<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธนารักษ์” จ่อลุยลงพื้นที่สางปัญหาบุกรุกที่ทำกิน วางเป้าจัดสรรกรรมสิทธิ์ผู้เช่า 1ล้านไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2562 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ธนารักษ์จังหวัดเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกที่ทำกินในพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งมีผู้บุกรุกทั้งหมด 1.39 แสนราย ในพื้นที่ 1.36 ล้านไร่ทั่วประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งกรมฯตั้งเป้าหมายว่าภายในปีนี้จะเร่งลงพื้นที่สำรวจรังวัด และจัดสรรกรรมสิทธิ์สัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้แก่ผู้บุกรุกได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย มีเนื้อที่กว่า 1 ล้านไร่ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านมีสัญญาที่ทำกินถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมจะคิดค่าเช่าในราคาขั้นต่ำ ถ้าเป็นพื้นที่สำหรับทำการเกษตรจะเสียค่าเช่าปีละ 200 บาทต่อไร่ ขณะที่ค่าเช่าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไป จะคิดตารางวาละ 25 สตางค์ต่อเดือน หรือปีละ 300 บาทต่อ 100 ตารางวาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาที่ทำกินนี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ได้ให้ความสำคัญทางรายได้ โดยหากผู้บุกรุกไม่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ ก็จะได้รับการรับรองสิทธิ์ด้วยการจัดสัญญาให้เช่า ซึ่งสามารถนำสัญญาเช่าไปใช้ยื่นประกอบการขอกู้กับธนาคารรัฐ รวมถึงสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐอื่น ๆ ได้ เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติจะได้รับเงินช่วยเหลือชดเชย แต่หากยังมีสถานะเป็นผู้บุกรุกจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระบวนการทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุกับธนารักษ์นั้น ธนารักษ์พื้นที่จะเร่งลงสำรวจพื้นที่ที่มีการบุกรุก พร้อมทั้งมีแผนจ้างบริษัทเอกชนภายนอก หรือข้าราชการที่มีความรู้และเกษียณไปแล้วมาช่วยจัดทำข้อมูล ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่บุกรุกส่วนใหญ่ อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือจังหวัดสุราษฎร์ธานี และราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา กล่าวอีกว่า กรมธนารักษ์ยังได้จัดทำโครงการ ศูนย์รวมชุมชนเพื่อพัฒนาเป็นตลาดนัดชุมชน จุดค้าส่งสินค้าชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ตามโครงการประชารัฐสร้างไทย ซึ่งในวันที่ 11 ต.ค.นี้ จะนำร่องเปิดโครงการแรกในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กส.63 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ประมาณ1 ไร่ 1 งาน ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างจากส่วนราชการที่ส่งคืนมาให้กรมธนารักษ์จัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และเป็นช่องทางสร้างรายได้ในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมมีแผนเจรจากับหน่วยงานราชการให้มีการคืนที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์มาทำประโยชน์ให้กับชุมชนมากขึ้น ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าภายในปีงบประมาณ 2563 กรมฯจะขยายศูนย์รวมชุมชนดังกล่าวให้ได้ 100 ชุมชน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมขายสินค้า หรือแผนการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ ได้ที่ธนารักษ์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ เพราะสามารถลดต้นทุนการจำหน่ายสินค้าได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้นตามไปด้วย โดยมีธนารักษ์จังหวัดเป็นผู้จัดสรรความต้องการการใช้พื้นที่ของคนในชุมชน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, จัดสรรที่ดินทำกิน, ยุทธนา หยิมการุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนารักษ์แก้ปัญหาบุกรุกที่ราชพัสดุลุยให้เช่าตรว.ละ 1 สลึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค. 2562 นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์กำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน และผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายเร่งด่วน 3 เดือนของ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง โดยขณะนี้ได้เริ่มทำโครงการธนารักษ์ประชารัฐ จัดทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแจกให้ประชาชนที่เคยบุกรุกได้มีสิทธิเช่ามีที่ราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย และทำการเกษตรอย่างถูกกฎหมาย โดยคิดค่าเช่าราคาต่ำตามราคาประเมิน โดยค่าเช่าที่อยู่อาศัยมีราคาเริ่มต้นตารางวา 0.25 บาทต่อเดือน และค่าเช่าเพื่อการเกษตรเริ่มต้นไร่ละ 200 บาทต่อปี ต่อสัญญาทุกๆ 3 ปี

