<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึก 7 ปี &#039;บิลลี่&#039; ถูกอุ้มหาย &#039;มึนอ&#039; ยังหวังทวงคืนความยุติธรรม จับคนผิดมาลงโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ด่านเขามะเร็ว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้มีการจัดกิจกรรมรำลึก 7 ปีกับการหายไปของบิลลี่ หรือนายพอลละจี รักจงเจริญ โดยมีชาวบ้านบางกลอยราว 20 คน และ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ อดีตภรรยานายบิลลี่ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้าร่วม ทั้งนี้นายนอแอะ มีมิ ลูกชายปู่คออี้ อดีตผู้นำทางจิตวิญญาณ ได้ทำพิธีเรียกขวัญให้วิญญาณบิลลี่กลับบ้าน ขณะที่ชาวบ้านต่างวางดอกไม้แสดงความรำลึก บางคนได้เขียนข้อความแสดงความในใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มึนอ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่บิลลี่หายไป 7 ปียังมีความหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองโดยสามารถนำตัวคนที่กระทำผิดไปลงโทษได้ ซึ่งทุกวันนี้แม้บิลลี่หายไปนานแต่ยังมีปัญหาเรื่องประกันชีวิตที่ยังไม่สามารถเอาคืนได้เพราะไม่มีใบมรณะบัตรเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ออกให้ อย่างไรก็ตามยังเชื่อมั่นในดีเอสไอ(กรมสอบสวนคดีพิเศษ)เพราะได้ทำการสืบสวนสอบสวนและส่งฟ้องแต่อัยการไม่ส่งฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากขอความเป็นธรรมให้กับบิลลี่และชาวบ้านบางกลอย ทำไมชาวบ้านถึงต้องออกจากบ้านเกิดของพวกเขา ปัญหาไม่ควรเกิดขึ้น รัฐบาลทำให้ปัญหาเล็กเป็นปัญหาใหญ่ เอาชาวบ้านลงมาแล้วไม่จัดพื้นที่ทำกินให้กลายเป็นปัญหามาถึงปัจจุบัน&amp;rdquo;น.ส.มึนอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่ากรณีการหายตัวไปของบิลลี่สะท้อนกระบวนการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง เช่น การบังคับให้สูญหาย ยังไม่มีแนวทางแก้ไขและอาจจะเกี่ยวข้องกับความมุ่งมั่นทางการเมืองของรัฐบาล ที่ผ่านมา 7 ปี อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่แทบจะเป็นหน่วยงานเดียวอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะนำอำนาจหรือวิธีการที่สามารถทำได้ ยกตัวอย่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือบุคคลที่เห็นหรือจับกุมบิลลี่ในวันที่เกิดเหตุ บุคคลคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ใช้เวลาหลายปีกว่าที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน จนพบชิ้นส่วนของร่างกายที่อาจจะนำไปสู่การคลี่คลายคดีว่าบิลลี่ถูกบังคับให้สูญหาย ทำให้หายไป ถูกพาไปที่ไหน โดยใคร และอาจจะทำให้เกิดการเสียชีวิต เราควรจะได้ผู้กระทำผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตั้งนานแล้ว &amp;nbsp;ไม่ใช่เวลาที่กระบวนการยุติธรรมไทยจะรอให้ชาวบ้านค้นหาความจริง หรือหน่วยงานราชการด้วยกันเองไม่ทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลอาจจะทำให้คนผิดสามารถที่จะต่อสู้คดีได้ สุดท้ายเขาก็ไม่ต้องรับผิด จริงๆ ควรจะเก็บพยานหลักฐาน สอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าอุทยานฯ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิด ในวันที่เกิดเหตุ ตั้งแต่วันแรกหรือสัปดาห์แรกๆ ก็ไม่ได้กระทำ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาหลายปี จึงมีการรับเป็นคดีพิเศษของ DSI เรามองว่ารัฐบาลนี้และรัฐบาลที่เกี่ยวข้องตลอดมาไม่มีความจริงใจในการคลี่คลาย ปล่อยให้คนผิดลอยนวล&amp;rdquo;ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99784</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, พอละจี รักจงเจริญ, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607ae0a9e1b1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วสันต์ สิทธิเขตต์&#039; เปิดประมูลภาพ &#039;ปู่คออี้&#039; นำรายได้ช่วยพี่น้องชาวกะเหรี่ยงบางกลอยเคราะห์ซ้ำจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 นายวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคม โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพวาด &amp;quot;ปู่คออี้&amp;quot; ผู้นำจิตวิญญาณชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเปิดให้ประมูลเพื่อนำเงินมอบให้แก่ชาวกะเหรี่ยงที่กำลังเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเขียนข้อความว่า&amp;nbsp;โลกทั้งผองพี่น้องกัน!!! ยามวิกฤติโควิด