<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นโอ๊คฟังคำพิพากษา คดีฟอกเงินธ.กรุงไทย/พรรคเพื่อไทยแห่ให้กำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พิพากษาคดีฟอกเงินปล่อยกู้กรุงไทย &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; รอด-ไม่รอด แต่ลุ้นก่อนสเต็ปแรก จะมาฟังคำตัดสินจันทร์ 25 พ.ย.นี้หรือไม่ หรือจะซ้ำรอย &amp;quot;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; แต่ &amp;quot;เสี่ยไก่-วัฒนา&amp;quot; ประสานเสียงคนเพื่อไทยการันตีไม่หนี มาแน่ พร้อมแห่ให้กำลังใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 25 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91หลังพบว่ามีการโอนเช็คเข้าบัญชีนายพานทองแท้ ชินวัตร จำนวน 10 ล้านบาท จากอดีตผู้บริหารกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร ที่ได้รับอนุมัติเงินกู้จากบอร์ดธนาคารกรุงไทย ในช่วงนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนการจับตามองจากหลายฝ่ายว่า สุดท้ายแล้วนายพานทองแท้จะเดินทางมาปรากฏตัวเพื่อฟังคำพิพากษาดังกล่าวหรือไม่ และผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวทีมทนายความของนายพานทองแท้ระบุว่า ไม่สามารถพูดอะไรเกี่ยวกับคดีนี้ได้ ส่วนที่นายพานทองแท้จะไปฟังคำพิพากษาหรือไม่อย่างไรนั้น ก็ไม่ได้มีการยืนยันมา จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ที่ผ่านมาในชั้นไต่สวนพยานได้มีการเตรียมการทำงานกันมาทั้งหมด ทางทีมทนายความจะไปฟังคำพิพากษากันในวันที่ 25 พ.ย.อยู่แล้วตามหน้าที่ ขอให้รอฟังคำพิพากษาดีกว่า ยังไม่ขอเปิดเผยอะไรทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากทีมทนายความที่ว่าความให้กับนายพานทองแท้อีกคนที่ขอสงวนชื่อ ก็อ้างว่า &amp;quot;ไม่หนีๆ ไปแต่เช้า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มักเดินทางไปให้กำลังใจนายพานทองแท้เวลาไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ และมักออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ แทนนายพานทองแท้ในคดีปล่อยกู้กรุงไทยตลอดเวลา กล่าวว่า ในวันที่ 25 พ.ย. จะเดินทางไปให้กำลังใจนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่จะเดินทางไปรับฟังคำตัดสินคดีฟอกเงินกู้สินเชื่อแบงก์กรุงไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการนัดหมายกัน แต่คาดว่าจะเดินทางไปเพื่อแสดงน้ำใจ สปิริต และให้กำลังใจนายพานทองแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดว่านายพานทองแท้ยังอยู่ในประเทศไทย และจะเดินทางไปฟังคำพิพากษา เพราะเจ้าตัวเองก็ยืนยันว่าบริสุทธิ์และจะสู้ต่อ&amp;quot; นายวัฒนากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยอีกบางส่วนก็บอกว่าจะเดินทางไปร่วมให้กำลังใจนายพานทองแท้ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ และมองว่านายพานทองแท้คงไม่คิดตัดสินใจใดๆ อย่างที่ถูกจับตามองว่าอาจจะไม่ไปปรากฏตัวที่ศาล เพราะมองว่าคดีในชั้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตามกฎหมาย กว่าคดีจะสิ้นสุดก็ 3 ศาล ยังมีการให้ยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้ แม้ขั้นตอนจะยากกว่าคดีอาญาทั่วไป แต่ที่ศาลนัดวันที่ 25 พ.ย.นี้ เป็นแค่ศาลชั้นต้น จึงทำให้นักการเมืองเพื่อไทยหลายคนบอกกันว่าพร้อมจะเดินทางไปให้กำลังใจนายพานทองแท้