&amp;ldquo;เบื้องต้นในการสำรวจเมื่อปีที่แล้วมีผู้บุกรุกที่ราชพัสดุกว่า 139,184 ราย เป็นพื้นที่ 1.36 ล้านไร่ ในจำนวนนี้มีการเปิดให้โต้แย่งก่อน หากมีหลักฐานการอยู่อาศัยก่อนกฎหมายปี 2546 ภาครัฐก็จะแจกโฉนดให้ซึ่งมีผู้ได้รับแล้ว 12,188 ราย แต่หากไม่มีหลักฐานโต้แย้งเพียงพอ หรือยอมรับในการบุกรุกที่ กรมฯก็จะมีการจัดทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ ซึ่งมีผู้เข้าข่ายมากกว่า 8.6 หมื่นราย โดยกรมตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปี กรมฯจะช่วยแก้ปัญหาที่ทำกินให้บุกรุกได้มีสัญญาเช่าอย่างถูกกฎหมายได้ 80% หรือมากกว่า 5-6หมื่นราย และหลังจากนี้จะมีการทยอยแจกเพิ่มเติมอีกหลายจังหวัด เช่น กาฬสินธุ์&amp;rdquo; นายอำนวย กล่าว

ล่าสุด กรมฯ ได้นำร่องโครงการธนารักษ์ประชารัฐ แจกสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ชาวบ้านจังหวัดอุดรธานี ในอำเภอศรีธาตุ และอำเภอวังสีหมอกแล้วเป็นจังหวัดแรก โดยมีเป้าหมายจำนวน 535 ราย เนื้อที่ 986 ไร่ โดยการจัดให้เช่าที่ทำกินจะช่วยแก้ปัญหาการเหลื่อมล้ำได้มาก ที่สำคัญผู้เช่ายังสามารถนำสัญญาเช่าไปใช้ประกอบการการกู้เงินมาลงทุนปลูกบ้าน หรือทำการเกษตรกรได้ด้วย

นายอำนวย กล่าวว่า กรมฯยังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ที่มีรายชื่อการเช่าที่ราชพัสดุกับกรมฯจำนวนเกือบ 2.6 หมื่นราย ให้ได้รับการยกเว้นค่าเช่าฟรี หรือช่วยเหลือค่าเช่าที่ค้างชำระให้ โดยปัจจุบันมีคนจนที่ทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุกับกรม 26,951 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ค้างชำระค่าเช่าที่ราชพัสดุกับกรมจำนวน 2,457 ราย

&amp;ldquo;มาตรการที่คาดว่าจะเสนอให้ทำ คือ การยกเว้นค่าเช่า และยกเว้นค่าเช่าค้าง แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วงการหารือ จากทั้งกรมบัญชีกลางและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังต้องคำนึงให้รอบคอบเป็นกับธรรมทุกฝ่าย เพราะต้องมีมาตรการสำหรับผู้เช่าสำหรับผู้เช่าที่ตรงเวลาด้วย คาดอาจจะมีความชัดเจนไม่เกินสิ้นปี 2562&amp;rdquo; นายอำนวย กล่าว

ส่วนความคืบหน้าโครงการบ้านคนไทยประชารัฐบนที่ราชพัสดุระยะแรก ขณะนี้ได้มีเปิดให้จองในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ และ เชียงราย ขณะนี้มีการก่อสร้างในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์แล้ว ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ยังติดปัญหาเรื่องการออกแบบ และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ รวมถึงปัญหาการปล่อยกู้แก่ผู้จองสิทธิ์ นอกจากนี้กรมฯ จะเดินหน้าสำรวจพื้นที่เพื่อทำโครงการบ้านคนไทยประชารัฐฯ ในระยะที่ 2 ต่อ โดยเน้นที่ดินที่เป็นที่ต้องการของประชาชน เช่น กรุงเทพฯ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, อำนวย ปรีมนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf80154de231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนารักษ์แก้ปัญหาบุกรุกที่ราชพัสดุลุยให้เช่าตรว.ละ 1 สลึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค. 2562 นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์กำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน และผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายเร่งด่วน 3 เดือนของ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง โดยขณะนี้ได้เริ่มทำโครงการธนารักษ์ประชารัฐ จัดทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแจกให้ประชาชนที่เคยบุกรุกได้มีสิทธิเช่ามีที่ราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย และทำการเกษตรอย่างถูกกฎหมาย โดยคิดค่าเช่าราคาต่ำตามราคาประเมิน โดยค่าเช่าที่อยู่อาศัยมีราคาเริ่มต้นตารางวา 0.25 บาทต่อเดือน และค่าเช่าเพื่อการเกษตรเริ่มต้นไร่ละ 200 บาทต่อปี ต่อสัญญาทุกๆ 3 ปี

