<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนคุก ‘เจ้าคุณเอื้อน’ ยื่นฎีกาสู้คดีต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน &amp;quot;พระพรหมดิลก&amp;quot; คุก 8 เดือน ปรับ 8 พัน รอลงอาญา 1 ปี คดีทุจริตเงินทอนวัด ทนายอดีตเจ้าคุณเอื้อนเตรียมยื่นฎีกาสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนหมายเลขดำ อท.254/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายบุญเลิศ โสภา อายุ 54 ปี อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง, นายแก้ว ชิดตะขบ อายุ 54 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อายุ 51 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา และพระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี อายุ 75 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา/กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)/เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 162 ประกอบมาตรา 83, 86 กรณีกล่าวหาทุจริตการจัดสรรงบในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.2546-15 ส.ค.2557 โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2563 พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยที่ได้ทำการไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วนอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปีและปรับ 12,000 บาท โดยจำเลยที่ 1, 3, 4, 5 ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณาคดีอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 คนละ 12 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 8,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 นั้น ศาลเห็นว่า เคยประกอบคุณงามความดีในด้านพุทธศาสนา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ทะนุบํารุงการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา อีกทั้งไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นจึงให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้เป็นเวลา 9 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันนี้ พระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี จำเลยที่ 5 เดินทางมาศาล เนื่องจากยื่นอุทธรณ์คดี ส่วนจำเลยอื่นไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยมีคณะสงฆ์และฆราวาสผู้ติดตามเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่าประเด็นที่จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท&amp;nbsp;รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของพระพรหมดิลก เปิดเผยว่า พระพรหมดิลกอุทธรณ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสนับสนุนการกระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์?เห็นว่าจำเลยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ได้ ศาลจึงไม่เชื่อว่าจำเลยที่ 5 ไม่ทราบหรือไม่มีการตรวจสอบให้รอบคอบได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เบื้องต้นทีมทนายความปรึกษากันแล้ว จะยื่นเรื่องขอสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรณพระบุด้วยว่า พระพรหมดิลกมีคดีเกี่ยวกับเงินทอนวัดอีก 2 คดี โดยคดีที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อเดือน ก.ย.2563 และศาลออกเอกสารรับรองสิ้นสุดคดีความไปเมื่อเดือน ก.พ.2564 ส่วนอีกคดีเป็นการฟ้องในศาลแพ่ง เบื้องต้นขณะนี้ทนายได้ยื่นคำร้องถึงศาล เนื่องจากคดีอาญาฟอกเงินได้ถึงที่สุดแล้ว ในชั้นอุทธรณ์ของศาลแพ่งยังไม่มีคำสั่งใดๆ ลงมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94817</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, พระพรหมดิลก, พิพากษายืน, รอลงอาญา 1 ปี, ศาลอุทธรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e50aa2e7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผอ.พศ.อ่วม!ปปช.เชือดทุจริตเงินทอนวัด 7 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนม ศรศิลป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61 - มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2550 และ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2554)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 147&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดเบียดบังทรัพย์สินนั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีทุจริตงบอุดหนุนบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ของพศ. มูลค่าหลายสิบล้านบาท ในพื้นที่ จ. ลำพูน จำนวน 6 วัด และ จ.ลำปาง จำนวน 1 วัด รวม 7 วัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ 7 ส.