ายนายบุ๋ม จนฝ่ายนายบุ๋มรุมทำร้ายด้วยมีด จนนายอุทิศบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.พิชัยภูษิส กล่าววว่า เหตุทำร้ายกันที่บ้านโคกกว้าง เป็นเหตุให้นายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี บาดเจ็บสาหัสนั้น ขณะนี้ได้สอบสวนฝ่ายคนเจ็บและพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงพยานแวดล้อมต่างๆจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว รวมถึงหลังเกิดเหตุได้นำตัวฝ่ายคนที่ลงมือทำร้ายมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายที่ลงมือก็ยอมรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายนายอุทิศจริง เพราะถูกนายอุทิศลงมือทำร้ายร่างกายก่อน จึงป้องกันตัวเองด้วยการใช้อาวุธมีดตอบโต้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภายหลังการสอบสวนทั้งสองฝ่าย จนครบถ้วนตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกฝ่ายคนลงมือทำร้ายนายอุทิศ ขณะนี้ทราบชื่อ ที่อยู่ ที่ชัดเจน จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นพี่ชายกับน้องชาย ชาวบ้านโคกกว้าง ม.1 มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า เมื่อทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ใครผิดใครถูกไปว่ากันที่ศาลเท่านั้น ขอยืนยันว่า ตำรวจทำงานตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53666</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จังหวัดขอนแก่น, พยายามฆ่า, สภ.บ้านฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d7d126b484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย-ฟอร์ด&#039;บุกสตช.อีกรอบ ทวงผบ.ตร.คดีทำร้ายไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมด้วยนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรื่องไม่ชอบมาพากลในการสอบสวนกรณีการถูกประทุษร้าย แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ โดยในปีนี้ถูกคุกคามรวมกันถึง 7 ครั้ง ซึ่งมี พ.ต.อ.วิชัย ศรีศีลศิริกุล รองผบก.กช. ในฐานะกองอำนวยการประจำวันรับหนังสือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเอกชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้าไปให้การกับคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยมีตำรวจชุดสอบสวนภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนนครบาล ร่วมเข้าชี้แจงในครั้งนี้ แต่อยากให้ ผบ.ตร. เรียกชุดสืบสวนคดีนี้มาชี้แจงและตอบคำถามที่ยังข้องใจ และอยากให้ติดตามเร่งรัดจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยเรียกร้องให้เร่งรัดการติดตามคนร้ายในคดี แต่คำให้การของตำรวจกลับแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง อาทิ ตำรวจอ้างการขอข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ต้องทำเป็นหนังสือไปยังเครือข่ายเคลื่อนที่ ทั้งที่ตำรวจมีอำนาจขอจากศาล, ตำรวจอ้างการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์จะต้องตรวจสอบในพื้นที่รัศมี 20 กิโลเมตร ทั้งที่ความจริงสามารถโฟกัสเฉพาะจุดได้&amp;rdquo; นายเอกชัย ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเอกชัย กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างมีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือของ นายวราวุฒิ แขงพล ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีของเรา โดยตำรวจยืนยันเขาไม่อยู่ในวัน-เวลาที่เกิดเหตุ ตนจึงอธิบายว่าคนร้ายจะใช้เฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เตรียมสำหรับแผนการนี้เท่านั้น แต่ตำรวจไม่ชี้แจงเรื่องการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่อยู่ในวัน-เวลาที่เกิดเหตุเพื่อเปรียบเทียบกับเขา โดยการเลี่ยงตอบคำถามของตำรวจบ่งบอกถึงความไม่ชอบมาพากลในการติดตามคนร้ายในคดีเหล่านี้ จึงร้องขอให้เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้มาไต่สวนถึงความคืบหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50263</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, ผบ.ตร., ฟอร์ด, สตช., เอกชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccefce7c5e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3เดือนไม่คืบ&#039;นิว&#039;โผล่สภาร้องกมธ.สางคดีถูกตีหัว&#039;ปิยบุตร&#039;จ่อเรียกตำรวจแจง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว เข้ายื่นหนังสือต่อนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าจากการกรณีที่ตนเองกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว เพียงแต่ยังมีปัญหาด้านสายตา เนื่องจากกระทบกระเทือนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการหลายฝ่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจท้องที่และนครบาล ซึ่งตอนนี้เท่าที่ทราบมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษแลเรื่องเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการพิเศษแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่เรื่องผ่านไปเกือบ 3 เดือนแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววของตัวคนร้าย วันนี้จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการฯเพื่อเร่งติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด&amp;quot; นายสิรวิชญ์ กล่าวและว่า ที่ผ่านมาผมไม่ได้ติดตาม เพราะถือว่าให้เวลากับทางตำรวจในการดำเนินการตามปกติและขั้นตอนของตำรวจแล้ว ตอนนี้พูดตรงๆ ก็จะครบ 100 วันแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลย แต่คิดว่าในทุกกรณีไม่ควรปล่อยให้คนร้ายลอบนวล เพราะคือความปลอดภัยของคนทั้งสังคม หากวันนี้ตำรวจซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยยังไม่สามารถให้คำตอบกับคดีที่อุฉกรรจ์อย่างนี้ ก็จะส่งผลถึงความเชื่อมั่นของประชาชน แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร&amp;rdquo;นายสิรวิชญ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนายปิยบุตร กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเพราะนายสิรวิชญ์โดนทำร้ายเท่านั้น แต่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนธรรมดายังถูกทำร้ายร่างกายอย่างอุกอาจในช่วงเวลากลางวัน และยังมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ แต่ 3 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี ดังนั้นคณะกรรมาธิการฯ จะรับเรื่องและดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่สามารถทำได้ ตามรัฐธรรมนูญ โดยจะได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และหวังว่ากรณีแบบนี้จะเป็นกรณีสุดท้ายที่เกิดขึ้น หลังว่าประเทศไทยจะไม่มีบุคคลใดที่คิดเห็นทางการเมืองแบบใด จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างแบบใด ก็ไม่ควรโดนทำร้ายในลักษณะเช่นนี้เพราะเป็นเพื่อนร่วมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการยื่นญัตติเพื่อขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาในสภาผู้แทนราษฎรกรณีนักกิจกรรมต่างๆที่ถูกทำร้าย ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณา แต่วันนี้เมื่อมีคณะกรรมาธิการสามัญเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับแล้วก็จะรับเรื่องและดำเนินการต่อไป&amp;quot;นายปิยบุตร กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47120</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, ปิยบุตร แสงกนกกุล, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9430d014ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเคลื่อนไหวฟังทางนี้!&#039;เอกชัย&#039;แนะเคล็ดลับเอาตัวรอดจากการถูกทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - นายเอกชัย หงส์กังวาน &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร โพสต์ข้อความระบุว่า หลายวันนี้มีกระแสข่าวการดูแลนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมจึงมีข้อแนะนำจากประสบการณ์ของผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการติดตั้งตู้แดงเพื่อให้ตำรวจตรวจตราบ้านพักของคุณวันละหลายรอบ หากคุณไม่มั่นใจ ผมแนะนำให้แจ้งตำรวจติดตั้งตู้แดงบ้านท้ายๆซอยของคุณ โดยอ้างเรื่องการดูแลความปลอดภัยทั่วซอยแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการดูแลการเดินทาง หากคุณไม่สะดวก ผมแนะนำให้คุณแจ้งตำรวจให้ติดตามเฉพาะวันที่คุณต้องเดินทางไปทำกิจกรรมเท่านั้น โดยอาจดูแลเฉพาะช่วงที่คุณเดินทางเข้า-ออกบ้านพัก ไม่จำเป็นต้องร่วมเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณไม่ควรมีกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซาก เช่น เข้า-ออกจากบ้านพักเวลาเดิมๆ, รับประทานร้านอาหารเดิมๆ หรือซื้อของร้านเดิมๆ ผมแนะนำให้คุณควรเปลี่ยนร้าน และเวลาเข้า-ออกบ้านพักจนไม่สามารถคาดเดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนร้ายมักใช้มอเตอร์ไซด์เป็นพาหนะในการทำร้ายร่างกาย คุณจึงไม่ควรเดินริมถนนในซอย หรือฟุตบาท คุณควรเรียกแท็กซี่รับ-ส่งจากหน้าบ้านพัก หรือจากอาคารเท่านั้น อย่าเรียกแท็กซี่-รถเมล์จากริมถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อแนะนำเหล่านี้เป็นเพียงข้อแนะนำเบื้องต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40224</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จ่านิว, นักกิจกรรม, นักเคลื่อนไหว, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa30351ae5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ่านิว&#039; พูดเพื่อนโพสต์จะกลับมารับใช้อุดมการณ์ประชาธิปไตย เร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp;ยูดีดีนิวส์ - UDD news&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.62 - &amp;nbsp;นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ &amp;nbsp;หรือจ่ายนิว เปิดเผยผ่าน เฟซบุก๊ Sirawith Seritiwat ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบคุณประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมาก ที่มีความเป็นห่วงในตัวผม และยืนเคียงข้าง ช่วยเหลือ ในทุกๆด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมซึ้งในน้ำใจของทุกคน และรับทราบสิ่งที่เพื่อนๆทุกคนกำลังดำเนินการให้ ทั้งในสภา และ นอกสภา ทั้งเรื่องคดีความ และการทวงถามความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการล่าสุดของตัวผมนั้น ก็ยังถือว่าทรงตัว ตาและจมูกยังมีเลือดซึมอยู่ มีอาการเดินเซเล็กน้อย ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่สมควรมีประชาชนคนไหนในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันกับผม หรือ ผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ไม่ชอบผม ถูกกระทำแบบนี้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือต่อให้เป็นหนี้นอกระบบ (ซึ่งมีคนให้ข่าวเท็จ กล่าวหาประเด็นนี้ต่อผม ซึ่งไม่เป็นความจริง) ก็ไม่ควรถูกกระทำด้วยวิธีการแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้กรณีของผม เป็นกรณีสุดท้าย ที่ถูกกระทำด้วยวิธีการรุนแรง ป่าเถื่อน โหดร้าย และ ไร้ความเป็นมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน เพื่อรับใช้อุดมการณ์ประชาธิปไตย ตอบแทนคุณของประชาชน ที่มอบให้ในครั้งนี้ และทุกๆครั้งที่ผ่านมา&amp;quot;
(จ่านิวสื่อสาร เพื่อนเป็นผู้พิมพ์)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40176</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จ่านิว, นักกิจกรรม, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1dbf25ad16d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
