<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคหมอระวี&#039; เตรียมยื่นศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินคำสั่ง อัยการสูงสุดไม่อุธรณ์คดี&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินแบงก์กรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวภายหลังการเเถลงถึงข่าวของสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท จากเหตุที่ ธ.กรุงไทยฯ อนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานครว่า ตนรู้สึกผิดหวังในการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินที่ยอมยกธงขาวยอมแพ้ตั้งแต่ยกแรก ทั้งที่มีโอกาสสู้ในยกต่อไป และขอตั้งคำถามไปถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าท่านได้ใช้ดุลยพินิจที่อยู่บนรากฐานความสมเหตุสมผลในการพิจารณาไม่อุธรณ์ในคดีนี้แล้วหรือไม่ ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าของคดียังมีความเห็นให้นำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลสูงเพื่อให้การต่อสู้คดีนี้เดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรันต์ กล่าวต่อว่า ศาลคดีอาญาทุจริตฯยังขยายระยะเวลาในการยื่นอุธรณ์คดีนี้ไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ยังเหลือเวลาอีกหลายวันเหตุใดจึงเร่งรีบรวบรัดตัดตอน แถมยังใช้ช่วงเวลาที่ท่านอัยการสูงสุดเดินทางไปราชการ โดยให้รองอัยการอันดับ 1 ลงนามแทน ยิ่งทำให้สังคมเกิดความกังขาในการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดในครั้งนี้ขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแพ้แบบหมดรูปในครั้งนี้ภาษามวยเขาเรียกว่าชกไม่สมศักดิ์ศรีหรืออีกนัยหนึ่งอาจถูกปรามาสได้ว่า การสู้ครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังประชาชนอาจตั้งข้อสังเกตุว่ามีการล้มมวยหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ทางพรรคพลังธรรมใหม่ได้รับฟังถึงข้อสงสัยจากประชาชนคนไทย ถึงการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินในครั้งนี้ จึงขอรวบรวมข้อโต้แย้งในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีพร้อมความเห็นให้นำคดีขึ้นสู่ศาลสูงของดีเอสไอ ไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย.เวลา 10.00 น.เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินระงับคำสั่งที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฏหมาย และที่สำคัญการตัดสินใจครั้งนี้ยังมีความเคลือบแคลงจากสังคม ถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นจำนวนมากอีกด้วย&amp;rdquo;นายจาตุรันต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67335</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, พรรคพลังธรรมใหม่, พานทองแท้, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea58656b29fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอ๊ค&#039;ยังมีเสียวต่อ!&#039;ส.ว.สมชาย&#039;กางพรบ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตฯ ชี้เป็นอื่นไปไม่ได้&#039;อัยการ&#039;ต้องยื่นอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสตฺเฟซบุ๊กโดยมีเอหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ยังมีลุ้นเสียวต่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นอื่นไม่ได้!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการมีหน้าที่ยื่นอุทธรณ์ภายใน1เดือนตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๓๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๔๑ การอุทธรณ์คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลชั้นต้น ในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยยื่นต่อ ศาลชั้นต้นภายในกําหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นให้คู่ความ ฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง เมื่อศาลชั้นต้นมีคําสั่งรับอุทธรณ์หรือเมื่อมีการยื่นคําร้องอุทธรณ์คําสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์หรือคําร้องเช่นว่านั้นพร้อมสํานวนไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อพิจารณาพิพากษาหรือมีคําสั่งโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51210</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, สมชาย แสวงการ, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90ecde8a4a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด!