<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนตรวจหลักฐานคดีบึ้มป่วนกรุงไป24ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 63 &amp;ndash; ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.2913/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี, นายวิลดัน มาหะ อายุ 27 ปี และนายมูฮัมมัดอิลฮัม หรือแบลี สะอิ อายุ 27 ปี ทั้งสามเป็นชาว จ.ปัตตานี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ใช้กำลังประทุษร้ายโดยก่อให้เกิดอันตราย อั้งยี่ซ่องโจร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีระหว่างวันที่ 31 ก.ค.- 1 ส.ค. 2562 จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 18 คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ก่อเหตุวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่านปทุมวัน และหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม บริเวณศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้ง 3 จากเรือนจำชั่วคราวทุ่งสองห้อง (ที่คุมขังสำหรับคดีความมั่นคง) มาศาล ขณะที่มารดา น้องสาว รวมทั้งกลุ่มเพื่อนจำนวนหนึ่งของจำเลยทั้ง 3 เดินทางมาให้กำลังใจและฟังการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด พนักงานอัยการแถลงว่า อัยการเจ้าของสำนวนคดีนี้มีอาการป่วย จึงไม่สามารถมาในนัดตรวจหลักฐานครั้งนี้ได้ จึงขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานและนัดสืบพยานไปก่อน ศาลสอบถามจำเลยและทนายจำเลยแล้วไม่คัดค้าน พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีนี้มีเหตุสมควร ให้เลื่อนตรวจพยานหลักฐานออกไปเป็นวันที่ 24 ก.พ. 2563 และ 9 มี.ค. 2563 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57401</URL_LINK>
                <HASHTAG>24ก.พ.63, ก่อการร้าย, คดีบึ้มป่วนกรุง, ศาลอาญา, เลื่อนตรวจหลักฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a234de3d48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งฟ้อง21หัวโจกบึ้มกรุง ตามล่าอีก18รายหนีตปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจส่งสำนวน 4 ลัง 1.3 หมื่นแผ่น พยาน 250 &amp;nbsp;ปาก เห็นควรฟ้อง 21 ผู้ต้องหาคดีบึ้มป่วนกรุงให้อัยการแล้ว &amp;nbsp;ไม่ฟันธงคดีความมั่นคง-การเมือง จับแล้ว 3 ที่เหลือ 18 รายหนีไปต่างประเทศ ออกหมายแดง ประสานตำรวจสากล ลากคอกลับไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ห้องประชุม 100 ปี ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก คณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, &amp;nbsp; ป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และพื้นที่ กทม.-อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2562 ร่วมแถลงข่าวภายหลังส่งมอบสำนวนการสอบสวน หลักฐานจำนวน 4 ลัง เอกสารกว่า 13,000 หน้า พยานกว่า 250 ปาก พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 21 คน ข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร, ร่วมกันก่อการร้าย และข้อหาอื่นๆ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 รวม 11 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ร่วมกันสืบสวนสอบสวน โดยเอกสารหลักฐานในสำนวนก็มีจำนวน 13,000 แผ่น สืบพยานไปกว่า 250 ปาก ซึ่งสำนวนนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 21 คน แต่มีจำนวน 18 คน หลบหนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีนี้เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคงเรื่องแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มก่อความไม่สงบรายใด หรือเป็นกลุ่มการเมือง รอง ผบ.ตร.ระบุว่า ขอให้มั่นใจในการรวบรวมพยานหลักฐานเราจะทำทุกช่องทางเท่าที่ทำได้ ส่วนกรณีจะเกี่ยวพันกับด้านความมั่นคงหรือการเมืองอย่างไรนั้น อาจพูดไม่ได้ชัดนัก เพราะเป็นประเด็นที่จะต้องต่อสู้กันในชั้นศาล ตนจึงขอสงวนการตอบถึงข้อมูลนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้มีการกระทำความผิดในพื้นที่นอกราชอาณาจักรด้วย ดังนั้นขั้นตอนในการสั่งคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ให้อำนาจอัยการสูงสุดเป็นผู้สั่งคดี ดังนั้นเมื่อวันนี้ได้รับมอบสำนวนแล้ว ก็จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดผ่านทางสำนักงานคดีอัยการสูงสุดต่อไป โดยในส่วนของสำนักงานคดีอาญา ก็ได้ตั้งคณะทำงาน 6 คน ในสำนักงานคดีอาญา 6 ที่มีนายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งจะดูแลในส่วนของการร่างคำฟ้อง หากอัยการสูงสุดมีความเห็นทางคดีออกมาว่าสั่งฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรชัย รองอธิบดีอัยการคดีอาญา กล่าวว่า แม้ว่าระยะเวลาการควบคุมผู้ต้องหาจะมีระยะเวลาการฝากขังในส่วนของผู้ต้องหา 3 คน จาก 21 ราย เหลืออีกเพียง 12 วัน แต่ก็มั่นใจว่าจะพิจารณาสำนวนทั้งหมดได้ทันตามกรอบระยะเวลา โดยวันนี้ก็จะส่งสำนวนเอกสารทั้งหมดให้อัยการสูงสุดผ่านสำนักงานคดีอัยการสูงสุด อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ถูกคุมตัวมาแล้ว 6 ผลัด ทั้งนี้ หลังพิจารณาสำนวนอย่างถี่ถ้วนแล้วจะแถลงความคืบหน้ากับสื่อมวลชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า คดีนี้คนร้ายมีพฤติการณ์ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเหตุการณ์ต่อเนื่องในพื้นที่ กทม.และปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนได้ 18 คดี ประกอบด้วยพื้นที่ สน.