<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดีนปช.บุกบ้านสี่เสาฯ  เหตุไวรัสโควิด-19 ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เวลา 9.00 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006,&amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน,&amp;nbsp;นายวันชัย นาพุทธา,&amp;nbsp;นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช.,&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.,&amp;nbsp;นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลอาญาได้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 26 มิ.ย. นี้ เวลา 9.00 น. เนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่องการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease: COVID-19) และประกาศคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease: COVID-19) ที่ให้ผู้รับผิดชอบราชการศาลใช้ดุลพินิจพิจารณาเลื่อนคดีจัดการพิเศษ คดีสามัญ และคดีสามัญพิเศษทุกคดี ที่นัดในช่วงเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีนี้มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้วรวม 4 ครั้ง ครั้งแรกศาลอาญานัดเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2562 ปรากฏว่าครั้งนั้นนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 ป่วย ศาลจึงเลื่อนนัดมานัดครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2562 แต่เกิดกรณีที่จำเลยที่ 4-7 ขอกลับคำให้การเดิมจากปฏิเสธสู้คดี เป็นขอรับสารภาพผิด ศาลอาญาจึงต้องส่งคำพิพากษากลับไปให้ศาลฎีกาพิจารณาใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนศาลอาญาจะนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งที่ 3 วันที่ 6 ก.พ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;วันดังกล่าวมีเหตุเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้ง เพราะนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ย้ายที่อยู่ ไม่สามารถส่งหมายนัดให้นายนพรุจได้ ศาลอาญาจึงเลื่อนนัดมาเป็นวันที่ 30 เม.ย. นี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงต้องเลื่อนนัดเป็นวันที่ 26 มิ.ย.นี้ เวลา 9.00น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์,&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ,&amp;nbsp;นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ริบของกลาง&amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 10 ม.ค.2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็น ผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม,&amp;nbsp;มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64120</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดีนปช.บุกบ้านสี่เสา, นปก., เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d401276c919c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอมยุทธ์พร้อมเผชิญความจริง! &#039;ณัฐวุฒิ&#039; เคลื่อนไหวก่อนฟังศาลฎีกาชี้ชะตาคดีบุกบ้านสี่เสาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในจำเลยคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี 2550 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ความห่วงใยจากสหายชาวยุทธใหลหลั่งมาไม่ขาดสาย เรื่องราวในชีวิตคน กำลังใจมีค่าเสมอ &amp;ldquo;เล่งฮู้ชง&amp;rdquo;ก็เป็นคนผู้หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนิ่นนานกว่าสิบปีผาดโผนในยุทธภพ รุ่งโรจน์ ตกต่ำ บอบช้ำ สุขสม ล้วนพบพาน ทุกช่วงเวลาดังสายลมที่พัดผ่าน แม้ไม่ยิ่งใหญ่แข็งกล้าปานภูผา ก็ขอเป็นเลือดเนื้อชีวิตหนึ่ง หยัดยืนเผชิญความจริงด้วยอาการนิ่งสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันนี้รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมา หรือตกต่ำกว่าที่เคยเป็น ข้าพเจ้าล้วนน้อมรับ เพียงหวังยุทธภพคืนสู่ความสงบสุข ชาวยุทธทุกฝ่ายต่างมีชีวิตงดงาม ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เล่งฮู้ชง&amp;rdquo;สูดลมหายใจ ออกเดินไปตามเส้นทาง หากแต่มิใช่เส้นทางสู้รบ มิใช่เส้นทางเผชิญหน้า เป็นเส้นทางอีกรูปแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางแห่งโชคชะตา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วันที่ 6 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา คดีดำเลขที่ 3531/2552 ในคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ภายหลังจากเลื่อนการอ่านคำพิพากษาจากวันที่ 23 ก.ย. 62 เนื่องจากจำเลยซึ่งเป็นแกนนำนปช. 4 คนยื่นคำร้องขอกลับคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย 1. นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ 2.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 3.นพ.เหวง โตจิราการ 4.