<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ต่อตระกูล&#039;โพสต์สงสาร&#039;แก้วสรร&#039;ทำคดีโกงบ้านเอื้ออาทรมา14ปี กว่าจะจับนักการเมืองใหญ่ขึ้นศาลได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63- นายต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สงสารอาจารย์แก้วสรร มากครับ ทำคดี&amp;ldquo;คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo; ของการเคหะแห่งชาติ มา 14 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรูปเปรียบเทียบสิครับ แกโทรมลงไปมากตั้งแต่เป็นหนุ่มผมยาว จนผมหงอกขาว ฟันร่วงไปหลายซี่ กว่าจะนำนักการเมืองระดับยิ่งใหญ่ มาตัดสินลงโทษ ในศาลฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วก็ยังไม่แน่นอนอีก เพราะล่าสุด เขาใช้สิทธ์อุทธรณ์คำตัดสินภายใน 30 วันไปแล้ว แถมยังขอต่อเวลายืดไปอีก 30 วันได้อีกแล้วด้วย.&lt;/p&gt;


	รธน.60 วิบากกรรมของชาติ&amp;nbsp;
	แค่น้ำจิ้ม! &amp;#39;ดี้ นิติพงษ์&amp;#39; แจ้งเอาผิด 19 เกรียนคีย์บอร์ด&amp;nbsp;
	&amp;#39;ไอติม&amp;#39; สะเทือนใจ&amp;nbsp;
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; เคลียร์ปม &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ท่อน้ำเลี้ยงม็อบ 3 นิ้ว


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83576</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, ต่อตระกูล ยมนาค, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac9545902ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงษ์เทพ&#039; จุก! เมื่อ &#039;แก้วสรร&#039; ตอบคำถามเยาะเย้ยถากถางที่นิติจุฬาหลายปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - &amp;nbsp;นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;รู้จัก &amp;ldquo;คดีโควต้าบ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo;&amp;quot; &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาช่วงหนึ่งระบุว่า... ถาม &amp;nbsp; อยากบอกคุณวัฒนาว่าอย่างไรครับ
ตอบ &amp;nbsp; พวกเราไม่ได้แกล้งคุณจริงๆ &amp;nbsp;คุณจะชนะหรือแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือไม่ก็แล้วแต่ศาลท่าน &amp;nbsp;พวกผมเสร็จงานของผมแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้อ...ยังมีรัฐมนตรีอีกคนที่ผมอยากบอกเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ใครครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ &amp;nbsp; ก็คือ คุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา ครับ&amp;nbsp;ผมยังจำได้ดีที่ท่านถามผมอย่างเยาะเย้ยถากถางกลางเวทีอภิปรายที่นิติจุฬาหลายปีก่อนว่า &amp;ldquo;คดีที่ทำแล้วคุยนักคุยหนานั้น ไปไหนหมดแล้ว &amp;rdquo; &amp;nbsp;วันนี้ก็อยากถามเท่านั้นครับว่า พวกท่านได้คำตอบเป็นยึดทรัพย์ เป็นคุกตะรางไปกี่คดีแล้ว..นับถูกไหม...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนี่ยังอยากจะเป็นรัฐบาลกันอีกหรือ? &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78688</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, คตส, พงษ์เทพ เทพกาญจนา, แก้วสรร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6ec25c520b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆ &#039;แก้วสรร-อดีตคตส.&#039; พารู้จัก &#039;คดีโควต้าบ้านเอื้ออาทร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;รู้จัก &amp;ldquo;คดีโควต้าบ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo;&amp;quot; ผ่าน www.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;บ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo;คืออะไร?