พี่น้องกระเหรี่ยงบางกลอย ยากลำบากยิ่ง คดีบิลลี่ ชัยวัฒน์ยกฟ้อง เรายังมีกำลังพอช่วยเหลือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายศิลปินเพื่อชุมชนและธรรมชาติ&amp;nbsp;นำโดย เลน-จิตติมา ผลเสวก โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า เคราะห์ซ้ำ อยุติธรรมซัด วิบัติโควิดเติม ชาวบ้านบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครบ 6 ปี บิลลี่หายไป ความเป็นธรรมยังไม่เห็น ชาวบ้านยังไม่ได้กลับใจแผ่นดิน ที่ดินทำกินก็ยังไม่มีพอ ก่อนนี้ก็อดอยากกันมาตลอด ช่วงโควิดยิ่งสาหัส ชาวบ้านที่ออกไปทำงานรับจ้างไม่มีงานทำ ต้องกลับบ้านมือเปล่า ท้องกิ่ว อีกไม่นานข้าวสารที่มีคนช่วยส่งไปให้คงหมดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินระบือนามระดับโลก ผู้ไม่เคยดูดายทุกข์ร้อนชาวบ้าน มอบภาพเขียนชิ้นนี้ให้ประมูลเพื่อนำรายได้ช่วยชาวบางกลอย เป็นผลงานที่เขียนสดประกอบเสียงเตหน่า ในงาน 15 ปีศิลปะชุมชนที่ผ่านมาเมื่อปลายปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่องาน : ปู่คออี้ บิลลี่ ถังแดง และเสียงกู่ของภูไพร เทคนิค สีอะครีลิคบนแคนวาส ขนาด 70X90 เซนติเมตร เริ่มต้นกันที่ 25,000 บาท หรือร่วมบริจาคคนละเล็กละน้อยช่วยชาวบ้านได้ตามหมายเลขบัญชีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีธนาคารออมสิน ชื่อนางเนาวรัตน์ รักจงเจริญ นายสิทธิพล รักจงเจริญ และนายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร หมายเลขบัญชี 020297324905&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, คดีบิลลี่, ชาวบางกลอย, ประมูลภาพวาด, ปู่คออี้, วสันต์ สิทธิเขตต์, วิกฤติโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9971be1309f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมียบิลลี่&#039;ร้องขอความเป็นธรรม&#039;อสส.&#039;ความหวังสุดท้ายเล็งหาช่องขอพยานหลักฐานยื่นฟ้องเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.63 -&amp;nbsp;น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความของ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย กล่าวถึงกรณียื่นคำร้องต่ออัยการขอทราบเหตุผลสั่งไม่ฟ้องข้อหาฆ่าบิลลี่ ว่า ภายหลังจากที่ยื่นคำร้องไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ขณะนี้ทางเรายังไม่ได้รับเอกสารชี้แจงผลการสั่งคดีของอัยการดังกล่าวแต่อย่างใด และอยู่ระหว่างการเขียนคำร้องขอความเป็นธรรมเพื่อยื่นต่อ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) โดยมีประเด็นหลักๆ หลายประเด็น อาทิ เรื่องพันธกิจของอัยการ และในส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาเพชรบุรีที่เคยยกคำร้องขอให้ปล่อยตัวบิลลี่ ที่อัยการยังมองคลาดเคลื่อน ซึ่งเรากำลังทำคำร้องอยู่ คงยังมีหลายประเด็นที่จะส่งให้ อสส.พิจารณาถ้าเราทำเสร็จเร็วทันใน 1 สัปดาห์นี้ก็จะยื่นร้องขอความเป็นธรรมได้เลย ส่วนในวันพรุ่งนี้ (3 ก.พ.) ที่จะครบกำหนดฝากขังนายชัยวัฒน์ หากอัยการยื่นฟ้องในข้อหา ป.อาญา ม.157 ไปก่อน ก็จะยังไม่ไปคัดค้านการประกันตัว เราคงต้องรอขั้นตอนดีเอสไอเห็นแย้งไปและ อสส.ชี้ขาดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องรอให้สุดกระบวนการคือ ดูว่า อสส.ชี้ขาดออกมาเป็นอย่างไร ถ้าสุดท้ายชี้ขาดออกมายังไม่ฟ้องข้อหาที่เราเล็งไว้ เราก็ต้องยื่นฟ้องต่อศาลเอง แต่ก็เป็นที่ทราบว่าการฟ้องเอง ภาระจะตกมากับผู้เสียหายที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เราจะต้องไปขอสำนวนพยานหลักฐานทั้งจากดีเอสไอและอัยการมาพิจารณาทำสำนวนประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายห้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปัตตานี (ทสจ.) สำนักงานปลัดทส. ย้ายกลับไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (สบอ.