<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เชือด‘เมียสมศักดิ์’ ฟันปูกับพวกฮั้วงบพีอาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เมียสมศักดิ์-อนงค์วรรณ&amp;quot; ไม่รอด ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาทุจริตคดีฝายแม้ว 770 ล้านบาท สมัยเป็น รมว.ทรัพยากรฯ งบพีอาร์&amp;nbsp;Roadshow-เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทำ &amp;quot;นิวัฒน์ธำรง อดีตรองนายกฯ และสุรนันทน์-อดีตเลขาธิการนายกฯ&amp;quot;&amp;nbsp; ไม่รอด เสี่ยงตกเป็นจำเลยศาลฎีกาคดีอาญาฯ ตามลูกพี่ยิ่งลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อนุมัติและดำเนินการจัดนิทรรศการ การสัมมนา และการโฆษณาประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โครงการ&amp;nbsp;Roadshow&amp;nbsp;สร้างอนาคตไทย&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2020&amp;rdquo; โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.กล่าวว่า เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กล่าวถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางระบบรถไฟทางคู่เชื่อมชานเมืองและหัวเมือง ศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูง จากนั้นรัฐบาลได้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มีดำริให้จัดนิทรรศการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;โครงการ&amp;nbsp;Roadshow&amp;nbsp;สร้างอนาคตไทย&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2020&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวอีกว่า ปรากฏว่าในการดำเนินการโครงการดังกล่าว มีการอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น วงเงิน 40 ล้านบาท เพื่อจัดโครงการในจังหวัดหนองคายและนครราชสีมา ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ยังไม่ผ่านสภา อีกทั้งการจัดโครงการประชาสัมพันธ์ไม่ใช่ความเร่งด่วนที่จะต้องใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น โดยสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่งเป็นผู้รับจ้างจัดโครงการดังกล่าว โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงขั้นตอนการลงนามในหนังสือสั่งจ้างใช้เวลาดำเนินการเพียง 2 วันเท่านั้น ต่อมานายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันอนุมัติหลักการจัดโครงการ&amp;nbsp;Roadshow&amp;nbsp;อีก 10 จังหวัดที่เหลือ วงเงิน 200 ล้านบาท โดยตกลงแบ่งงานให้สื่อสิ่งพิมพ์ 2 บริษัท บริษัทละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด ซึ่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงขั้นตอนการลงนามในหนังสือสั่งจ้างใช้เวลาดำเนินการเพียงวันเดียวเท่านั้น และพบว่าการลงนามในหนังสือสั่งจ้างได้กระทำไปก่อนที่ได้รับเงินประจำงวดจากสำนักงบประมาณ ทั้งที่ส่วนราชการทราบดีว่าการลงนามในหนังสือสั่งจ้างได้ก็ต่อเมื่อสำนักงบประมาณได้แจ้งจัดสรรเงินงบประมาณ (ใบงวดงาน) มาให้แล้วเท่านั้น ภายหลังจึงมีการเสนอ ครม.ให้ยกเว้นการลงนามในหนังสือสั่งจ้างก่อนใบงวดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวอีกว่า ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มีผลให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นอันตกไป ทำให้โครงการต่างๆ ตามที่ได้ออกไป&amp;nbsp;Roadshow&amp;nbsp;มิได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด การใช้งบประมาณในโครงการ&amp;nbsp;Roadshow&amp;nbsp;จำนวน 240 ล้านบาท จึงเกิดความสูญเปล่า เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์, นายนิวัฒน์ธำรง และนายสุรนันทน์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ 2542 มาตรา 12 และ 13&amp;quot; นายนิวัติไชยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยแถลงต่อไปว่า ส่วนการกระทำของของสื่อ 2 ฉบับ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา และตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐฯ ป.ป.ช. จึงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวถึงการแถลงดังกล่าวของ ป.ป.ช. ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ขอยืนยันว่าการดำเนินการใดๆ ในตำแหน่งหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยความระมัดระวัง อย่างรอบคอบ ยึดถือกฎหมายและระเบียบ รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นและคำนึงถึง ประโยชน์ของรัฐและประชาชนเป็นที่ตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ของผม ในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ผมได้ยึดถือ และปฏิบัติตาม ระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังที่พ้นจากตำแหน่งแล้วได้มีการตรวจสอบจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ&amp;nbsp; และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีข้อสรุปว่าการจัดจ้างดำเนินโครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020 ถูกต้อง และได้อนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการดังกล่าว โดยไม่มีหน่วยงานใดทักท้วง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีระบุอีกว่า &amp;quot;เชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมขั้นต่อไป ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุดและกระบวนการทางศาล จะให้ความเป็นธรรมและประสาธน์ความยุติธรรมแก่ผมและผู้ที่ถูกกล่าวหาท่านอื่นด้วย อย่างแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเมื่อปี 2555 กรณีกล่าวหานางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อลดผลกระทบภาวะวิกฤติโลกร้อน (ฝายแม้ว) วงเงินงบประมาณปี 2551 จำนวน 770 ล้านบาท กรณีการก่อสร้างฝายต้นน้ำแบบผสมผสานและการเพาะชำ/ปลูกหญ้าแฝกโดยมิชอบ และหักเงินโครงการดังกล่าว เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่นโดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลหลักฐานเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาแล้ว มีมติแจ้งข้อกล่าวหานางอนงค์วรรณ เพื่อให้มีหนังสือรับทราบ และให้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายนิวัติไชยแถลงข่าวถึงมติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด 7 แห่ง (คดีเงินทอนวัด) รวมวงเงินเสียหาย 27.5 ล้านบาทว่า คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ., น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. และนายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและศาสนสงเคราะห์ พศ. ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp; ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. กับผู้เกี่ยวข้องทั้งพระและฆราวาส รวม 7 วัด ใน 5 จังหวัด เช่น วัดช้าง ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72251</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฝายแม้ว, งบพีอาร์, ทุจริตคดีฝายแม้ว, ป.ป.ช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f18445455033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ฟัน &#039;อนงค์วรรณ เทพสุทิน&#039; พร้อมพวกทุจริตคดีฝายแม้ว ปี 51 งบ 770 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - มีรายงานว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เมื่อปี 2555 กรณีกล่าวหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับพวกกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อลดผลกระทบ ภาวะวิกฤติโลกร้อน (ฝายแม้ว) วงเงินงบประมาณปี 2551 จำนวน 770 ล้านบาท กรณีการก่อสร้างฝายต้นน้ำแบบผสมผสานและการเพาะชำ/ปลูกหญ้าแฝก โดยมิชอบ และหักเงินโครงการดังกล่าว เพื่อประโยชน์ สำหรับตนเองและผู้อื่นโดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน เสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาแล้ว มีมติแจ้งข้อกล่าวหานางอนงค์วรรณ เพื่อให้มีหนังสือรับทราบ และให้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72206</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., คดีฝายแม้ว, อนงค์วรรณ เทพสุทิน, แจ้งข้อกล่าวหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcf22f2b542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
