<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปริญญา’โต้คดี‘ธรรมนัส’ ศาลไม่ให้ความเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา&amp;quot; กางตำราเห็นแย้งศาลรัฐธรรมนูญคดีธรรมนัส ติงฝ่ายตุลาการของประเทศไทยมีปัญหาการให้ความยุติธรรม ลามถึงผู้พิพากษาถูกตั้งคำถามเรื่องไม่ให้ประกันตัวสามนิ้วหมิ่นสถาบัน อ้างไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่คนรู้สึกกับศาลว่าไม่ให้ความเป็นธรรมมากเท่านี้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นโต้แย้งศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่วินิจฉัยสถานภาพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และไม่พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี ตามมาตรา 170 จากกรณีต้องโทษคดียาเสพติดในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา ระบุว่า เหตุผลแรกของศาลรัฐธรรมนูญคือ อำนาจตุลาการของไทยไม่อยู่ภายใต้อำนาจตุลาการของประเทศอื่น ถ้าเรายอมรับคำพิพากษาของศาลประเทศอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยไม่มีสนธิสัญญาที่จะยอมรับคำพิพากษาของกันและกัน ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าจะทำให้อำนาจอธิปไตยทางศาลของไทยถูกกระทบกระเทือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าเหตุผลนี้ควรต้องมีการโต้แย้ง ประมวลกฎหมายอาญาของไทยมีหลักให้ยอมรับคำพิพากษาของศาลประเทศอื่น ในกรณีที่ศาลประเทศนั้นพิพากษาให้ลงโทษและผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษจนพ้นโทษแล้ว ทั้งนี้ เพื่อไม่ต้องมีการลงโทษซ้ำต่อการกระทำที่ถูกลงโทษไปแล้ว และกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทยก็กำหนดให้นำหลักนี้มาใช้ โดยไม่ต้องมีสนธิสัญญายอมรับคำพิพากษาระหว่างกัน หรือจะเป็นการกระทบต่ออำนาจอธิปไตยแต่ประการใดครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าง่ายๆ คือถ้าใครต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดที่ประเทศอื่นและรับโทษครบแล้ว กฎหมายไทยก็กำหนดไม่ให้มีการดำเนินคดี พิพากษา และลงโทษเขาที่ประเทศไทยอีก แต่ถ้าไปกระทำในต่างประเทศแล้วยังไม่ถูกพิพากษาให้รับโทษ ก็อาจจะถูกดำเนินคดีในประเทศไทย และอาจจะต้อง &amp;ldquo;คำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด&amp;rdquo; และทำให้เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ดังนั้นการปฏิเสธไม่ยอมรับคำพิพากษาศาลต่างประเทศโดยสิ้นเชิงในการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีโดยอ้างเหตุผลเรื่องอำนาจอธิปไตยของศาลไทย จึงไม่สอดคล้องกับระบบกฎหมายอาญาของไทย และเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญประการที่สองคือ กฎหมายอาญาของแต่ละประเทศกำหนดฐานความผิดไว้แตกต่างกัน โดยชี้ว่าการกระทำอย่างเดียวกัน กฎหมายของบางประเทศอาจกำหนดให้เป็นความผิด แต่กฎหมายของไทยอาจไม่กำหนดให้เป็นความผิดก็ได้ ดังนั้นจึงเอาคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมาใช้ไม่ได้ ประเด็นนี้อาจรับฟังได้ หากเป็นการต้องคำพิพากษาในต่างประเทศสำหรับการกระทำที่ไม่เป็นความผิดในประเทศไทย แต่เนื่องจากการกระทำนี้ถือเป็นความผิดในประเทศไทยด้วย ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้นเช่นเดียวกันครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่สามคือ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า หากตีความว่าเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด หมายรวมถึงคำพิพากษาของศาลต่างประเทศด้วย อาจทำให้ไม่สามารถกลั่นกรองหรือตรวจสอบความชอบด้วยหลักนิติธรรมของกระบวนการพิจารณาของศาลต่างประเทศดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลข้อนี้ก็จะฟังขึ้นหากเป็นคำพิพากษาจากประเทศเผด็จการที่ศาลถูกแทรกแซงได้ ศาลไทยก็ไม่ควรที่จะยอมรับ แต่เนื่องจากประเทศออสเตรเลียไม่ได้มีปัญหานั้น แล้วความจริงศาลรัฐธรรมนูญจะตรวจสอบคำพิพากษาของศาลประเทศออสเตรเลียว่า พิจารณาโดยชอบด้วยหลักนิติธรรมหรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบได้ โดยศาลรัฐธรรมนูญสามารถร้องขอได้โดยตรงจากศาลออสเตรเลียอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงไปขอให้ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และกระทรวงต่างประเทศไปขอสำเนาคำพิพากษาแล้วไม่ได้ ก็สรุปไปเลยว่าตรวจสอบไม่ได้เช่นนี้ ดังนั้นการเอาเหตุผลนี้มาใช้จึงเป็นปัญหาเช่นกันที่ทำให้คนรู้สึกเห็นต่างไปจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำกล่าวมาตั้งแต่เกือบร้อยปีมาแล้ว แล้วก็เอามาสอนกันในโรงเรียนกฎหมายกันทั่วไป โดยผู้พิพากษาของอังกฤษชื่อลอร์ด Hewart ในคดี Rex v. Sussex Justices ว่า &amp;ldquo;Justice is not only to be done, but also seen to be done!