ตอบ &amp;nbsp; คือโครงการที่คุณทักษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;ให้การเคหะแห่งชาติ มาทำหมู่บ้านจัดสรรให้ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ตั้งเป้าที่ ๖ แสนหน่วย ลงทุนบ้านและที่ดินไม่เกินหน่วยละ ๔.๒ แสนบาท ขายหน่วยละ ๓.๙ แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ระบบ &amp;ldquo;โควต้า&amp;rdquo; บ้านเอื้ออาทรคืออะไร
ตอบ &amp;nbsp; สมัยรัฐมนตรีวัฒนา ในปี ๒๕๔๘ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เห็นว่าการว่าจ้างเอกชนเป็นรายหมู่บ้านล่าช้า จึงนำหน่วยที่เหลือ ๓ แสนหน่วยมาเปิดให้เอกชนมาทำสัญญาแบ่งจำนวนหน่วยที่ต้องการรับเหมาไปทำเลย เช่นบริษัทหนึ่งรับโควต้าไป ๑๐,๐๐๐ หน่วย ก็ทำสัญญารับโควต้าไปทำพร้อมวางหลักประกัน&amp;nbsp;จากนั้นก็นำโครงการมาเสนอขายเป็นรายหมู่บ้านไป ทำไปหลายหมู่บ้านจนกว่าจะครบ ๑๐,๐๐๐ หน่วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; รับซื้อกันยังไงครับ
ตอบ &amp;nbsp; การเคหะฯเหมาซื้อที่หน่วยละ ๔.๒ แสนบาท &amp;nbsp;ได้โควตาแล้วเบิกเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน &amp;nbsp;๑๕% ของค่าโควต้าทั้งหมด&amp;nbsp;หมู่บ้านใดที่เสนอแล้วได้รับอนุมัติได้ค่าที่ดินทันที ๑๐๐ %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ระบบโควต้าอย่างนี้ผู้รับเหมามีโอกาสกำไรมากกว่าระบบเดิมที่รับซื้อเป็นรายโครงการไหม
ตอบ &amp;nbsp; ระบบนี้ไม่มีการรับซื้อตามราคาที่ดินจริง เหมาให้เลย หน่วยละ ๔.๒ แสน ถ้าได้ที่ดินราคาถูกก็ยิ่งกำไร ยิ่งยัดบ้านลงไปแน่นอีกเท่าใดก็กำไรหนักขึ้นไปอีก &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของคตส.หมู่บ้านยุคนี้แน่นมากและเข้าถึงยากมาก เคยอยู่แค่รังสิตคลอง ๒ ก็โดดไปคลอง ๙ เลย ที่สมุทรสาครเลี้ยวเข้านากุ้ง นาเกลือก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; อยู่ไกลแล้วมีคนซื้อหรือครับ
ตอบ &amp;nbsp; มีคดีโกงชื่อคนจอง&amp;nbsp;เอาผีมาจองหลายโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; มีส่วนต่างให้นักการเมืองเรียกค่าโควต้า ถึงหน่วยละ ๑ หมื่นบาทไหม
ตอบ &amp;nbsp; ผู้รับเหมารายใหญ่ที่จ่ายเงินแล้วสารภาพกับคตส. ๗ ราย &amp;nbsp;เขาบอกว่าทำได้ครับ สภาพคล่องก็ไม่ยาก&amp;nbsp;ใช้กระดาษ ๓ ใบยื่นคำขอโควต้า ๑๐,๐๐๐ หน่วย&amp;nbsp;มูลค่างาน ๔,๒๐๐ ล้านก็ได้เงินล่วงหน้ามาแล้วไม่เกิน ๖๓๐ ล้าน เท่านี้ก็พอ แบ่งไปจ่ายค่าโควตาได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างในคดีนี้เราพบว่าจ่ายเงินล่วงหน้าให้ ๑๑ บริษัท ไปกว่าสี่พันล้านบาท พอเราตรวจทางเดินเงินก็พบว่าไหลไปเข้าเครือข่ายรับค่าโควต้าของจำเลยถึง ๑,๔๐๐ ล้านบาททีเดียว&amp;nbsp;อาทิตย์เดียวเท่านั้นวางบิลเสร็จหมดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ผู้รับเหมายอมบอกไหมครับว่าค่าอะไร
ตอบ &amp;nbsp; ๗ ราย เขายอมบอกว่าเป็นค่าโควต้าให้รัฐมนตรี โดยตัวแทนที่เป็นเสี่ยค้าข้าวและลูกน้องเป็นคนเจรจา คนทวง และคนรับครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; เห็นรัฐมนตรีเขายืนยันว่าการให้โควต้าเป็นเรื่องของการเคหะและ จ่ายไปถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง
ตอบ &amp;nbsp; นั่นก็ถูกของเขาครับระบบโควต้านี้ไม่ผิดกฎหมาย ทุกสัญญาโควต้าที่ให้ก็ไม่ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;มันจึงไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๕๗ เกิดขึ้น&amp;nbsp;แต่ที่ผิดมันผิด&amp;nbsp;ตรงที่ไม่มีใครมีสิทธิไปเรียกเก็บตั๋วค่าโควต้าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; เขาบอกว่าเขาไม่ได้เรียก
ตอบ &amp;nbsp; แต่หลักฐานมันชัดว่าเสี่ยคนนั้นคอยกำกับจัดการการให้โควต้าและการให้เงินล่วงหน้า ทำตัวเป็นที่ปรึกษาอยู่ในออฟฟิศรัฐมนตรีเลย&amp;nbsp;หน้าห้องรัฐมนตรีก็เคยโทรไปทวงเงินผู้รับเหมา เสี่ยคนนี้อาชีพค้าข้าวแล้วจะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรับเหมาได้ค่าปรึกษาเป็น ๑๔๐๐๐ ล้านบาท ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; เขาบอกอีกว่า เขาไม่ได้จับเงินเลย