&amp;ldquo;เบื้องต้นในการสำรวจเมื่อปีที่แล้วมีผู้บุกรุกที่ราชพัสดุกว่า 139,184 ราย เป็นพื้นที่ 1.36 ล้านไร่ ในจำนวนนี้มีการเปิดให้โต้แย่งก่อน หากมีหลักฐานการอยู่อาศัยก่อนกฎหมายปี 2546 ภาครัฐก็จะแจกโฉนดให้ซึ่งมีผู้ได้รับแล้ว 12,188 ราย แต่หากไม่มีหลักฐานโต้แย้งเพียงพอ หรือยอมรับในการบุกรุกที่ กรมฯก็จะมีการจัดทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ ซึ่งมีผู้เข้าข่ายมากกว่า 8.6 หมื่นราย โดยกรมตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปี กรมฯจะช่วยแก้ปัญหาที่ทำกินให้บุกรุกได้มีสัญญาเช่าอย่างถูกกฎหมายได้ 80% หรือมากกว่า 5-6หมื่นราย และหลังจากนี้จะมีการทยอยแจกเพิ่มเติมอีกหลายจังหวัด เช่น กาฬสินธุ์&amp;rdquo; นายอำนวย กล่าว

ล่าสุด กรมฯ ได้นำร่องโครงการธนารักษ์ประชารัฐ แจกสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ชาวบ้านจังหวัดอุดรธานี ในอำเภอศรีธาตุ และอำเภอวังสีหมอกแล้วเป็นจังหวัดแรก โดยมีเป้าหมายจำนวน 535 ราย เนื้อที่ 986 ไร่ โดยการจัดให้เช่าที่ทำกินจะช่วยแก้ปัญหาการเหลื่อมล้ำได้มาก ที่สำคัญผู้เช่ายังสามารถนำสัญญาเช่าไปใช้ประกอบการการกู้เงินมาลงทุนปลูกบ้าน หรือทำการเกษตรกรได้ด้วย

นายอำนวย กล่าวว่า กรมฯยังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ที่มีรายชื่อการเช่าที่ราชพัสดุกับกรมฯจำนวนเกือบ 2.6 หมื่นราย ให้ได้รับการยกเว้นค่าเช่าฟรี หรือช่วยเหลือค่าเช่าที่ค้างชำระให้ โดยปัจจุบันมีคนจนที่ทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุกับกรม 26,951 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ค้างชำระค่าเช่าที่ราชพัสดุกับกรมจำนวน 2,457 ราย

&amp;ldquo;มาตรการที่คาดว่าจะเสนอให้ทำ คือ การยกเว้นค่าเช่า และยกเว้นค่าเช่าค้าง แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วงการหารือ จากทั้งกรมบัญชีกลางและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังต้องคำนึงให้รอบคอบเป็นกับธรรมทุกฝ่าย เพราะต้องมีมาตรการสำหรับผู้เช่าสำหรับผู้เช่าที่ตรงเวลาด้วย คาดอาจจะมีความชัดเจนไม่เกินสิ้นปี 2562&amp;rdquo; นายอำนวย กล่าว