&amp;rdquo; แปลเป็นไทยได้ความว่า ความยุติธรรมไม่เพียงแต่ต้องทำให้เกิดขึ้นมา แต่ต้องทำให้เห็นด้วยว่าที่ทำลงไปนั้นคือความยุติธรรม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญได้สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นมาแล้วหรือไม่ และรัฐมนตรีคนนี้ควรพ้นตำแหน่งหรือไม่ เป็นประเด็นหนึ่ง แต่ประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน และอาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำคือประโยคหลังครับ Justice is seen to be done คือ ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำให้คนเขาเห็นหรือไม่ ว่าที่ทำลงไปนั้นคือความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นว่าในขณะนี้ฝ่ายตุลาการของประเทศไทยดูจะมีปัญหาตรงนี้อยู่มากในเรื่องทำให้คนเห็นว่าศาลได้ให้ความยุติธรรมแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีแต่ศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งคำถามทั้งคดีนี้และคดีก่อนหน้านี้อีกหลายคดี แต่ศาลยุติธรรมก็ถูกตั้งคำถามมากในขณะนี้ในเรื่องการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีบางคดีด้วยครับ ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่คนรู้สึกกับศาลว่าไม่ให้ความเป็นธรรมมากเท่านี้มาก่อน ซึ่งกระทบต่อความเชื่อถือของผู้คนที่มีต่อฝ่ายตุลาการ และหลักการปกครองโดยกฎหมายที่ทุกคนและทุกฝ่ายเสมอกันภายใต้กฎหมาย และดังนั้น ด้วยความเคารพ จึงเป็นเรื่องด่วนที่ศาลควรต้องแก้ไขครับ&amp;quot; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะต้องทำหน้าที่ที่มีอยู่ร่วมคลี่คลายปัญหาต่างๆ แม้มีสมาชิกพรรคเรียกร้องให้ถอนตัว เพราะไม่อยากให้พรรคเสียหายร่วมงานกับรัฐมนตรีที่มีคดีความว่า นายจุรินทร์อ้างสารพัดอย่าง โดยลืมสิ่งที่พูดไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง เป็นประเภทได้หน้าแล้วลืมหลัง พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผลในการตัดสินในเกาะอยู่กับอำนาจครั้งนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งประชาชนเขาจะตัดสินท่านเอง จะเป็นสิ่งพิสูจน์การกระทำของพรรคท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นมองว่าจะเป็นรอยร้าวของรัฐบาลหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ลักษณะแบบนี้เป็นรอยร้าวในรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต่างหาจังหวะช่วงชิงโอกาส ทั้งโอกาสทางผลประโยชน์และโอกาสถอนตัวออกจากรัฐบาล เมื่อมันถึงทางตันเดินหน้าไม่ได้จริงๆ กรณีที่เกิดขึ้นคนที่เสียโอกาสจริงๆ คือประชาชนชาวไทย อยากเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาว่าจะเดินหน้าต่อไปกับรัฐบาลนี้ได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของร้อยเอกธรรมนัสนั้น พบว่าลงพื้นที่ร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนค่าภัตตาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการ &amp;quot;โรงทานวัดอรุณ&amp;quot; ที่สำนักงานกลางวัดอรุณราชวราราม สำหรับกำหนดการจัดตั้ง &amp;quot;โรงทานวัดอรุณ&amp;quot; ดังกล่าว จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-31 พฤษภาคม 2564 โดยคณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม นำโดย พระธรรมรัตนดิลก กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เพื่อเป็นการสนองพระดำริเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อจัดภัตตาหารถวายแด่พระภิกษุ-สามเณรในพระอาราม และสงเคราะห์ประชาชนในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102461</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีธรรมนัส, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_609943277ea73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน. แจงภาพไม่ใส่หน้ากากเป็นของเก่า ใช้ประกอบถ่ายทอดทางโทรทัศน์วงจรปิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกเอกสารชี้แจง&amp;nbsp;กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีเมื่อวานนี้ ( 5 พ.ค.)&amp;nbsp;โดยได้ทำการถ่ายทอดภาพและเสียงการอ่านคำวินิจฉัยคดีผ่านทางโทรทัศน์วงจรปิด&amp;nbsp;และได้มีภาพนิ่งของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เข้ามาแทนที่ภาพเคลื่อนไหวของศาล ที่กำลังดำเนินกระบวนการอ่านคำวินิจฉัยอยู่ ในระยะแรก&amp;nbsp;ซึ่งคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้สวมหน้ากากอนามัยอยู่โดยครบถ้วนทุกท่าน&amp;nbsp;และภาพนิ่งที่แทรกเข้ามาดังกล่าว อาจเป็นเหตุให้มีความเข้าใจคาดเคลื่อนว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยในขณะทำการอ่านคำวินิจฉัยนั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันกับข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญขอชี้แจงว่า ภาพนิ่งดังกล่าวไม่ใช่ภาพในขณะที่ศาลกำลังปฎิบัติหน้าที่อ่านกับวินิจฉัยในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;หากแต่เป็นภาพที่ได้มีการบันทึกไว้ในวาระโอกาสอื่น&amp;nbsp;และนำมาใช้เฉพาะวัตถุประสงค์สำหรับประกอบการถ่ายทอดโทรทัศน์วงจรปิด&amp;nbsp;ในช่วงเวลาที่ทำการตัดภาพการถ่ายทอดให้มีเฉพาะเสียงการอ่านคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น&amp;nbsp;จึงขอเรียนให้ทราบว่าในขณะที่ศาลทำการอ่านคำวินิจฉัยอยู่นั้นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านได้สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ซึ่งได้ปฎิบัติตามมาตรการควบคุมการแพทยระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดตลอดเวลาจนภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้นในเวลา 15.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102014</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีธรรมนัส, ศาลรัฐธรรมนูญ, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093cc20e9d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
