<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีเอสไอชง‘บอส’คดีพิเศษ เพิ่มพูนยํ้าบริสุทธิ์ไร้เครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; เตรียมชงคดี &amp;quot;บอส&amp;quot; ขับรถชน ตร.ตาย-เสพโคเคนเข้าวงประชุมบอร์ดคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ พร้อมเชิญ ป.ป.ท.ให้ข้อมูลรายละเอียด 11 ก.ย.นี้ &amp;quot;เพิ่มพูน&amp;quot; ย้ำบริสุทธิ์ &amp;quot;สภาทนายฯ&amp;quot; เร่งหา &amp;quot;ทนาย ธ.&amp;quot; เอี่ยวคดีบอสสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 10 ก.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส มาให้ดีเอสไอแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับรองอธิบดีและคณะทำงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ คดีอาญาดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือการขับรถประมาทจน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต และการตรวจพบสารโคเคนในร่างกายจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้นจะต้องส่งให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เป็นผู้พิจารณา แต่ในส่วนการสรุปภาพรวมของคดีว่าอาจจะมีหรือน่าเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปร่วมกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร ประเด็นนี้ได้พิจารณาแล้ว ไม่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอ แต่เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ท.ที่จะต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 11 ก.ย.นี้ จะเชิญเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เข้าหารือในรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากหนังสือของป.ป.ท.ที่ส่งมาเป็นการสรุปเนื้อความ ไม่ได้มีรายละเอียดรายชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยคดีดังกล่าวไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.คดีพิเศษ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ต้องเสนอให้บอร์ด กคพ.เป็นผู้ชี้ขาด เนื่องจากดีเอสไอไม่สามารถพิจารณาและรับคดีได้เอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน ดีเอสไอจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด&amp;rdquo; อธิบดีดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีมีรายชื่อปรากฏในผลสอบรายงานคดีนายวรยุทธในคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญานายวรยุทธ ที่เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการทำหน้าที่ไปหมดแล้ว วันนี้จึงไม่มีอะไรจะพูดอีก และคงไม่สามารถให้รายละเอียดทั้งหมดได้ เพราะทุกอย่างทำไปตามหน้าที่ ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เครียด เพราะความสุจริตเป็นเกราะกำบังกาย&amp;quot; พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการทำหน้าที่ของสภาทนายความ ในคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ กรณีมีทนายความชื่อย่อ ธ.เข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องว่า ในส่วนของคณะกรรมการของชุดนายวิชาตรวจสอบพบมีผู้มาให้ปากคำหลายปากพาดพิงไปถึงทนายความ 1 คน หรือมากกว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ในจำนวนนี้มีชื่อนาย ธ. อยู่ด้วย คณะกรรมการฯ จึงได้มีหนังสือเชิญนาย ธ. มาให้ปากคำกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว แต่นาย ธ.ไม่มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อมาคณะกรรมการชุดนายวิชาได้มอบหมายให้สภาทนายความดำเนินการในส่วนวิชาชีพทนายความกับนาย ธ. ซึ่งคณะทำงานของสภาทนายความได้แต่งตั้งรองรับคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อทำงานประสานงานและรับช่วงต่อ มีนายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความ เป็นหัวหน้าชุด ออกรวบรวมข้อมูลเตรียมพร้อมตั้งเรื่องไว้แล้ว จากนั้นมีหนังสือเชิญนาย ธ. มาให้การ แต่บัดนี้ก็ยังไม่มา ไม่ทราบตัวอยู่ที่ใด