<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางกรรม!ศาลเลื่อนสืบพยานคดีนปช. ชุมนุมไล่&#039;อภิสิทธิ์&#039;ปี 2552 เหตุเปลี่ยนตัวทนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปี อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 54 ปี ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 44 ปี เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลยที่ 1-13 กรณีกลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้แกนนำและแนวร่วม นปช. ที่เป็นจำเลยเดินทางมาศาล พร้อมเบิกตัวนายพายัพ ปั้นเกตุ จำเลยที่ 9 และนายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 10 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มการประชุมอาเซียน มาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการพิจารณา มีการยื่นหลักฐานยืนยันการเสียชีวิตของนายพีระ พริ้งกลาง จำเลยที่ 12 ศาลพิเคราะห์แล้วจำเลยที่ 12 ถึงแก่ความตาย เป็นเหตุระงับ ให้จำหน่ายคดีส่วนของจำเลยที่ 12 ออกจากสารบบความ ขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ จำเลยที่ 11 ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาลับหลัง เนื่องจากจำเลยเป็น กมธ.วิสามัญของสภาฯ ต้องร่วมประชุม ไม่สามารถมาศาลได้ทุกนัด ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จำเลยที่ 3 และนายพิพัฒน์ชัย หรือสมชาย ไพบูลย์ จำเลยที่ 8 มีการแต่งตั้งทนายความใหม่ ติดว่าความที่ศาลอื่น ศาลจึงให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์ไปเป็นวันที่ 15 ก.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบช.น. เดินทางมาเป็นพยานโจทก์ แต่เนื่องจากว่ามีเหตุบางประการที่ฝ่ายจำเลยแถลงต่อศาล คือ ตนเองซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 8 ได้มีการรับแจ้งจากทนายความคนเดิมว่าถอนตัวจากการเป็นทนายความ จึงต้องแต่งตั้งทนายความคนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ทนายความคนใหม่ติดว่าความในคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นอกจากนี้ นพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ก็แต่งตั้งทนายความใหม่เช่นกัน ศาลพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้เริ่มสืบพยานครั้งแรกวันที่ 15 ก.ค.นี้ คดีนี้พวกตนต่อสู้ตามพยานหลักฐานมาตั้งแต่ต้น แต่ก็มีความหนักใจในการต่อสู้อยู่บ้าง โดยต้องต่อสู้คดีที่ผ่านมายาวนาน 10 ปีแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่การวินิจฉัยของศาล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68847</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนปช., สืบพยานโจทก์, ไล่อภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee86dca2f996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี แกนนำนปช. บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องพิจารณา 709 เวลา 9.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคน จากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวง ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธง ตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ริบของกลางทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็น ผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ ในการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2562 ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เนื่องจากก่อนวันนัด นายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธความผิด ขอต่อสู้คดี โดยได้ยื่นคำให้การใหม่ เป็นให้การเป็นรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี ศาลอาญาจึงต้องส่งคำพิพากษาศาลฎีกาคืนให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป จนกระทั่งล่าสุดมีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 6 ก.พ. นี้ ทั้งนี้ ในส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ยังคงยืนยันให้การปฏิเสธ เพราะยังมีหลักฐานสู้คดีเป็นใบรับรองแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาในคดีแกนนำนปช.ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเนื่องจากจำเลยที่ 1 นายนพรุจ หรือ นพรุฒ วรชิตวุฒิกุล ไม่ได้เดินทางมาศาลวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56438</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนปช., บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b7dd58269d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้อยใจรายสัปดาห์ &#039;จตุพร&#039; พ้อศาลสั่งจำคุกต่อทั้งที่พ้นโทษแล้ว เผยเคยคิดสังเวยชีวิตอย่าง สืบ นาคะเสถียร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2562 ที่ชั้น5 ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ จัดกิจกรรมต่อลมหายใจ พีซทีวี มีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)มาพบปะพูดคุย ร้องเพลงกับแนวร่วมคนเสื้อแดงอย่าง นสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ &amp;nbsp;