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า คำสั่งย้ายนายชัยวัฒน์กลับครั้งนี้ทางฝั่งผู้เสียหายก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เเต่หากเราพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่คนในพื้นที่หรือคนที่เกี่ยวข้อง ทางฝั่งผู้เสียหายหรือเครือข่ายชาวบ้านก็พร้อมจะยื่นหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้พิจารณาเรื่องการโยกย้าย ในส่วนของมึนอตนก็ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ แต่ตนเองคิดว่ามึนอก็คงไม่สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดนัดให้ไปรายงานตัวครบฝากขังครั้งสุดท้าย คดีฆ่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ว่า คดีดังกล่าวศาลกำหนดให้ ตนเองและกลุ่มผู้ต้องหารวม 4 คน เข้ารายงานตัวตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งตนเองได้นัดกับนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ และกลุ่มไว้แล้ว จะเดินทางไปถึงศาลตามนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ระบุด้วยว่าส่วนที่อัยการจะแจ้งคำสั่งคดีที่สั่งฟ้องตนเองกับกลุ่มในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในช่วงวัน-เวลาดังกล่าวหรือไม่ ยังไม่ทราบชัดเจน ซึ่งเข้าใจว่าหากอัยการจะยื่นฟ้องข้อหาดังกล่าวก่อนตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการสั่งคดีนั้น ตนเองและทนายความกับกลุ่มก็พร้อมอยู่ที่ศาล โดยที่ผ่านมายังไม่ได้รับคำสั่งฟ้องจากเป็นทางการจากอัยการ (พนักงานอัยการคดีสำนักงานคดีพิเศษ 1) เพียงแต่ทราบเรื่องราวทั้งหมดจากที่ปรากฏเป็นข่าวเท่านั้น อย่างไรก็ดีพรุ่งนี้จะเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตามนั้น ส่วนเรื่องการให้ความเห็นต่อการสั่งคดีของอัยการนั้น ขอทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการให้ชัดเจนและขอให้เสร็จสิ้นกระบวนการรายงานตัวทางศาลก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ นายชัยวัฒน์ถูกกล่าวหาร่วมกับนายบุญแทน บุษราคำ พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.) สาขาเพชรบุรี ผู้ต้องหาที่ 2 (เมื่อเดือน ก.ย. 2562 มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการ สบอ.4 สาขาสุราษฎร์ธานี) , นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศพนักงานพิทักษ์ป่า สบอ.3 (เมื่อเดือน ก.ย. 2562 มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการ สบอ.1 สาขาสระบุรี) ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ลูกจ้างชั่วคราว ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดรวม 8 ข้อหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดการกระทำอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 2.ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายฯ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3.ร่วมกันมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอม หรือยอมจะให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายฯ 4.ร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดฯ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางศพ หรือสภาวะแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต 7.ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น 8. ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ที่มาสำนวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ให้สั่งฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ,83 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 &amp;nbsp;มาตรา 123/2 ,172 จากกรณีที่นายชัยวัฒน์จับกุมนายบิลลี่ที่อ้างว่าเก็บน้ำผึ้งป่าแล้วไม่ดำเนินคดี โดยในส่วนของกลุ่มลูกน้องนายชัยวัฒน์ 3 คนก็ให้สั่งฟ้องในข้อหา เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ&amp;nbsp;ส่วนข้อหาอื่นอีก 7 ข้อหา เช่น ฆ่าผู้อื่น , กักขังหน่วงเหนี่ยว คณะทำงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยขณะนี้กระบวนการอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีดีเอสไอที่จะทำความเห็นว่า จะเห็นด้วยกับคำสั่งฟ้องของอัยการดังกล่าว หรือมีความเห็นแย้ง ซึ่งหากมีความเห็นแย้งก็จะต้องส่งสำนวนและความเห็นนั้นกลับมาให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด พิจารณาพื่อมีคำสั่งชี้ขาดเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56083</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, พิณนภา หรือมึนอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e8b997d6a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 23:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมโทคอนเดรียกับคดีบิลลี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นปัญหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) &amp;nbsp;อีกครั้ง หลังจากอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 56 ปี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างปี 2551-2557 กับพวกตกเป็นผู้ต้องหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักเคลื่อนไหวชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งคณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 มีคำสั่งฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ถ้าเจาะลึกเหตุผลที่คณะพนักงานสอบสวนคดีมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวก เพราะในชั้นสอบสวนดีเอสไอได้สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญทางสารพันธุกรรม คือ นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุกรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม อย่างละเอียด โดย นพ.วรวีร์ ได้อธิบายรายละเอียดของระบบการตรวจดีเอ็นเอแบบไมโทคอนเดรีย ว่าสารพันธุกรรมปกติ หรือดีเอ็นเอปกติ จะมีอยู่ในแกนกลางของเซลล์ หรือที่เรียกว่านิวเคลียสประมาณ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 0.01 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในส่วนที่เป็นไซโตรพลาสซึมรอบนอก โดยบรรจุอยู่ในส่วนที่เรียกว่าไมโทคอนเดรีย ซึ่งภายในไมโทคอนเดรียจะมีสารพันธุกรรมที่เรียกว่าไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอ โดยมีความยาวของสายพันธุกรรมประมาณ 16,500 รหัสพันธุกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอจะมีส่วนที่คงที่ในการถ่ายทอดจากมารดาสู่บุตรกลับส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะพบการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการถ่ายทอด 2 รุ่นขึ้นไปเช่นจากยายสู่หลาน แต่การพิสูจน์ในคดีนี้พบว่าไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอตรงกัน และยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นพยานปาก ผอ.สารพันธุกรรมจึงยืนยันตามรายงานการตรวจพิสูจน์ว่า ชิ้นส่วนกระดูกมีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตที่สืบทอดมาจากมารดาหรือยายคนเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการให้ปากคำของผู้เชี่ยวชาญยังให้ความเห็นด้วยว่า&amp;nbsp; สารพันธุกรรมแบบปกติ หรือดีเอ็นเอปกติ แม้ว่าจะมีจำนวนมากกว่า แต่เนื่องจากลักษณะของดีเอ็นเอปกติเป็นสารพันธุกรรมที่มีความยาวประมาณ 3 พันล้านรหัสพันธุกรรม ทำให้มีการแตกหักและเสียหายได้ง่าย และมีเพียงจำนวนหนึ่งชุดรหัสพันธุกรรมต่อหนึ่งเซลล์เท่านั้น จึงทำให้ตรวจหาลำบาก กรณีที่วัตถุพยานเป็นวัตถุพยานที่มีการเน่าสลายหรือเสื่อมสลาย เนื่องจากถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่ไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอจะเป็นสายดีเอ็นเอที่สั้นกว่ามีความยาวประมาณ 16,000 รหัสพันธุกรรม และมีจำนวนชุดรหัสพันธุกรรมที่เหมือนกันอยู่ประมาณ 1,000 ถึง 10,000 ชุดต่อหนึ่งเซลล์ แม้ว่าวัตถุพยานจะมีการเน่าสลาย หรือเสื่อมสภาพก็ยังคงสามารถตรวจหาไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอและนำมาเปรียบเทียบกันได้ โดยการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล ทั้งการตรวจดีเอ็นเอปกติและการตรวจไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝั่งอัยการให้ความเห็นของการพิสูจน์ชิ้นกระดูกด้วยการใช้วิธีไมโทคอนเดรียว่าเป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น โดยการตรวจวิธีนี้ไม่เพียงพอยืนยันตัวบุคคลที่ชี้ชัดว่ากระดูกของกลางเป็นของบุคคลใด จึงทำให้อัยการตีตกในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดีเอสไอได้เห็นแย้งในหลายประเด็นนอกเหนือจากประเด็นไมโทคอนเดรียกับอัยการ ซึ่งถ้าอัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้อง ด้านภรรยาบิลลี่ นางพิณนภา พฤกษาพรรณ คงไม่มีทางเลือกที่จะต้องฟ้องด้วยตัวเอง เพื่อรับความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว จึงต้องติดตามทิศทางของอัยการสูงสุดในคดีนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วอชเชอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55920</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คดีบิลลี่, วอชเชอร์, เกษมราษฎร์, ไมโทคอนเดรียกับคดีบิลลี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e330196a3531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.