<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผกก.โจ้ยังลอยนวล ผบ.ตร.จัดชุดไล่ล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผบ.ตร.สั่งจัดชุดไล่ล่าตัว ผกก.โจ้ เจอที่ไหนจับตรงนั้น ขณะที่ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เชื่อว่า ผกก.โจ้พร้อมลูกน้องร่วมก๊วนที่หนีหมายจับยังอยู่ในประเทศไทย ส่วน 4 รายที่มอบตัวเตรียมส่งฝากขังวันที่ 26 ส.ค. และค้านประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ส.ค.64 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา รอง ผบภ.นครสวรรค์ รักษาการ ผกก.เมืองนครสวรรค์ และชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี นั่งแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการออกหมายจับ ผกก.โจ้-พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกกรณีใช้ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดเพื่อเรียกรับเงินจนผู้ต้องหาเสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนจนนำมาสู่การเผยแพร่คลิปทางสื่อสารมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิสนุเปิดเผยว่า หลังจากออกหมายจับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 นาย ขณะนี้สามารถจับกุมได้ 4 นาย ยังหลบหนีอีก 3 นาย รวมถึงตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมพวก แต่เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ยังไม่ออกนอกประเทศอย่างที่เป็นข่าว แต่หากเจอที่ไหนก็จับทันที ซึ่งทาง ผบ.ตร.กำชับทุกหน่วยทั้ง ตม. ตชด. คุมเข้มเส้นทางออกนอกประเทศหมดแล้ว และที่สำคัญตนเชื่อว่าไม่สามารถรอดมือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 4 ผู้ต้องหาที่มอบตัวแล้วตามหมายจับ พนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนให้เร็วที่สุด และพิมพ์ลายนิ้วมือพร้อมนำตัวไปฝากขังศาลนครสวรรค์ในวันที่ 26 ส.ค.2564 และจะขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าจะออกมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และจะรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุด เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนให้เป็นคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะเป็นข้าราชการตำรวจก็ตาม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิสนุกล่าวเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและพยานทางวิทยาศาสตร์สามารถออกหมายจับ ผกก.คนดังกล่าวพร้อมพวก 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ซึ่งเป็นความผิดทางคดีอาญา ยืนยันหลักฐานที่มีเพียงพอดำเนินคดีอาญาข้อหาฆ่าได้ และต้องตามจับให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวนี้เป็นขบวนการชัดเจน เพราะขณะนี้ออกหมายจับคนร่วมขบวนการแล้ว 7 ราย จึงฝากเรียนไปว่าขบวนการลักษณะนี้ประชาชนที่ถูกกระทำสามารถมาร้องทุกข์แจ้งเบาะแสได้ตลอดเวลา พนักงานสอบสวนจะรวมสำนวนการสอบสวนไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวว่ามีการพยายามลบคลิปทำลายหลักฐาน ก็ชัดเจนเจตนาเรื่องการกระทำผิด ซึ่งตำรวจได้รวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว นอกจากนี้ยังกำชับให้เร่งขยายผลประเด็นของแพทย์ผู้ชันสูตรศพให้เคลียร์ เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก ตำรวจต้องไปดำเนินการต่อ เนื่องจากจะส่งผลต่อรูปคดีได้ โดยให้ขยายผลขบวนการ รวมไปถึงผลการชันสูตรด้วย หมอร่วมกันด้วยหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญตนได้สั่งการไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำแบบนี้เป็นการประพฤติชั่วร้ายแรง การกระทำต่อหน้าที่มิชอบ มันเลวร้ายมาก ผบ.ตร.กำชับมาให้ตัดนิ้วร้ายทิ้ง นิ้วไหนร้ายให้ตัดทิ้งและให้ตัดทิ้งโดยเร็วด้วย&amp;rdquo; จเรตำรวจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งถูกคำสั่งเด้งไปประจำตำรวจภูธรภาค 6 ยังเดินทางไปรายงานตัว ลงเวลาปฏิบัติราชการที่ภาค 6 ส่วนวันอังคารและวันพุธยังไม่ปรากฏตัว จึงนำมาสู่การออกหมายจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการชันสูตรศพนายจิระพงศ์ ผู้ต้องหาที่เสียชีวิต โดยยืนยันว่าผลการออกใบพิสูจน์ผู้เสียชีวิตเป็นกระบวนการเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนผลการผ่าพิสูจน์โดยละเอียดจะแถลงให้ทราบได้ชัดเจนในสัปดาห์หน้า ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นขออย่าให้สังคมตัดสิน ขณะนี้ทางโรงพยาบาลกำลังรวบรวมข้อมูล จะสามารถแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส., บก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนจากส่วนกลาง ร่วมกันตรวจค้นบ้านเลขที่ 79/898 หมู่บ้านปัญญาอินทรา 1 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. โดยมี น.ส.นาน ซอ เมย์ (สัญชาติเมียนมา) และ Miss NAN SAY (สัญชาติเมียนมา) ซึ่งเป็นลูกจ้างผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้นำตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวเพื่อติดตามจับกุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เลขที่ จ.187/2564 ลง 25 สิงหาคม 2564 ในข้อหา &amp;quot;เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจกระทำการใดฯ และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามลูกจ้าง ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้) อดีต ผกก.เมืองนครสวรรค์ ผลการตรวจค้นไม่พบ พ.ต.อ.ธิติสรรค์แต่อย่างใด เมื่อตรวจค้นเสร็จสิ้นได้ลงบันทึกประวันเป็นหลักฐาน สน.