ค. เวลา 14.00 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. จะแถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว ที่ห้องแถลงข่าว อาคาร 1 สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14822</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ชี้มูลความผิด, ปปช., พนม ศรศิลป์, อดีตผอ.พศ., โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b613a20cfc05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังแก๊งเงินทอนวัด ทนายยันบริสุทธิ์เตรียมให้ 8 เจ้าอาวาสเป็นพยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.61 - ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำตัวนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) และเจ้าหน้าที่ข้าราชการและอดีตข้าราชการสำนักพุทธฯ พร้อมพวกรวาม 8 คน ส่วนรายที่9 คือนายเจษฎา วงศ์เฆม ตัวยังอยู่ที่ภาคใต้ ที่ร่วมกันทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาตามมาตรา157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และ ข้อหาสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด พร้อมคัดค้านการประกันตัว หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ส่งเรื่องให้ตำรวจกลับมาดำเนินการที่พบมูลความผิด นพไปสู่การออกหมายจับและเข้าตรวจค้นเป้าหมาย10 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้( 1ส.ค.)&amp;nbsp; หลังสอบปากคำกว่า 10 ชม.เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายพนม และผู้ต้องหาอีก 3 คนไปฝากขังที่ สน.พหลโยธิน ส่วนอีก 4 คนควบคุมตัวไว้ที่กองปราบปราม เนื่องจากผู้ต้องหาหลายคนทำให้แออัด ก่อนที่จะเบิกตัวมาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งข้าวกระเพราให้รับประทานก่อนที่จะนำตัวส่งศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายณพล ใบเงิน ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมลูกความก่อนตำรวจจะคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังพร้อมเปิดเผยว่า ในคดีนี้ลูกความของตนเองยืนยันถึงความบริสุทธิ์ พร้อมต่อสู้ทุกข้อกล่าวหา โดยตนเองตั้งข้อสังเกตทางคดีว่าเหตุใด&amp;nbsp;พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เลือกแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสเพียงบางวัดเท่านั้น ทั้งที่ในใบของบประมาณสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีวัดที่ได้ยื่นของบประมาณและได้รับการอนุมัติ 8 วัดในเอกสารชุดเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ทีมทนายความอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการกับผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีในชั้นศาลนั้น ทีมทนายจะเรียกเจ้าอาวาสทั้ง 8 วัดที่ได้รับงบเงินอุดหนุนมาเป็นพยานในชั้นศาล โดยเจ้าอาวาสทั้ง 8 วัดเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมด สำหรับการการยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คนในวันนี้ทางญาติได้เตรียมหลักทรัพย์และเงินสดเพื่อเป็นหลักประกันต่อศาลไว้แล้วซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณพล ยังระบุถึงผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายคือ นางสาวประนอม คงพิกุล อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯที่ยังไม่ถูกควบคุม ว่ายังสามารถติดต่อทนายความของนางสาวประนอมได้อยู่ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนางสาวประนอมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, คดีทุจริตเงินทอนวัด, ปปช., พนม ศรศิลป์, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b628582e267e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนไม่เชื่อน้ำยารัฐ จัดการทุจริต เปิด 5 คดีโกงที่ได้รับความสนใจมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ข่าวการทุจริต &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; ข่าวการทุจริต ที่ประชาชนสนใจมากที่สุด อันดับ 1 อาหารกลางวันเด็กนักเรียน 42.03% &amp;nbsp;อันดับ 2 เงินทอนวัด 40.00% อันดับ 3 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37.00% อันดับ 4 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่าง ๆ 21.06% อันดับ 5 การทุจริตต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา 20.68%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;ldquo;สาเหตุการทุจริต&amp;rdquo;นั้น ประชาชนมองว่า เกิดจาก อันดับ 1 กิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว 68.35% อันดับ 2 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ 28.42% &amp;nbsp;อันดับ 3 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง 19.30% &amp;nbsp;อันดับ 