<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ศาลปกครองกลางพิพากษา &#039;บุญทรง&#039; พร้อมพวกร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายทุจริตจำนำข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.64 - ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่นายมนัส สร้อยพลอย นายอัฐฐิติพงศ์ หรืออัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง นายทิฆัมพร นาทวรทัต นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และ นายภูมิ สาระผล ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ต่อศาลปกครองกลาง กรณีมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่นายมนัส&amp;nbsp;สร้อยพลอย ผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;นายทิฆัมพร นาทวรทัต ผู้ฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;นายอัฐฐิติพงศ์ หรืออัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง ผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;นายภูมิ&amp;nbsp;สาระผล&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีที่ 5&amp;nbsp;กับ นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ที่มีคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ลับ ที่ ๔๕๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ 19&amp;nbsp;กันยายน 2559&amp;nbsp;เรียกให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้ารับผิดชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนให้แก่กระทรวงพาณิชย์ กรณีการระบายข้าวโดยเจรจาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) โดยให้ ผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ถึงที่ 3&amp;nbsp;รับผิดเป็นเงินคนละ 4,011,544,752.33 บาท ผู้ฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;รับผิดเป็นเงิน 2,242,571,739.67&amp;nbsp;บาท และผู้ฟ้องคดีที่ 5&amp;nbsp;รับผิดเป็นเงิน 1,768,973,012.66 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในสาระสำคัญว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และที่ 2&amp;nbsp;มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่กระทรวงพาณิชย์ตามความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าปฏิบัติหน้าที่ในการระบายข้าวโดยการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะจงใจกระทำต่อกระทรวงพาณิชย์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้กระทรวงพาณิชย์ได้รับ
ความเสียหายตามสัญญาระบายข้าวรวม 4&amp;nbsp;ฉบับ คิดเป็นเงินจำนวน 20,057,723,761.66&amp;nbsp;บาท อันเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420&amp;nbsp;แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีแล้ว มีเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าไม่ต้องใช้เต็มจำนวนความเสียหาย ตามมาตรา 8&amp;nbsp;วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539&amp;nbsp;การมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;รับผิดในอัตราร้อยละ 20&amp;nbsp;ของความเสียหายในแต่ละสัญญาที่แต่ละคนมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเป็นธรรมในแต่ละกรณีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;เพิ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว การมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;รับผิดในอัตราร้อยละ 20&amp;nbsp;เท่ากับผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;ในสัญญาฉบับที่ 1&amp;nbsp;และที่ 2&amp;nbsp;ซึ่งบางส่วนเกิดขึ้นก่อนผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว จึงไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และที่ 2&amp;nbsp;มีคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ลับ ที่ ๔๕๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ 19&amp;nbsp;กันยายน 2559&amp;nbsp;ให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเห็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4&amp;nbsp;เฉพาะส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ในส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;ที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 2,694,464,066.21&amp;nbsp;บาท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ลับที่ ๔๕๓/๒๕๕๙ ลงวันที่ 19&amp;nbsp;กันยายน 2559&amp;nbsp;เฉพาะในส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีที่ 3&amp;nbsp;ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 2,694,464,066.21บาท ยกฟ้องผู้ฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ที่ 2&amp;nbsp;ที่ 4&amp;nbsp;และที่ 5&amp;nbsp;คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97663</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, คดีทุจริตจีทูจี, คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061891fdfbca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่หมด! &#039;หมอวรงค์&#039; เตรียมเป็นพยานคดียึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง ปปง.ตามได้อีกก้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คิดว่ายึดได้หมดแล้ว ผมเข้าใจว่าทางป.ป.ง.ติดตามยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง และเครือข่ายกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ไปหมดแล้ว ล่าสุดป.ป.ง.ยังตามได้อีกหนึ่งก้อน ผมจึงได้รับหมายศาลให้ไปขึ้นเบิกความเป็นพยาน ที่ศาลแพ่ง ในวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยคดีจำนำข้าว น่าจะเป็นหนึ่งในอุทาหรณ์ของนักการเมืองที่ทุจริตเชิงนโยบาย และมีความพยายามที่ทำลายความน่าเชื่อถือของศาล การออกพรบ.