ปทุมวัน 4 คดี, ยานนาวา 2 คดี, พญาไท 7 คดี, ทุ่งสองห้อง 4 คดี และปากเกร็ด 1 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาอีก 18 คนที่อยู่ระหว่างการหลบหนี คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการประกาศสืบจับในสารบบทั่วราชอาณาจักรและประสานงานผ่านไปยังช่องทางตำรวจสากล (INTERPOL) ออกหมายแดงไว้แล้ว ประกอบกับแจ้งประเทศสมาชิกทั้ง 194 ประเทศ ตรวจสอบแหล่งที่อยู่ผู้ต้องหา และแจ้งความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา พร้อมประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังการเดินทางเข้า-ออกเพื่อจับกุมตัวและส่งกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 21 รายนั้น ถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่และซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209, 210 นอกจากนี้ ผู้ต้องหาที่ 1-15, 20 ยังถูกแจ้งข้อหาร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นและโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า, ร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส, พาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 9 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1, 289 (4), 221, 222 ประกอบมาตรา 217, 218, 224 วรรคสอง, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ มาตรา 38, 74 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 15, 42
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาที่ 16-20 มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องอีก 6 ข้อหา ฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นและโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า และร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, 289 (4), 221, 222 ประกอบมาตรา 217, 218, 224 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของผู้ต้องหาขณะนี้มี 3 คน ที่อยู่ในอำนาจการฝากขังของศาลคือ นายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาที่ 1, นายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ ผู้ต้องหาที่ 21 (อยู่ระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง) ส่วนผู้ต้องหาที่ 3-20 รวม 18 คนนั้น หลบหนีออกนอกประเทศ แต่ได้ขอศาลอาญาออกหมายจับไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 17-18 ก.ย.2562 โดยคดีมีอายุความในการติดตามตัวมาฟ้องคดี 20 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตามขั้นตอนของกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมด ประกอบด้วย นายลูไอ แซแง ผู้ต้องหาที่ 1, นายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาที่ 2, นายอุสมัน ลาเตะ ผู้ต้องหาที่ 3, นายฮาซัน อาแว ผู้ต้องหาที่ 4, นายนัสรู มะประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5, นายฮาแซ แบเล๊าะ ผู้ต้องหาที่ 6, นายมะยูโซะ หะยีสามะ ผู้ต้องหาที่ 7, นายฮากีม ปุนยัง ผู้ต้องหาที่ 8, นายอัสมี อาบูวะ ผู้ต้องหาที่ 9, นายอุสมาน เปาะลอ ผู้ต้องหาที่ 10, นายอัมรี มะมิง ผู้ต้องหาที่ 11, นายศรัทธา อาแว ผู้ต้องหาที่ 12, นายอุสมาน เจ๊ะเต๊ะ ผู้ต้องหาที่ 13, นายสุกรี ดือรามัน ผู้ต้องหาที่ 14, นายมะยากี มะลาชิง ผู้ต้องหาที่ 15, นายมะนูเด็น สามะ ผู้ต้องหาที่ 16, นายมูฮำมัดอาดีลัน สาและ ผู้ต้องหาที่ 17, นายอารีฟ มะเซ็ง ผู้ต้องหาที่ 18, นายซุลกิฟลี มะสาแมง ผู้ต้องหาที่ 19, นายรอแปะอิง อุเซ็ง ผู้ต้องหาที่ 20 และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ ผู้ต้องหาที่ 21.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48816</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 รายหนีไปต่างประเทศ, คดีความมั่นคง-การเมือง, คดีบึ้มป่วนกรุง, ตำรวจสากล, ฟ้อง 21 ผู้ต้องหาคดีบึ้มป่วนกรุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกหมายแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1ad7c82934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบรวมคดีบึ้มกรุง คุม2ผู้ต้องหาขังเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;รองโฆษก สตช.&amp;quot; แจงกองปราบฯ รวมคดีบึ้มป่วนกรุง เพิ่มความสะดวกทำสำนวนสอบสวน พร้อมคุมตัว 2 ผู้ต้องหาซุกระเบิดป้าย สตช.ฝากขังผลัดแรก 12 วัน ค้านประกันตัวกลัวหลบหนี ศาลอนุมัติส่งตัวคุมขังเรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง ตั้งอยู่ในค่าย พัน.ร.มทบ.11 &amp;quot;ราชทัณฑ์&amp;quot; รับตัวตรวจร่างกายทำประวัติผู้ต้องขังใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ส.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงการดำเนินคดีระเบิดป่วนกรุงว่า สำนวนการสอบสวนได้รวมคดีให้กองปราบปรามดำเนินการ ซึ่งไม่ต้องรอให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เซ็นหนังสือสั่งการ แต่เป็นหลักปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ต้องทราบและปฏิบัติตามอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีการเซ็นหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการทุกครั้ง ส่วนงานสืบสวนสอบสวนยังคงเป็นหน้าที่ของคณะทำงานที่ ผบ.ตร.