อาญา ม.157 กับคดีฆ่า “บิลลี่”  ข้อสังเกตในเส้นทางคดีที่ไปต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงจุดสะดุด คดีฆ่า &amp;ldquo;บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ&amp;rdquo; นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง เมื่อ &amp;ldquo;อัยการสำนักงานคดีพิเศษ&amp;rdquo; พิจารณาสั่งไม่ฟ้อง &amp;ldquo;ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร&amp;rdquo; อายุ 56 ปี&amp;nbsp; ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างปี 2551-2557 กับลูกน้อง 3 คน ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฆ่า &amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; รวม 7 ข้อหา โดยสั่งฟ้องเพียง 1 ข้อหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกสังคมและผู้เสียหายตั้งคำถาม ขณะที่ &amp;ldquo;กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)&amp;rdquo; ก็ต้องพิจารณาว่าจะเห็นแย้งหรือไม่ ถ้าเห็นแย้งก็จะนำไปสู่การชี้ขาดคดีโดยอัยการสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ทำหน้าที่ตอบคำถามเรื่องนี้จากทางอัยการ ก็ไม่ใช่ใครอื่น &amp;ldquo;ประยุทธ เพชรคุณ&amp;rdquo; รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ต้องออกหน้าแทนอัยการคดีพิเศษ ปฏิบัติตามหน้าที่ของทีมโฆษก ขึ้นโต๊ะแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2563 ตามข้อมูลที่ได้รับมา อันมีเนื้อหาตอนหนึ่งสรุปถึงการสั่งไม่ฟ้องข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฆ่า เนื่องจากคณะทำงานเห็นว่า &amp;ldquo;ทางคดีไม่มีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมใดๆ เพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาทั้งสี่ได้ร่วมกันกระทำผิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุผลประกอบที่อัยการอธิบายเพิ่มจากนั้น เราสามารถสรุปได้ 2 ประเด็น คือ 1.คณะทำงานอัยการพิจารณาเหตุการณ์ที่บิลลี่ถูกจับกุม เกิดเป็นคดีแรกที่ภรรยาและมารดาของบิลลี่ได้ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดเพชรบุรีให้ผู้ต้องหาปล่อยตัวบิลลี่ เพราะเป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบตามกฎหมาย แต่ศาลพิจารณายกคำร้อง เพราะมีพยานเบิกความว่าเห็นบิลลี่ได้ปล่อยตัวไปแล้ว และคดีนั้นถึงที่สุดทั้ง 3 ชั้นศาลให้ยกคำร้อง&amp;nbsp; ต่อมาพยานได้กลับคำให้การในชั้นดีเอสไอคดีใหม่นี้ ว่าไม่เห็นบิลลี่ได้ปล่อยตัว โดยคณะทำงานอัยการเชื่อคำเบิกความของพยานในชั้นศาลคดีเดิมมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.คณะทำงานอัยการเห็นว่าการตรวจพิสูจน์กระดูก ซึ่งเป็นวัตถุพยานของกลางโดยวิธี &amp;ldquo;ไมโทรคอนเดรีย&amp;rdquo; เป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น ไม่เพียงพอยืนยันตัวบุคคลที่ชี้ชัดได้ว่ากระดูกของกลางที่พบเป็นของบุคคลใด หมายความว่าคณะทำงานอัยการไม่เชื่อว่ากระดูกเป็นของบิลลี่จริง อัยการอธิบายวิธีการตรวจนี้ไม่ชี้ชัดตัวบุคคลได้เท่ากับการตรวจ &amp;ldquo;ดีเอ็นเอ&amp;rdquo; แต่การตรวจดีเอ็นเอในคดีนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะกระดูกถูกเผาด้วยความร้อนสูง และแช่น้ำเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การพิจารณาทำความเห็นแย้งของทาง &amp;ldquo;ดีเอสไอ&amp;rdquo; &amp;nbsp;หัวใจจึงอยู่ที่ 2 ประเด็นนี้ ซึ่งเราสามารถตั้งข้อสังเกตในคดีได้ โดยประเด็นพยานกลับคำให้การนั้น เป็นจุดที่น่าสงสัยถึงรายละเอียด เหตุจูงใจในการกลับคำให้การว่ามาจากสิ่งใดกันแน่ การพิจารณาคดีอาญาโดยทั่วไป จะเชื่อคำให้การครั้งแรกมากกว่าครั้งหลัง โดยยึดหลักที่ว่าการกระทำครั้งแรกเป็นเวลาหลังเกิดเหตุทันทีหรือไม่นาน ย่อมยากที่จะปรุงแต่งสร้างเรื่องขึ้น อัยการคงพิจารณาไปตามหลักนี้ แต่กับกรณีของ &amp;ldquo;พยาน&amp;rdquo; อาจมิใช่เสมอไปก็ได้ เพราะหากพยานอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือแรงจูงใจอะไรบางอย่างจากฝ่ายผู้ต้องหา ก็อาจให้การที่เป็นประโยชน์กับผู้ต้องหาได้ด้วยความเกรงกลัวอำนาจ หรือมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน จนเวลาผ่านพ้นไปนานแล้ว