<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯยกฟ้องคดี &#039;แม้ว&#039; ฟื้นฟูกิจการทีพีไอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.61 -&amp;nbsp; ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยคดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยผลพิพากษาด้วยมติเสียงข้างมาก เห็นว่า การที่นายทักษิณ ไม่ทักท้วงกรณีกระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัททีพีไอ ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือเพื่อผู้อื่นในการเสนอชื่อคณะกรรมการบริหารแผน 5 คนใหม่ และข้อเท็จจริงปรากฎว่าการเข้าบริหารแผนพื้นฟูของกระทรวงการคลังในกิจการทีพีไอก็เกิดจากความยินยอมของธนาคาร เจ้าหน้าที่ ลูกหนี้ สหภาพแรงงาน รวมทั้งเป็นไปตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งกระทรวงการคลังก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัญหาการเข้าฟื้นฟูกิจการทีพีไอก็สืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท จนกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ที่ได้กู้เงินกับต่างชาติ มูลค่าหนี้จะสูงเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยกรณีของทีพีไอมีมูลค่าหนี้สูงขึ้น 1.3 แสนล้านบาทภายในข้ามคืน จากเดิมอยู่ที่ 65,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งกระทบต่อบริษัทที่มีพนักงานกว่า 7 พันคน อีกทั้งนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารทีพีไอ รวมทั้งสหภาพแรงงานของบริษัทก็เคยเสนอให้กระทรวงการคลังเข้ามาแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ตามทางไต่สวนก็ยังฟังไม่ได้ว่า เมื่อกระทรวงการคลังเข้าบริหารแผนและจ่ายค่าตอบแทนให้กับคณะผู้บริหารที่โจทก์อ้างว่าเป็นพรรคพวกของจำเลย รวมทั้งการซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนของกิจการทีพีไอก็กำหนดให้ซื้อเพียงหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เช่น ปตท. ธ.ออมสิน และ กองทุน กบข. เป็นต้น ก็ไม่ปรากฎพยานหลักฐานว่าจำเลยได้รับผลประโยชน์เหล่านั้นแต่อย่างใด ซึ่งเงินค่าตอบแทนเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการก็ปรากฎว่าเป็นคดีที่ศาลฎีกา มีคำพิพากษาให้คืนเงินค่าตอบแทนจากการเข้าบริหารแผนฟื้นฟู จำนวน 224 ล้านบาทเศษแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่โจทก์ฟ้องยังไกลเกินกว่าเหตุ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูต้องได้ร้อยล้านจากทักษิณแน่ๆ, คดีทีพีไอ, ศาลฎีกายกฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82a9b7993f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขย่าทักษิณ!ศาลฎีกาฯนัดฟังคดีทีพีไอ 29 ส.ค.นี้ประเดิมพิพากษาลับหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.61- ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนพยานนัดสุดท้ายในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม.40/2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดจำเลยว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 เมื่อ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเรื่องที่จะให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน จำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่ากระทรวงการคลังเป็นส่วนราชการ มีอำนาจหน้าที่เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2542 ไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารกิจการของบริษัทเอกชน แต่จำเลยกลับเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง เข้าไปเป็นผู้บริหารฟื้นฟูกิจการของบริษัท TPI&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังได้เสนอรายชื่อรายชื่อบุคคลเข้าเป็นผู้บริหารแผนด้วย ต่อมา ร.อ.สุชาติ ได้แจ้งไปยังสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของบริษัท TPI และแจ้งรายชื่อตามที่จำเลยได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เป็นผลให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2546 ให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผน การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยคดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2561 ศาลฯนัดไต่สวนพยานโจทก์ 3 ครั้ง วันที่ 10 ส.ค., 14 ส.ค. และ 21 ส.ค. 2561 โดยโจทก์นำพยานเข้าไต่สวนรวม 6 ปาก ไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์ในวันนี้เป็นนัดสุดท้าย โดยในการพิจารณาคดีฝ่ายจำเลยไม่ได้ตั้งทนายมาซักค้าน ทำให้กระบวนการพิจารณาคดีใช้เวลาเพียง 3 เดือนเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหลังไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ส.ค. 2561 เวลา 9.00 น. ซึ่งถือเป็นคดีแรกที่จะมีการอ่านคำพิพากษาจากกระบวนการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่เปิดช่องให้ทำได้ เพื่อแก้ปัญหาจำเลยหลบหนีคดี จนต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราวไม่สามารถเดินหน้ากระบวนการพิจารณาคดีได้ ซึ่งก่อนหน้านี้องค์คณะศาลฎีกาฯในคดีนี้ได้ออกหมายจับนายทักษิณให้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้วด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทีพีไอ, ทักษิณ ชินวัตร, นัดฟังคำพิพากษา 29 ส.ค., ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17e69f7307a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