ลุ้น&amp;quot;โอ๊ค&amp;quot;ฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในช่วงก่อนจะถึงวันนัดอ่านคำพิพากษา 25 พ.ย. พบความเคลื่อนไหวว่าเรื่องดังกล่าว สมาชิกพรรคเพื่อไทยต่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ ต่างมีมุมมองแบ่งออกเป็นสองส่วน มีทั้งพวกที่คิดว่านายพานทองแท้จะไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยวิเคราะห์ในแง่รัฐศาสตร์ ที่ตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ขณะที่อีกส่วนมั่นใจว่าจะเดินทางมาฟังคำพิพากษา เพราะดูตามข้อเท็จจริงนายพานทองแท้ไม่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมกับนัดแนะที่จะเดินทางไปให้กำลังใจ ซึ่งเป็นสายที่สนิทสนมกับนายพานทองแท้และคนในครอบครัวชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากนักการเมืองที่เป็นหนึ่งในคนใกล้ชิดนายพานทองแท้เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบนายพานทองแท้ ก็ยังมีกำลังใจดี ไม่ได้แสดงความกังวลใดๆ ออกมา ส่วนที่นายพานทองแท้ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ห่างหายไปจากหน้าสื่อและโลกออนไลน์นั้น คงเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากออกมาให้ความเห็นใดๆ เลยทำให้เกิดข่าวลือไปต่างๆ ก็เหมือนกับช่วงก่อนๆ ที่คิดกันคาดการณ์กันจะไม่มาศาลบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในวันที่ 25 พ.ย. นายพานทองแท้จะเดินทางมาศาลอย่างแน่นอน ไม่มีเหตุอันใดที่จะไม่มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ความเกี่ยวข้องทางคดีที่นายพานทองแท้เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีปล่อยกู้กรุงไทยโดยมิชอบ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการสอบสวนเรื่องคดีปล่อยกู้กรุงไทยตั้งแต่ในชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มีการสอบสวนเรื่องดังกล่าว จนต่อมามีการเอาผิดอดีตผู้บริหารและบอร์ดกรุงไทยที่ร่วมพิจารณาปล่อยเงินกู้ร่วมกว่า 9,000 ล้านบาทให้กับผู้บริหารกลุ่มกฤษดามหานคร อีกทั้งในชั้นสอบสวนของคตส. มีการสอบสวนขยายผลไปถึงกลุ่มคนใกล้ชิดนักการเมือง ที่โยงไปถึงอดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ในข้อหาฟอกเงินและรับของโจร แต่ในชั้น ป.ป.ช.และอัยการ เมื่อมีการส่งสำนวนไป มีการเสนอให้แยกการสอบสวนออกมาต่างหาก สำหรับกลุ่มคนใกล้ชิด-เครือญาตินักการเมือง เพราะไม่สามารถส่งฟ้องต่อศาลฎีกานักการเมืองได้ ต้องแยกสำนวนออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จนต่อมาศาลฎีกาตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารกรุงไทยและกลุ่มผู้บริหารกฤษดามหานครหลายคน และจากนั้นดีเอสไอสอบสวนขยายผลเรื่องคดีฟอกเงินปล่อยกู้กรุงไทย ส่วนคดีรับของโจร ขาดอายุความ เพราะพบว่ามีการกระทำความผิดเมื่อปี 2547 จึงสอบสวนคดีฟอกเงินเพียงอย่างเดียว จนสุดท้ายมีการสอบสวนเอาผิดโยงถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อเอาผิด นายพานทองแท้เป็นจำเลยเมื่อ 10 ต.ค.2561 ที่รูปคดีสรุปความได้ว่า การปล่อยเงินกู้ของบอร์ดกรุงไทยให้กับผู้บริหารกลุ่มกฤษดามหานคร บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ปล่อยกู้ช่วงนายทักษิณเป็นนายกฯ พบว่าหลังมีการปล่อยกู้ดังกล่าวก็มีการโอนเช็คจาก
ผู้บริหารของกลุ่มกฤษดามหานครเข้าบัญชีนายพานทองแท้เป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาท
เปิดมูลเหตุเช็ค 10 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการสู้คดีของนายพานทองแท้และทีมทนายความ ตั้งแต่ชั้นดีเอสไอ อัยการ จนถึงการเบิกความต่อศาล นายพานทองแท้จำเลยคดีฟอกเงินดังกล่าวได้ต่อสู้ทางคดีในประเด็นที่ว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้ร่วมลงทุนกับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชายของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ซึ่งอยู่ระหว่างการรับโทษในเรือนจำ โดยนายพานทองแท้อ้างว่าเงินที่เข้าบัญชีดังกล่าวเกิดจากการจะร่วมลงทุนดำเนินธุรกิจนำเข้ารถยนต์ซูเปอร์คาร์กับนายรัชฎา ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการรับโทษคดีกรุงไทย โดยจะเริ่มทำธุรกิจในช่วงปี 2547 แต่ต่อมาได้ล้มเลิกความคิดการทำลงทุน หลังศึกษาแล้วพบว่าเป็นไปได้ยาก และจะไม่คุ้มเงินลงทุนทางธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เช็คจากอดีตผู้บริหารกฤษดามหานครที่โอนเข้าบัญชีของนายพานทองแท้มี 