จึงกลับคำให้การตามจริงก็เป็นไปได้ ส่วนประเด็นวิธีตรวจกระดูก ก็ต้องหาพยานผู้เชี่ยวชาญหรือพยานหลักฐานแวดล้อมเข้ามาหักล้างต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกประเด็นที่กล่าวถึงกันน้อยเกินไป ทั้งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นจุดที่ดีเอสไอและผู้เสียหายต้อง &amp;ldquo;ไม่หมดหวัง&amp;rdquo; เพราะอย่างน้อยข้อหาที่อัยการสั่งฟ้องไว้นั่นคือ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พฤติการณ์ที่อัยการสั่งฟ้องข้อหานี้มาจากกรณีที่ &amp;ldquo;ชัยวัฒน์&amp;rdquo; จับกุม &amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; ที่อ้างว่าเก็บน้ำผึ้งป่าแล้วไม่ดำเนินคดี ซึ่งหากกล่าวถึงพฤติการณ์เพียงแค่นี้ก็รู้สึกว่าคดี &amp;ldquo;เบาหวิว&amp;rdquo; มาก เป็นเหตุให้เกิดความหมดหวังขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถึงที่สุด ถ้าพยานหลักฐานไม่เพียงพอให้อัยการเชื่อมโยงได้ว่ามีการฆ่าจริงๆ มาตรา 157 นี้ ก็เป็นกระสุนนัดเดียวที่ต้องเสริมศักยภาพ พุ่งให้ตรงเป้า โดยย้อนกลับไปประเด็นแรกว่า การควบคุมตัวบิลลี่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีการปล่อยตัวบิลลี่ไปจริงหรือไม่ หากพยานหลักฐานใหม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบ และไม่เคยเกิดเหตุการณ์ปล่อยตัวบิลลี่ขึ้นเลย พิรุธต่างๆ ก็เป็นพฤติการณ์ที่อัยการสามารถเพิ่มบรรยายฟ้องให้มีน้ำหนักมากกว่าเดิม เพื่อให้ศาลพิจารณาความผิดตามมาตรา 157 ได้ แม้โทษจะไม่หนักเท่ากับข้อหาฆ่าคนตาย แต่เชื่อเถอะว่าการที่ผู้มีอำนาจได้ติดคุกแม้เพียงวันเดียว ก็ย่อมรู้สึกทุกข์เป็นเวรกรรมหนักหนาแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายชาติสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55738</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คดีบิลลี่, นายชาติสังคม, ป.อาญา ม.157 กับคดีฆ่า “บิลลี่”  ข้อสังเกตในเส้นทางคดีที่ไปต่อ, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e304f6512138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ชัยวัฒน์&#039;ยื่นขอความเป็นธรรม&#039;อสส.&#039;รวบรวมหลักฐานคดีฆ่า&#039;บิลลี่&#039;เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 56 ปี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานระหว่างปี 2551-2557 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 โดยนายชัยวัฒน์พร้อมนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ร้องขอความเป็นธรรมอัยการในการสั่งคดีดังกล่าว ภายหลังจากที่ช่วงเช้าได้เดินทางไปรายงานตัวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามเงื่อนไขระหว่างการประกันตัวชั้นฝากขัง ซึ่งมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการยื่นหนังสือ นายพรชัย ระบุว่า การยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมนั้น ได้ยื่นในนามของผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เราได้กล่าวถึงประเด็นตั้งข้อสงสัยในวัตถุพยาน เช่น กระดูกที่ตรวจพบจากแม่น้ำนั้น เป็นประเด็นเดียวกับที่นายชัยวัฒน์เคยให้สัมภาษณ์มาตลอด ตั้งแต่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีมา โดยการร้องขอความเป็นธรรมนั้น เราไม่ได้เฉพาะเจาะจงให้สอบสวนพยานบุคคลใดเพิ่มเติม แต่เราตั้งข้อสังเกตให้อัยการพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ สำหรับนายชัยวัฒน์และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีจะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอีกครั้ง ในวันที่ 23 ม.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำหรับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวตนได้เรียนให้อัยการสูงสุดทราบแล้ว ประเด็นที่ร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาให้อัยการพิจารณาคือ เรื่องที่ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอในการรวบรวมพยานหลักฐาน จึงขอให้อัยการพิจารณาเรื่องการรวบรวมวัตถุพยานใหม่ โดยขอให้สั่งการเพิ่มเติมการงมหาชิ้นส่วนกระดูกในแม่น้ำ เพื่อตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเพิ่มเติม ซึ่งประเด็นร้องขอความเป็นดังกล่าวก็ต้องรอให้คณะทำงานอัยการพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีกล่าวหานายชัยวัฒน์และลูกน้องรวม 4 คน ประกอบด้วยนายบุญแทน บุษราคำ พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.) สาขาเพชรบุรี ผู้ต้องหาที่ 2 (เมื่อเดือน ก.