บางชัน และจะได้ดำเนินการสืบสวนติดตามตัวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตนได้สั่งการ สตม. ตชด. เฝ้าระวังชายแดนทั้งหมด และได้ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านดูทุกช่องทาง ไม่ว่าจะอยู่เมืองไทยหรือที่ไหนต้องไปตามจับ ซึ่งต้องทำให้ดีที่สุด ต้องเอาให้ได้ ไม่ได้ต้องได้ ทั้งนี้ทาง ผกก.โจ้ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา ส่วนจะมีคนช่วยเหลือหรือไม่ ผบ.ตร.ระบุว่า คนเราคงไม่สิ้นไร้ไม้ตอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรวบรวมพยานหลักฐานทางคดี มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.เป็นผู้ดูแล ตนก็กำชับว่าต้องเร็ว แต่ต้องไม่ลวก เดี๋ยวจะกลายเป็นประโยชน์ต่อผู้กระทำผิด ซึ่ง พล.ต.อ.สุชาติเป็นคนละเอียดอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114541</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, ค้านประกันตัว, จเรตำรวจแห่งชาติ, ถุงคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติด, ผกก.เมืองนครสวรรค์, ผกก.โจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61262c7b9570b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มค้ายาบ้า ยังสวมกำไลอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่เข็ดตำรวจ ปส.บุรีรัมย์จับหนุ่มวัย 25 ปี พร้อมลูกสมุนอีก 2 คน ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2 พันเม็ด รอขายให้ลูกค้าตามคำสั่ง ทั้งที่เคยติดคุกคดียาเสพติดและยังสวมกำไลอีเอ็มพักโทษ โดยเจ้าตัวไม่แตะต้องยาบ้า แต่จะสั่งการให้ลูกสมุนไปเก็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.ค.64 พ.ต.ท.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ รอง ผกก. หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด (ชป.ปส.) ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, ร.ต.อ.วินัย แสงอรุณ หัวหน้า ชปข.ตชด.215,&amp;nbsp; ร.ต.อ.ชาติตระการ ปานแดง รอง สว.สส.สภ.ห้วยราช พร้อมกำลังตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์, สืบสวน สภ.ห้วยราช, ตชด.215, ตชด.216 และเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการข่าว ขกท.ศปก.ทบ. (มว.ขกส.2, ขกท.กกล.สุรนารี) และเจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน. ร่วมกันจับกุมนายคมศักดิ์ หรือนาย หรือหมา นิเวชรัมย์ อายุ 25 ปี, นายทวีศักดิ์ หรือเจมส์ อาจทวีกูล อายุ 20 ปี และนายสมรัก หรือนุก สมใจ อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นชาว ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 2,757 เม็ด หลังจากทั้ง 3 ได้ร่วมกันนำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ในกระบอกไม้อยู่ใต้ยุ้งฉางข้าวของนายคมศักดิ์ หรือนาย หรือหมา นิเวชรัมย์ ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านเพชร ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัวนายฉัตรชัย หรือไก่ เกตุแก้ว อายุ 31 ปี ชาว ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 31 เม็ด โดยนายฉัตรชัย หรือไก่ ให้การยอมรับสารภาพว่ายาบ้าที่ถูกจับกุมได้สั่งซื้อมาจากนายคมศักดิ์ หรือนาย หรือหมา ซึ่งเป็นบุคคลต้องโทษคดียาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการสอบสวนขยายผล โดยได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายคมศักดิ์ เมื่อเดินทางไปถึงพบแม่ของนายคมศักดิ์ แต่ไม่พบตัวของนายคมศักดิ์ ซึ่งแม่ของนายคมศักดิ์บอกว่านายคมศักดิ์ ลูกชาย ไปอยู่ที่บ้านของภรรยาที่บ้านเล็บเหยี่ยว ต.ชุมเห็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ มารดาของนายคมศักดิ์จึงพาเจ้าหน้าที่มาที่บ้านของภรรยานายคมศักดิ์ พบนายคมศักดิ์นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงขอเชิญตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมยังที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคมศักดิ์ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเคยเป็นบุคคลต้องโทษคดียาเสพติดมาก่อน และยังอยู่ระหว่างการพักโทษ โดยมี &amp;ldquo;กำไลอีเอ็ม&amp;rdquo; พันธนาการ (กึ่งอิสระ) นอกเรือนจำ สวมไว้ตลอดเวลาอยู่ที่ข้อเท้า โดยขณะพักโทษตนได้ติดต่อซื้อยาขายยาเสพติดกับชาวลาวมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย.64 เป็นต้นมา ครั้งละ 2 มัด หรือประมาณ 4,000 เม็ด ซึ่งตนจะให้ลูกน้องในหมู่บ้านเป็นผู้ไปเก็บเอายาบ้าที่มีผู้นำมาวางไว้ให้ตามจุดต่างๆ เมื่อเก็บมาแล้วนำมาให้ตนที่บ้าน จากนั้นตนก็จะแบ่งหน้าที่ให้ลูกน้องที่เหลือช่วยกันทำงาน และครั้งนี้ได้ใช้ให้นายทวีศักดิ์ หรือเจมส์ เป็นผู้ไปเก็บเอายาบ้ามาแล้วให้เอาไปเก็บไว้ เพื่อรอคำสั่งของตนว่าจะให้นำไปส่งให้กับลูกค้าคนไหนที่ไหนอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการสอบสวนขยายผล นายคมศักดิ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แบ่งกำลังเฝ้าระวังและซุ่มดูตามจุดต่างๆ ของหมู่บ้าน พบว่าที่บ้านพักของนายคมศักดิ์ พบตัวนายทวีศักดิ์ หรือเจมส์ กับนายสมรัก หรือนุก ซึ่งเป็นลูกน้องของนายคมศักดิ์ นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายคมศักดิ์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ ซึ่งนายทวีศักดิ์ ให้การยอมรับสารภาพว่าได้เป็นผู้ไปเก็บเอายาบ้าตามคำสั่งของนายคมศักดิ์ แล้วนำมาให้กับนายสมรักเก็บรักษาไว้อีกที โดยนายสมรักได้นำยาบ้าไปเก็บไว้ที่ใต้ยุ้งฉางข้าวของนายคมศักดิ์ซึ่งอยู่บริเวณท้ายหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวทั้ง 3 คนไปตรวจสอบที่ยุ้งฉางข้าวตามคำบอกดังกล่าว พบยาบ้าจำนวน 1 มัดกับอีก 4 ถุง รวมจำนวน 2,757 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามคำบอกจริง จึงควบคุมตัวทั้ง 3 คนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109709</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, คดียาเสพติด, ตำรวจ ปส., ยึดของกลาง, รวบหนุ่มค้ายาบ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคยติดคุกคดียาเสพติด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eedd2625a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลาย97เครือข่าย ยึดทรัพย์2.4พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผบ.ตร.นำทีมแถลงผลทลาย 97 เครือข่ายยานรก จับผู้ต้องหา 1.9 แสนคน ยึดทรัพย์คดียาเสพติดกว่า 2,400 ล้านบาท ล่าสุดกวาดล้าง 2 รายใหญ่ &amp;ldquo;จะฟู ทาปะ-นักบิน BMW&amp;rsquo; ยึดของกลางยาบ้า-ไอซ์ โทษถึงประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามขุดรากถอนโคน กดดัน ปูพรมไล่ล่า จับกุม ยึดทรัพย์สินขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการปราบปรามยาเสพติดปีงบประมาณ 2564 รอบ 6 เดือนที่ผ่านมา พบมีจํานวนคดียาเสพติดทั้งสิ้น 192,749 คดี ส่วนใหญ่จะเป็นคดีเสพ รองลงมาเป็นครอบครอง และครอบครองเพื่อจําหน่าย สามารถดําเนินคดีผู้ต้องหาได้ 193,604 คน เป็นเพศชายร้อยละ 89.6 เพศหญิงร้อยละ 10.4 ตรวจยึดยาเสพ ยาบ้า 301,056,263 เม็ด กัญชา 24,425.23 กิโลกรัม เฮโรอีน 2,747.30 กิโลกรัม ไอซ์ 19,875.02 กิโลกรัม เคตามีน 948.45 กิโลกรัม ยาอี 248,991 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.เผยว่า ล่าสุด บช.ปส.มีผลการจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ คดีแรก เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 5 ทหาร และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดของเครือข่าย &amp;ldquo;นายจะฟู ทาปะ&amp;rdquo; ได้บนถนนเลี่ยงเมืองสาธารณะบ้านแม่ฮ่าง-บ้านสันต้นหมื้อ ม.6 หน้าโรงอบข้าวไวเจริญค้าข้าว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 5,000,000 เม็ด ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยวางอยู่ที่ท้ายกระบะของกลาง เบื้องต้นแจ้งข้อหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1-5 ล้านบาท หรือประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 บช.ปส., เจ้าหน้าที่กลุ่มงานการข่าว บก.ชส.บช.ปส., ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู, สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ฉายา &amp;ldquo;นักบิน BMW&amp;rdquo; คือ นายเกียรติศักดิ์ หรือเป้ ศรีรัตนาวดี อายุ 30 ปี, นายอภิวัฒน์ หรือเอก แซ่ภู่ อายุ 35 ปี และนายอรุณศักดิ์ หรือเก่ง ศรีสุวรรณ์ อายุ 25 ปี ได้บนถนนสายศรีชมพู ชุมแพ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ต่อเนื่อง ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะลำเลียงยาเสพติดเพื่อส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล ตรวจค้นรถยนต์พบของกลางไอซ์ น้ำหนักประมาณ 99 กิโลกรัม เบื้องต้นแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1-5 ล้านบาท หรือประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เป้าหมายการทําลายเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาล สํานักงานตํารวจแห่งชาติสามารถทําลายเครือข่ายรายใหญ่ 97 เครือข่าย โดยยึดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดไว้เพื่อตรวจสอบเบื้องต้น เช่น สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน 153 รายการ มูลค่ากว่า 955 ล้านบาท รถยนต์ 880 คัน มูลค่ากว่า 478 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ 1,365 รายการ มูลค่ากว่า 85 ล้านบาท และอีกหลายรายการ รวมยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่ากว่า 2,404 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40 ของเป้าหมายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวต่อว่า ถึงแม้การเดินหน้าปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตํารวจ, ทหาร, ป.ป.ส., ปปง., DSI, สรรพากร และฝ่ายปกครอง จะเปิดปฏิบัติเชิงรุกอย่างหนัก แต่ปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในชุมชนและครอบครัวยังคงเห็นและเกิดเหตุคนที่เสพยาทําร้ายคนในครอบครัวอยู่เนืองๆ จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดทําโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน การบําบัดรักษา รวมไปถึงช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดแบบองค์รวมโดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสามารถดูแลผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน รวม 1,483 ชุมชน เพื่อให้ชุมชนทั่วประเทศนํารูปแบบไปเป็นแนวทางการปฏิบัติดูแลผู้เสพยาเสพติดได้อย่างเป็นระบบ ขอยืนยันการทําลายเครือข่ายยาเสพติดจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น หากพบเห็นการลักลอบหรือลําเลียงยาเสพติดแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103630</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, ผบ.ตร., ยึดของกลาง, ยึดทรัพย์, ยึดทรัพย์คดียาเสพติด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6772268797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;แพร่บทความ&#039;คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี ร.อ.ธรรมนัส : ใหม่ที่นี่ - เก่าที่อื่น? &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความ เรื่อง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดี ร.อ.ธรรมนัส : ใหม่ที่นี่ - เก่าที่อื่น ? ผ่านเว็บไซต์ไทยโพสต์ มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ไปเอาคำ &amp;ldquo;ใหม่ที่นี่ เก่าที่อื่น &amp;rdquo; มาจากไหน