2 ฉบับ โดยอีกฉบับเป็นเงิน 26 ล้านบาท แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องกรณีดังกล่าว โดยมีการเอาผิดและสั่งฟ้องเฉพาะเรื่องเช็ค 10 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการทำธุรกรรมดังกล่าวเคยมีความเห็นจากนายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา ที่เป็นตุลาการเจ้าของสำนวนคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ซึ่งศาลฎีกาเคยตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยและผู้บริหารกฤษดามหานคร เมื่อปี 2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานศาลอุทธรณ์ระบุไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ถึงการทำธุรกรรมดังกล่าว ซึ่งสรุปความพอสังเขปได้ว่า การที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ (อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ที่ได้สินเชื่อกรุงไทยร่วม 9,900 ล้านบาท ผ่านบริษัท &amp;nbsp;โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จนถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกในคดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย) ได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 10 ล้านบาทจากไทยธนาคารเข้าบัญชีนายพานทองแท้ที่ ธ.กรุงเทพ สาขาบางพลัด จนถูก คตส.เข้าตรวจสอบการทำธุรกรรม ต่อมานายพานทองแท้ชี้แจงกับอนุฯ ไต่สวนของ คตส. แต่ตอนนั้นนายพานทองแท้กลับไม่ได้ชี้แจงตอนนั้นว่าทำธุรกิจอะไร หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน จึงได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าเป็นการร่วมลงทุนนำเข้าธุรกิจรถยนต์จากต่างประเทศมาขาย แต่ติดขัดเรื่องขั้นตอนการนำเข้ารถยนต์ใช้เวลานานและสีรถยนต์ไม่ถูกใจ จึงยกเลิกการทำธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำวินิจฉัยดังกล่าวของนายศิริชัย เห็นว่าหากเป็นเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจตามที่อ้าง ก็น่าจะชี้แจงไปตั้งแต่ครั้งแรก และนายพานทองแท้เป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ ข้ออ้างร่วมลงทุนเพียง 10 ล้านบาท ไม่น่าเชื่อถือ คำชี้แจงขัดต่อเหตุผล ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง อีกทั้งเห็นว่าข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าหลังบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค ได้สินเชื่อจากกรุงไทย ต่อมาจำเลย (นายรัชฎา) ได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อหุ้นจองที่เป็นหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 420,000 หุ้น ที่หากเก็บไว้จะสามารถทำกำไร แต่นายรัชฎากลับนำหุ้นมาเสนอขายกับพนักงานบริษัท มาสเตอร์โฟนฯ ที่เป็นบริษัทในเครือบริษัทฮาวคัม ที่นายพานทองแท้เป็นประธานกรรมการ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลย (นายรัชฎา) ส่อไปในทางต่างตอบแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51024</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปล่อยกู้กรุงไทย, พรรคเพื่อไทยให้กำลังใจ, พานทองแท้ ขินวัตร, พิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda94ca288c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบมั้ย! &#039;แก้วสรร-อดีตคตส.&#039; ออกบทความด่วน &#039;มลทินทุจริตเงินกู้กรุงไทยของรัฐมนตรีคลัง&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62 - นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบกระทำที่ก่อให้เกิดความ เสียหายแก่รัฐ (คตส.) เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;มลทินทุจริตเงินกู้กรุงไทยของรัฐมนตรีคลัง&amp;quot; ผ่าน&amp;nbsp;www.thaipost.net&amp;nbsp;มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยให้เอกชนกู้เงินโดยทุจริตไปกว่า ๙ พันล้านบาท ที่มีรัฐมนตรีอุตตม เสาวนายน ร่วมเป็นกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติเงินกู้อยู่ด้วย แต่กลับรอดคดีไม่ติดคุกเหมือนคนอื่นเขานั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคราวแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp; รัฐมนตรีเขาอ้างว่า คตส.ตรวจสอบเขาแล้ว แล้วยกข้อกล่าวหาเขาแล้วด้วย ข้อนี้เป็นความจริงหรือไม่