ตอบ &amp;nbsp; มาตรา ๑๔๘ &amp;nbsp;แค่เจ้าพนักงานเรียกประโยชน์จากผู้อื่นก็ผิดแล้วครับ&amp;nbsp;ส่วนเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;๑,๔๐๐ ล้านนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;คตส.ตามไปติดๆก็เข้าบริษัทส่งออก ทะเบียนตั้งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว มีหมานอนเกาเห็บ ๒ ตัว เงินเข้าแล้วก็โอนไปธนาคารฮ่องกงเลย&amp;nbsp;เข้าใจว่าเป็นการฟอกเงินกลับมาในนามเงินส่งออกข้าว คุณต้องรู้ว่าเสี่ยคนนี้เป็นมือฟอกเงินของพรรคนี้มาหลายโครงการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; รัฐมนตรีเขาบอกอีกว่าไม่รู้เรื่องเสี่ยเรียกเงิน
ตอบ &amp;nbsp; ผู้รับเหมาขนาดใหญ่ของเมืองไทยก็ไม่โง่ที่จะถูกหลอกขายโควตาง่ายๆ&amp;nbsp;เสี่ยเองก็วางตัวอยู่ในออฟฟิสรัฐมนตรีสั่งเจ้าหน้าที่ให้ส่งเอกสารรายงานความคืบหน้าให้ตนเองตลอดเวลา ศาลก็เลยตัดสินว่าเสี่ยต้องเป็นตัวการเรียกค่าโควต้าร่วมกันกับรัฐมนตรีรวม ๑๑&amp;nbsp;ครั้ง ๑๑ กระทง วางโทษรัฐมนตรีจำคุกกระทงละ ๙ ปี รวม ๙๙ปี แต่เสี่ยไม่ใช่เจ้าพนักงาน จึงโดนแค่สนับสนุนโทษ สองในสาม คือ ๖๖ ปี จุดจบก็มาถึงตรงนี้ วันนี้ในที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ในฐานะที่เป็น คตส.รับผิดชอบสำนวนนี้ รู้สึกอย่างไรที่ศาลตัดสินลงโทษ
ตอบ &amp;nbsp; คดีนี้ คตส.ได้ทีมตำรวจมือดีมาช่วยงานสืบสวนเจาะลึกปากคำในการเคหะฯได้นักตรวจสอบมือฉกาจจากธนาคารชาติมาไล่ตรวจสอบทางเดินของเงินจนละเอียดยิบ ได้มือทำสำนวนจากกรมพระธรรมนูญมาสมทบอีก รวมกว่ายี่สิบคน&amp;nbsp;พวกเขาทุ่มเทปิดทองหลังพระกันเป็นปี จนสำเร็จมาถึงวันนี้ได้ ช่วยขอบคุณเขาด้วยเถิดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; อยากบอกคุณวัฒนาว่าอย่างไรครับ
ตอบ &amp;nbsp; พวกเราไม่ได้แกล้งคุณจริงๆ &amp;nbsp;คุณจะชนะหรือแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือไม่ก็แล้วแต่ศาลท่าน &amp;nbsp;พวกผมเสร็จงานของผมแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้อ...ยังมีรัฐมนตรีอีกคนที่ผมอยากบอกเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ใครครับ
ตอบ &amp;nbsp; ก็คือ คุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา ครับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมยังจำได้ดีที่ท่านถามผมอย่างเยาะเย้ยถากถางกลางเวทีอภิปรายที่นิติจุฬาหลายปีก่อนว่า &amp;ldquo;คดีที่ทำแล้วคุยนักคุยหนานั้น ไปไหนหมดแล้ว &amp;rdquo; &amp;nbsp;วันนี้ก็อยากถามเท่านั้นครับว่า พวกท่านได้คำตอบเป็นยึดทรัพย์ เป็นคุกตะรางไปกี่คดีแล้ว..นับถูกไหม...แล้วนี่ยังอยากจะเป็นรัฐบาลกันอีกหรือ ?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78667</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, บทความแก้วสรร, วัฒนา เมืองสุข, แก้วสรร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6e3f86cec25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังมีหวัง! ทนายความวัฒนา เผยจะเอาความสุจริต จากสิ่งที่เราไม่ได้กระทำผิดมาสู้อีกหนึ่งศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 - นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความของนายวัฒนา เมืองสุข อายุ อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร กล่าวถึงขั้นตอนการอุทธรณ์คดีในชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ว่า ระหว่างนี้เราจะต้องยื่นอุทธรณ์คดีภายใน 30 วัน ได้ขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มเพื่อศึกษาคำพิพากษาและความเห็นขององค์คณะแต่ละคนก่อนยื่นอุทธรณ์ เมื่อเราทำคำอุทธรณ์ยื่นคดีไปแล้ว ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกองค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ขึ้นมาพิจารณาสำนวนที่เคยมีการสืบพยานไปแล้วในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมคำอุทธรณ์ของเรา โดยไม่ต้องมีการไต่สวนพยานใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;องค์คณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์จะต้องไม่ซ้ำคนกับองค์คณะที่เคยวินิจฉัยคดีไปแล้ว เราต้องต่อสู้ในประเด็นต่างๆ ที่ศาลฎีกาฯ ยังมองต่างกับเรา และจะมีปัญหาเรื่องระยะเวลาที่เราต้องขอคัดถ่ายคำพิพากษาพร้อมคำเบิกความพยานและทำคำอุทธรณ์ยื่นใน 30 วัน เราอาจจะต้องขออนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก ส่วนเรื่องความมั่นใจนั้น เราได้แสดงให้เห็นเมื่อวานที่เราพร้อมฟังคำพิพากษา แม้ผลจะออกมาแบบนี้ แต่ตามขั้นตอนกระบวนการก็ยังเปิดโอกาสให้เราสู้อีก อย่างน้อยที่สุดเราเอาความสุจริต จากสิ่งที่เราไม่ได้กระทำผิดมาสู้อีกหนึ่งศาล&amp;quot; ทนายความนายวัฒนา ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78624</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดีบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6defd75afdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กปชป. ยกคดีวัฒนา เมืองสุข อัดรัฐธรรมนูญปี 60 ปราบโกงไม่จริง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 -&amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง คดีวัฒนา เมืองสุข ตอกย้ำ รธน.60 ปราบโกงไม่จริง มีเนื้อหาระบุว่า เมื่อวานนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุกนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 99 ปี ฐานเรียกรับประโยชน์โครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งหากเป็นรัฐธรรมนูญปี 40 หรือปี 50 คดีนี้ถึงที่สุดนายวัฒนาเดินเข้าคุกสถานเดียว แต่ด้วยความย้อนแย้งของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ร่างโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทำให้คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ถึงที่สุด สามารถอุทธรณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานใหม่ เสมือนการพิจารณาพิพากษาซ้ำ 2 ครั้งในศาลเดียวกัน เพราะองค์คณะผู้พิพากษาครั้งแรกกับครั้งหลังก็มีที่มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเช่นเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผิดหลักนิติวิธีทางกระบวนการยุติธรรมที่ให้ศาลฎีกาคือศาลสูงสุดและคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาฎีกา แต่กลับให้เรื่องๆเดียวมีคำพิพากษาศาลฎีกา มาหักล้างคำพิพากษาศาลฎีกากันเอง จึงไม่รู้จะยึดถือคำพิพากษาฎีกาฉบับไหนเป็นแนว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดช่องให้อุทธรณ์คดีโกงของนักการเมืองได้ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ขายฝันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เพราะมีความย้อนแย้งในตัวอย่างชัดเจน เราจะปราบโกงอย่างจริงจังได้อย่างไร ถ้าทำให้คดียืดเยื้อ อุทธรณ์ได้ นี่คือความย่อหย่อนในเชิงระบบ ที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การอ้างว่าตอ้งให้อุทธรณ์ได้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการต่อสู้คดีตามมาตรฐานสากลนั้น เป็นคำกล่าวอ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะสิ่งที่กำหนดในรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ให้อุทธรณ์ได้ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ โดยให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่นั้นมีความเหมาะสมแล้ว ทั้งการแสดงให้เห็นถึงความหนักแน่นในการจริงจังปราบโกง วางคดีทุจริตของนักการเมืองเป็นคดีพิเศษ ขณะเดียวกันก็ไม่ทำลายระบบศาล นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผมขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ต้องแก้ไขครับ&amp;rdquo;นายเชาว์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78598</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f508d67113fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเอียดยิบ คำพิพากษาคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร สั่งลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกกระทงละ 9 ปีรวม 11 กระทง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) , นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548&amp;ndash;2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน), นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์มีอำนาจฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการขบวนการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการตามฟ้อง ซึ่งการดำเนินการมีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำเป็นขบวนการอย่างมีระบบ อันเป็นความผิดตามฟ้องเกิดขึ้นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาว่าจำเลยทั้ง 14 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ในส่วนจำเลยที่ 4 เป็นตัวกลางที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขบวนการของกลุ่มในการเรียกเงินจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จำเลยที่ 4 หรือผู้ประกอบการบางรายเรียกเงินที่ผู้ประกอบการจ่ายแก่จำเลยที่ 4 ว่าเป็นค่าที่ปรึกษานั้น