<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สกสค.&quot;เร่งสางคดีเช็คเด้ง200ล้าน ดองมา 5ปี จนท.รู้เห็นเป็นใจออกใบเสร็จรับเงินให้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ม.ค.64-&amp;nbsp;สกสค. เร่งส่างคดีตัวแทนขายหนังสือภาคอีสาน จ่ายเช็คเด้ง มูลค่า กว่า 200 ล้าน แต่เจ้าหน้าที่กลับออกใบเสร็จให้ทั้งที่ไปขึ้นเงินไม่ได้ &amp;nbsp;ลั่นเกิดเหตุตั้งแต่ปี 2558 แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ เผยต้องย้อนสอบไปถึง อดีตผู้บริหารสกสค.ด้วย คาดสะสางคดีเสร็จภายในเดือน ม.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้มีนโยบายเรื่องการดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตภายในองค์กร ไม่ว่าเป็น สกสค. และรวมไปถึงองค์การค้าของ สกสค. ที่เปรียบเสมือนหน่วยงานลูกของ สกสค. โดยตนตั้งเป้าหมายว่า จะต้องแก้ไขปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้น องค์การค้าของ สกสค. ซึ่งบางเรื่อเป็นเรื่องคั่งค้างจากในอดีตที่ผ่านมาให้เสร็จสิ้น เพราะเราต้องการให้องค์การค้าของ สกสค. เป็นหน่วยงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ องค์การของ สกสค.มีเรื่องทุจริตที่มีเรื่องร้องเรียนและยังไม่ได้รับการดำเนินการแก้ไข คือ กรณีตัวแทนขายหนังสือขององค์การค้าของ สกสค.รายหนึ่งในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีการจ่ายเช็คที่ไม่มีเงินให้กับองค์การค้าของ สกสค. ขณะที่องค์การค้าของ สกสค.กลับออกออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ตัวแทนรายดังกล่าวด้วย ซึ่งเรื่องนี้มีมูลค่าความเสียหาย จำนวน 200 ล้านบาท เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ดังนั้นตนจะเร่งสะสางตรวจสอบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากทุจริตหรือความบกพร่องในการปฏิบัติงาน โดยตนจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีดังกล่าว นอกจากจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว และตนอาจจะมุ่งไปถึงการดำเนินคดีความรับผิดทางละเมิดกับผู้เกี่ยวข้องด้วย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ตำราเรียนถูกนำส่งออกไปให้แก่ตัวแทนบริษัทเอกชนรายหนึ่งแล้ว แต่เช็คไม่ถูกนำมาขึ้นเงิน และยังมีการออกใบเสร็จ ซึ่งที่สำคัญที่สุด คือ เช็คฉบับนั้นไม่สามารถขึ้นเงินได้ รวมถึงตามหนี้ไปไม่ได้จึงทำให้องค์การค้าของ สกสค. เกิดความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวยังไม่เคยมีการดำเนินการใดๆ เลย ดังนั้นถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ตนจะต้องสะสางให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการมอบฝ่ายกฎหมายศึกษารายละเอียดอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในคดีเช็ค 200 ล้าน ขององค์การค้าของ สกสค. ผมคงต้องย้อนตรวจสอบไปถึงผู้บริหารในอดีตด้วยคงละเว้นใครไม่ได้ เพราะหากกระบวนการตรวจสอบยังคาราคาซังแบบไม่ถูกต้อง แต่เราต้องทำให้ถูกต้อง ดังนั้นก็ต้องปฏิบัติกับผู้เกี่ยวข้องหมดทุกคน ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน เพราะการดำเนินการในครั้งนี้ล้มไม่ได้ เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของการศึกษาชาติ อย่างไรก็ตาม ผมจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคมนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90160</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., คดีทุจริตสกสค., ธนพร สมศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23ef108498c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธนพร&quot;รื้อคดีทุจริตสกสค.มูลค่าเสียหายพันล.หลังพบคนผิดเจอโทษแค่ประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ม.ค.63-&amp;ldquo;ธนพร&amp;rdquo; เอาจริง หลั&amp;#39;พบคดีทุจริต &amp;nbsp;สกสค. บางเคสมูลค่าเสียหายเป็นพันล้าน แต่พิจารณาโทษแค่เป็นการประมาทเลินเล่อ พร้อมสั่งรื้อกระบวนการใหม่หมด คาดดันเข้าระบบยุติธรรมได้ภายใน เม.ย.นี้

นานธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการคดีทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสำนักงาน สกสค. ว่า ขณะนี้ สกสค.ได้ดำเนินการจัดลำดับกระบวนการการดำเนินการคดีต่างๆ ที่จะดำเนินการในทางทุจริตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีคดีหลักอยู่ประมาณ 5 คดี เนื่องจากที่ผ่านมากระบวนการดำเนินการคดีทุจริตภายใน สกสค.บางเรื่องไม่ตรงกับประเด็นข้อเท็จจริง คือ บางคดีมีมูลค่าความเสียหายเป็น 1,000 ล้านบาท แต่มีการพิจารณาโทษเป็นเพียงแค่ความประมาทเลินเล่อ ดังนั้นตนจึงหารือร่วมกับคณะผู้บริหาร สกสค.ชุดใหม่ เพื่อที่จะนำในลักษณะนี้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง โดยวิธีการในการดำเนินคดีและผลของคดีก็จะแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งหลายๆ คดีอาจจะมุ่งไปสู่กระบวนการทางกฎหมายอาญา โดยตนคาดว่าจะผลัดดันคดีต่างๆ ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายในเดือนเมษายนนี้

นายธนพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนให้ความสำคัญกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ สกสค.ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ หรือแม้แต่เรื่องการทุจริตภายในองค์กรของ สกสค.เอง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่ของ สกสค. จำนวน 1 ราย และได้ย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีด้วย รวมถึงตนได้มีการจัดการบุคลากรภายในของ สกสค.ให้มีความสามารถ และทักษะความรู้ตรงกับหน้าที่ที่ปฏิบัติด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88737</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค, คดีทุจริตสกสค., ธนพร สมศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe44fe8ef3a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกสค.ตั้ง “มานิตย์” นั่งประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สะสางคดีทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ก.ค.63-นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (รองเลขาฯ สกสค.) ในฐานะโฆษก สกสค. กล่าวว่า ตามที่เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค. ได้มีการรายงานเรื่องการดำเนินการของคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ สกสค. ซึ่งในส่วนของคดีทุจริตซื้อตั๋วสัญญาของบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด มูลค่า 2,500 ล้านบาทนั้น ได้มีการรายงานผังที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวทั้งหมด และพบว่าว่ามีหลายคดี ซึ่งตนขออนุญาตไม่เปิดเผย เนื่องจากจะมีผลต่อรูปคดี ทั้งนี้หาก สกสค.ดำเนินการกับคดีเหล่านี้อย่างไม่รัดกุม อาจจะส่งผลให้แต่ละคดีที่เกี่ยวข้องเกิดการสวนทางกันเอง ส่งผลเสียต่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดังนั้น สกสค. จึงตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายและอรรถคดี โดยมีนายมานิตย์ จุมปา เป็นประธาน ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะทำหน้าที่ในการจัดระเบียบ และสระสางให้การดำเนินการทางคดีเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง ว่า เริ่มต้นอย่างไร เกี่ยวข้องกับเรื่องใด กับใคร อย่างไรบ้าง รวมถึงจะต้องมีการดำเนินคดีอาญากับคดีที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย เพื่อที่จะทำให้คดีทางแพ่งมีการยื่นอายุความออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สกสค. จำเป็นต้องจริงจังกับเรื่องเหล่านี้ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องที่จะปล่อยให้เป็นคดีประมาทเลินเล่อ และผู้ที่ต้องสงสัยก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์จากกระบวนการยุติธรรม ว่า สิ่งที่ดำเนินการไปนั้นถูกหรือผิดอย่างไร และเมื่อคณะทำงานชุดนี้มีการขับเคลื่อนงานแล้ว ก็จะต้องมีการรายงานให้คณะกรรมการ สกสค. ทราบเป็นระยะด้วย&amp;rdquo;โฆษก สกสค.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70952</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., คดีทุจริตสกสค., ธนพร สมศรี, นายมานิตย์ จุมปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69feb38c8ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