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงครับ... คตส.เราไม่พบหลักฐานว่าเขาร่วมกระทำผิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็รัฐมนตรีเขาร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารพิจารณาเงินกู้อยู่ด้วย แล้วทำไมเขารอดไป ๒ คน ผิดแค่ ๓ คนเท่านั้น
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยเงินกู้ครั้งนี้ &amp;nbsp;มันผิดสามจุดด้วยกัน คือบอกวงเงินรีไฟแนนซ์เป็นเท็จ เงินที่ต้องใช้ซื้อหนี้จากธนาคารกรุงเทพ เพื่อเอาที่ดินแปลงใหญ่รอบสุวรรณภูมิที่ติดจำนองมาลงทุนพัฒนาเป็นมหานครนั้น &amp;nbsp; ยอดจริงมันแค่ ๔ พันล้านบาทเท่านั้น แต่กลับยื่นคำขอกู้และได้เงินเกินไปกว่า ๓ พันล้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้มันหมกเม็ดไม่มีการตรวจสอบให้ถูกต้องมาตั้งแต่แรก &amp;nbsp; ในข้อมูลการประชุมของคณะกรรมการบริหารก็ไม่ปรากฏความจริงนี้เลย &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วคุณอุตตมจะผิดได้อย่างไรเมื่อไม่ได้รู้เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเรื่องผู้ขอกู้เป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล &amp;nbsp; ระเบียบห้ามไว้แล้วว่าให้กู้ไม่ได้ แล้วยังขืนให้กู้กันไปนั่นแหละครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เหมือนข้อแรก &amp;nbsp;คือปกปิดกันมาตั้งแต่ตรวจสอบคำขอแล้ว &amp;nbsp; ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจึงไม่ปรากฏข้อมูลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจุดที่สามที่ว่าผิดนั้น คืออะไร
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดตรงการปล่อยเงิน &amp;nbsp;เมื่อธนาคารกรุงไทยจะซื้อหนี้จากธนาคารกรุงเทพ แล้วทำไมกรุงไทยไม่ส่งเงินรีไฟแนนซ์ให้ธนาคารกรุงเทพโดยตรง &amp;nbsp;กลับออกเช็คให้ลูกหนี้เอาเงินไปให้ธนาคารกรุงเทพเอง &amp;nbsp; จนลูกหนี้ได้เงินในมือเกินจริงไปกว่า ๓ พันล้านในที่สุด &amp;nbsp; จุดนี้เกิดภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเสร็จสิ้นไปแล้ว &amp;nbsp; แต่เป็นจุดที่แสดงชัดเจนมาก ว่าต้องมีการสมคบกันของคนในธนาคารมาตั้งแต่ต้นจนจบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสามจุดนี้ คตส.จึงเชื่อว่าคนนอก ๒ คน &amp;nbsp;ที่เป็นเพียงกรรมการบริหารประเภทอิสระมาประชุมตามนัดหมายเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่รู้เห็นด้วย
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ..เรามองอย่างนั้นครับ &amp;nbsp;หลักฐานมันทำให้เชื่อว่า กรรมการบริหาร ๓ คน ที่เป็นประธานบริหาร,เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองฝ่ายตรวจสอบ ๓ คนนั้น &amp;nbsp; เป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในธนาคาร แล้วสั่งการลงมายังข้างล่าง ทั้งขาเข้าขาออก จนทำงานผิดระเบียบกันหมด &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาแผนกคดีนักการเมือง ท่านก็เชื่ออย่างนี้เหมือนกัน ถึงได้ลงโทษทั้งคนกรุงไทย บนยอดสุด ๓ คน และคนข้างล่างอีก ๒๒ คน ส่วนคุณอุตตมและกรรมการอิสระอีกคนหนึ่งเป็นแค่คนนอกทั้งสองคนที่มิได้รู้เห็นด้วย &amp;nbsp;ทั้ง คตส.,ปปช.และอัยการจึงเห็นตรงกันว่า มิได้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาไม่ได้ถูกกันเป็นพยานหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ครับเขาไม่ผิดมาตั้งแต่แรก &amp;nbsp; และกลับเป็นพยานปากสำคัญที่กล้าระบุว่างานนี้มีผู้ใหญ่ในที่ประชุมคนหนึ่งบอกว่า &amp;ldquo;ซุปเปอร์บอสส์&amp;rdquo;สั่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ทั้งซุปเปอร์บอสส์และลูก เลยโดนคดีอยู่ในศาลคนละคดี