หากมาให้การก็จะพิจารณาต่อไปว่าจะตั้งเรื่องส่งคณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาโทษทางวิชาชีพหรือไม่&amp;quot; นายกสภาทนายความฯ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77095</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, คดีพิเศษ, ดีเอสไอ, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, สภาทนาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3c1c22fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายนกเขา&#039; ร้องดีเอสไอรับ &#039;ค่าโง่โฮปเวลล์&#039; คดีพิเศษ ขู่หากรัฐบาลจ่ายเงินจะนำมวลชนประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจกระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กระทำความผิด กรณีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โฮปเวลล์ รวมทั้ง นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง กระทำความผิดอาญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโฮปเวลล์ โดยให้ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิติธร กล่าวว่า ตนนำพยานหลักฐานเป็นทั้งเอกสารเก่าและเอกสารใหม่มามอบให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบโครงการโฮปเวลล์ ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำความผิดหลายฝ่ายทั้ง ข้าราชการ นักการเมือง และเอกชน มีการจดทะเบียนบริษัทไม่ถูกต้องและไม่ทำตามมติ ครม. จนทำให้รัฐเกิดความเสียหาย โดยคดีอยู่ในอำนาจขอบเขตของดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษได้ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ควรจ่ายเงิน เพราะยังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ แม้ศาลต่างๆ จะพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ฝากถึงรัฐบาลหลังแต่งตั้ง นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมแล้ว ควรให้มาดำเนินการตรวจสอบเรื่องโครงการโฮปเวลล์ด้วย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีการจ่ายเงินตนจะนำมวลชนออกมาประท้วงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยสัปดาห์หน้าเตรียมจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กรวัชร์ เผยว่า เบื้องต้น ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเรียกร้องว่ามีประเด็นใดบ้างและเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่ โดยจะดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ตามขั้นตอนการรับเรื่องร้องทุกข์ของดีเอสไอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76393</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีพิเศษ, ค่าโง่โฮปเวลล์, ดีเอสไอ, ทนายนกเขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50aa76190ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;เร่งDSIรับ&#039;แชร์แม่มณี&#039;เป็นคดีพิเศษ ร้องแล้ว1.8พันรายสูญ432ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้เปิดให้กลุ่มผู้เสียหายแชร์แม่มณี หรือ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช ลงทะเบียนผ่านระบบคิวอาร์โค้ดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ภายในวันเดียวมีผู้ลงทะเบียนถึง 1,600 ราย หากรวมกับผู้เสียหายที่มายื่นเรื่องไว้กับกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.อีก 200 ราย รวมผู้เสียหายที่มายื่นเรื่องร้องทุกข์กับดีเอสไอจนถึงขณะนี้มีจำนวน 1,800 ราย มูลค่าความเสียหาย 432 ล้านบาท จำนวนนี้ยังไม่รวมกับผู้เสียหายที่ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 200 ราย มูลค่าความเสียหายนับ 100 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในส่วนของดีเอสไอการรับเป็นคดีพิเศษจะต้องมีผู้เสียหายมากกว่า 300 รายและมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์การรับเป็นคดีพิเศษ ดังนั้นจึงมอบหมายให้ดีเอสไอเรียกประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษเพื่อเสนอให้อธิบดีดีเอสไออนุมัติเป็นคดีพิเศษตามกฎหมาย โดยประชุมภายใน 2 วันนี้เพื่อเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เนื่องจากคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายสูงหากล่าช้าอาจมีการยักย้ายถ่ายเททำให้ติดตามทรัพย์ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การอายัดทรัพย์ท้าวแชร์ดีเอสไอยังไม่มีอำนาจเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่หลังจากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะประสานให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ให้อายัดบัญชี เนื่องจากปปง.