<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ศาลปกครองกลางพิพากษา &#039;บุญทรง&#039; พร้อมพวกร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายทุจริตจำนำข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.64 - ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่นายมนัส สร้อยพลอย นายอัฐฐิติพงศ์ หรืออัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง นายทิฆัมพร นาทวรทัต นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และ นายภูมิ สาระผล ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ต่อศาลปกครองกลาง กรณีมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่นายมนัส&amp;nbsp;สร้อยพลอย ผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;นายทิฆัมพร นาทวรทัต ผู้ฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;นายอัฐฐิติพงศ์ หรืออัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง ผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;นายภูมิ&amp;nbsp;สาระผล&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีที่ 5&amp;nbsp;กับ นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ที่มีคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ลับ ที่ ๔๕๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ 19&amp;nbsp;กันยายน 2559&amp;nbsp;เรียกให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้ารับผิดชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนให้แก่กระทรวงพาณิชย์ กรณีการระบายข้าวโดยเจรจาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) โดยให้ ผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ถึงที่ 3&amp;nbsp;รับผิดเป็นเงินคนละ 4,011,544,752.33 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;รับผิดเป็นเงิน 2,242,571,739.67&amp;nbsp;บาท และผู้ฟ้องคดีที่ 5&amp;nbsp;รับผิดเป็นเงิน 1,768,973,012.66 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในสาระสำคัญว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และที่ 2&amp;nbsp;มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่กระทรวงพาณิชย์ตามความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าปฏิบัติหน้าที่ในการระบายข้าวโดยการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะจงใจกระทำต่อกระทรวงพาณิชย์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้กระทรวงพาณิชย์ได้รับ
ความเสียหายตามสัญญาระบายข้าวรวม 4&amp;nbsp;ฉบับ คิดเป็นเงินจำนวน 20,057,723,761.66&amp;nbsp;บาท อันเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420&amp;nbsp;แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีแล้ว มีเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าไม่ต้องใช้เต็มจำนวนความเสียหาย ตามมาตรา 8&amp;nbsp;วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539&amp;nbsp;การมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;รับผิดในอัตราร้อยละ 20&amp;nbsp;ของความเสียหายในแต่ละสัญญาที่แต่ละคนมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเป็นธรรมในแต่ละกรณีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;เพิ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว การมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;รับผิดในอัตราร้อยละ 20&amp;nbsp;เท่ากับผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;ในสัญญาฉบับที่ 1&amp;nbsp;และที่ 2&amp;nbsp;ซึ่งบางส่วนเกิดขึ้นก่อนผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว จึงไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และที่ 2&amp;nbsp;มีคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ลับ ที่ ๔๕๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ 19&amp;nbsp;กันยายน 2559&amp;nbsp;ให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;เฉพาะส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ในส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;ที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 2,694,464,066.21&amp;nbsp;บาท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ลับที่ ๔๕๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ 19&amp;nbsp;กันยายน 2559&amp;nbsp;เฉพาะในส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 2,694,464,066.21บาท ยกฟ้องผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97663</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, คดีทุจริตจีทูจี, คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061891fdfbca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พิพากษา‘สุธี-แก๊งเสี่ยเปี๋ยง’ ชดใช้‘จีทูเจี๊ยะ’กว่า2หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ศาลฎีกาคดีทุจริต &amp;quot;จีทูจีเก๊&amp;quot; พิพากษาแก้ &amp;quot;สุธี-แก๊งเสี่ยเปี๋ยง&amp;quot; ให้ร่วมชดใช้จาก 1.6 หมื่นล้านเป็นกว่า 2 หมื่นล้านพร้อมดอกเบี้ยจากสัญญา 4 ฉบับ ชี้ร่วมวางแผนกันมาเป็นขั้นตอน เพิ่มถ้อยคำ &amp;ldquo;รัฐวิสาหกิจ&amp;rdquo; ในวิธีการระบายข้าวเพื่อให้บริษัทในจีนมาเป็นคู่สัญญา หลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กรณีของนายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 คดีหมายเลขดำ อม.อธ.3/2562 คดีหมายเลขแดง อม.