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองตอนหนึ่งว่า เรื่องน้ำท่วม ความจน รัฐธรรมนูญและอิสรภาพ ในสามเรื่องแรก เป็นเรื่องของพี่น้องคนไทยทั้งชาติ ส่วนเรื่องอิสรภาพ เป็นเรื่องของพี่น้องเรา เรื่องปัญหาน้ำท่วม นอกจากภาคอีสาน เวลานี้ได้กระจายไปถึงภาคกลางในหลายจังหวัด มีผู้วิจัยไว้ว่า ประเทศไทยทั้งปี ทำอยู่สองเรื่อง หน้าแล้งให้ขนน้ำให้คน หน้าฝนขนคนหนีน้ำ เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ไม่เคยมีแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาว สิ่งที่คนไทยอยากได้ยินคือ ภาครัฐเสนอแผนแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทุกฝ่ายช่วยกันระดมความคิด ช่วยกันคิดแก้ปัญหาให้ยั่งยืน ระยะเวลา 10 ปี การแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม มีการศึกษากันไว้แล้วทั้งหมด ขาดอย่างเดียวคือลงมือทำ รัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัย เงินช่วยภัยแล้งก็จะได้ตอนน้ำท่วม เงินช่วยน้ำท่วมก็ไปได้ช่วงภัยแล้ง เป็นปัญหาของระบบราชการไทย เป็นอย่างนี้มาตลอด ไม่มีการปรับปรุง บูรณาการ ไม่มีการวางแผนว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างไรในระยะยาว จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้ยินรัฐบาลพูดถึงการแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำ ในอนาคต แข่งขันกันแต่เรื่องรับเงินบริจาค แต่ไม่แข่งขันกันแก้ไขปัญหา ภาครัฐควรเสนอแผนแก้ไขทั้งระบบ ระดมความคิดทุกฝ่าย คนไทยควรจะเห็นว่าปีต่อไป หากเราเจอปัญหานี้ควรทำอย่างไร เราไปห้ามภัยธรรมชาติไม่ได้ แต่คนมีหน้าที่แก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ระบบการเมืองของไทย มักเล่นการเมืองมากกว่าทำงานรับใช้บ้านเมือง &amp;nbsp;ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 เป็นฉบับที่แก้ยากมากที่สุด การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นั้น ต้องผ่านด่านแรกก่อนคือ การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้เกิดการตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) แม้ว่าทุกฝ่าย ทั้งภาคประชาชน ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล จะพูดกันถึงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มีการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งจาก ส.ว. ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล รวมถึงเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่จนหมดสมัยประชุมแรกแล้ว ก็ยังไม่เกิดกรรมาธิการดังกล่าว &amp;nbsp;การจะหวังเสียงจาก ส.ว.1ใน3 หรือ 84 คน เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญนั้น คิดว่า เสียง ส.ว.ทั้งหมด จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าเห็นด้วยก็เห็นด้วยทั้งหมด ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมด เพราะฉะนั้น จะต้องผ่านด่านแรกคือ แก้ไขมาตรา 256 ให้ได้เสียก่อน ให้ประชาชนได้เลือกส.ส.ร.เข้ามา จากนั้นจึงค่อยพูดถึงประเด็นอื่นๆ ที่เราไม่สบายใจกัน อาทิ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นต้น &amp;nbsp;แต่หากต่างฝ่ายต่างเสนอแก้เพื่อมุ่งเเต่เล่นการเมือง หรือพยายามเอาชนะทัดทานกัน ก็จะเกิดการแก้ไขได้ยาก นอกจากนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องมี 2 เรื่องที่ไม่ไปแตะต้อง คือ หมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกมิได้ ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของประชาชน &amp;nbsp;โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมองถึงผลสัมฤทธิ์มากว่าเป็นเรื่องการเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า สำหรับเรื่องอิสรภาพ เคยพูดไปแล้วว่า เอาแน่เอานอนไม่ได้ ล่าสุดคดีพัทยา ตนต้องกราบขอบพระคุณศาลที่ยกฟ้องเพราะเป็นการฟ้องซ้ำเหตุการณ์ปี 2552 ตำรวจนครบาลและตำรวจ ภูธรภาค 2 ประชุมกันครบถ้วน ว่าจะฟ้องใครในเขตพื้นที่นครบาล &amp;nbsp;ฟ้องใครในเขตพื้นที่พัทยา และตำรวจได้ให้การต่อศาลว่าทำไมไม่ฟ้องบุคคลเหล่านี้ ที่พัทยา ส่วนเรื่องคดีของตนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พยายามอธิบายเรื่องนี้ เพราะไม่คิดว่าต้องเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในคดีที่มีแต่ตนที่เจอเป็นคนแรก ตั้งแต่คดีที่ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.เพราะติดคุก ไม่ได้รับอขนุญาตให้ออกมาเลือกตั้ง รวมถึงคดีแพ่ง ที่ตนกับพวก ต้องร่วมกันชดใช้ ค่าเสียหาย ซึ่งยกมาสองศาล และกลับคำพิพากษาในศาลฎีกา โดยให้เหตุผลว่า เป็นประธานนปช.