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนายนพรุจ หรือ นพรุฒ วรชิตวุฒิกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2558 ให้จำคุกนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, น.พ.เหวง และนายวิภูแถลง คนละ 4 ปี 4 เดือน ส่วนนายนพรุจ ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2560 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกแกนนำนปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน และนายนพรุจ ยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56422</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนปช.บุกบ้านสี่เสา, คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ศาลอาญา, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b661d3c2f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านฎีกา‘นปช.’บุกบ้านป๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช.บุกบ้านสี่เสาฯ เหตุ &amp;quot;วีระกานต์&amp;quot; ป่วย หมายศาลไปไม่ถึง นัดใหม่ 23 ก.ย.นี้ &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; ประกาศลั่นพร้อมสำหรับการสูญสิ้นอิสรภาพ ด้าน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ปลงเส้นทางชีวิต ไม่ตายก็ติดคุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216, 297, 298 ประกอบมาตรา 33, 83, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวงไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ. ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 16 ก.ย.2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง, นพ.เหวง 4 แกนนำ นปช. จำเลยที่ 4-7 จำคุกคนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์กับนายวันชัย จำเลยที่ 2-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายนพรุจ จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่าไม่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ ส่วน 4 แกนนำ นปช. จำเลยที่ 4-7 ยื่นอุทธรณ์ ต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว และเป็นการกระทำเพื่อปกป้องการถูกคุกคาม ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในการลงโทษ ส่วนนายวีระศักดิ์กับนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องนั้น อัยการโจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงยุติไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4-7 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม ให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยทั้ง 5 คน ได้ยื่นฎีกาสู้คดี และยื่นประกันตัวระหว่างฎีกา ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวคนละ 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเดิม คือห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ นายนพรุจ จำเลยที่ 1, นายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5, นายวิภูแถลง จำเลยที่ 6, นพ.เหวง จำเลยที่ 7 เดินทางมาศาล โดยมีแกนนำ นปช.หลายคนเดินทางมาให้กำลังใจด้วย ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ ภรรยา นพ.เหวง และที่ปรึกษาประธาน นปช., นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก รวมทั้งแนวร่วม นปช.อีกกว่า 30-40 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 ไม่มาศาล คงมีเพียงทนายความมายื่นคำร้องขอให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 มีอาการป่วยเวียนศีรษะ เดินเซ ปัสสาวะไม่ออก โดยแพทย์ให้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนำใบรับรองแพทย์ส่งศาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลออกนั่งบัลลังก์ตรวจสำนวนแล้ว ทราบจากรายงานของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 23 ก.ค.และวันนี้ว่า ส่งหมายแจ้งวันฟังคำพิพากษาฎีกาให้นายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 และนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5 ไม่ได้ แต่วันนี้จำเลยที่ 5 มาศาล ถือว่าทราบนัดแล้ว ส่วนจำเลยที่ 4 ยังไม่ได้รับหมายไม่ทราบนัด แต่วันนี้ทนายความจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอเลื่อนประกอบใบรับรองแพทย์มา กรณีมีเหตุให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง ในวันที่ 23 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยกำชับให้นายประกันของจำเลยที่ 1 และ 4-7 พาตัวจำเลยทั้งห้าคนมาศาลตามวันนัดดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้าก่อนการพิจารณาของศาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. จำเลยที่ 5 ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองไม่ได้กังวลใจ เพราะทุกคดีที่ถูกกล่าวหาในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ได้สู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด แต่คำพิพากษาของศาลจะเป็นอย่างไร เราก็พร้อมที่จะน้อมรับและให้ความเคารพ จึงไม่มีความวิตกกังวลใดๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ต่อสู้และพิสูจน์กันตามกระบวนการ เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ในการต่อสู้คดี และเชื่อมั่นในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคืนวันดังกล่าว โดยเป็นความเชื่อมั่นของคนที่ตกเป็นจำเลย ส่วนเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาจะออกมาอย่างไรก็เคารพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จนถึงวินาทีนี้ยังถือว่าคดียังไม่สิ้นสุด จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลฎีกา เพราะฉะนั้นผมคงไม่คิดอะไรไปก่อนล่วงหน้า นอกจากแสดงความเชื่อมั่นและบริสุทธิ์ใจว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาเรายืนยันหลักการสันติวิธี แล้วจุดมุ่งหมายเดียวในการต่อสู้คือเพื่อผลักดันให้สังคมไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อบริสุทธิ์ใจอย่างนี้ อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวล&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สุดท้ายแล้วถ้าหากต้องคำพิพากษาจำคุกให้เข้าเรือนจำ ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตั้งแต่วินาทีที่ออกมาต่อสู้และต่อต้านการรัฐประหาร ตนก็ต้องพร้อมสำหรับการสูญสิ้นอิสรภาพ คิดว่าถ้าวันนี้จะต้องไร้อิสรภาพอีกครั้ง อย่างน้อยที่สุดก็มีคนที่เสียสละสูญเสียมากกว่า คือคนที่บาดเจ็บล้มตายไปในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งก็มีพี่น้องประชาชนที่ร่วมขบวนการได้ส่งกำลังใจมาให้ ถ้าวันนี้ได้กลับบ้าน ก็ยืนยันหลักการต่อสู้เดิม หรือถ้าไม่ได้กลับบ้าน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากที่ต่อสู้กันมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง จำเลยที่ 7 กล่าวว่า จำเลยทุกคนทราบแล้วว่าศาลนัดฟังคำพิพากษา ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ไม่ว่าจะพิพากษาว่าอย่างไร หากต้องเข้าเรือนจำก็ไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร ประธาน นปช. ที่เดินทางมาให้กำลังใจ กล่าวว่า คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ของตนนั้นแยกเป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง คงรอให้คำพิพากษาในคดีนี้ผ่านพ้นไปก่อน คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ เดิมมีจำเลยทั้งหมด 15 คน แต่อัยการได้ทำสำนวนยื่นฟ้องคดีมาก่อน 7 คน ส่วนตนกับประชาชนอีกคนถูกฟ้องต่อศาลแล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้น เส้นทางของพวกเรามี 2 ทางเท่านั้น ไม่ตายก็ติดคุก เพราะฉะนั้นก็มาให้กำลังใจกัน ไม่ว่าจะเป็นใคร เราเป็นพี่น้องที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว พวกเราคล้ายๆ กัน คือยกชีวิตและอิสรภาพทั้งหมดให้กับการต่อสู้ ซึ่งเราน้อมรับคำตัดสินของศาลมาโดยตลอดอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีอีกสำนวนที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายศราวุธ หลงเส็ง ผู้ร่วมชุมนุม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในคดีหมายเลขดำ อ.2799/2557 เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ในความผิดฐานเดียวกันจากเหตุการณ์เดียวกันนั้น ทั้งสองให้การปฏิเสธ ซึ่งปัจจุบันคดีดังกล่าวศาลอาญามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว เพื่อรอฟังผลคำพิพากษาคดีถึงที่สุดสำนวนแรกมาประกอบการพิจารณาตามที่จำเลยร้องขอ โดยการยื่นฟ้องที่แยกสำนวนของนายจตุพรนั้น เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายจตุพรพ้นจากเอกสิทธิ์คุ้มครองของความเป็น ส.ส. แล้ว ขณะที่ระหว่างนั้นคดีสำนวนแรกสืบพยานไปเกือบเสร็จสิ้นแล้ว และอัยการโจทก์รอตัวผู้ต้องหาจะฟ้องเพิ่มอีก จึงไม่ได้รวมพิจารณาคดีไปพร้อมกันกับสำนวนแรกกลุ่มนายวีระกานต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีผู้ต้องหาที่อัยการสั่งฟ้องทั้งหมด 15 ราย โดยอัยการยื่นฟ้องนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง, นพ.เหวง กับพวกซึ่งเป็นผู้ชุมนุม รวม 7 คนไปก่อน ตามด้วยนายจตุพรและนายศราวุธอีกสำนวน และมีผู้ต้องหาที่อัยการรอตัวยื่นฟ้อง ประกอบด้วย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย, นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ, นายบรรธง สมคำ และ ม.ล.วีระยุทธ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา หรือนายวิชิต เพียโคตร ส่วน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ต้องหาร่วมได้เสียชีวิตแล้ว และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาร่วมอีกรายที่หลบหนีไปต่างประเทศ จึงยังไม่ได้ดำเนินคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42439</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์, คดีนปช.บุกบ้านสี่เสา, นปช.บุกบ้านสี่เสา, ศาลเลื่อนอ่านฎีกา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41aa005525f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