อธ.3/2563 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสุธี เชื่อมไธสง เป็นจำเลยที่ 16 ในคดีทุจริตจีทูจี เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาวินิจฉัยในส่วนแพ่งว่า ผู้ร้องที่ 1-4 ไม่เป็นผู้เสียหาย ให้นายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 ร่วมกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 10, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 14 และนายนิมล รักดี จำเลยที่ 15 ชำระเงินแก่กระทรวงการคลัง ผู้ร้องที่ 5 จำนวน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ต่อมาผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นหน่วยราชการผู้เสียหายอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องที่ 1-4 เป็นผู้เสียหาย ขอให้จำเลยที่ 16 ชำระค่าเสียหายเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เห็นว่าผู้ร้องที่ 1 เป็นคู่สัญญา ผู้ร้องที่ 2-3 มีหน้าที่สำคัญตั้งแต่การรับจำนำข้าวเปลือก แปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และผู้ร้องที่ 4 มีหน้าที่กำกับให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การระบายข้าว ผู้ร้องที่ 1-4 จึงเป็นผู้เสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1-6 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต วางแผนกันมาเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การเสนอกรอบยุทธศาสตร์การระบายข้าว เพิ่มถ้อยคำ &amp;ldquo;รัฐวิสาหกิจ&amp;rdquo; ในวิธีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อให้ บ.สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10 โดย น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 11, น.ส.เรืองวัน เลิศลารักษ์ จำเลยที่ 12 และนายอภิชาติ จำเลยที่ 14 นำบริษัท กว่างตงฯ และบริษัท ห่ายหนานฯ ซึ่งเป็นเพียงรัฐวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ใช่ตัวแทนโดยตรงของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาเป็นคู่สัญญาในการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ รวม 4 สัญญา เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม สัญญาที่ทำขึ้นเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะ และเป็นการกระทำละเมิด สัญญาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันผู้ร้องทั้งห้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเสียหายตามสัญญาแต่ละฉบับที่ไม่จำต้องนำค่าใช้จ่ายใดๆ มาปรับลด และผู้ร้องทั้งห้าได้รับความเสียหาย นับแต่วันทำสัญญาแต่ละฉบับ ให้จำเลยที่ 16 ร่วมกับจำเลยที่ 10, 14, 15 ชำระค่าเสียหายตามสัญญาทั้ง 4 ฉบับ รวมเป็นต้นเงิน 20,057,723,761.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละยอด ประกอบด้วย ดอกเบี้ยของต้นเงินในยอด 10,991,736,253.54 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.2554, ของต้นเงินในยอด 2,197,070,607.79 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.2554, ของต้นเงินในยอด 6,687,421,374.73 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2555 และของต้นเงินในยอด 199,495,525.60 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.2555 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่หน่วยงานผู้ร้องที่เสียหายทั้งห้า ซึ่งดอกเบี้ยที่นับถึงวันยื่นคำร้องนั้น ต้องไม่เกินจำนวนตามที่ผู้ร้องทั้งห้าขอ นอกจากที่แก้แล้ว ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้ ศาลยังให้ออกคำบังคับสำหรับค่าเสียหายส่วนแพ่งที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ กรณีจำเลยที่ 16 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง เป็นนักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่และคนสนิทของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยเสี่ยเปี๋ยงเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุก 48 ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีทุจริตจีทูจี ซึ่งคดีของเสี่ยเปี๋ยงถึงที่สุดไปเมื่อเดือน ก.ย.2562 จากที่องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้พิพากษาแล้ว นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในจำเลยร่วมคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรที่อยู่ในศาลฎีกาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายสุธี เป็นคนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง ได้หลบหนีคดีไปตั้งแต่ช่วงต้นที่มีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลฎีกาแล้ว ต่อมาเมื่อมี พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้ ให้พิจารณาคดีที่ไม่มีตัวจำเลย ซึ่งได้มีการออกหมายจับไว้แล้วได้ โดยในส่วนของคดีอาญา นายสุธีถูกพิพากษาให้จำคุก 4 กระทง เป็นเวลารวม 32 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70365</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตจีทูจี, จีทูจีเก๊, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม, อุทธรณ์ศาลฎีกาคดีทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efde354a5d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญทรง&#039;ระทึก!ศาลฎีกาฯนัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีทุจริตข้าวจีทูจี 6 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เผยถึงการนัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีดังกล่าว ว่า ตนในฐานะทนายความก็ได้รับหมายแจ้งจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) แล้ว นัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์คดีนี้ในวันศุกร์ที่ 6 ก.ย.นี้ เวลา 11.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของนายบุญทรงที่อยู่ในเรือนจำได้ทราบนัดแล้ว ซึ่งตนได้พูดคุยกับนายบุญทรงก็เตรียมพร้อมที่จะฟังผลคำพิพากษาในวันดังกล่าว โดยเมื่อมีหมายศาลแจ้งถึงฝ่ายจำเลยแล้ว ก็คาดว่าจะได้มีการอ่านคำพิพากษาตามวันเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน ขณะที่จำเลยทุกคนก็หวังที่จะได้รับความเมตตาจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลฎีกาฯจำคุก นายบุญทรง &amp;nbsp;จำเลยที่ 2 &amp;nbsp;รวม 3 กระทง 42 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44929</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตจีทูจี, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองพิพากษา, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe70a80aced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.