ย. 2562 มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการ สบอ.4 สาขาสุราษฎร์ธานี), นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศพนักงานพิทักษ์ป่า สบอ.3 (เมื่อเดือน ก.ย. 2562 มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการ สบอ.1 สาขาสระบุรี) ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ลูกจ้างชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างระยะฝากขังครั้งที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 11 -22 ม.ค.นี้ โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ กำหนดนัดให้ผู้ต้องหาทั้งสี่ มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยคดีนี้สามารถฝากขังผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 7 ผลัดๆ ละ 12 วัน รวมเวลา 84 วัน ดังนั้นจึงเหลือระยะฝากขังกลุ่มนายชัยวัฒน์อีก 12 วัน จนถึงวันที่ 3 ก.พ. 2563
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54430</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, นายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddba761b5c07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอชงอัยการ สั่งฟ้อง‘ชัยวัฒน์’ ฆาตกรรม‘บิลลี่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; ส่งสรุปสำนวนสั่งฟ้อง &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; กับพวกคดีฆาตกรรม &amp;quot;บิลลี่&amp;quot; ให้อัยการแล้ว &amp;quot;ทนายสุรพงษ์&amp;quot; ชี้สร้างความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทยให้ทั่วโลก รองโฆษกอัยการฯ เผยตั้งอัยการพิเศษสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พิจารณาสำนวนให้แล้วเสร็จภายในเงื่อนเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.เชน กาญจนปัทม์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ, นายสุรพงษ์ กองจันทึก ทนายความ และ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิชุมชน ชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ซึ่งบิลลี่หายสาบสูญไปในปี 2557 ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีฆ่าบิลลี่ โดยมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผู้ต้องหาที่ 1, นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย ร่วมกันฆ่าอำพรางศพ และข้อหาอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.เชนกล่าวว่า ดีเอสไอจะนำสำนวนคดีฆาตกรรมบิลลี่ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา เพื่อสั่งฟ้องคดีต่อศาล โดยสำนวนคดีของดีเอสไอพร้อมหลักฐานมีจำนวน 17 แฟ้ม 3 ลัง ยืนยันว่าที่ผ่านมาดีเอสไอได้ทำการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้อย่างละเอียดและครบถ้วนที่สุด ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์และพวก ก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธไม่ยอมให้การในชั้นสอบสวน แต่ได้เปลี่ยนใจร้องขอ โดยระบุว่าจะขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร พนักงานสอบสวนได้ให้เวลาถึงวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่นายชัยวัฒน์ก็ไม่ได้ส่งคำให้การมาแต่อย่างใด จึงต้องสรุปสำนวนส่งอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรพงษ์กล่าวว่า การทำคดีของดีเอสไอทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะบิลลี่เป็นนักต่อสู้เพื่อนักสิทธิมนุษยชน ที่ผ่านมาบิลลี่ไม่เคยมีศัตรู การสั่งฟ้องในครั้งนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างประเทศทั่วโลกเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีมาตรฐานเป็นไปตามหลักสากล และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พิณนภากล่าวว่า รู้สึกดีใจและพอใจกับการทำงานของดีเอสไอ ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมยังมีอยู่จริง เมื่อคดีเดินเข้ามาถึงจุดนี้ก็ไม่มีใครมาข่มขู่คุกคาม และได้รับการดูแลจากกระทรวงยุติธรรมเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้เข้าพบนายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อส่งมอบสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวก โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับสำนวนคดีพิเศษที่ 13/2562 ที่กล่าวหาและมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวก รวม 8 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีอาวุธฯ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ, ร่วมกันปล้นทรัพย์, ร่วมกันอำพรางศพ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ในสำนวนมีเอกสารหลักฐาน 17 แฟ้ม รวม 5,850 หน้า ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ แล้วนายฐาปนามอบสำนวนให้นายชวรัตน์ วงศ์นะบูรณ์ อัยการพิเศษสำนักงานคดีพิเศษ 1 รับผิดชอบตรวจพิจารณาสำนวนและทำความเห็นเสนอตามลำดับชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เนื่องจากตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ยังอยู่ในระหว่างการฝากขังชั้นสอบสวน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ฝากขังครั้งที่ 4 ไว้แล้ว และจะครบกำหนดในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ถือว่าตัวอยู่ในอำนาจการฝากขังของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นการส่งสำนวนให้อัยการเฉพาะเอกสาร ส่วนตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ก็ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขังอยู่แล้ว จึงไม่ต้องนำตัวมาพบกับอัยการ โดยประมวลวิธีพิจารณาความอาญากำหนดว่า เมื่อพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสร็จสิ้น ให้ส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหากับพนักงานอัยการ เว้นแต่ระหว่างนั้นตัวผู้ต้องหาได้ฝากขังไว้ต่อศาลอยู่แล้ว กรณีของนายชัยวัฒน์เข้าข่ายดังกล่าว ขณะที่คดีนี้สามารถยื่นฝากขังได้ 7 ครั้ง ครั้งละ 12 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวต่อว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ อธิบดีอัยการจึงได้มอบหมายให้พิจารณาสำนวนในรูปแบบคณะทำงานอัยการ โดยมีอัยการพิเศษสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ในทางปฏิบัติก็จะพิจารณาคดีโดยรวดเร็ว โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย คณะทำงานก็จะเร่งพิจารณาสำนวนด้วยความรอบคอบให้ทันภายในกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย หากอัยการมีความเห็นสั่งคดีไปในทางใดก็จะแจ้งให้ผู้ต้องหารับทราบผลต่อไป ส่วนการยื่นร้องขอความเป็นธรรมนั้น ยังไม่มีข้อมูลว่า น.ส.พิณนภา ในฐานะผู้เสียหายมายื่นคำร้องใดให้พิจารณาเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำนวนนี้ส่งเข้ามาในช่วงจะครบฝากขังครั้งที่ 4 จากกรอบระยะเวลาการฝากขัง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษและอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 โดยหลักการท่านจะรู้อยู่แล้วว่าการพิจารณาสำนวนคดีมีเงื่อนเวลาเกี่ยวข้อง ซึ่งเหลือเวลาอีก 40 วัน ดังนั้นก็จะพิจารณาสำนวนให้แล้วเสร็จภายในเงื่อนเวลา หากไม่มีเหตุจำเป็นให้ล่วงเลยระยะเวลาฝากขังที่กฎหมายกำหนดไว้สูงสุด 7 ครั้ง&amp;rdquo; นายประยุทธกล่าวย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความของนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ในการส่งสำนวนของดีเอสไอให้อัยการนั้น ตนก็เพียงทราบจากข่าวที่สื่อมวลชนเผยแพร่ ดีเอสไอไม่ได้แจ้งเรื่องส่งสำนวนให้เราทราบ ส่วนนายชัยวัฒน์กับพวกจะยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ในการพิจารณาประเด็นใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ตนยังไม่ได้พูดคุยหารือกับตัวลูกความ ต้องรอหารือกันก่อน ที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นพยานหลักฐานในสำนวน จึงไม่ทราบว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ก็ต้องให้อัยการพิจารณาสำนวน แล้วเมื่อมีความเห็นจะแจ้งนัดให้ผู้ต้องหามารับทราบต่อไป ระหว่างนี้นายชัยวัฒน์กับพวกก็ต้องไปรายงานตัวกับศาลตามเงื่อนไขการประกันตัวทุกนัด ซึ่งนัดล่าสุดจะต้องรายงานตัวต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค.2563.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53140</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ดีเอสไอ, พอละจี รักจงเจริญ, สำนวนสั่งฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00d191a5109.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