เป็นเพียงการอ้างให้เงินดังกล่าวนำไปลงบัญชีได้ ฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 อ้างอำนาจในตำแหน่งของจำเลยที่ 1 โดยติดต่อในลักษณะข่มขืนใจหรือจูงใจแก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์เข้าดำเนินการโครงการบ้านเอื้ออาทรให้นำเงินมามอบให้ เพื่อตอบแทนการได้รับอนุมัติหน่วยก่อสร้าง และเข้าทำสัญญาเป็นผู้จัดทำโครงการบ้านเอื้ออาทรขายให้แก่การเคหะแห่งชาติ ตามสัดส่วนที่ได้จ่ายเงินให้จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นเลขานุการจำเลยที่ 4 และเป็นพนักงานของ บริษัท จำเลยที่ 8 จำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นพนักงานของ บริษัท จำเลยที่ 8 และจำเลยที่ 7 เคยเป็นแม่บ้านที่ บริษัท จำเลยที่ 8 นั้นได้รู้เห็นมาแต่ต้น และทำหน้าที่เป็นผู้โทรศัพท์ติดตามทวงถามเงินจากผู้ประกอบการ รวมทั้งรับเช็คมาจากผู้ประกอบการเพื่อให้ได้เงินครบจำนวนเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ ฟังได้ว่าร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 4 จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 5-7 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 4 ด้วยจำเลยที่ 8 เป็นนิติบุคคลมีจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและมีการนำเงินเข้า บริษัท จำเลยที่ 8 จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 8 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 4 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาการที่จำเลยที่ 1 กำหนดแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทรใหม่นั้นและการที่จำเลยที่ 1 มีบันทึกข้อความลงวันที่ 17 ตุลาคม 2548 สั่งให้แก้ไขข้อ 3 ของประกาศการเคหะแห่งชาติฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2548 รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แทรกแซงการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติและผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ส่วนความผิดฐานร่วมข่มขืนใจหรือจูงใจแก่ผู้ประกอบการให้นำเงินมอบให้เพื่อตอบแทนการที่การเคหะแห่งชาติอนุมัติให้ได้เข้าทำสัญญาตามฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 อ้างว่ารัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับงานด้านนโยบาย และจำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องเฉพาะการปรับปรุงประกาศฉบับใหม่หรือที่โออาร์ก็ตาม แต่ลักษณะการกระทำความผิดในคดีนี้เป็นไปไม่ได้ที่จำเลยที่ 4-7 ซึ่งเป็นเพียงบุคคลภายนอกจะสามารถกระทำการได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเลยที่ 4 ไม่อาจจะแสดงตนให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เชื่อถือได้ว่าจำเลยที่ 4 มีฐานะเป็นที่ปรึกษาไม่เป็นทางการของจำเลยที่ 1 ได้เอง อีกทั้งจำเลยที่ 4 ย่อมไม่มีอำนาจใดที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ตกลงจ่ายเงินได้รับอนุมัติหน่วยก่อสร้างทุกรายได้ดังที่เกิดขึ้นจริงในคดีนี้ ทั้งจำเลยที่ 1 น่าจะรู้ข้อเท็จจริงที่มีการเรียกรับเงิน เพราะเป็นเงินจำนวนสูงมากและเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอย่างแพร่หลายในเวลานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับจำเลยที่ 1 ได้เข้าไปกำกับดูแลการจ่ายเงินล่วงหน้า ย่อมมีผลเป็นการเร่งรัดให้มีการจ่ายเงินล่วงหน้าอยู่ในตัว พฤติการณ์บ่งชี้ว่าเป็นการเร่งรัดและเพิ่มจำนวนเงินล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ประกอบการนำเงินล่วงหน้าที่ได้รับมามอบให้แก่จำเลยที่ 4 เมื่อมีการเรียกทรัพย์สินก็ต้องถือเป็นความผิดแล้วการที่จำเลยที่ 1 จะเรียกเงินจากผู้ประกอบการด้วยตนเองหรือไม่ ย่อมไม่ใช่ข้อสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมรู้เห็นเป็นใจในการข่มขืนใจหรือจูงใจแก่ผู้ประกอบการให้นำเงินมอบให้เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 อันเป็นบทเฉพาะแล้วไม่จำต้องปรับบทตามมาตรา 157 อันเป็นบททั่วไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการการเคหะแห่งชาติและประธานคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการบ้านเอื้ออาทรนั้น ข้อเท็จจริงยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการวางแผนคบคิดกระทำการเรียกรับทรัพย์สิน จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดตามฟ้อง