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำที่อาโกเวลาเชียร์แขกขึ้นห้องกับผู้หญิง เขาก็มักจะรับรองว่า &amp;ldquo;ใหม่มากๆ &amp;rdquo;&amp;nbsp; แขกก็จะแซวกลับว่า &amp;ldquo;ใหม่ที่นี่ แต่เก่าที่อื่น&amp;rdquo; คือย้ายมาจากซ่องอื่นหรือเปล่า&amp;nbsp; คำพิพากษาคดี รอ.ธรรมนัส ก็โดนแซวอย่างนี้เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซวอย่างนี้ ได้ยังไง ครับ
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp; คือเขาคิดว่า ถ้าใครถูกฟ้องอาญา และได้ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมจนยุติ แล้วโดนพิพากษาลงโทษนั้น&amp;nbsp; เพียงเท่านี้มันก็แสดงว่ามีคุณสมบัติไว้วางใจให้ดูแลบ้านเมืองไม่ได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะถูกตัดสินโดยศาลออสเตรเลียหรือศาลไทยนั้น&amp;nbsp; ฝ่ายนี้เขาก็เห็นว่าไม่สำคัญ&amp;nbsp; เหมือนกับว่าถ้าหญิงบริการผู้ใดเก่าเป็นปีแล้ว&amp;nbsp; ก็ต้องถือว่า &amp;ldquo;เก่า&amp;rdquo;ตลอดไปไม่ว่าจะอยู่ซ่องไหนก็ตามนั่นเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอศาลรัฐธรรมนูญไทยมาวินิจฉัยว่าต้องให้ศาลไทยตัดสินเท่านั้น&amp;nbsp; ก็เลยถูกแซวเป็นอาโกไปเลย
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นแค่ตัวอย่างที่ใกล้ตัวเท่านั้น&amp;nbsp; ไม่ได้เจตนาลบหลู่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ จริงๆแล้ว มันเป็นความเห็นต่างในการตีความกฎหมายเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็มีเหตุผลของท่านอยู่นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเหตุผลที่ตรงไหน
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเริ่มจากการมองว่า&amp;nbsp; เรื่องขาดคุณสมบัตินักการเมืองเพราะต้องคำพิพากษาลงโทษอาญานี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเป็นการรับเอาคำพิพากษาต่างประเทศเข้ามามีผลบังคับในระบบกฎหมายของเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมันทำไม่ได้เพราะคำพิพากษานี้เป็นการใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น ศาลใครก็ศาลมัน คำพิพากษาใครก็คำพิพากษามัน&amp;nbsp; รัฐไทยจะไปยอมผูกพันด้วยไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วฝ่ายค้านเห็นต่างอย่างไร
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยู่ฝ่ายนี้ ผมมองว่าคดีนี้เป็นเพียงการวางมาตรฐานความไว้วางใจของสังคมไทยด้วยกฎหมายไทยเองเท่านั้นว่า&amp;nbsp; ถ้ามีคนโดนคำพิพากษาต่างประเทศลงโทษมาอย่างนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเพียงพอที่รัฐธรรมนูญไทยจะไม่ไว้วางใจหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งจะให้คำตอบอย่างไรก็เป็นอิสระตามดุลพินิจของเรา&amp;nbsp; หาใช่การยอมรับหรือไม่ยอมรับอำนาจรัฐอื่นแต่อย่างใดไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อห้ามที่ตัดสิทธิบุคคลนี่&amp;nbsp; จะตีความขยายกันได้ตามชอบเลยหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp; สิทธิเป็น สส. หรือเป็นรัฐมนตรีนี่ ไม่มีในกฎหมายไทยนะครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรามีสิทธิ์ที่จะกำหนดได้ตามเหตุที่เห็นสมควร&amp;nbsp; จะโดยเขียนเป็นกฎหมายให้ชัดเจนเลยก็ได้หรือโดยการตีความของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเดินมาทางนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วผมโดนศาลเขมรลงโทษฐานรุกล้ำพรมแดน แบบ คุณพนิต&amp;nbsp; สส.ประชาธิปัตย์ อย่างนี้ก็ต้องพ้น สส.พ้นรัฐมนตรีด้วยหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงเตลิดไปอย่างนั้นไม่ได้&amp;nbsp; ตรงจุดนี้ต้องถือเป็นช่องว่างทางกฎหมาย&amp;nbsp; ที่สามารถหาคำตอบจากการเทียบเคียงบทกฎหมายไทยต่างๆได้&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้ว ก็พบแนวทางที่เทียบเคียงจากประมวลกฎหมายอาญาได้ว่า
ความผิดนอกราชอาณาจักรนั้น กฎหมายไทยจะเอาเรื่องด้วยอำนาจอาญาก็แต่เฉพาะความผิดสำคัญๆ ที่เป็นอาญาแท้ๆเท่านั้น&amp;nbsp; เรื่องลอบเข้าเมือง แบบ สส.พนิต หรือหนีภาษี,ขับรถไม่มีใบอนุญาต, บุกรุกอุทยานฯลฯ เหล่านี้ แม้ถึงจำคุกได้แต่มันไม่ใช่อาญาแท้ เป็นเรื่องผิดเพราะกฎหมายห้ามเท่านั้น ที่กฎหมายอาญาไทยไม่ควรไปสนใจ&amp;nbsp; แนวทางตามกฎหมายอาญาที่กล่าวมานี้นี่เอง&amp;nbsp; ที่กฎหมายคุณสมบัตินักการเมืองของไทยก็ควรจะเทียบเคียงนำมาใช้อุดช่องว่างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีคุณธรรมนัส เป็นคดียาเสพติด กฎหมายอาญาไทยเอาเรื่องข้ามประเทศได้ไหม
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายอาญาเราเอาเรื่องคดียาเสพติดเฉพาะที่เป็นการค้าคือนำเข้าและจำหน่ายเท่านั้นครับ ถ้าเป็นครอบครองหรือเสพเราไม่ยุ่ง&amp;nbsp; ตรงนี้ถ้าจะอุดช่องว่างในคดีรัฐธรรมนูญตามแนวทางกฎหมายอาญาอย่างเช่นที่กล่าวมา ศาลรัฐธรรมนูญไทยต้องหาทางเอาสำเนาคำพิพากษาศาลออสเตรเลียมาเข้าสำนวนให้ได้ว่า คำพิพากษานี้ตัดสินลงโทษฐานใดกันแน่&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านได้หมายเรียกสำเนาคำพิพากษาจากคู่ความและปลัดกระทรวงต่างประเทศแล้วนี่ครับ แต่ไม่มีใครส่งให้เลย
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าถึงจุดนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ ออกหมายให้ทางการไทยขอตรงจากทางการออสเตรเลีย&amp;nbsp; โดยอ้างความผูกพันตามอนุสัญญาปราบปรามการค้ายาเสพติดประกอบไปด้วยได้เลย&amp;nbsp; เพราะทั้งเราและเขาเป็นสมาชิกด้วยกันทั้งคู่ ถ้าออสเตรเลียไม่ให้ เขาจะตกที่นั่งไม่เคารพอนุสัญญาไปในทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยแนวทางการใช้กฎหมายที่เห็นต่างกับศาลเช่นที่ลำดับมานี้&amp;nbsp; ก็เพียงพอที่จะวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พ้นตำแหน่ง สส.และรัฐมนตรีได้แล้วใช่ไหม