จึงมีความผิด ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่ได้เป็นประธาน นปช. จนมาถึงคดีนี้ ศาลอุทธรณ์สั่งให้พิพากษากลับให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดใหม่ ให้นายจตุพร กลับไปรับโทษต่อ ทั้งที่พ้นโทษมากว่าปีแล้ว ก็อยากถามว่าทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชะตากรรมเหล่านี้ เป็นเรื่องของความยากลำบาก เรามีหน้าที่ยอมรับชะตากรรม แต่บางเรื่องมันหมดหนทาง ที่ผ่านมาไม่เคยยอมถอยหนี แต่บางช่วงของชีวิต ก็เข้าใจ การเอาชีวิตสังเวย ขณะกำลังต่อสู้เรื่องการรักษาทุ่งใหญ่นเรศวร ของนายสืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;เป็นอย่างมาก ก็เคยคิดเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าเรามีสัมภาระ &amp;nbsp;มีชีวิตที่จะต้องรับผิดชอบจำนวนมาก เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะสู้กันอย่างไร &amp;nbsp;ติดคุกก็ติดมาแล้ว &amp;nbsp;ทุกอย่างสารพัดที่จะโดน &amp;nbsp;น้อมรับชะตากรรมทุกอย่าง ก็ยังจะต้องมาโดนอย่างนี้กันอีก แต่ทั้งหมดเรา ก็ยังต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมนี้อยู่ เพียงแต่เราปรับทุกข์ให้ฟัง เพราะว่าเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาของประเทศไทย ที่บอกว่ามันหมดหนทาง หมดที่พึ่งแล้ว เหลือสิ่งเดียวที่ยังพึ่งได้ คือพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น&amp;quot;นายจตุพรกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวอีกว่า เรื่องของคดีในวันที่23ก.ย. ขอไม่พูดถึง เนื่องจากไม่ต้องการก้าวล่วงศาล แต่จะทำหน้าที่ให้กำลังใจ และคิดหนทางทุกอย่าง เมื่อสิ้นกระแสความแล้ว เราก็ควรจะรู้ว่า เราจะต้องทำอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่จะทำได้ ในฐานะมิตรร่วมชะตากรรมนั้น คือการให้กำลังใจ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบและขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักประชาธิปไตย ให้เดินทางไปเยี่ยม ให้กำลังใจ มิตรสหายที่อยู่ในเรือนจำพิเศษพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่23 ก.ย. เวลา9.00น. ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่อัยการ ยื่นฟ้องนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว2006 นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน นายวันชัย นาพุทธา นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ที่ ห้อง701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน นายนพรุจ นายวีระกานต์ นายณัฐวุฒิ นายวิภูแถลง นพ.เหวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนปช., จตุพร  พรหมพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a50bca2deb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมิ่นศาลไหม?&#039;ณัฐวอด!เทียบคดีพธม.ยึดทำเนียบ6เดือนติดคุก8เดือน นปช.ปิดบ้านสี่เสาร์9ชม.คุก2ปี8เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.62- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าบนสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คดีพันธมิตรฯล้อมรัฐสภาขวางรัฐบาลแถลงนโยบาย 7 ตุลาคม 51
- ตัดน้ำ ตัดไฟ นายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. ปีนรั้ว มุดรั้วหนี
- พบรถขนระเบิดในกลุ่มผู้ชุมนุม&amp;nbsp;
- แถลงนโยบายจบเหตุการณ์ไม่จบ ระดมพลล้อมกองบัญชาการตำรวจนครบาลถึงกลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* ศาลชั้นต้นยกฟ้องแกนนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คดีพันธมิตรฯยึดทำเนียบรัฐบาลเกือบ 6 เดือน
- ตัดโซ่เข้าไปตั้งเวที บุกเข้าอาคารต่างๆ
- เจ้าหน้าที่พยายามเข้าขอคืนพื้นที่ ถูกต่อต้านจนต้องล่าถอย
- ระหว่าง 6 เดือนเกิดสถานการณ์ต่างๆมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกแกนนำ 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คดีนปก.ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ 9 ชั่วโมง
- ไม่มีการบุกรุกเข้าบริเวณบ้าน ไม่มีอาวุธ&amp;nbsp;
- เจ้าหน้าที่ใช้แกสน้ำตา มีการผลักดันบาดเจ็บเล็กน้อยทั้ง 2 ฝ่าย&amp;nbsp;
- ผู้ชุมนุมกลับสนามหลวง ไม่มีเหตุบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกแกนนำ 4 ปี 4 เดือน
*ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกแกนนำ 2 ปี 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา 31 กรกฎาคม 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42286</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนปช., คดีพันธมิตร, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d1216d351d2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