นิรโทษแบบสุดซอย ใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภา จึงทำให้ประเทศต้องติดปัญหามาถึงวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนี้ปัญหายิ่งพัฒนามากขึ้น เมื่อนักการเมืองบางกลุ่ม เป็นผู้กระตุ้นและทำลายความมั่นคงของประเทศเสียเอง ถ้าอยากให้ประเทศสงบ ควรปรับแนวคิดตนเอง รับรองเลยว่า ทหารก็ทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48215</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี, คดียึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ป.ป.ง., รัฐบาลยิ่งลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3ab22f77eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก72ปี‘หมอโด่ง’โกงจีทูจีข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีกาพิพากษาคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี &amp;quot;หมอโด่ง&amp;quot; โดนคุก 72 ปี ขณะที่ &amp;quot;สุธี เชื่อมไธสง&amp;quot; คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง โดนด้วย 32 ปี สั่งชดใช้เงิน 1.69 หมื่นล้าน ออกหมายจับมารับโทษทันทีหลังหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาถูกออกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะอ่านคำพิพากษาลับหลังรื้อฟื้นคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 16 ซึ่งหลบหนีคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้อัยการสูงสุด โจทก์ ได้ยื่นคำร้องเมื่อปี 2561 ขอให้ศาลนำคดีจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 16 ที่หลบหนีไประหว่างการพิจารณาคดีเมื่อปี 2558 ซึ่งศาลได้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2 ไว้แล้วขึ้นมาพิจารณาโดยไม่มีตัวจำเลย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง หลังจากที่ศาลเคยมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราว ซึ่งคดีดังกล่าวก็สืบเนื่องจากที่อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนร่วม 28 ราย ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 และคดีหมายเลขแดง อม.178/2560 (ศาลตัดสินจำคุกนายภูมิ กับพวกรวม 18 รายไว้แล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560) ซึ่งระหว่างการพิจารณากรมการค้าต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 5 ราย ได้ยื่นคำร้องขอให้นายสุธี จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดี องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ทั้ง 9 คน ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนและรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว เห็นว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการนายบุญทรง รมว.พาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ ซึ่งจำเลยที่ 3 ยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ซึ่งมีพฤติการณ์ว่า จำเลยที่ 3 กับพวกร่วมกันวางแผน โดยแอบอ้างนำบริษัท กว่างตงฯ และบริษัทห่ายหนานฯ เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ตามสัญญาซื้อขายข้าวโครงการจีทูจีกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ที่มีนายสุธี คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 กับพวกสนับสนุนด้วยการนำบริษัทค้าข้าวภายในประเทศมาทำสัญญาซื้อข้าวโครงการจีทูจี กับกรมการค้าต่างประเทศในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยไม่ได้มีการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศตามโครงการนั้น ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ ถือว่าหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ร่วมกับพวกทุจริตในการระบายข้าวโครงการจีทูจี ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาจำคุกผู้ร่วมกระทำความผิดไปแล้ว ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ได้ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 3 กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ จึงพิพากษาให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทง กระทงละ 18 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) ให้จำคุกไว้เป็นเวลา 50 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ให้จำคุก 4 กระทง กระทงละ 8 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชำระค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลัง ผู้ร้องที่ 5 ด้วย เป็นเงิน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญา พร้อมมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวหมอโด่ง จำเลยที่ 3 และนายสุธี จำเลยที่ 16 ที่ยังหลบหนีคดีมาบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีจีทูจีในส่วนของนายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกนั้น ฝ่ายจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 4-48 ปี ก็ได้ยื่นอุทธรณ์แล้วตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่นเดียวกับฝ่ายอัยการสูงสุด ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของจำเลยกลุ่มเอกชน 8 รายที่ยกฟ้องด้วย โดยขณะนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว ขณะที่นายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกรวม 18 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกนั้นก็ยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างรอคำฟังพิพากษาอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.282/2560 ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์สินของหมอโด่ง จำนวน 896,554,760.28 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดหมอโด่งกับพวกทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าว และมีมติว่าหมอโด่งร่ำรวยผิดปกติ เมื่อหมอโด่งหลบหนีคดีไม่มาพิสูจน์ ศาลจึงฟังพยานของอัยการสูงสุดและหลักฐานของ ป.ป.ช. แล้วพิพากษาให้ยึดทรัพย์จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37078</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี, จำคุก 72 ปี, วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, สั่งชดใช้เงิน 1.69 หมื่นล้าน, หนังสือพิมพ์, หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced496e83ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