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าตีความแล้วอุดช่องว่างอย่างนี้ กฎหมายก็เปิดทางครบถ้วนแล้วครับ&amp;nbsp; เหลือแต่คำตอบทางข้อเท็จจริงต่อไปเท่านั้นว่า&amp;nbsp; ศาลออสเตรเลียลงโทษตามกฎหมายยาเสพติดฐานใด ใช่ฐานค้ายาคือนำเข้าและจำหน่ายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดนี้ เราจะมองความแตกต่างทางความคิดเห็น ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่างไรครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองแนวทางนี้ใช้กฎหมายด้วยนิติวิธีที่ต่างกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอในทางนิติศาสตร์แต่ศาลท่านมีอำนาจตามกฎหมายเราก็ต้องยอมรับยุติตามที่ท่านวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเห็นเสนอว่า ยังมีช่องทางร้องให้ ปปช.วินิจฉัยว่า เป็นเรื่องขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงแล้วส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง สส.และรัฐมนตรีได้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าช่องทางนี้เดินไม่ได้นะครับ&amp;nbsp; เพราะการกระทำผิดที่จะกล่าวหากันนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นในขณะดำรงตำแหน่งแต่อย่างใด มันเกิดเป็นคดีมานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปแล้วคดีไม่มีทางไปทางไหนได้อีก
ตอบ&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนาจตรวจสอบของศาลและองค์กรอิสระไม่มีแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่รู้จะร้องใครได้แล้ว เหลือแต่อำนาจของผู้รับผิดชอบทางการเมืองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาทำอะไรได้หรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวนายกรัฐมนตรีเองนั้น มีอำนาจหน้าที่สอบสวนในทางบริหารอยู่แล้วเพราะเป็นคดียาเสพติด ที่มีระเบียบสำนักนายกฯ กำหนดเป็นหน้าที่ผู้บังคับบัญชาไว้ชัดเจนว่าอยู่เฉยไม่ได้&amp;nbsp; ถ้าสอบแล้วได้ความว่าเป็นคำพิพากษาลงโทษฐานค้ายา&amp;nbsp; ตรงนี้นายกฯก็ต้องปรับบุคคลนี้ออกจากรัฐมนตรี&amp;nbsp; ส่วนพรรคต้นสังกัด ก็ต้องมีมติให้พ้นจากพรรคแล้วหลุดจาก สส.ตามไปด้วย ทั้งหมดนี้ทำได้ทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าจะรู้จักถูกผิด รู้จักรับผิดชอบหรือไม่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉยลูกเดียวหรือหลายลูกอย่างนี้มันเริ่มจะรับไม่ไหวกันแล้วนะครับท่านครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102068</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, ศาลออสเตรเลีย, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088f4aebe90d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำคุก &#039;เบนซ์ เรซซิ่ง&#039; คดีฟอกเงิน-ยาเสพติด เป็น 36 ปี 8 เดือน ปรับกว่า 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีฟอกเงินยาเสพติด หมายเลขดำ อย.2201/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถชื่อดัง, นายสรรเสริญ หรือเน็ต รสานนท์ ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี, น.ส.อังสุพร หรืออุ้ม อินา ภูมิลำเนา จ.น่าน ซึ่งทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานฟอกเงินและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60 และสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 6, 10, 14 และ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2560 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อต้นเดือน พ.ย.2559 -2 ก.พ.2560 จำเลยทั้งสาม กับนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ อย.2187/2560, อย.1883/2560, อย.1257/2560 ของศาลอาญา, นายชัยวัฒน์ หรือแป๊ะ ชูสาย จำเลยคดียาเสพติดซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้วคดีหมายเลขแดง อย.1679/2560 กับนายนพ หรือบาส รัตนวิสุทธิ์ จำเลยคดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.838/2560 ของศาลอาญา พวกที่หลบหนีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดยาไอซ์และยาบ้าที่เป็นยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้าและเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด รวมทั้งจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติดที่นายณัฐพลหรือบอย กับพวกเป็นผู้จัดหายาเสพติดและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง ซึ่งวันที่ 26 พ.ย. 2559 เจ้าพนักงานได้จับกุม นายนพหรือบาส กับพวกได้พร้อมของกลางยาบ้า 140,000 เม็ด และยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว น้ำหนัก 19 กก.เศษ โดยนายณัฐพลได้โอนเงินที่กระทำเกี่ยวกับยาเสพติดผ่านบัญชีธนาคารบุคคลอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายอัครกิตติ์, นายสรรเสริญ และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 1-3 เปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งได้มีการจัดการรับฝากเงินและโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารชื่อนายอู๋ ปังโอฬารภาวะกุล, นายสุวัฒน์ พวงมาลี ที่เป็นเครือข่ายของนายณัฐพล เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินซึ่งเป็นการช่วยเหลือให้นายณัฐพลกับพวกไม่ต้องรับโทษ โดยระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2557 &amp;ndash; 1 ก.