4 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิด ๆ 17.11% อันดับ 5 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ 14.83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;ldquo;วิธีการป้องกันการทุจริต&amp;rdquo; สวนดุสิต ทำการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;อันดับ 1 ปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ &amp;nbsp;จิตสำนึกที่ดี 45.79% อันดับ 2 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรง 38.81% อันดับ 3 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม 31.21% &amp;nbsp;อันดับ 4 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา 21.77% อันดับ 5 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก 13.24%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่? อันดับ 1 &amp;nbsp;แก้ไขไม่ได้ 47.50%เพราะ &amp;nbsp; การทุจริตเกิดขึ้นมานานและมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม &amp;nbsp;คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ อันดับ 2 &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ 32.54% เพราะ &amp;nbsp; ปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp;รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯอันดับ 3 แก้ไขได้ 19.96% เพราะ &amp;nbsp; รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น &amp;nbsp;ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายประชาชนได้ &amp;ldquo;บทเรียน&amp;rdquo; อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้ อันดับ 1 เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก 51.87% &amp;nbsp;อันดับ 2 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง 33.38% อันดับ 3 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข 27.07% อันดับ 4 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย 20.53% อันดับ 5 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึก 17.87%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11493</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, ทุจริตกองทุนเสมา, สวนดุสิตโพล, เบี้ยคนจน, โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25b95f974f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพลเผยประชาชนหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ รับไม่เชื่อมั่นการจัดการเงิน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13 &amp;ndash; 14 มิถุนายน 2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 7.04 ระบุว่า มีความโปร่งใสมาก ร้อยละ 18.24 ระบุว่า ค่อนข้างมีความโปร่งใส ร้อยละ 46.40 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความโปร่งใส ร้อยละ 24.40 ระบุว่า ไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 3.92 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ (เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง,&amp;nbsp;การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.28 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ จะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมา ร้อยละ 12.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ การปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่าและร้อยละ 1.76 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.36 ระบุว่า มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะ ศรัทธาในหลักธรรมคำสอนไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบุว่า พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 35.52 ระบุว่า มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะ กระแสข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 0.48 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 0.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.76 ระบุว่า มีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด ร้อยละ 44.00 ระบุว่า ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ร้อยละ 35.68 ระบุว่า ให้ทุกวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส ร้อยละ 21.20 ระบุว่า เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด ร้อยละ 18.24 ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาด ในการบริหารเงิน ร้อยละ 13.28 ระบุว่า ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ ร้อยละ 0.