และฐานเป็นพนักงานเรียกรับทรัพย์สินจากจำเลยที่ 9 ที่ 11-14 และฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามฟ้องจำเลยที่ 3 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หน้าห้องรัฐมนตรีจำเลยที่ 1 ได้ประสานในกรอบของหน้าที่ของงานธุรการและการประสานที่กระทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เข้าไปรู้เห็นเป็นใจ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 10 ซึ่งเคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีคนก่อน ได้พูดยุยงส่งเสริมเพื่อช่วยในการตัดสินใจของนางชดช้อย ให้เกิดความมั่นใจที่จะมอบเงินให้แก่ผู้มารับเช็คไป อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิดของขบวนการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการ แม้ผู้ร่วมกระทำความผิดในขบวนการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการจะรู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกของจำเลยที่ 10 หรือไม่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าจำเลยที่ 10 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 9, 11-14 ซึ่งเป็นผู้ประกอบการนั้นเป็นฝ่ายถูกข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้นำเงินมามอบเงินให้โดยจำเลยที่ 9, 11-14 เป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับอนุมัติหน่วยก่อสร้างได้อยู่แล้ว การอนุมัติหน่วยก่อสร้างมิได้สำเร็จลงด้วยการให้เงิน ทั้งการถูกข่มขืนใจหรือถูกจูงใจเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในเวลาเดียวกันได้ และเมื่อจำเลยที่ 2 มิได้เป็นตัวการในการกระทำความผิดตามฟ้องจำเลยที่ 9, 11-14 จึงไม่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว การกระทำของจำเลยดังกล่าวตามฟ้องเป็นการกระทำในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการแต่ละรายต่างวันเวลาและต่างสถานที่แยกต่างหากจากกัน เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 มีความผิดตามฟ้องรวม 11 กรรม จำเลยที่ 5 มีความผิด 5 กรรม จำเลยที่ 7 มีความผิดรวม 8 กรรม และจำเลยที่ 10 มีความผิดกรรมเดียว ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบเงินจำนวน 1,415,616,550 บาท และให้ชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของสิ่งที่ศาลสั่งริบได้นั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 42, 43, 44 กำหนดให้ศาลมีอำนาจริบทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มาจากการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือบุคคลได้มาจากการกระทำความผิดในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้มีหน้าที่ต้องส่งสิ่งที่ศาลสั่งริบชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของสิ่งที่ต้องส่งดังกล่าวได้ พร้อมทั้งต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดตามอัตราที่ศาลกำหนด โดยศาลมีอำนาจมีคำสั่งริบทรัพย์ตามที่ปรากฏจากทางไต่สวนของศาลได้ ไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นการขยายความเกี่ยวกับขั้นตอนการบังคับโทษในส่วนการริบทรัพย์สินจึงย่อมใช้บังคับแก่คดีนี้ได้เมื่อมีการรับเงินมาจากการกระทำความผิดแล้วได้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นหลายบัญชีและมีการเบิกถอนเงินสดด้วยเชื่อว่าโดยสภาพของเงินที่ได้รับมาไม่สามารถที่จะส่งมอบหรือคืนได้อันเป็นการที่แสดงให้เห็นว่าการติดตามเอาคืนกระทำได้ยากเกินสมควรจึงให้จำเลยผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของเงินที่ศาลสั่งริบโดยให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 ร่วมกันชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าจำนวน 1,323,006,750 บาทจำเลยที่ 5 ร่วมชำระจำนวน 763,197,000 บาทจำเลยที่ 7 ร่วมชำระจำนวน 1,056,267,000 บาทและจำเลยที่ 10 ร่วมชำระจำนวน 40,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 (เดิม) จำเลยที่ 4-8 และที่ 10 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 4-8 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกกระทงละ 9 ปีรวม 11 กระทงเป็นจำคุก 99 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) ลงโทษจำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 6 ปีรวม 11 กระทงเป็นจำคุก 66 ปีเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 50 ปี ลงโทษจำเลยที่ 5 จำคุกกระทงละ 4 ปีรวม 5 กระทงเป็นจำคุก 20 ปีลงโทษจำเลยที่ 6 จำคุกกระทงละ 4 ปีรวม 11 กระทงเป็นจำคุก 44 ปีลงโทษจำเลยที่ 7 จำคุกกระทงละ 4 ปีรวม 8 กระทงเป็นจำคุก 32 ปีลงโทษจำเลยที่ 8 ปรับกระทงละ 25,000 บาทรวม 11 กระทงรวมเป็นเงิน 275,000 บาทลงโทษจำเลยที่ 10 จำคุก 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 10 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขแดงที่อ.3331-3334 /2557 ของศาลแขวงสมุทรปราการและต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 14 ในคดีหมายเลขแดงที่อม. 178/2560 และอม. 