พ. 2560 มีการโอนและรับโอนเงินตามคำสั่งของนายณัฐพล รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547 บาท โดยยังมีการโอนเงิน ซึ่งนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้รับจากนายณัฐพลไปซื้อรถลัมโบกินีและรถจักรยานยนต์ราคาแพงด้วย เหตุเกิดที่แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม, แขวงจอมทอง เขตจตุจักร, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, เขตจตุจักร, แขวง-เขตดินแดง กทม. เกี่ยวเนื่องกับ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายสรรเสริญและ น.ส.อังสุพร สามีภรรยา จำเลยที่ 2-3 ให้การรับสารภาพฐานฟอกเงินในชั้นพิจารณา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2561 ให้จำคุกนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม.5, 60 และให้ยกฟ้องข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และ พ.ร.บ.มาตรการในการป้องกันและปรามยาเสพติดฯ ส่วนนายสรรเสริญ และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2-3 ให้จำคุกฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด และฐานร่วมกันฟอกเงิน &amp;nbsp;คนละ 8 ปี, ฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกฐานฟอกเงินคนละ 4 ปี และฐานสมคบกันทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้จำคุกอีกคนละ 20 ปี ปรับคนละ 400,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 2-3 ทั้งสิ้น คนละ 24 ปี ปรับคนละ 400,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับประกันตัวเดินทางมาฟังคำพิพากษา ส่วนนายสรรเสริญ จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 ที่ถูกคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวมาฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานสนับสนุนและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิด ให้จำคุกตลอดชีวิต ปรับ 5,000,000 บาท ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ให้จำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงรวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 36 ปี 8 เดือน ปรับ 3,333,333.33 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2-3 ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ให้จำคุกคนละ 5 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานสนับสนุนและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 2-3 รวมคนละ 22 ปี 6 เดือน ปรับคนละ 400,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังจำเลยทั้งสามคนละเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ได้เพิ่มโทษนายอัตรกิตติ์ ตัวนายอัครกิตติ์มีสีหน้าเศร้า แต่ยังยิ้มและสวมกอดมารดา พร้อมบอกว่า โทษสูงขนาดนี้คงไม่ได้ประกัน ไม่เป็นไร ยังเหลือสู้คดีอีกหนึ่งศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92717</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดียาเสพติด, ศาลอาญา, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6024c9db9193f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดใจ&#039;แพท พาวเวอร์แพท&#039;ในวันพ้นโทษ หลังถูกจำคุกเกือบ 17 ปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง สำหรับอดีตนักร้องดัง แพท พาวเวอร์แพท หรือ วรยศ บุญทองนุ่ม ที่ถูกต้องโทษจำคุย 50 ปี ในคดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ (ยาอี) แต่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำเจ้าตัวได้ประพฤติดี ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครับจนได้เป็นนักโทษชั้นดีเยี่ยม และได้รับการลดโทษมาเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งวันนี้ ( 4 มค 64) หนุ่มแพทก็พ้นโทษ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังจากถูกจำคุกมาเป็นเวลา 16 ปี 6 เดือน โดยแพทเปิดใจว่าหลังจากนี้จะขอบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ และจะกลับมาลุยงานเพลงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและก็รู้สึกสำนึกในพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมากเลยนะครับ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานอภัยโทษให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ ในครั้งนี้ ซึ่งท่านทรงเห็นความสำคัญของผู้ต้องราชทัณฑ์ว่าเป็นพสกนิกรของพระองค์ท่านไม่แพ้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งตรงนี้ทำให้ผมทราบซึ้งใจมากนะครับที่ท่านทรงได้ให้โอกาส ให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กลับตัวเป็นคนดี ให้โอกาสได้กลับไปดูแลครอบครัว ให้โอกาสให้ไปพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคม&amp;nbsp; สร้างคุณประโยชน์ให้สังคมต่อไป ผมรู้สึกทราบซึ้งมาก และจะรักษาโอกาสที่ได้รับครั้งนี้ไว้เทียบเท่าชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอกาสไม่ได้มีบ่อย เพราะฉะนั้นผมจะมุ่งมั่นทำแต่ความดี แล้วก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จะทำแต่สิ่งที่ดี รวมถึงจะช่วยป้องกัน รณรงค์เรื่องยาเสพติดด้วย แล้วก็จะไม่ทำผิดกฎหมาย ผมเองได้ทำการปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และผู้แทนพระองค์ในวันนี้ก่อนออกมาแล้ว&amp;nbsp; ว่าผมจะไม่ทำผิดกฎหมายอีกต่อไป ผมอาจจะเคยมีส่วนที่ทำร้ายสังคมนะเมื่อในอดีต ถึงเวลาผมได้โอกาสต่อไปผมจะชดให้ต่อสังคม มันเป็นช่วงโอกาสที่ผมจะชดใช้ให้กับสังคมแล้วก็ครอบครัวด้วยนะครับ กลับไปดูแลครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (คิดไหมว่าจะได้พ้นโทษเร็วกว่ากำหนด) ไม่คิดเลย เพราะว่าจากที่ผมคำนวณช่วงที่ผมอยู่ข้างใน