ส่วนความคืบหน้าโครงการบ้านคนไทยประชารัฐบนที่ราชพัสดุระยะแรก ขณะนี้ได้มีเปิดให้จองในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ และ เชียงราย ขณะนี้มีการก่อสร้างในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์แล้ว ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ยังติดปัญหาเรื่องการออกแบบ และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ รวมถึงปัญหาการปล่อยกู้แก่ผู้จองสิทธิ์ นอกจากนี้กรมฯ จะเดินหน้าสำรวจพื้นที่เพื่อทำโครงการบ้านคนไทยประชารัฐฯ ในระยะที่ 2 ต่อ โดยเน้นที่ดินที่เป็นที่ต้องการของประชาชน เช่น กรุงเทพฯ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43328</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, อำนวย ปรีมนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf80154de231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาแก้ลดโทษจำคุก&#039;กำนันเซี๊ยะ-เมีย&#039;คดีบุกรุกที่ราชพัสดุฯ-ออกหมายจับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค 62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. &amp;nbsp;ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีบุกรุกที่ดินเมืองกาญจน์ หมายเลขดำ อ.4849/2554 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี้ยะ และนางเขมพร ต่างใจเย็น สองสามีภรรยา เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกแผ้วถางที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ ม.2 ต.ช่องด่าน และ ม.2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เกินกว่า 50 ไร่ เมื่อระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 2544 - 8 ก.พ. 2545 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ โดยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี 16 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เป็นการอ่านคำพิพากษาฎีกาลับหลังจำเลยทั้งสอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ ปรับนายประกันไว้และเลื่อนการอ่านคำพิพากษามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มีประเด็นพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนาบุกรุกแผ้วถางครอบครองที่ดินราชพัสดุตามฟ้อง และไม่รู้กฎหมายที่ดิน จึงขาดเจตนา คดีนี้ไม่มีการร้องทุกข์ ไม่มีการสอบสวน ไม่มีการสั่งว่าไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด ไม่มีการสรุปสำนวนส่งอัยการพร้อมความเห็น อัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลเห็นว่า คดีเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นความผิดต่อรัฐ พนักงานสอบสวนสอบสวนเองได้ อัยการมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 140, 143 มีการบุกรุกที่ดินกว่า 50 ไร่ มีการใช้คนงาน บริวารเข้าบุกรุก จะถือว่าขาดเจตนาโดยเล็งเห็นผลไม่ได้ กฎหมายที่ดินใช้บังคับ จะอ้างไม่รู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามฟ้อง เป็นความผิดรวม 7 กรรม ให้จำคุกคนละ 56 เดือน (4 ปี 8 เดือน) พร้อมนับโทษต่อจำเลยที่ 1 จากคดีแดงที่ 2936/2554 และแดง 3178/2548 ของศาลอาญา และจำเลยที่ 2 ให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่ 3178/2548 ด้วย ให้ยกเลิกหมายจับเดิมที่ให้ตามตัวมาฟังคำพิพากษา ให้ออกหมายจับใหม่เพื่อนำตัวจำเลยทั้งสองมารับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดต่อไป และให้บริวาร ลูกจ้าง คนงานของจำเลยออกจากที่ดินทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำนันเซี๊ยะและภรรยานั้นยังมีหมายจับคดีฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ใน จ.กาญจนบุรี ปี 2542 -2544 หมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ถือเป็นที่สุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2559 ให้จำคุกกำนันเซี๊ยะเป็นเวลา 5 ปี และนางเขมพร เป็นเวลา 4 ปี ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น กำนันเซี๊ยะยังมีหมายจับตามตัวมารับโทษคดีหมายเลขดำ อ.55/2555 ที่อัยการฟ้องบุกรุกที่ราชพัสดุพื้นที่ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องติดต่อกันทั้งหมด รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,199 ไร่ 2 ตารางวา 84 งานอีกด้วย ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อ วันที่ 18 เม.ย. 2560 ให้จำคุกกำนันเซี๊ยะ 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี้ยะ, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, จำคุกกำนันเซี๊ยะ, ยประชา โพธิพิพิธ, เขมพร ต่างใจเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45e1932b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 00:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกานัดเช้าพฤหัสฯนี้อ่านคำพิพากษาลับหลัง &#039;กำนันเซี๊ยะ-เมีย&#039; คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 ม.ค.นี้ ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีบุกรุกที่ดินเมืองกาญจน์หมายเลขดำ อ.4849/54 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประชาโพธิพิพิธ และนางเขมพร ต่างใจเย็น 2 สามีภรรยา เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก แผ้วถางที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ม.2 ต.ช่องด่าน และม.2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เกินกว่า 50 ไร่ เมื่อระหว่างวันที่ 29 พ.ย.44 - 8 ก.พ.45&amp;nbsp; ตามประกม.ที่ดิน ม.9,108 ทวิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี 16 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ&amp;nbsp; ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นการอ่านคำพิพากษาฎีกาลับหลัง จำเลยทั้งสอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ ปรับนายประกันไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, ประชา โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45e1932b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