คลอดมาตรการป้องกันโกงจีทูจี แนะรัฐเพิ่มตลาด-ลดต้นทุนช่วยเหลือเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐจากโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ​ (จีทูจี) โดยเป็นผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการศึกษาปัญหาการทุจริตเพื่อหามาตรการป้องกันการทุจริต ที่ศึกษาโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวแบบจีทูจี ปี 2554-57 ที่มีการทุจริตและสร้างความเสียหาย เพื่อศึกษาปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคต ไม่ให้เกิดการทุจริตได้อีก โดยข้อเสนอแนะด้านโยบายคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนที่มุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง สามารถช่วยเหลือสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงขึ้นโดยใช้กลไกของการเพิ่มตลาดและลดต้นทุนการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การระบายข้าวแบบจีทูจี ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น โดยยึดหลักประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน คำนึงถึงต้นทุนและผลประโยชน์ของนโยบาย โดยเฉพาะภาระทางการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ควรกำหนดกรอบนโยบายและเป้าหมายของการบริหารจัดการเรื่องข้าวในแต่ละปีอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอเรื่องการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ คือ 1.ขั้นตอนก่อนการระบายข้าว ควรให้ข้าราชการประจำของกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว เพื่อระบายข้าวอย่างเหมาะสมภายใต้กรอบนโยบายและความรับผิดชอบที่ชัดเจนของรัฐบาล โดยควรมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเปิดรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวต่อสาธารณะ นอกจากนั้นให้กรมการค้าต่างประเทศกำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์หรือคู่มือเพื่อใช้อ้างถึงความจำเป็นและความเหมาะสมในการกำหนดให้มีการระบายข้าวแบบจีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วิธีการระบายข้าว ควรให้กรมการค้าระหว่างประเทศพิจารณาระบายข้าวด้วยวิธีอื่น อาทิ การระบายข้าวให้บริษัทเอกชนในประเทศอย่างโปร่งใส ซึ่งจะต้องเป็นผู้ค้าข้าวจริงไม่ใช่นายหน้า และควรส่งเสริมการระบายข้าวในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งระบายข้าวที่สำคัญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขั้นตอนการพิจารณาสัญญาก่อนลงนามในสัญญาระบายข้าว ให้กรมการค้าต่างประเทศ จัดทำสัญญามาตรฐานเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศแบบจีทูจี โดยคำนึงถึงการตรวจสอบคู่สัญญาเกี่ยวกับสถานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลกลางที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น วิธีการส่งมอบข้าว ไม่ควรส่งมอบข้าวแบบหน้าคลังสินค้า และควรกำหนดวิธีการควบคุมเพื่อให้มีการส่งออกไปต่างประเทศจริง วิธีการชำระเงิน ควรชำระผ่านทางธนาคาร โดยวิธีเปิด Letter of Credit (L/C) ส่วนราคาข้าว ไม่ควรกำหนดราคามิตรภาพหรือราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด ทั้งนี้การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว อาจดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเปิดเผยข้อมูลการขายข้าวแบบจีทูจีให้สาธารณชนทราบ โดยให้กรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยสัญญาจีทูจีทั้งฉบับ แต่หากไม่สามารถเปิดเผยสัญญาทั้งฉบับได้ ควรเปิดเผยข้อมูลในส่วนของ ปริมาณข้าว ชนิดของข้าว&amp;nbsp; ราคาข้าว วิธีการส่งมอบข้าว และการชำระเงิน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม​ หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะดำเนินการส่งข้อเสนอแนะดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 32 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27160</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตจีทูจี, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba21614cb797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญทรง&#039;ยังไม่ถึงมือหมอ&#039;รพ.ตำรวจ&#039; รอเคาะวันผ่าตัดกระดูกคอเสื่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;5 พ.ย. 61 - ที่โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ เตรียมนำตัว นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อายุ 58 ปี ผู้ต้องขังตามคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) เข้ารับการรักษาผ่าตัดจากอาการป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบ จากการตรวจสอบจากโรงพยาบาลตำรวจในเบื้องต้น ยังไม่มีรายชื่อนายบุญทรง เข้ารับการผ่าตัดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา นายบุญทรงได้เดินทางมาตรวจร่างกายอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากอาการปวดหลัง และจากการเอ็กเรย์ของแพทย์อย่างละเอียดพบว่า กระดูกต้นคอเสื่อม จำเป็นต้องผ่าตัด &amp;nbsp;แต่การจะผ่าตัดวันไหนยังไม่มีรายงานระบุ เนื่องจากนายบุญทรงต้องพบแพทย์เฉพาะทาง ทั้งโรคหัวใจ โรคกระดูกและอีกหลายส่วน ประกอบกับนายบุญทรงมีอายุมาก การรักษาต้องวินิจฉัยอย่างละเอียด หากโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ จะต้องแอดมิทเลยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแพทย์ของโรงพยาบาลเป็นผู้วินิจฉัยอีกเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21369</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตจีทูจี, บุญทรง, ผ่าตัด, รพ.ตำรวจ, ราชทัณฑ์, หมอนรองกระดูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc06aff5f621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