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 2.80 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11492</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, นิด้าโพล, ปฏิรูปองค์กรสงฆ์, ผลสำรวจความคิดเห็น, พระสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25b54713a70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>30วันรู้ผลสอบวินัย&#039;พิสิฐชัย&#039;โพสต์แฉเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีดีเอสไอระบุ 30 วันรู้ชัดพิสิฐชัยผิดวินัยหรือไม่ เผยแรงจูงใจเพราะอยากช่วยศาสนาให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)​ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ ว่า จากการสอบถามถึงเหตุจูงใจในการโพสต์เฟซบุ๊กกรณีที่จะมีการจับกุมและดำเนินคดีอาญาเจ้าอาวาสวัดหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด พบว่า นายพิสิฐชัยต้องการให้ศาสนาดีขึ้น โดยนำข้อมูลจากสื่อทั่วไปผสมกับจินตนาการส่วนตัว ขณะนี้ทางดีเอสไอได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยทั่วไปแล้ว และจะทราบผลภายใน 30 วัน แต่ยังไม่ถึงขั้นทำผิดวินัยร้ายแรง หากในอนาคตจะมีการเพิ่มโทษเป็นผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่นั้น จะต้องดูผลการดำเนินคดีอาญาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพสิฐ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้นายพิสิฐชัย ดูคดีของวัดพระธรรมกายในส่วนของพ.ร.บ.สงฆ์ พร้อมทั้งยังเคยเป็นชุดเจรจา เนื่องจากนายพิสิฐชัยมีความรู้ทางด้านนี้ และบวชเรียนมาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้ให้นายพิสิฐชัย เข้ามาดูในส่วนของการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตนเองยังได้กำชับถึงแนวทางการปฏิบัติทางด้านให้ข่าวของดีเอสไอกับนายพิสิฐชัย เพราะทางดีเอสไอมีกฎระเบียบในการให้ข่าวชัดเจน ยิ่งเป็นพนักงานสอบสวนจะต้องระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นให้มากขึ้น แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11346</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ดีเอสไอ, นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร, สอบวินัยนายพิสิฐชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21f29fc0c61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละขบวนการ แนวต้าน &#039;พงศ์พร&#039;!  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีทุจริตเงินทอนวัดของ &amp;ldquo;พระพรหม&amp;rdquo; 3 รูป เลยดูไม่อึกทึกครึกโครมเหมือนตอนใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ภายใต้ความ &amp;ldquo;นิ่ง&amp;rdquo; กลับมีความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยหยุด โดยเฉพาะฝ่ายตกเป็น &amp;ldquo;ผู้ถูกกล่าวหา&amp;rdquo; ที่บรรดาเครือข่ายพากันขยับกับปฏิบัติการ &amp;ldquo;สู้เฮือกสุดท้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัวละครหน้าใหม่และหน้าเดิมกำลังเดินเกมเพื่อรักษาชีวิตรอด เพราะเดิมพันครั้งนี้ ถ้า &amp;ldquo;แพ้&amp;rdquo; ขั้วอำนาจที่ใหญ่ที่สุดใน &amp;ldquo;ดงขมิ้น&amp;rdquo; มาตลอดสิบปีหลังจะล่มสลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ป้อมค่ายสำคัญต่างๆ ที่ใช้ในการศึกหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ค่ายคลองสาม&amp;rdquo; เมื่อคราวอารักขา &amp;ldquo;ธัมมชโย&amp;rdquo; ให้รอดพ้นจากการตรวจค้นอาณาจักรธรรมกายครั้งก่อน ถูกเรียกหารือเป็นการด่วนเพื่อ &amp;ldquo;รับศึกใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เครือข่าย &amp;ldquo;ฝ่ายฆราวาส&amp;rdquo; หน้าเก่าๆ ไม่ว่ากลุ่มสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน หรือนักวิชาการบางคนในขุมข่าย ออกมารับหน้าเสื่อทำหน้าที่ชี้แจงแทน &amp;ldquo;พระพรหม&amp;rdquo; 3 รูป ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังเปิดปฏิบัติการเดินทางไปยื่นหนังสือตามที่ต่างๆ &amp;ldquo;ปลุกกระแส&amp;rdquo; การตรวจสอบเที่ยวนี้ของ &amp;ldquo;พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นการทำลาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ศาสนจักร&amp;rdquo;!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ลำพังตัวละครเดิมต้นทุนเริ่มต่ำ กระแสชักไม่เอาด้วย ล่าสุดต้องเรียกใช้บริการคนมีหน้ามีตาในเรื่องการตรวจสอบอย่างอดีต &amp;ldquo;มือปราบ&amp;rdquo; แห่งค่ายพระราม 6 มาช่วยฟอกให้ตามหน้าสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ถูกจับได้ไล่ทันว่ามันลักลั่นอยู่ชอบกล เหมือนเซตบทเตี๋ยมกันมา เพราะก่อนหน้า &amp;ldquo;อดีตนักสืบเงินรัฐ&amp;rdquo; จะมาสวมบท &amp;ldquo;องครักษ์&amp;rdquo; พิทักษ์พรหม 3 รูป &amp;ldquo;จรูญ วรรณกสิณานนท์&amp;rdquo; กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ที่ตระเวนยื่นนู่นยื่นนี่ให้เอาผิด &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; เก็บอาการไม่อยู่ เว้าวอนอยากให้เรื่องไปอยู่ในการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จนน่าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สตง.