<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบสอบพ่อ-แม่&#039;บูม&#039;ดาราหนุ่มร่วมตุ๋นบิตคอยน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- นายสุวิทย์ และนางเลิศ ฉัตรกมล บิดา-มารดา นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือ บูม จารวิจิต ดารานักแสดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังจากพบเส้นทางการเงินที่นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายบูม ผู้ต้องหาคนสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีเกือบ 100 ล้านบาท โดยวันนี้บูมได้พาบิดา-มารดา เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวฟินแลนด์ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ว่าถูกนายปริญญา พร้อมกับพวกร่วมกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc. และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) มีผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิทคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอล จำนวนหนึ่งเข้าไปกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา รวมเป็นเงิน 5, 564.44650956 เหรียญบิตคอย คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย 797,408, 454.33 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเงินปันผลแต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปรามและในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับนายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือ บูม ดารานักแสดง และน.ส.สุพิชย์ฌา พี่สาวบูม โดยนายปริญญา อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนพี่สาวได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ส่วนบูม ถูกเจ้าหน้าที่นำหมายศาบเข้าจับกุม แต่บูมและพี่สาวได้ประกันตัวในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายปริญญา ได้โอนเงินเข้าบัญชี นายสุวิทย์ บิดา จำนวน 45 ล้าน และบัญชีนางเลิศฉัตรกมล จำนวน 55 ล้านบาท จึงได้เชิญตัวมาให้ปากคำในฐานะพยาน และในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) พนักงานสอบสวนได้เรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองมนัส มาให้ปากคำที่ได้รับการโอนหุ้นจากนายปริญญา ได้มาโดยชอบหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, คดีบิตคอยน์, ดารานักแสดง, บูม จารวิจิต, หลอกโอนเงิน 100ล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8387004c56c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายเรียก &#039;ผู้กองมนัส&#039; พร้อมพวก 8 คนปมบิตคอยน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.61 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงเงินบิตคอยน์ ว่า ทางพนักงานสอบสวนจะนำหมายเรียกไปส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานชัดเจนและพร้อมจะแจ้งข้อกล่าวหาในข้อหา &amp;quot;ฉ้อโกงทรัพย์&amp;quot; ประกอบด้วย นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดงหนุ่ม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายของนายบูม ที่ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินไปแล้วก่อนหน้านี้&amp;nbsp;,นายธนสิทธิ์ จารวิจิต น้องของนายปริญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอ็กเปย์ จำกัด และ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้นเมืองไทย ที่อ้างกับผู้เสียหายว่าจะขายหุ้นบริษัทดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ให้กับผู้เสียหาย 500 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 50 สตางค์ แต่กลับหาหุ้นมาให้ได้เพียง 345 ล้านหุ้นเท่านั้น และเป็นคนที่ไปเจรจานอกรอบกับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยอมความ โดยให้ทั้ง 5 คน เข้ามาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 28-29 ส.ค.นี้ ส่วนกรณีนายปริญญา ที่ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศก็ต้องออกหมายเรียกไปตามขั้นตอน หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการออกหมายจับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มที่จะต้องเรียกมาสอบปากคำก่อน คือ นางเลิศฉัตรกมล และนายสุวิทย์ จารวิจิตร พ่อแม่ของนายบูม ที่รับโอนเงินเข้าบัญชี 90 ล้านบาท ให้เข้ามาให้ปากคำในวันที่ 27 ส.ค.นี้ และนายธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตทหาร ที่รับโอนหุ้นจากพี่ชายบูม ซึ่งจะต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ถึงที่มาทรัพย์สินและหุ้น ว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15596</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิตคอยน์, ธรรมนัส พรหมเผ่า, บิตคอยน์, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b767a2acfde6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
