<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อายัดบัญชี 13 แกนนำพธม. &#039;กำนันสุเทพ&#039; กังขาปฏิบัติการรุกฆาตจากอำนาจมืด?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;26 มี.ค61 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งมีแฟนเพจกว่า 2.7 ล้านคน&amp;nbsp; ได้โพสต์เผยแพร่ข้อเขียนเรื่อง &amp;quot;อายัดบัญชี 13 พันธมิตรปฏิบัติการรุกฆาตจากการท่าฯ-อำนาจมืด&amp;quot;เขียนโดยผู้ใช้นามแฝง&amp;quot;อดีตพันธมิตรร่วมสู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;....เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีส่งเอกสารถึงทุกธนาคาร อายัดทุกบัญชีของพวกเรา&amp;nbsp; แต่เพิ่งทราบจริงวันนี้(23)หลังจากเพื่อนโอนเงินมาให้ ไปกดATMไม่ได้ จึงไปติดต่อธนาคารจึงทราบเรื่องทั้งหมด&amp;nbsp; อายัดทุกบัญชี&amp;nbsp; จะกี่บาทก็ช่าง และมันคงจะเป็นภาวะแบบนี้ไปจนกว่าเขาจะสามารถยึดทรัพย์เราได้ทั้งหมด..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นเช่นนี้เอง&amp;nbsp; ความรู้สึกเจ็บลึกในอก..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่เจ้าโว้ย!!!ทีคนโกงชาติบ้านเมืองมันทำอะไรกันอยู่&amp;nbsp; ทีกับคนที่ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง&amp;nbsp; เอ็งทำได้และรีบทำ..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนหนึ่งในเฟซบุ๊ก ของ &amp;ldquo;มาลีรัตน์&amp;nbsp; แก้วก่า&amp;rdquo; ที่โพสต์รัวๆ เมื่อเวลา 20.31น.วันที่ 23 มี.ค.2561 และได้รับการแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นข่าวร้อนทั้งในสื่อกระแสหลักและโลกออนไลน์..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาลีรัตน์&amp;nbsp; แก้วก่า &amp;nbsp; หรือ&amp;rdquo;พี่ติ๊ก&amp;rdquo;ของน้องๆ&amp;nbsp; เป็นอดีตสว.สกลนคร และเป็นอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรฯที่ประกาศยุติบทบาทไปแล้วเมื่อเดือนส.ค.2556&amp;nbsp; เป็นทีทราบกันว่าพวกเขาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับระบอบทักษิณถึงสองรอบใหญ่ๆ คือเมื่อปี 2549 และ 2551&amp;nbsp; ทำให้แกนนำและแนวร่วมถูกดำเนินคดีหลายคดีโดยคดีอาญาคดีหลักคือ คดีบุกทำเนียบรัฐบาล,คดีชุมนุมล้อมรัฐสภาและคดีชุมนุมที่สนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองรอบของการลุกขึ้นสู้ทำให้ระดับแกนนำโดนคดีอาญา-แพ่ง ไปคนละ 5-6 คดีเป็นอย่างน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะคดีชุมนุมที่สนามบินเมื่อปลายปี 2551เป็นคดีที่ตลกร้ายที่สุด.. พนักงานสอบสวนฟ้องเหวี่ยงแหผู้ต้องหาจำนวนมากถึง 98 คน&amp;nbsp; ทั้งแกนนำการชุมนุมและคนที่ไปยืนปรบมือร้องเพลงข้างเวที และในจำนวน 98 จำเลย&amp;nbsp; มีผู้ที่ถูกข้อหาก่อการร้ายโทษประหารชีวิตถึง13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่าไปคดีสนามบินนี้คล้ายๆกับคดีที่ดีเอสไอ-อัยการกำลังถูกวิจารณ์อยู่ในขณะนี้ว่าฟ้องเหวี่ยงแห 58 กปปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าเศร้า..คดีสนามบินนั้นนอกจากพันธมิตรฯจะถูกฟ้องอาญาข้อหาหนักแล้ว&amp;nbsp; ยังถูกฟ้องแพ่งจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.),บริษัทการบินไทย และวิทยุการบิน อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีแพ่งของการบินไทยและวิทยุการบินนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี แต่ในส่วนของทอท.