อัยการจ่ออุทธรณ์คดี&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินกรุงไทย เผยความเห็นแย้งองค์คณะผู้พิพากษาสั่งคุก 4 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย 62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อรายงานว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังแล้ว องค์คณะฯ ได้ชี้แจงให้คู่ความรับทราบด้วยว่า คดีนี้องค์คณะผู้พิพากษา (มี 2 คน) มีความเห็นต่างกันในการตัดสิน จึงได้นำความเห็นที่มีผลร้ายน้อยที่สุดกับจำเลยมาเป็นคำตัดสิน ขณะที่ความเห็นขององค์คณะอีกคนหนึ่งนั้นเห็นแย้งว่า จำเลยมีความผิด เห็นควรให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งก็จะมีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย หากคู่ความยื่นอุทธรณ์ ความเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับความเห็นแย้งนั้นระบุว่า คดีนี้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยมีความเห็นแย้งกันเป็น 2 ฝ่าย หาเสียงข้างมากไม่ได้ จึงให้ผู้พิพากษาที่มีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลย ซึ่งเห็นว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 5(1)(2), 60 ลงโทษจำคุก 4 &amp;nbsp;ปี ยอมเห็นด้วยกับผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า คือยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวอัยการ เปิดเผยถึงขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์คดีว่า หลังจากนี้ก็ต้องคัดคำพิพากษา และเอกสารหลักฐานในสำนวน รวมทั้งความเห็นแย้งส่งให้คณะทำงานพิจารณา คดีนี้เราได้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงานของอัยการ โดยจะต้องพิจารณาว่าเหตุผลในคำพิพากษาว่ารับฟังได้เพียงใด ผลยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยยังมีความเห็นแย้งในองค์คณะเป็น 2 ฝ่ายด้วย ขณะที่เหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่าตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) &amp;nbsp;มาตรา 184, 185 ว่าหากกรณีที่มีผลคำพิพากษาเป็น 2 ฝ่าย ไม่มีเสียงข้างมาก ก็ให้นำผลคำพิพากษาที่มีผลร้ายน้อยที่สุดกับจำเลยมาเป็นคำตัดสิน ดังนั้นเราก็ต้องนำรายละเอียดของความเห็นแย้งมาดูเหตุผลว่าอย่างไรที่จะตัดสินว่าควรจะลงโทษ คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน ดังนั้นก็จะต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย จะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ต้องอธิบายและตอบคำถามบุคคลที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากสุดท้ายตามขั้นตอนแล้ว อัยการสำนักงานคดีศาลสูงมีคำสั่งให้อุทธรณ์ หลังจากที่คณะทำงานสำนักงานสำนวนคดีชั้นต้นทำความเห็นเบื้องต้นเสนอไปแล้ว กระบวนการก็ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้เลย แต่หากจะมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ กรณีก็ยังไม่ถือว่าเป็นที่ยุติ ซึ่งขั้นตอนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 145 (กรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอธิบดีกรมอัยการ ถ้าในกรุงเทพฯ ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งเสนอไปยังอธิบดีกรมตำรวจฯ) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 &amp;nbsp;มาตรา 34 (กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ซึ่งได้สอบสวนโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้การทำความเห็นแย้งตาม ป.วิ.อ.