ตอบ &amp;nbsp; ก็ต้องรอดูกันครับว่า ศาลท่านจะเห็นว่าซูปเปอร์บอสส์คือคุณทักษิณใช่หรือไม่ &amp;nbsp; ส่วนคุณอุตตมนั้น ผมเห็นว่าเขาเคลียร์ได้หมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นทุกวันนี้ฝ่ายซักฟอกยังยืนยันติดใจอยู่ว่า &amp;nbsp;คุณอุตตมได้มีมติอนุมัติเงินกู้ด้วยนะครับ และภายหน้า &amp;nbsp;ถ้าความแตกจนพ้นตำแหน่งเมื่อใด มติ ครม.ที่คุณอุตตม ร่วมพิจารณาด้วยก็จะเป็นโมฆะหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อติดใจข้างต้นนี้ มาจากความไม่รู้กฎหมายทั้ง ๒ ข้อ คือ ๑) เมื่อมีการสมคบกันทำผิดแบ่งงานกันทำ &amp;nbsp;กฎหมายอาญาจะลงโทษเฉพาะคนที่ร่วมรู้เห็นด้วยเท่านั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้คุณอุตตมไม่รู้เห็นด้วยในการปกปิดบิดเบือนระเบียบเขาจึงไม่ผิด &amp;nbsp;ข้อที่เขายืนยันว่าได้ทักท้วงแล้วว่าโครงการเป็นไปไม่ได้ &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีคนไม่เชื่อว่าเป็นความจริงนั้น ข้อโต้แย้งตรงจุดนี้จะจริงหรือไม่ ก็ไม่เป็นสาระเพราะการปล่อยกู้ครั้งนี้มิได้ทุจริตผิดตรงที่ว่า ไปปล่อยกู้ให้โครงการอีเดียตขายฝัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒)ในภายหน้า ถ้าเกิดมีคดีฟื้นมาขึ้นศาลรัฐธรรมนูญจนศาลตัดสินว่าคุณอุตตมขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีเมื่อใดคำพิพากษาก็จะมีผลไปในอนาคต ไม่อาจมีผลย้อนหลังมาทำลายมติ ครม.ได้เลย ข้อวิตกว่าคุณอุตตมไม่ควรเข้าประชุม ครม.จึงไร้เหตุผล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมพึ่งเข้าใจวันนี้เองว่า &amp;nbsp;ตามกฎหมายข้อ ๑) นั้น &amp;nbsp;รัฐมนตรีอุตตมจะอนุมัติด้วยหรือไม่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ต่อให้เป็นโครงการดีมีความเป็นไปได้จนรัฐมนตรีอุตตมอนุมัติไป เขาก็ไม่ผิดอยู่ดี &amp;nbsp;เพราะความผิดมันอยู่ตรงที่ทุจริตปกปิดปล่อยกู้เกินจริงผิดระเบียบเป็นสำคัญ &amp;nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีเขาเป็นกรรมการคนนอก ก็ไม่รู้เห็นด้วยอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมหลังจากเขาอภิปรายกันแล้ว อาจารย์ถึงพึ่งจะออกมาพูดในข้อนี้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเป็นแค่ คตส.ทำคดีนี้ ไม่ควรแทรกแซงการซักฟอกของสภาเขา &amp;nbsp;จนเมื่อยุติไปแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจสาระสำคัญของคดีกันอยู่อีก &amp;nbsp;ผมก็น่าจะออกมาชี้แจงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังดูแล้ว ก็หยุดได้แล้วใช่ไหมครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเช่นนั้น &amp;nbsp;ฝ่ายค้านทำหน้าที่ซักฟอกหมดแล้วก็หยุดได้แล้ว &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นฝ่ายแค้นก็ควรไปหาเรื่องอื่นมาแค้นต่อไปจะดีกว่า. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42214</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปล่อยกู้กรุงไทย, คตส., ฝ่ายค้าน, สินเชื่อกรุงไทย, อุตตม สาวนายน, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีแบงก์กรุงไทยลามเข้าสภา!&#039;ชลน่าน&#039;ปะทะเดือด&#039;อุตตม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.40 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายช่วงหนึ่งว่าขณะนี้ประเทศเหมือนรถยนต์คันใหญ่ต้องใช้คนขับถึง 35 ตำแหน่งพร้อมกับกัปตัน และรถไม่เคยซ่อมบำรุง สภาพเครื่องยนต์ 4 เครื่องทางเศรษฐกิจ เสียหายไปแล้ว 3 เครื่อง ทั้งการบริโภคภายในประเทศ การส่งออก และการลงทุนเจ้งหมด เหลือเพียงแต่งบประมาณแผ่นดิน ดังนั้น การขับรถเพื่อเข้าสู่เป้าหมาย คนขับจึงต้องมีความรู้ความสามารถ หัวหน้าคนขับก็ต้องยิ่งกว่า