คิดว่าอย่าน้อยต้องมีอีก 2 ปี คือไม่เคยมีประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ผมอยู่ในเรือนจำมาว่าจะมีพระราชทานอภัยโทษติดๆ กันถี่ขนาดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือว่าพระองค์มีพระเมตตาให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์อย่างสูงเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (วินาทีแรกที่ได้เจอครอบครัว) มันพูดยากครับ มันมีหลายความรู้สึกมาก มันเหมือนวันที่เราฝันตลอด เกือบ 17 ปี เราฝันถึงวันนี้มาตลอด แต่สิ่งที่เราฝันมันอาจจะไม่ตรงกับภาพที่เราเห็นร้อยเปอร์เซน แต่ความรู้สึกมันใกล้เคียงมาก แล้วก็ดีใจ หลายๆ คนที่มารอรับ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คุณพ่อคุณแม่เองหรือแม้กระทั่งพี่เท็ดดี้ หรือทางพี่ๆ เพื่อนๆ ยังรู้สึกว่าทุกคนอ้าแขนรับเรา อุบอุ่นมากวันนี้ แล้วก็ตื้นตันใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ น่าจะเป็นวันที่ผมจะจดจำไปจวบจนวันตายก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (เมื่อคืนนอนหลับไหม) จริงๆ ผมหลับๆ ตื่นๆ มาตั้งแต่รู้ว่ามีพระราชทานอภัยโทษแล้ว แต่ว่าช่วงหลังๆ มา 14-15 วันหลังมาผมได้เข้าอบรมโครงการโคกหนองนา ซึ่งเป็นโครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงพระราชทานให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ เป็นหนึ่งในการอบรมผู้ต้องขังก่อนปล่อยพ้นโทษ ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้มีการนำหลักสูตรโคกหนองนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้แก่ผู้ต้องขัง เกี่ยวกับเรื่องทำเกษตรทฤษฏีใหม่ การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เกี่ยวกับการดำรงชีวิตอยู่ด้วยตนเองกับการเกษตรในพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ และได้ลงพื้นที่จริง ตั้งแต่การขุดหนอง ทำโคก ทำนา ทุกอย่างได้ลงมือเองหมดกับเพื่อนพี่น้องที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษอีกประมาณ 200 กว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (วินาทีที่ก้มกราบพ่อแม่) ตอนเจอก็พูดไม่ออก คือก่อนหน้านี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะกราบเท้าขอโทษท่าน แต่ตอนที่อยู่ข้างในผมไม่เคยทำเลยนะ ในชีวิตไม่เคยทำ ผมก็คิดว่าจะกล้าทำไหม ผมคิดในใจนะ แล้วยิ่งมีสื่อมาจับจ้องผมจะกล้าทำไหม แต่พอถึงเวลาจริงๆ ผมไม่คิดเลยพี่ เป็นสิ่งที่ผมคิดมาตลอด อยากขอโทษท่านด้วยที่มีส่วนทำให้ครอบครัวลำบากในช่วงเวลา 16-17 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่รู้นะว่าทุกๆ คนในครอบครัวเขาไม่ได้รู้สึกลำบากกับการมาดูแลเราในนี้เลย แต่เราเป็นลูกชาย แล้วก็เป็นลูกชายคนเดียว มันใช่เรื่องเหรอที่โตอายุขนาดนี้แล้วยังให้ท่านมาดูแลอยู่ พ่อกับแม่เขาบอกว่าไม่ต้องร้องไห้ กลับมาอยู่ด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (แม่แอบมีน้ำตา) คุณแม่ท่านเป็นคนเซนซิทีฟเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เมื่อตอนผมเข้าไปในเรือนจำ มีเรื่องใหม่ๆ ช่วงปีสองปีแรกแกไม่สามารถที่จะกลั้นน้ำตาได้เลยสักครั้งเดียว จนพ่อต้องคอยเบรกว่าเดียวแพทเขาจะไม่สบายใจนะเวลามาเยี่ยม เขาก็พยายามไม่ร้อง ซึ่งเขาก็ทำได้ดีนะ ช่วงหลายปีมาเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เวลามาเยี่ยมก็คุยแต่เรื่องดีๆ กัน (วันนี้แพทร้องไห้เอง) ปกติผมไม่ใช่คนแบบนี้นะ แต่วันนี้มันเป็นวันที่ผมรอคอยมาตลอดเวลา มันเป็นวันที่เหมือนได้เกิดใหม่ แล้วก็ยิ่งได้รู้ว่าสังคม เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน พร้อมที่จะอ้าแขนรับ มันรู้สึกเกินคาดที่เราคิดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (จากนี้วางอนาคตตัวเองยังไง) ผมว่าผมต้องวางแผนชีวิตอีกเยอะ มากๆ เลย เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาจนถึงวันนี้เกือบ 17 ปี ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ผมจะต้องเก็บเกี่ยวข้อมูลแล้วก็ค่อยๆ ศึกษาการใช้ชีวิตในปัจจุบันไป เรื่องการปรับตัวผมไม่กังวลเท่าไหร่ ผมเชื่อว่าเดี๋ยวทางคุณพ่อพี่ๆ น้องๆ คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ผมแน่นอน เท่าที่ทราบมาจากพี่สาวหรือคนรอบข้างเขาบอกว่าการใช้ชีวิตใจสังคมปัจจุบันต้องระวังหลายอย่างมาก ผมต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ต้องเชื่อฟังเขา หลังจากเป็นเด็กดื้อมานาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมว่าทุกอย่างมันมีทั้งสองด้าน ถ้าผมไม่เข้าไปอยู่ในเรือนจำผมอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้มั้ง เพราะว่าผมใช้ชีวิตเสี่ยงมากนะครับเมื่อตอนช่วงวัยรุ่น คือใช้ชีวิตไม่ต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้เลย พอมาอยู่นี้มันเลยเหมือนความโชคดีบนความโชคร้าย ผมว่ามันมีคุณค่าต่อชีวิตผมมาก ถ้าลงในรายละเอียดลึกๆ ว่าผมได้อะไรคงต้องคุยกันยาวมากเดี๋ยวไว้โอกาสหน้าถ้าผมพร้อม ผมเริ่มปรับตัวกับสังคมได้แล้ว ผมพร้อมที่จะมานั่งสัมภาษณ์กับแบบยาวๆ&amp;nbsp; ลงลึกในรายละเอียด ผมค่อยนัดพี่ๆ มาคุยกันใหม่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (แฟนๆ อยากเห็นกลับมาร้องเพลง) เรื่องเพลงมันเป็นชีวิตของผมอยู่แล้ว ผมอยู่ข้างในผมเขียนเพลงไว้เยอะมาก แล้วผมก็รอโอกาสที่จะมาพรีเซนต์ให้กับทุกๆ คนฟังด้วย &amp;nbsp;แล้วก็เรื่องการพัฒนาดนตรีที่ผมรักคือทำอยู่ตลอดเวลา มีการวางแผนทำอยู่ตลอดเวลา ซึ่งงานเพลงได้ฟังแน่นอน แล้วได้มีการคุยกับเปรม มือเบสของพาวเวอร์แพทคร่าวๆ ตอนที่เขามาเยี่ยม รวมถึงเมื่อกี้นี้ด้วย คือมีโอกาสอย่างมากที่จะกลับมารวมตัวกันแล้วทำเพลงใหม่ แต่มันอาจจะไม่ใช่เป้าหมายแรกที่จะทำ &amp;nbsp;อันนี้ต้องคิดแล้วก็วางแผนก่อน แต่เป้าหมายแรกจริงๆ ที่ผมตั้งใจไว้ผมจะบวชให้แม่ แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88771</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, นักร้อง, พาวเวอร์แพท, พ้นโทษ, วรยศ บุญทองนุ่่ม, แพท วรยศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2b3f2cceb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักค้ายาบ้าน้ำตาร่วง ตร.จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ สั่งเค้กให้อวยพรวันเกิดแฟนสาว สัญญาจะไม่ทำผิดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หลังห้องทำงาน (เซฟเฮ้าส์) ตร.ชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ตรัง ขณะที่ ร.ต.อ.ศิวกรณ์ แป้นไทย รอง รอง หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง และกำลังในชุดได้จัด &amp;quot;บิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;quot; สั่งเค้กวันเกิดให้กับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;น้องฝน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นภรรยาของ นายวีระ เหมือนจิตต์ หรือ &amp;quot;ไอ้บ่าว เขาไพร&amp;quot; อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง ผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกจับบริเวณทางโค้งริมถนนสายเลี่ยงเมืองตรัง-ทุ่งสง หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ขณะขับรถมาส่งยาบ้าให้กับสายลับ พร้อมด้วยยึดของกลางยาบ้า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มัด จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;เม็ด โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ&amp;nbsp;IPhone&amp;nbsp;สี เทา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง แฟลชไดร์ฟ จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อัน (คลิบ&amp;nbsp;vdo&amp;nbsp;ติดต่อซื้อขายยาบ้า) ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปฎิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตร.ชปส.ภ.จว.ตรัง ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.สิทธินันท์ สังฆพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้สั่งการให้ ตร. ชปส.ภ.จว.ตรัง นำทีมโดย พ.ต.ท.อพิเชฐ จิตอักษร หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง ร.ต.อ.ศิวกรณ์ แป้นไทย รอง รอง หน.ชปส.ภ.จว.ตรัง และกำลังในชุดร่วมกับ ชปส.กก.9&amp;nbsp;บก.รน. เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัด ต.ง.(ท.)เจ้าหน้าที่ ศป.ปส.ทรภ.3 (ศูนย์ปฏิบัติการข่าวป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทัพเรือภาคที่&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ อ.เมืองตรัง อ.ห้วยยอด และ อ.รัษฎา จ.ตรัง ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21-24&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;จับกุมผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย และ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย คือ นายวีระ หรือไอ้บ่าว ยึดของกลางยาบ้ารวม&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;เม็ด กัญชาและเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง พร้อมนี้ทำการยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;630,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.ศิวกรณ์ หรือผู้กองเรย์ กล่าวว่า จัดวันเกิดให้แฟนของผู้ถูกจับคดียาบ้า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;เม็ด เริ่มจากเรื่องจากตนได้ยินผู้ต้องหาจับคุยกับแฟนว่า &amp;ldquo;ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่เป่าเค้กให้ในวันเกิด และไม่รู้เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้เป่าเค้กอวยพรวันเกิดอีก ถ้าออกมาจากคุก แล้วแฟนสาวยังรอตัวเองอยู่สัญญาว่าจะอยู่เป่าเค้กวันเกิดให้ทุกๆปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาบอกว่า นึกไม่ถึงว่าจะมีโอกาสแบบนี้ผู้ต้องหาค้ายาได้เป่าเค้กอวยพรวันเกิดแฟนในสถานที่แบบนี้ ท่ามกลางสถานการณ์บรรยากาศเช่นนี้ และคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์สุดประทับใจครั้งนี้ขึ้นมา ผู้ต้องหาต่างซาบซึ้งร้องไห้สวมกอดและหอมแก้มภรรยา บอกภรรยาขอให้มีความสุข ต่อไปจะไม่ทำผิด ขอให้มีแต่ความสมหวัง มีเรื่องอะไรทำให้ท้อแท้อย่าท้อ ให้สู้น่ะ และกล่าวขอบคุณ ตร.ชุดจับกุมทั้งน้ำตานองหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.ศิวกรณ์ กล่าวว่าในระยะเวลาที่ตนได้เข้ามารับตำแหน่งชุดปราบปรามยาเสพติด หรือชุด ชปส.นั้น ได้มีการจัดเซอร์ไพรส์อวยพรวันเกิดให้กับผู้ถูกจับมาโดยตลอด ในระหว่างที่ทำการบันทึกจับกุม เปิดประวัติผู้ต้องหา เมื่อพบว่าเป็นวันเกิดก็จะซื้อเค้กมาอวยพร&amp;nbsp;อย่างน้อยเพื่อสร้างความรู้สึกดีๆกลับไป ถึงแม้ว่าเขาต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าเป็นจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้วที่จะทำอะไรด้วยใจจริง ประกอบกับทางผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ได้กำชับตลอดว่าต้องทำหน้าที่ภายใต้กฎหมาย มีความเมตตา เอื้ออาทรแก่ผู้ที่ถูกจับ หลังจากคลิปปรากฏออกไปผู้บังคับบัญชาก็สบายใจ เพราะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตำรวจ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, จังหวัดตรัง, บิ๊กเซอร์ไพรส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97b29e217b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