มาตรา 145 หรือกฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความอาญาอื่น เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง) จะต้องแจ้งให้ดีเอสไอซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนทำคดีนี้ทราบ ในลักษณะเป็นการรีวิว หากดีเอสไอเห็นแย้งก็จะต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะอุทธรณ์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการกล่าวด้วยว่า คดีนี้เท่าที่ฟังถือว่าเส้นทางการเงินเข้าออกบัญชีชัด แต่ที่ยกฟ้องคือเจตนาของจำเลยว่าไม่รู้ถึงแหล่งที่มาของเงิน โดยกรณีของนายวิชัยนั้นถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษหลังจากที่มีการรับโอนเงินกับจำเลย ซึ่งศาลเห็นว่าขณะรับโอนเงิน จำเลยไม่รู้ จำเลยจึงขาดเจตนา และเมื่อเทียบข้อเท็จจริงกับทรัพย์สินที่จำเลยนำเสนอว่ามีอยู่แล้ว 4,000 ล้าน จำนวนเงินโอนมีน้อยกว่า จึงน่าเชื่อว่าจำเลยไม่ได้รับรู้ว่าเงินนั้นมาจากการกระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตามขั้นตอนในการยื่นอุทธรณ์คดีนั้นจะต้องยื่นภายใน 1 เดือน นับจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ซึ่งหากระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว คู่ความยังมีเหตุจำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมเอกสารและเห็นว่าอาจจะยื่นอุทธรณ์ไม่ทันในระยะเวลาดังกล่าว ก็สามารถที่จะยื่นคำขอขยายเวลาอุทธรณ์ได้ ซึ่งศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจและมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ขยายอุทธรณ์หรือไม่ เป็นระยะเวลาเท่าใด นอกจากนี้ ในส่วนของคดีที่อัยการได้ยื่นฟ้องนายวิชัยกับพวกรวม 6 คน ข้อหาร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้แบงค์กรุงไทย 10,400,000,000 ล้านบาทนั้น คดีอยู่ระหว่างรอการไต่สวนพยาน ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตกำหนดนัดไต่สวนพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 13.30 น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbaa204a5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้ศาลอาญาฯยกฟ้อง&#039;โอ๊ค&#039;คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย อัยการพิจารณาร้องอุทธรณ์ได้ถ้าเป็นศาลชั้นต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย 62 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษายกฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ผิดฐานฟอกเงินในคดีปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทย อัยการยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ว่า ถ้าเป็นศาลชั้นต้นตัดสิน อัยการสามารถอุทธรณ์ได้ เมื่อถามว่าจากตัดสินถือว่าสามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบคุณไปพูดแบบนั้นไม่ได้ เป็นเรื่องของศาลตัดสิน ใครจะไปปรองดองกับศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สังคมคาดการณ์ตอนแรกว่านายพานทองแท้น่าจะโดนคดี นายวิษณุ กล่าวว่า เล่นไปคาดการณ์กันเอง คาดถูกคาดผิดไปตามเรื่อง โดยไม่เคยฟังพยาน ไม่เคยดูคำฟ้อง ไม่เคยดูคำให้การ ศาลตัดสินว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่พอใจก็เป็นเรื่องที่จะไปว่ากันต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51054</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, ทักษิณ ชินวัตร, พานทองแท้ ชินวัตร, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb71350bf85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้าฉลอง! &#039;วัฒนา&#039; โพสต์ทันควัน &#039;ยินดีกับโอ๊คครับ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย 62 - หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีฟอกเงินทุจริตการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยให้ธุรกิจเครือกฤดามหานคร ล่าสุดนายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์รูปภาพคู่นายพานทองแท้ ลงบนทวีตเตอร์พร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ยินดีกับโอ๊คครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51050</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, วัฒนา เมืองสุข, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb681286c5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนใกล้ชิดชินวัตรเผยเจอ&#039;โอ๊ค&#039;ล่าสุดสัปดาห์ที่แล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย 62 - รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า&amp;nbsp;ในวันที่25พ.