179/2560 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 5 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 11 ในคดีหมายเลขแดงที่อม. 178-179/2560 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 10 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8488/2552 ของศาลจังหวัดพัทยาส่วนที่โจทก์มีคำขอให้นับโทษจำเลยที่ 10 ต่อจากโทษจำเลยที่ 24 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่อ2542/2553 คดีอาญาหมายเลขแดงที่อ.2076/2563 ของศาลอาญานั้นคดีดังกล่าวศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องจึงไม่อาจนับโทษต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจำเลยที่ 8 ซึ่งเป็นนิติบุคคลไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 กับให้ริบเงินจำนวน 1,323,006,750 บาท โดยให้จำเลยผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินที่ริบชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของเงินที่ศาลสั่งริบภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากไม่ชำระภายในระยะเวลากำหนดต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.5 ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 ร่วมกันชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าจำนวน 1,323,006, 750บาทจำเลยที่ 5 ร่วมชำระจำนวน 763,197,000 บาทจำเลยที่ 7 ร่วมชำระจำนวน 1,056,267,000 บาทจำเลยที่ 10 ร่วมชำระจำนวน 40,000,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 9 และที่ 11-14 ส่วนข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลฎีกาฯ อนุญาตให้นายวัฒนา ประกันตัว หลังทนายและญาติยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท เป็นบัญชีธนาคารหลักทรัพย์เดิม 5 ล้านบาท และเติมเงินสดเพิ่มอีก 5 ล้านบาท โดยศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 14 ราย ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมฯ , 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ด กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548 &amp;ndash; 19 ก.ย. 2549 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) 4.นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ 5. น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง 6. น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด, 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, 8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 9.บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 10.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, 11.บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, 12.บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, 13.บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ 14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78531</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดีบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c73f0b29e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ร้านก๋วยเตี๋ยว&#039; จุดพักเงิน! ย้อนคำเบิกความ &#039;แก้วสรร-อดีตคตส.&#039;  มัดทุจริตบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - จากกรณี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp;พิพากษาจำคุก นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเวลา 99 ปี ตามกฎหมายโทษสูงสุด 50 ปี ในคดี ทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 และ 102/2561 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่อ 8 &amp;nbsp;ก.