คดีถึงที่สุดเมื่อเดือนก.ย.2560 โดย13จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหาย 522 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่ 5 ธ.ค.2551 &amp;nbsp; และ ณ วันนี้เริ่มปฏิบัติการอายัดบัญชีกันแล้ว&amp;nbsp; ทั้งๆที่คดีอาญาเพิ่งจะสืบพยานโจกท์ในศาลชั้นต้นเท่านั้น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามจึงมีอยู่ว่าหากคดีอาญาศาลตัดสินยกฟ้องจำเลยหรือรอลงอาญา รอการกำหนดโทษ&amp;nbsp; จะเป็นธรรมกับจำเลยที่ถูกบังคับคดีหรือที่สุดอาจถูกฟ้องล้มละลายหรือไม่อย่างไร..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงอยู่เม็ดเงิน 800 กว่าล้านบาท&amp;nbsp; ที่จำเลย 13 คนต้องชดใช้&amp;nbsp; หากคิดเป็นรายหัวตกคนละ 60 กว่าล้านบาท&amp;nbsp; คงยากที่บุคคลเหล่านี้จะหามาชดใช้ได้&amp;nbsp; แต่คำถามชวนคิดก็คือทำไมปฏิบัติการรุกฆาตอายัดบัญชีมาแรงและมาเร็ว..ทั้งๆที่การบังคับคดี&amp;nbsp; การสืบทรัพย์มีระยะเวลาดำเนินการนาน 10 ปี&amp;hellip;และที่ผ่านมาสังคมก็รับรู้ว่าจำเลยทั้ง13คนและทุกคนไม่เคยมีใครหนีคดี มีแต่เคารพกระบวนการยุติธรรม และไม่ได้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแม้แต่น้อย..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม อดีตสว.มาลีรัตน์ถึงได้ตบท้ายในเฟซบุ๊กของเธอแบบประชดประชันปนน้อยเนื้อต่ำใจว่า &amp;ldquo;จุกในอกจริงๆ..แต่ไม่อาจสยบข้าได้หรอก&amp;nbsp; ต่อให้ไม่มีเงินกินข้าว&amp;nbsp; เพื่อนมิตรยังมีข้าว ให้กิน...เอาเถอะ..รีบมายึดไปให้หมด..เร็วนะ..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ13 แกนนำ/แนวร่วมพันธมิตรฯ ที่ถูกทอท.ฟ้องแพ่ง ประกอบด้วยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายอมร อมรรัตนานนท์, นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง, นายสำราญ รอดเพชร, นายศิริชัย ไม้งาม ,นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาก 13 รายชื่อ&amp;nbsp; จะพบว่ามีอย่างน้อย 6 คน คือพิภพ,สมศักดิ์,สุริยะใส,สมเกียรติ,สำราญและอมร&amp;nbsp; เป็นผู้ต้องหาคดีกบฏร่วมกับ&amp;rdquo;ลุงกำนันสุเทพ&amp;nbsp; เทือกสุบรรณ&amp;rdquo;ในรอบขอกปปส.ปี2557ด้วย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย-กบฏ-อังยี่-ซ่องโจร...ไม่ได้เป็นเรื่องสนุกอย่างแน่นอน&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ใช่หรือไม่ว่าเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนพันธมิตรฯ-กปปส.ลุกขึ้นมาต่อสู้ก็เพราะต้องการหยุดอำนาจฉ้อฉลประเทศชาติ หยุดปฏิบัติที่ทำร้ายศาสนา จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์..เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่มีใครว่าถ้าการดำเนินคดีในส่วนของต้นทาง กลางทางของกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส สะอาด ยุติธรรม..แต่ที่ผ่านๆมาพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีกหลายต่อหลายกรณีว่า..ไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่พี่น้องมวลมหาประชาชนจะต้องช่วยกันตอบให้กับบ้านนี้เมืองนี้อีกครั้ง...!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5850</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., กำนันสุเทพ, คดีปิดสนามบิน, ชดใช้ค่าเสียหาย, พธม., พันธมิตรฯ, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65cb5fa5101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