ทั้งขับทั้งซ่อมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน อภิปรายว่าพบการกระทำที่ละเลยต่อมาตรฐานจริยธรรม คือการแต่งตั้งบุคคลที่อาจจะขัดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งคือ นายอุตตม สาวนายน &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มีคดีที่เกี่ยวกับการปล่อยกู้เงินของธนาคารกรุงไทยให้เครือกฤษดามหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีนี้พบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดี หลายคนติดคุก ยกเว้น นายอุตตม ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจจะเกี่ยวกับการให้การเท็จต่อศาลหรือไม่ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า นโยบายที่ไม่ชัดเจน และพฤติกรรมผู้นำที่มีปัญหา จะทำให้ประเทศไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดและประชาชนไม่มีความสุข&amp;rdquo;นพ.ชลน่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับคดีปล่อยกู้กรุงไทย ทำให้ &amp;nbsp;นายอุตตม &amp;nbsp;ลุกขึ้นตอบโต้ว่ า &amp;nbsp;มีคนพยายามจะบิดเบือนเรื่องนี้ แต่ขอกราบเรียนว่ายินดีให้มีการตรวจสอบ แต่ถ้าคนไม่ผิด &amp;nbsp;แต่เดิม แต่วันนี้จะหาเหตุให้ผิด จะทำได้อย่างไร เรื่องกู้ทุจริตกรุงไทย มีการตรวจสอบ สอบสวน ไต่สวนแล้วในระดับหนึ่งและมีรายละเอียดพอสมควร แต่เพื่อประโยชน์ในด้านเวลาของสภาของชี้แจงในตอนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41943</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปล่อยกู้กรุงไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ยอุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39768ca0b32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานนี้มีหนาว&#039;อุตตม&#039;ฮึ่ม!ฟ้องเอาผิดคนบิดเบือนคดีปล่อยกู้กรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านตั้งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมาตนได้เคยชี้แจงเรื่องคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยไปแล้วว่า เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางยุติธรรมในชั้นศาล ตนผ่านมาทุกขั้นตอนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตมะ ยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด ดังนั้นถือว่า เรื่องนี้ผ่านขั้นตอนมาหมดแล้ว และมีความบริสุทธิ์ การซักถามทั้งหลาย ตรเข้าใจ และก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่หากถึงขั้นนำไปบิดเบือนมากไปจนทำให้ผมเกิดความเสียหาย ผมก็จะพิจารณาว่า จะดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่&amp;quot; นายอุตตมะ กล่าวและว่าส่วน หากจะต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางในสภาฯ ตนก็พร้อมตอบ เพราะเป็นหน้าที่ และพร้อมชี้แจงเช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40874</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปล่อยกู้กรุงไทย, พปชร., สินเชื่อกรุงไทย, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d288f8a84a83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน!ปมปล่อยกู้กรุงไทย หอกจะหันกลับทิ่มคนที่เพื่อไทยรักที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.62 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้ารายชื่อคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พรรคพลังประชารัฐจะนำนโยบายหลักๆ มาดำเนินการทันที โดยเฉพาะการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การดูแลภาคเกษตรโดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศดีขึ้น วันนี้บ้านเมืองมีความสงบ ต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทยอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยนั้น นายอุตตมชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และผ่านการตรวจสอบมาแล้ว ดังนั้น อย่าบิดเบือนข้อมูล ที่สำคัญ นายอุตตมพร้อมที่จะชี้แจงหากพรรคเพื่อไทยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านอุตตมผ่านการสอบสวนทั้งคตส. ป.