ค. 2562 องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนพยานปากนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) &amp;nbsp;โดย นายแก้วสรร เบิกความว่า เป็นหนึ่งในกรรมการในคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช. ในคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายอัยการและ ป.ป.ช. ในคดีนี้ โดยไปประชุมด้วย 1 ครั้ง และไม่ทราบรายละเอียดในการไต่สวนของ ป.ป.ช. ทั้งสิ้น ทราบแค่รายละเอียดในการไต่สวน ในฐานะเป็นประธานคณะอนุกรรมการ คตส. ไต่สวนคดีนี้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแก้วสรร เบิกความพฤติการณ์ของคดีนี้สรุปได้ว่า คตส. ไต่สวนกลุ่มเอกชนอย่างน้อย 11 ราย ที่เป็นรายใหญ่ ในการได้โควตาบ้านเอื้ออาทรจากการเคหะแห่งชาติ โดยมี 8 ราย ให้การยอมรับว่า มีการจ่ายเงินเพื่อเป็นสินบนแก่นายอภิชาติ เพื่อให้ได้งาน ทำให้ คตส. กันกลุ่มเอกชนเหล่านี้ไว้เป็นพยาน ส่วนอีก 3 ราย ให้การว่าไม่ได้เป็นเงินสินบน แต่เป็นเงินค่าที่ปรึกษาต่าง ๆ คตส. พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุผลที่แก้ต่างไม่น่าเชื่อถือจึงมีความเห็นกล่าวหาว่าร่วมทุจริตด้วย และส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแก้วสรร เบิกความถึงกรณีเส้นทางการเงินของกลุ่มเอกชนต่าง ๆ ที่อ้างว่า มีการไหลมาสู่นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร (จำเลยที่ 4) และบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด (จำเลยที่ 8 ปัจจุบันล้มละลายแล้ว) ว่า เส้นทางการเงินคดีนี้รวมประมาณ 1.4 พันล้านบาท จากกลุ่มเอกชน 11 รายข้างต้น พบว่ามีการไหลไปสู่บัญชีเงินฝากคนใกล้ชิด หรือเป็นลูกน้องของนายอภิชาติ เช่น น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา เป็นต้น หลังจากนั้นไหลต่อไปยังสถานที่หนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่า คือร้านก๋วยเตี๋ยว กระทั่งเงินจากร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ ไหลออกไปนอกประเทศ และเวียนกลับเข้ามาสู่งบการเงินของบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยอ้างว่าเป็นรายได้จากการขายข้าว&lt;/p&gt;


	ด่วนที่สุด!!!ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก &amp;#39;วัฒนา เมืองสุข&amp;#39; 99 ปี
	หอบ 10 ล้านยื่นประกันตัว!ศาลปราณีปล่อย &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; ระหว่างอุทธรณ์คดี
	รัฐประหาร 2 ครั้งได้มา 10 คดี &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; ลั่นสู้มา 14 ปีก็รอวันนี้!
	&amp;#39;โบว์&amp;#39; เขียนถึง &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; ในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เผยเมื่อเช้าโทรมาบอกว่ามีการส่งข่าวให้รีบหนีเถอะ ศาลจะตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
	โซเชียลฯซูฮกสปิริต &amp;#39;วัฒนา เมืองสุข&amp;#39; ยืดอกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่หนีคดีเหมือนใครบางคน
	เคสแรก &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; ดีใจศาลให้ประกันตัว ลั่นหนี-ไม่หนี ดูจากภาษากาย ทุกคนก็รู้!


&lt;p&gt;ขณะที่ นายวัฒนา ซักถามนายแก้วสรรว่า เส้นทางการเงินทั้งหมดในคดีนี้ ไม่มีก้อนไหนเลยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนใช่หรือไม่ นายแก้วสรร เบิกความว่า จากการตรวจสอบแล้วหาไม่เจอ แต่พฤติการณ์โดยรวม และคำให้การของพยานที่เป็นกลุ่มเอกชนในชั้น คตส. อ้างว่า เป็นที่รู้กันว่านายอภิชาติ เป็นทีมที่ปรึกษาของ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แม้ว่าจะไม่มีเอกสารทางราชการรองรับก็ตาม จึงเชื่อว่าน่าจะมีการสมคบกัน ใครที่อยากได้โควตาโครงการนี้ให้ไปคุยกับนายอภิชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแก้วสรร เบิกความด้วยว่า แม้ตอนตรวจสอบในชั้น คตส. ไม่พบว่ามีเส้นทางการเงินไปถึงนายวัฒนา กับพวก แต่มีการส่งสำนวนให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อไต่สวนต่อ และปัจจุบัน ปปง. มีการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ และมีการฟ้องคดีทางแพ่งแก่ศาลไปแล้วด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78515</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดีบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, แก้วสรร, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c7e29cb6e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