ย. ตามที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย&amp;nbsp;ซึ่งนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ตกเป็นจำเลยนั้น สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต่างมีมุมมองแบ่งออกเป็นสองส่วน มีทั้ง พวกที่คิดว่า นายพานทองแท้ จะไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยวิเคราะห์ในแง่รัฐศาสตร์ ที่ตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ขณะที่อีกส่วนมั่นใจว่าจะเดินทางมาฟังคำพิพากษา เพราะดูตามข้อเท็จจริง นายพานทองแท้ ไม่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมกับนัดแนะที่จะเดินทางไปให้กำลังใจ ซึ่งเป็นสายที่สนิทสนมนายพานทองแท้ และคนในครอบครัวชินวัตร&lt;/p&gt;



หนึ่งในคนใกล้ชิดนายพานทองแท้ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังพบนายพานทองแท้ ก็ยังมีกำลังใจดี ไม่ได้แสดงความกังวลใดๆออกมา&amp;nbsp;ส่วนที่นายพานทองแท้ ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ห่างหายไปจากหน้าสื่อและโลกออนไลน์นั้น คงเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ไม่อยากออกมาให้ความเห็นใดๆ เลยทำให้เกิดข่าวลือไปต่างๆ ก็เหมือนกับช่วงก่อนๆ ที่คิดกัน คาดการณ์กันจะไม่มาศาลบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;ดังนั้นในวันที่25พ.ย. นายพานทองแท้ จะเดินทางมาศาลอย่างแน่นอน ไม่มีเหตุอันใดที่จะไม่มา


</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51031</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c8f9de1e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเคาะวันพิพากษาคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย &#039;โอ๊ค&#039; ไม่หนีลั่นจะมาฟังคำพิพากษาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลไต่สวนพยานนัดสุดท้าย คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 40 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จากกรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชี ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยฯ กับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลยในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกนายวิชัยและนายรัชฎาคนละ 12 ปีร่วมกับพวก โดยในส่วนของนายวิชัย, นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดา รวม 6 คนนั้น ก็ถูกอัยการยื่นฟ้องความผิดฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นกันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นศาล นายพานทองแท้ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นที่ได้ร่วมลงทุนกับนายรัชฎา ขณะที่ศาลนัดไต่สวนพยาน 3 นัด ในวันที่ 24-26 ก.ย. นี้ ซึ่งได้ไต่สวนพยานไปแล้ว 4 ปาก เป็นพยานโจทก์และพยานที่โจทก์และจำเลยอ้างร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ เป็นการไต่สวนพยานฝ่ายจำเลยคือ นายพานทองแท้ ขึ้นเบิกความด้วยตนเองเพียงปากเดียว เกี่ยวกับการวางแผนที่จะดำเนินธุรกิจนำเข้ารถยนต์ซุปเปอร์คาร์ ทีจะมีนายรัชฎาร่วมด้วยว่า แนวคิดดังกล่าวตนเป็นผู้คิดเองมาตั้งแต่ช่วงปี 2547 จากที่ได้มีการพูดคุยในกลุ่มเพื่อน 5-6 คน โดยหลังจากพูดคุยกันแบบไม่เป็นทางการแล้ว ในวันรุ่งขึ้น นายรัชฎาได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับจำเลยว่าจะขอร่วมลงทุนด้วย โดยเหตุที่นายรัชฎาเร่งโทรมาคุย เพราะกังวลว่าจำเลยจำลืมชักชวนนายรัชฎาในการลงทุนด้วย แนวคิดขณะนั้นคิดไว้เพียงว่าการลงทุนน่าจะต้องใช้เงินลงทุนคนละ 20 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่ารถซุปเปอร์คาร์นั้นต่อคันจะตกอยู่ที่ 20 ล้านบาทขึ้นไป ช่วงนั้นที่ยังไม่มีบุคคลอื่นมาร่วมเสนอลงทุนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจะดำเนินธุรกิจดังกล่าวนั้น ตนได้ให้นายเฉลิม แผลงศร ซึ่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (CFO) ที่ดูแลเรื่องการเงินทุกบริษัทของจำเลยไปศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจดังกล่าว แม้นายเฉลิมจะไม่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ แต่ที่จำเลยมอบหมายงานให้ศึกษา