<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่ศรีทวงคดีป้อมนาฬกาหรู จี้ปปช.สอบรับของเกิน3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;พี่ศรี&amp;quot; ร้องไม่เลือกหน้า ยื่น ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&amp;quot; ทุจริตต่อหน้าที่ปมแต่งตั้ง ส.ว. จำนวน 2 คนที่มีลักษณะต้องห้ามขัด รธน.-พ.ร.ป.ส.ว.-ระเบียบ กกต. พร้อมทวงคดี &amp;quot;เสี่ยป้อม&amp;quot; ยืมนาฬิกาเพื่อนเข้าข่ายรับประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาทหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 23 พฤษภาคม &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรณีคัดเลือกรายชื่อบุคคลขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเป็น ส.ว. ซึ่งเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ได้คัดสรรบุคคลตาม ม.269 (1) เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตาม ม.269 (3) เสนอรายชื่อ ส.ว. จำนวน 250 คน ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.62 ที่ผ่านมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากสมาคมฯ ได้พบว่า เบื้องต้นมี ส.ว. จำนวน 2 คน มีข้อสงสัยว่าอาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่ายมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52 (10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561 กรณีดังกล่าวต้องมีคนที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งสมาคมฯ ได้ยื่นคำร้องให้ กกต.ได้ดำเนินการถอดถอนตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เนื่องจากการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ซึ่งคัดสรรบุคคลที่อาจขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการเป็น ส.ว.นำไปกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนั้น ถือได้ว่าเป็นการมิบังควร เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ อันมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ 2561 โดยชัดแจ้ง อีกทั้งเป็นการย่ามใจในการใช้อำนาจโดยไม่กลั่นกรองบุคคลที่เหมาะสมให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมทั้งยังมีการคัดสรรบุคคลใกล้ชิด เครือญาติของตนเองและพรรคพวกตนให้ได้รับการแต่งตั้งอีก โดยไม่ละอายต่อประชาชน ฯลฯ สมาคมฯ จึงไม่อาจปล่อยให้บุคคลทั้งสองใช้อำนาจไปโดยพลการโดยไม่มีการตรวจสอบมิได้&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณได้ยื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าและขอข้อมูลการวินิจฉัยกรณีการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตามที่ ป.ป.ช. เคยมีมติเอกฉันท์กรณีแหวนเพชร และมติ 5 : 3 ประเด็นนาฬิกาหรู ไม่มีมูลเพียงพอให้เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ให้คดียุติไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบ ส่วนประเด็นการรับทรัพย์สินที่ยืมจากผู้อื่นยังอยู่ในการพิจารณานั้น กรณีดังกล่าว สมาคมฯ ได้มีหนังสือขอโดยใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มายังสำนักงาน ป.ป.ช. แล้วตั้งแต่เดือน มกราคม 2562 แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงต้องเดินทางมาทวงถามความคืบหน้าและขอข้อมูลอีกครั้งด้วยตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสมาคมฯ ได้ขอข้อมูลข่าวสาร ดังนี้ 1.รายละเอียดของคำวินิจฉัยที่แท้จริงของกรรมการ ป.ป.ช.แต่ละท่านว่ามีคำวินิจฉัยแต่ละท่าน และคำวินิจฉัยรวมไว้อย่างไร ผู้ร้องใคร่ขอสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับรายงานและสํานวนการตรวจสอบ การสอบสวน หรือการไต่สวนเบื้องต้น รวมทั้งบรรดาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ สอบสวน หรือไต่สวนเบื้องต้นในกรณีดังกล่าว 2.ขอสอบถามความคืบหน้าของคำร้องในประเด็นที่เกี่ยวกับการรับทรัพย์สินที่ยืมจากผู้อื่นของ พล.อ.ประวิตร ที่เข้าข่าย &amp;ldquo;การรับประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; ที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ซึ่งขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และหรือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ที่ยังอยู่ในการพิจารณานั้น มีความคืบหน้าไปอย่างไรแล้วบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายเสรี สุวรรณภานนท์ &amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเรื่อง การกู้ยืมเงินของพรรคการเมือง โดยสรุประบุว่า การกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองถือว่าเป็นรายได้ของพรรคการเมืองด้วยนั้น สามารถใช้เทียบเคียงกับกรณี พล.อ.ประวิตรได้ยืมนาฬิกาเพื่อนมาสวมใส่นั้น ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ พล.อ.ประวิตรต้องแจ้งรายได้ต่อ ป.ป.ช.ตามกฎหมายด้วยนั่นเอง แต่หากการมาขอข้อมูลครั้งนี้ ป.ป.ช.ยังเพิกเฉย ก็จะนำคำร้องไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อวินิจฉัยต่อไป และอาจต้องยื่นฟ้อง ป.ป.ช. ต่อศาลฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36658</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนาฬกาหรู, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ยืมนาฬิกาเพื่อน, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์, เข้าข่ายรับประโยชน์อื่นใดเกิน 3000 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce6b137f33f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