ป.ช. กลต. แบงค์ชาติ และศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว แต่ฝ่านค้านกลับไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พยายามดิสเครดิตไม่เลิก วันนี้คนไทยทุกคนอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน และทุกคนก็เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ยังมีความพยายามที่จะโยงว่าคสช.อาจจะช่วยเหลือกัน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับนายอุตตม เพราะเรื่องนี้จบไปก่อนมีคสช.ด้วยซ้ำไป เรื่องนี้ระวังให้ดี สุดท้ายหอกอาจจะหันกลับไปทิ่มคนที่พรรคเพื่อไทยรักที่สุดก็เป็นได้&amp;quot;นายธนกร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40307</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกฤษดามหานคร, คดีปล่อยกู้กรุงไทย, ธนกร วังบุญคงชนะ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190518/image_big_5cdfa375af50e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตอัยการสูงสุดเพื่อแม้วจี้&#039;อุตตม&#039;โชว์หลักฐานค้านปล่อยกู้กรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย และเป็นอดีตอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นหนึ่งในห้าอดีตกรรมการ ที่เป็นผู้อนุมัติ สินเชื่อ ธนาคารกรุงไทยจำกัดมหาชน ให้กับเครือกฤษดามหานคร ออกมาชี้แจงว่าได้ผ่านการตรวจสอบ ทั้งในแง่หน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดตั้งแต่ต้น การหยิบยกเรื่องการปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยฯขึ้นมาอีกครั้งเป็นความพยายามโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมืองว่า หากข้อเท็จจริง เป็นไปตามที่ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐระบุ นายอุตตม ต้องเอาพยานหลักฐานออกมาเปิดเผยต่อประชาชนและสังคม ให้หายเคลือบแคลงสงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นผู้ลงนามเข้าร่วมประชุม อนุมัติสินเชื่อที่ผิดกฎหมาย ให้เครือกฤษดามหานคร และมีพยานหลักฐานหรือรายงานการประชุมไม่เห็นด้วย หรือคัดค้านการ อนุมัติสินเชื่อดังกล่าวหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ารายงานประชุมไม่มีก็เท่ากับนายอุตตม เห็นด้วยต้องถือว่ามีความผิดและถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับบุคคลอื่นๆเช่นกัน ดังนั้นถ้ามีชื่อนายอุตตมร่วมประชุม จะไปตัดชื่อออกเฉยๆได้อย่างไร จึงต้องมีหลักฐานว่ามีความเห็นคัดค้านอยู่ขอให้นำออกมาเปิดเผย เช่นเดียวกันหากจะอ้างว่าได้กันนายอุตตม ไว้เป็นพยาน ขอให้นำหลักฐานมาชี้แจง และต้องชี้แจงว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไรในการกันไว้เป็นพยาน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษมกล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการกันบุคคลที่กระทำความผิดไว้เป็นพยาน จะต้องมีความผิดที่หนักเบาต่างกัน และหากไม่มีการกันไว้เป็นพยาน จะปราศจากหลักฐานที่จะไปเอาผิดกับบุคคลที่กระทำทุจริตจริงๆได้ จึงต้องหาคนผิดสถานเบาที่สุดกันไว้เป็นพยาน เพื่อหาคนรับผิดชอบในคดี แต่สำหรับคดีนี้เชื่อว่าไม่จำเป็นต้อง มีบุคคลที่ต้องกันไว้เป็นพยาน เพราะพยานหลักฐานในการลงชื่อเข้าร่วมประชุมก็มีความชัดเจนเพียงพอแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งหากนายอุตตมไม่สามารถชี้แจง หรือนำพยานหลักฐาน มาคลายความสงสัยได้ ก็ต้องตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา คตส.หรือ ป.ป.ช.มีการช่วยเหลือนายอุตตม เป็นการเฉพาะหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40262</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปล่อยกู้กรุงไทย, ชัยเกษม นิติสิริ, สินเชื่อกรุงไทย, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f1b58a62cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;เคลื่อนไหวแล้ว!