&amp;rdquo; กลายเป็นหน่วยงานที่พระไว้วางใจอยากให้อยู่ในมือ มากกว่าสำนักงาน ป.ป.ช. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เสียอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งที่ &amp;ldquo;สตง.&amp;rdquo; เคยมีประวัติทำเก้าอี้พระผู้ใหญ่บางรูปในอดีต &amp;ldquo;ขาหัก&amp;rdquo; มาแล้ว ถ้ายังจำกันได้ &amp;ldquo;ค่ายภูเขาทอง&amp;rdquo; ที่กำลังตกเป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้นี่แหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนั้น &amp;ldquo;สตง.&amp;rdquo; ตรวจพบว่ามีความผิดปกติของการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ &amp;ldquo;สมเด็จเกี่ยว&amp;rdquo; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จำนวน 67 ล้านบาท เป็นเหตุให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ของ &amp;ldquo;พระพรหมสุธี&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เจ้าคุณเสนาะ&amp;rdquo; หลุดลอยในพริบตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ขณะนั้นที่มี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ &amp;ldquo;สมเด็จช่วง&amp;rdquo; เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นรักษาการสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง &amp;ldquo;พระพรหมสิทธิ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เจ้าคุณธงชัย&amp;rdquo; ขึ้นรับไม้ต่อทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่มาถึงวันนี้ &amp;ldquo;เจ้าคุณธงชัย&amp;rdquo; ที่ได้ดิบได้ดีจากการตรวจสอบคราวนั้น กลายมาเป็น &amp;ldquo;ผู้ถูกกล่าวหา&amp;rdquo; อดีตมือปราบการใช้เงินรัฐผิดประเภท ที่เคยเป็นตัวตั้งตัวตีจน &amp;ldquo;เจ้าคุณเสนาะ&amp;rdquo; อยู่ไม่ได้ กลับสลัดคราบมาเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;องครักษ์&amp;rdquo;!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเครื่องหมายคำถามมาถึงทุกวันนี้ ตกลงที่ &amp;ldquo;เจ้าคุณเสนาะ&amp;rdquo; อยู่ไม่ได้ เพราะพิษตรวจสอบ หรือการเมืองใน &amp;ldquo;ดงขมิ้น&amp;rdquo;!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนดิ้นไม่ได้จำกัดวงเฉพาะ &amp;ldquo;ฆราวาส&amp;rdquo; ที่ใช้สโลแกนปกป้องพระพุทธศาสนามาบังหน้าเคลื่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่ากันว่า ยังมีความพยายามประสาน &amp;quot;บิ๊ก&amp;quot; ในรัฐบาลบางคนที่ขึ้นชื่อลือชาว่า เป็น &amp;ldquo;ศิษย์เอกค่ายภูเขาทอง&amp;rdquo; เข้านอกออกในมาตั้งแต่มีเสียงเชียร์ให้ &amp;ldquo;สมเด็จเกี่ยว&amp;rdquo; ขึ้นตำแหน่งพระสังฆราช มาช่วยล้มความพยายามของ &amp;ldquo;ตาเถรกวาดลาน&amp;rdquo; นาม &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เสียงลือกระฉ่อนกันสนั่น ว่าแม้เบื้องหน้าจะไม่สามารถพูดอะไรได้เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากไม่ได้มีหน้าที่ หลังถูกริบสิทธิ์ในการดูแล &amp;ldquo;พศ.&amp;rdquo; ไปให้คนอื่น แต่เบื้องหลัง &amp;ldquo;ศิษย์เอกค่ายภูเขาทอง&amp;rdquo; ยังเดินเกมลับๆ เพื่อล้มแผน &amp;ldquo;รัฐประหาร ครม.สงฆ์&amp;rdquo; เที่ยวนี้อยู่เนืองๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ต้องยอมรับว่า ยากเอาการ เหนือบ่ากว่าแรงที่จะหยุดยั้ง เพราะ &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; กลับมาคราวนี้ คนในรัฐบาลมีหน้าที่แค่ &amp;ldquo;สนับสนุน&amp;ndash;ปกป้อง&amp;rdquo; ให้ภารกิจเดินหน้า ไม่ใช่จ้องแต่จะ &amp;ldquo;ปลด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แถมข้อมูลในมือ &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ยังโหด ถึงขนาดทำให้ใครบางคน &amp;ldquo;ฉันไม่ได้ จำวัตรไม่สนิท&amp;rdquo; ตามรายงานที่ว่า บัญชีการเงินมันชัดว่าไหลออกไปทางไหนบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังม้วนนี้ดูเผินๆ เหมือนจะยาว เหมือนจะยาก แต่ความจริงหนาหูเหลือเกินว่า แค่ &amp;ldquo;อึดใจเดียว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กระบวนการยุติธรรม, คดีทุจริตเงินทอนวัด, จรูญ วรรณกสิณานนท์, ดงขมิ้น, ตาเถรกวาดลาน, รัฐประหาร ครม.สงฆ์, สู้เฮือกสุดท้าย, อดีตนักสืบเงินรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1f07f5aba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