แต่งตั้งไว้ก่อนหน้านี้ และก็มีตำรวจของกองปราบปรามรวมอยู่ในคณะด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การรวมคดีมาที่กองปราบปรามนั้น เป็นการทำเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากและสับสน การทำสำนวนคดีโดยกองปราบฯ จะมีหน้าที่ในการรวบรวมสำนวนจากคณะทำงานในแต่ละพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้ง่ายต่องานธุรการในชั้นศาล&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงผู้ต้องหา 4 ราย ที่ออกมาหมายจับเพิ่มเติมเกี่ยวข้องในคดีระเบิดป่วนกรุงอย่างไร รองโฆษก สตช.กล่าวว่า ผู้ต้องหามีส่วนร่วมในคดีวางระเบิดในพื้นที่ย่านปทุมวัน ส่วนจะอยู่ในระดับใดของขบวนการนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมทั้งชุดสืบสวนสอบสวนยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า มีข่าวผู้เกี่ยวข้องหลายคนหลบหนีในประเทศเพื่อบ้าน รองโฆษก สตช.กล่าวว่า ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะยังปฏิเสธข่าวการควบคุมตัว 18 ผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุมาซักถามที่จังหวัดยะลาว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบถึงรายละเอียด และในเบื้องต้นยังไม่มีการกำหนดว่าจะมีการส่งผู้ต้องสงสัยรายใดมาดำเนินคดีในกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 459/2562 ควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติมายื่นคำร้องฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-26 ส.ค.นี้ เนื่องจากต้องรอสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐาน รอผลตรวจพิสูจน์จากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด กองพลาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการสืบสวนประกอบสำนวนการสอบสวน รอผลการตรวจสอบประวัติการพิมพ์มือของผู้ต้องหาทั้งสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเวรสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับแจ้งจากแม่ค้าว่า พบเห็นวัตถุต้องสงสัยในพุ่มไม้บริเวณที่เกิดเหตุ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดมาตรวจสอบและเก็บกู้ จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงเก็บรวบรวมหลักฐาน จนพบว่านายลูไอ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายวิลดัน ผู้ต้องหาที่ 2 เดินคู่กันมาบนทางเท้าหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้นั่งที่หน้าป้ายรถเมล์ ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ดูต้นทาง เมื่อสบโอกาสผู้ต้องหาที่ 1 ได้นำวัตถุออกจากกระเป๋าและนำไปซ่อนในพุ่มไม้ จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองรีบเดินไปทางแยกเฉลิมเผ่าเพื่อหลบหนี จนกระทั่งถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐานอั้งยี่, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพกพาระเบิดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4), 371, 392, 80, 32, 83, 91 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า หากศาลให้ฝากขัง ขอให้มีคำสั่งให้คุมขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ที่เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง (ย่านคลองประปา) ซึ่งเป็นเรือนจำที่อยู่ในสังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสองแล้วจะหลบหนี หรืออาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนได้ พนักงานสอบสวนจึงขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้พิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนฝากขังแล้ว ปรากฏว่าไม่มีญาติของผู้ต้องหาทั้งสองมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปด้วยรถตู้ โดยมีตำรวจชุดอรินทราช 26 พร้อมอาวุธครบมือที่ติดตามผู้ต้องหามาตั้งแต่แรกติดตามไปด้วย ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมีสีหน้ายิ้มแย้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้องได้รับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระบวนการรับตัวเป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ที่ต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจโรคผู้ต้องขังใหม่ทุกครั้ง แม้ว่าผู้ต้องขังจะถูกส่งไปควบคุมตัวไว้ในเรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง ซึ่งอยู่ในความดูแลของค่ายทหาร แต่ผู้ต้องขังจะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ภายใต้ระเบียบของเรือนจำทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ และคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งอยู่ในพื้นที่ พัน.ร.มทบ.11 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ มีเนื้อที่ 1 ไร่ 12.64 ตารางวา ตามประกาศกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 62 ที่ให้ยกเลิกยกเลิกเรือนจำชั่วคราวแขวงนครไชยศรี ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต และกำหนดอาณาเขตเรือนจำใหม่เรียกว่า เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง เนื่องจาก พัน.ร.มทบ.11 ย้ายมาเปิดทำการที่แขวงทุ่งสองห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ เคยถูกใช้คุมขังและสอบสวนผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง เช่น คดีระเบิดราชประสงค์ กรณีของนายอาเดม คาราดัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43545</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบึ้มป่วนกรุง, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ราชทัณฑ์, สำนวนสอบสวน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d5561f461d00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