หลังถูกโยงพัวพันคดีปล่อยกู้กรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62- นายอุตตม​ สาวนายน​ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ​ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว​ ระบุถึงคดีปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดานคร โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่ผิด&amp;rdquo; อย่าบิดเบือน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนที่รักและพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ &amp;nbsp;ความจริงผมไม่คิดว่า ต้องมาเขียนชี้แจงอธิบายกรณีการปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง แต่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีผมโดยตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา โดยเจตนาหวังผลทางการเมืองให้ผมเป็นผู้ผิดทั้งโดยข้อเท็จจริง การตรวจสอบ ไต่สวนทุกกระบวนการ ผมไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนชี้แจงขั้นตอนการตรวจสอบตัวผม ไม่รู้กี่ด่านต่อกี่ด่าน ทั้งในแง่ตัวบุคคลที่ตรวจสอบ ทั้งในแง่หน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ ผมผ่านทุกด่านครับ เพราะไม่ได้กระทำผิดตั้งแต่ต้น เมื่อคนมันไม่ผิดจะหาช่องหาทางอย่างไรมันก็ไม่ผิดหรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*การปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานคร​ แรกเริ่มเดิมทีในการประชุมบอร์ดบริหารปล่อยสินเชื่อบริษัทนี้ ผมได้ท้วงติงในบอร์ดบริหารว่าสินเชื่อนี้ไม่สามารถอนุมัติให้ได้​ หลังจากนั้น ธนาคารแห่งประเทสไทยหรือธปท.โดยฝ่ายตรวจสอบ เข้าตรวจสอบรายงานการประชุม การพิจารณาอนุมัติ &amp;nbsp;ไม่พบว่ากระผมมีส่วนร่วมปล่อยสินเชื่อนี้ &amp;nbsp;จึงไม่กล่าวโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันธปท.กล่าวโทษผู้มีส่วนร่วมในการปล่อยสินเชื่อนี้ทั้งนักการเมือง เอกชนและผู้บริหารธนาคารต่อคณะกรรมการปปช.ปี49
หลังจากนี้คดีถูกโอนให้ คณะกรรรมการตรวจสอบการกระทำที่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ไต่สวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยาน หลักฐาน
คตส.ไม่ชี้มูลว่าผมมีความผิด หลังจากเรียกผมไปให้การหลายครั้งเกี่ยวกับสินเชื่อก้อนนี้ &amp;nbsp;จึงได้มีมติตีตกข้อกล่าวหาโดยพิจารณาแล้วเห็นผมไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดจึงไม่ได้ส่งไปอัยการให้ฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางคตส.ส่งปปช.ยื่นให้อัยการฟ้องคดีกรุงไทยต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp;ซึ่งทั้งปปช. และอัยการเห็นพ้องกับคตส. ไม่ยื่นฟ้องผมในคดีนี้ เพราะจากการสอบสวนทั้งหมดมีหลักฐานชี้ว่าผมไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย สุดท้ายจึงไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ร่วมรับผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการทั้งหมดจึงยืนยันได้ว่า ผมไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยได้ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน อันที่จริง เพื่อน ๆ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านและผู้ที่สนใจเรื่องนี้ กรุณาอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง และถ้าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ก็ช่วยตามหาจำเลยในคดีนี้ที่ยังหลบหนีคดี มาสู่กระบวนศาลสถิตย์ยุติธรรมจะดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกฤษดานคร, คดีปล่อยกู้กรุงไทย, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, อุตตม​ สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a2d5883add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