เพราะเป็นผู้ที่จำเลยให้ความไว้วางใจในเรื่องที่ได้ดูแลเรื่องการเงินบริษัทและเงินส่วนตัว รวมทั้งธุรกิจของจำเลยด้วย โดยสุดท้ายธุรกิจนี้ไม่ได้ดำเนินไป ยุติลงในชั้นของการศึกษาแนวทาง เพราะนายเฉลิมได้แจ้งผลการศึกษาการดำเนินธุรกิจนี้ให้กับจำเลยทราบว่ามีความเป็นไปได้ยาก และจะไม่คุ้มเงินลงทุนทางธุรกิจส่วนที่นายรัชฎาโอนเงิน 10 ล้านบาท ให้จำเลยที่จะมาร่วมลงทุนโดยเป็นเช็คชื่อนายวิชัยนั้น จำเลยไม่ทราบเหตุผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จำเลยได้ตอบคำถามศาลเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวและของตัวจำเลย รวมทั้งความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างตัวจำเลยกับนายเฉลิม และระหว่างตัวจำเลยกับนายรัชฎาและนายวิชัย ว่าในครอบครัวของจำเลยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองคือ นายทักษิณ บิดา, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาของจำเลย ซึ่งทั้งสองเคยเป็นนายกรัฐมนตรีและลูกพี่ลูกน้องที่เป็น ส.ส. ส่วนตัวจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยปัจจุปันจำเลยประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีอยู่ 7 กิจการ อาทิ บ.ว๊อยซ์ทีวี, บ.ฮาวคัม โดยจำเลยมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือน ในจำนวนนั้น 4 แสนบาท เป็นค่าตอบแทนที่ได้จากธุรกิจว๊อยซ์ทีวี ที่เหลือเป็นเงินปันผลจากหุ้นบริษัทต่างๆ จำเลยจะมีค่าใช้จ่าย 4-5 แสนบาทต่อเดือน ส่วนธุรกิจของครอบครัวปัจจุปันมีประมาณ 7 กิจการ เช่น โรงแรมโรสวูด แบงค์คอก กับสนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งบางกิจการจำเลยก็มีหุ้นอยู่ด้วย และกับใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างตัวจำเลยกับนายรัชฎา รู้จักมาตั้งแต่อายุ 21 ปี และเคยไปหานายรัชฎาที่บ้าน ซึ่งอยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกันกับบ้านของนายวิชัยแต่เป็นคนละหลัง โดยจำเลยไม่เคยไปพบนายวิชัยที่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพานทองแท้ ยังตอบคำถามศาลด้วยว่า ระหว่างการถูกดำเนินคดี จำเลยได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ 3 หน่วยงาน ซึ่งได้กล่าวถึงประเด็นการเมืองที่เชื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง แต่ไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานได้ตรวจสอบ โดยมี 2 หน่วยงานที่แจ้งกลับมาว่าจะทำการตรวจสอบให้คือ สำนักงานอัยการสูงสุดและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยจำเลยยืนยันว่าจำเลยไม่รู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองใดๆ เป็นการส่วนตัวกับพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง นายพานทองแท้ เบิกความตอบคำถามศาล, อัยการโจทก์ และทนายความจำเลยเสร็จสิ้นแล้วในเวลา 12.45 น. ศาลเห็นว่าได้ไต่สวนพยานครบถ้วนเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ตามกำหนดเดิม คือวันที่ 25 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.โดยให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 30 วัน นับจากวันนี้ หากไม่ยื่นภายในกำหนดจะถือว่าไม่ติดใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายพานทองแท้ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนไม่ได้เครียดอะไรมาก แต่ตื่นเต้นเป็นพิเศษ ศาลได้สังเกตเห็นอาการตื่นเต้น เพราะถือว่าเป็นการเข้าไต่สวนเป็นครั้งแรก บรรยากาศในห้องพิจารณาไม่เครียด ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะพูดทุกอย่างตามความจริง วันนี้ตนได้ให้คำตอบกับศาลไปอย่างชัดเจนในทุกข้อซักถาม แต่ก็ไม่ทราบว่าจะชัดพอไหม มีความคาดหวังว่าสิ่งที่พูดไปกับศาลวันนี้ จะทำให้ผลการตัดสินจะออกไปในทิศทางที่ดี ซึ่งหลังจากเสร็จขึ้นศาลวันนี้ ตนจะไปทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคล และจะกลับมาฟังคำตัดสินอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ซึ่งตนจะเดินทางมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46682</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c6c82edfd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