มีเครื่องมือพิเศษในการตรวจสอบช่วยการทำงานของดีเอสไอได้&amp;nbsp; สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียนและไม่ได้มาแจ้งความร้องทุกข์เพราะหลงเชื่อแม่ทีม หากไม่มาแสดงตัวยืนยันความเสียหายถึงเวลาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่ง ให้ตัดสินใจเอาเองว่าจะเชื่อแม่มณีหรือเชื่อนายกรัฐมนตรีที่สั่งการพิเศษมาแล้วให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด จึงอยากให้ประชาชนเชื่อฝ่ายราชการมากกว่าแม่ข่าย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าทุกแชร์จะให้มาตรการภาษีและกฎหมายฟอกเงินเข้าไปดำเนินการติดตามทรัพย์เพื่อกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องมาตรการเยียวยาผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่นั้นต้องบอกว่า วันนี้ไม่มีกองทุนหรือกฎหมายใดๆที่จะมาเยียวยา อยากแนะนำให้คนรุ่นใหม่ไปศึกษาข้อมูลการเล่นแชร์น้ำมันหรือแชร์แม่ชม้อยในอดีต ไปดูว่าได้รับความเสียหายเท่าใดและได้รับคืนเงินหรือไม่ กว่าจะติดตามทรัพย์ยากแค่ไหน เชื่อว่าหลังการปราบปรามแชร์แม่มณีก็ยังจะมีแชร์แม่อื่นๆ ตามมาอีก ซึ่งคนรุ่นใหม่เกิดไม่ทันแม่ชม้อยก็เลยมาเจอแชร์แม่มณี&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กล่าวว่า เชื่อว่าในวันนี้ยอดผู้เสียหายคดีแชร์แม่มณีที่ลงทะเลียผ่านระบบคิวอาร์โค้ดจะทะลุ 2,000 ราย หากผู้ใดถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องหรือเป็นตัวการกับแชร์แม่มณีแล้วมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ได้อยู่ในเครือข่ายขอให้เขาพบพนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นแม่ทีมกลุ่มใด เนื่องจากผู้เสียหายลำบากมาก ส่วนตัวยืนยันว่าคดีนี้ดีเอสไอจะกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะจับกุมตัวและยึดทรัพย์ได้ ระหว่างที่ยังไม่ได้เป็นคดีพิเศษดีเอสไอได้ประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่ ซึ่งตำรวจได้อายัดบัญชีและทรัพย์สินแม่มณีไว้หลายรายการแล้ว หากจะมีหนีขอแนะนำให้หนีไปกันให้หมดทั้งบ้าน เพราะคดีมีอายุความ 20 ปี ชั่วโมงนี้หากใครยักย้ายถ่ายเททรัพย์หรือถอนเงินสดปิดบัญชีหนีก็จะปรากฏเป็นหลักฐานทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีน.ส.จุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือ&amp;rdquo;มะนาว&amp;rdquo;แม่ข่ายของแชร์แม่มณีนั้น นายปิยะศิริ กล่าวว่า ตนยังไม่ขอพาดพิงเพราะยังตอบไม่ได้จนกว่าจะพบหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดี เพราะผู้ที่จะถูกแยกออกมาดำเนินคดีในฐานะแม่ทีมจะต้องปรากฏพฤติการณ์หักหัวคิวหรือเชิญชวนให้ผู้อื่นร่วมลงทุนโดยตนเองไม่ได้ร่วมลงทุน ส่วนกรณีที่รับเงินไว้เองโดยไม่ส่งต่อให้ท้วงแชร์จะไม่ถือเป็นแม่ทีม เพราะแอบอ้างชื่อผู้อื่นมาตั้งวงแชร์เสียเอง ขณะที่ผู้เสียหายจะเป็นผู้เชิญชวนให้บุคคลอื่นๆมาลงทุนโดยสุจริตใจและตนเองก็ร่วมลงทุนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49182</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีพิเศษ, ดีเอสไอ, รมว.ยุติธรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน, แชร์แม่มณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d71066df0a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปรับโครงสร้าง&#039;ดีเอสไอ&#039;รับเฉพาะคดีพิเศษสำคัญป้องกันขัดแย้งกับตำรวจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ส.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถูกมองว่ารวบอำนาจหลังกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ด้วยตัวเองว่า สำหรับดีเอสไอ เชื่อว่าอีกสักพักคงจะมีการพูดคุยเพื่อปรับโครงสร้าง โดยต้องหารือร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม สำนักงาน กพร. และตนในฐานะรองนายกฝ่ายกฎหมาย โดยนายกฯตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับการทำงานของดีเอสไอมาหลายเดือนแล้ว เพราะเห็นว่ามีตำรวจปฏิบัติงานอยู่มากเกินไป และอยากได้นักกฎหมายที่ไม่ใช่จากสตช. มาทำงานด้วย พร้อมกันนี้ยังจะเน้นการให้ความเป็นธรรม ซึ่งดีเอสไอจะต้องดูแลคดีพิเศษเท่านั้น โดยมี 2 แนวทางในการพิจารณาคดีพิเศษ 1.อธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา 2. ให้คณะกรรมการคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่าประชาชนไปร้องตำรวจ แล้วตำรวจเกิดเมินเฉย ช้า ไม่ได้ดั่งใจ จึงยกขบวนมาอย่างดีเอสไอ บางทีมาเยอะเหมือนม็อบ มานอนอยู่หน้าดีเอสไอ ซึ่งถ้าดีเอสไอไปรับเข้า บางครั้งก็จะทำให้เสียระบบ จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ หากตำรวจช้า ก็ต้องเล่นงานตำรวจ ไม่ใช่ช้าก็โอนมาดีเอสไอ เพราะไม่งั้นถ้าดีเอสไอช้า ก็คงจะตั้งกรมอื่นแทนดีเอสไอ ข้อสำคัญคือ ต้องวางหลักเกณฑ์ให้ดี เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ทำให้ตำรวจและดีเอสไอขัดแย้งกัน&amp;rdquo; นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้กำกับดูแลดีเอสไอด้วยตัวเอง เพราะ หวังจะใช้ดีเอสไอดำเนินการในเรื่องคดีความต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมือง เพราะแม้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงไปคุมด้วยตัวเอง แต่หากต้องหารใช้จริง ก็สามารถใช้ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะลงไปเปิดตัว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลงไปดูเพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น โดยหลังจากนี้คาดว่าคดีความต่างๆที่จะเข้าดีเอสไอ จะต้องมีการสกรีนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานั้น ดีเอสไอย่อหย่อน เนื่องจากชาวบ้านมาร้องขอ ซึ่งเมื่อดีเอสไอทำคดีได้เร็ว ตำรวจก็เกิดความน้อยใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ อะไรที่เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตำรวจก็จะต้องทำ เพราะคดีที่จะเป็นคดีพิเศษจะต้องเข้าเกณฑ์ หรือเป็นคดีที่มีอธิพล คดีสำคัญซึ่งตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ โดยคดีพิเศษนั้น อัยการสามารถลงมาสอบด้วยได้&amp;quot;นายวิษณุ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42541</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีพิเศษ, นายวิษณุ  เครืองาม, ปรับโครงสร้างดีเอสไอ, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d402b898e684.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIฟุ้งผลงานรอบปี 231 คดี-ตั้งเป้าปีหน้าเผด็จศึกเครือข่ายจานบิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.61 - ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น ถ.แจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลงานประจำปี 2561 ว่า ในรอบปี 2561 ดีเอสไอรับคดีพิเศษ 231 คดี มูลค่าความเสียหาย 52,000 ล้านบาท โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมเศรษฐกิจ หลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์ และฉ้อโกงภาษี ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 43,000 ล้านบาท รวมถึงคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ระหว่างการขยายผลการจับกุมเว็บไซต์พนันออนไลน์ 400-500 เว็บไซต์ จะต้องถูกดำเนินคดีและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ในปี 2562 ดีเอสไอตั้งเป้าตามยุทธศาสตร์รัฐบาล &amp;ldquo;มั่นคง มั่นคั่ง&amp;quot; &amp;nbsp;โดยจะเน้นไปที่คดีที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นคดีที่มีความเสียหายรุนแรง แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มูลค่าความเสียหายสูง และจับกุมผู้ต้องหาได้ยาก รวมถึงคดีเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินสาธารณะ โดยจะเน้นเข้าไปในพื้นที่ที่ดีเอสไอยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวต่อว่า ดีเอสไอได้ปรับปรุงมาตรฐานการรับคดี ป้องกันไม่ให้ซ้ำรอยในอดีตที่เคยใช้อำนาจอธิบดีดีเอสไอรับสอบสวนคดีที่ไม่ควรเป็นคดีพิเศษ โดยการรับคดีไว้สอบสวนจะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมพิจารณา และเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานในปี 2562 จะเปิดรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการเงิน การธนาคาร นักบัญชี และเทคโนโลยี หรือโปรแกรมเมอร์เข้ามาติดตามแฮกเกอร์ จำนวน 40 อัตรา โดยการรับสมัครมีขั้นตอนการสอบตามระเบียบราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประชาชนอย่างไรหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถฝากงานเข้าดีเอสไอได้ ซึ่งล่าสุดกองปราบได้จับกุมมิจฉาชีพแอบอ้างฝากงานเข้าดีเอสไอได้แล้ว 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีค้างการสอบสวนเกิน 3 ปี จำนวน 8 คดี&amp;nbsp;เป็นคดีความผิดระหว่างประเทศหรือคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีความจำเป็นต้องรอหลักฐานจากต่างประเทศ แต่ดีเอสไอไม่ได้ยิ่งนอนใจเตรียมหารือกับอัยการสูงสุดว่ามีช่องทางใดสามารถเร่งรัดให้เร็วขึ้นได้บ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น คดีบริษัทเอนเนอร์ยี่เอิร์ธ ที่แอบอ้างว่ามีสัญญาซื้อขายถ่านหินจากประเทศอินโดนีเชียและนำเอกสารดังกล่าวมายื่นกู้กับสถาบันการเงิน รวมถึงคดีค้ามนุษย์ของนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของกิจการอาบอบนวดในเครือวิคตอเรียซีเรีย ที่หลบหนีไปต่างประเทศ โดยคดียังอยู่ในอายุความ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับการขยายผลสอบสวนคดีฟอกเงินกับเครือข่ายพระวัดพระธรรมกาย 30 รูป ซึ่งรับเงินที่ฉ้อโกงมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ล่าสุดดีเอสไอเสนอเรื่องถึงอัยการสูงสุดขอให้ยุบมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ตามประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 131 เนื่องจากเป็นมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, คดีพิเศษ, ดีเอสไอ, ผลงานดีเอสไอ, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, วัดพระธรรมกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b9e84cea71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปรีชา&#039;ยื่นยธ.ดึงหวย30ล้านเป็นคดีพิเศษ โวยตร.บีบบังคับชักจูงให้สารภาพ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 61 - เวลา 09.30น.ที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี และ น.ส.รัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊ บ้าบิ่น ผู้ต้องหาคดีหวย 30 ล้านบาทเดินทางมาที่กระทรวงยุติธรรม ยื่นหนังสือต่อนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีชา เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)​เพื่อรับเป็นคดีพิเศษ &amp;nbsp;เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมาตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยถูกพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ชักจูง บีบบังคับ และโน้มน้าวให้ตนและน.ส.รัตนาพร รับสารภาพ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีผลต่อความเชื่อมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลอตเตอรี่เป็นของผมงฝากามไปถึงร.ต.ท.จรูญ วิมูล ว่าตั้งแต่ถูกรางวัลเหตุใดจึงไม่มีการตามหาแม่ค้าขายลอตเตอรี่มายืนยันว่าได้ซื้อจากแม่ค้า และยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจากับร.ต.ท.จรูญ เพราะขณะนี้ในส่วนของคดีแพ่ง ที่ผมดำเนินการฟ้องร้อง ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1-4 พ.ค. นี้ &amp;nbsp;และขอถามสังคมรวมถึงสื่อมวลชนว่า เหตุใดจึงตัดสินว่าลอตเตอรี่ไม่ใช่ของตนเนื่องจากศาลยังไม่พิพากษา&amp;quot;นายปรีชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าแจ้งความดำเนินคดีอะไรกับ ร.ต.ท. จรูญ &amp;nbsp;นายปรีชาได้ปฎิเสธว่าไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาอะไร แต่ตนเองแค่เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น หลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)​
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5572</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีพิเศษ, ครูปรีชา, ดีเอสไอ, ลอตเตอรรี่30ล้าน, หมวดจรูญ, หวย30ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab32f9c4972e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
