<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงเป๊ป&#039;พาไปส่องคำวินิจฉัยยุบไทยรักษาชาติ ก่อนศาลรธน.ชี้ชะตาอนาคตใหม่คดีล้มล้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63- &amp;nbsp;เพจข่าว เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ - Sermsuk Kasitipradit ของผู้สื่อข่าวอาวุโส โพสต์ข้อความระบุว่าช่วงสายวันนี้ชัดเจนคำวินิจฉัยของศาลรธน.ต่อคำร้องของดร.ณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษากฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งยื่นคำร้องให้ศาลรธน.เดือนพ.ค. 62 ให้พิจารณายุบพรรคอนค.ตามพรป.พรรคการเมือง ม.92(2) มีโทษยุบพรรค หากพบว่า&amp;quot;มีการกระทำอันอาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิแคะสถานการณ์จากทั่วราชอาณาจักร นักนิติศาสตร์และนักมโนหลายสนข. มีมุมมองที่หลากหลายในเรื่องดังกล่าว ส่วนหนึ่งเชื่อว่าคำร้องในเรื่องนี้โทษไม่ถึงยุบพรรค และเห็นว่ากกต.เท่านั้นที่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคตามพรป.พรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผู้ร้องเห็นว่าการที่ศาลรธน. ซึ่งรับพิจารณาคำร้องเมื่อวันที่ 19 ก.ค.62 ด้วยมติ 5-4 เป็นการยอมรับผู้ร้องมีสิทธิ์ยื่นคำร้องให้พิจารณายุบพรรคจากการกระทำอันอาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากศาลรธน.เห็นว่าเราไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องยุบพรรค ก็น่าจะไม่รับคำร้องยุบพรรคด้วยมติเสียงข้างมาก&amp;quot; ดร.ณฐพร ให้ความมั่นใจในคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรธน.ในช่วงสายวันนี้น่าจะไปในทิศทางที่ได้ร้องขอให้พิจารณายุบพรรค และถอดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ณฐพร ยังเชื่อว่าพฤติกรรมการกระทำและการแสดงออกของแกนนำพรรคอนค. ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีลักษณะที่อาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครอง มากกว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอบุคคลภายนอกเป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงต้นเดือนกพ.2562 พร้อมกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรธน.ในเรื่องดังกล่าว ที่เห็นว่าต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม หลังพบการกระทำที่&amp;quot;อาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครอง&amp;quot;เพื่อไม่ให้เชื้อไฟปะทุคุโชนลามไหม้เป็นไฟกองใหญ่ เป็นมหันตที่ภัยร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงแม้กฎหมายจะไม่ได้บัญญัตินิยามศัพท์คำว่าล้มล้าง และ ปฏิปักษ์ ไว้แต่ทั้ง ๒ คำนั้นก็เป็นคำในภาษาไทยธรรมดาที่มีความหมายตามที่ใช้และรู้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งศาลย่อมรู้ได้เองว่าล้มล้างหมายถึง การกระทำที่มีเจตนาเพื่อทำลาย หรือล้างผลาญให้สูญสิ้นสลายหมดไป ไม่ให้ธำรงอยู่หรือมีอยู่ต่อไป ส่วนคำว่า ปฏิปักษ์ นั้นไม่จำเป็นต้องรุนแรงถึงขนาดมีเจตนาจะล้มล้างทำลายให้สิ้นไปทั้งยังไม่จำเป็นต้องถึงขนาดตั้งตนเป็นศัตรูหรือเป็นฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เพียงแค่เป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการขัดขวางหรือสกัดกั้นมิให้เจริญก้าวหน้า หรือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลเป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลายจนเกิดความชำรุดทรุดโทรมเสื่อมทรามหรืออ่อนแอลงก็เข้าลักษณะของการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับประเด็นเรื่องเจตนานั้น เมื่อมมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๒) บัญญัติชัดเจน เพียงแค่อาจเป็นปฏิปักษ์ก็ต้องห้ามแล้ว หาจำต้องมีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือต้องรอให้ผลเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้นจริงเสียก่อนไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นมาตรการป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่อาจจะเกิดแก่สถาบันหลักของประเทศไว้ก่อน อันเป็นรัฐประศาสโนบายที่จำเป็นเพื่อดับไฟใหญ่ไว้แต่ต้นลม มิให้ไฟกองเล็กกระพือโหมไหม้ลุกลามขยายไปจนเป็นมหันตภัยที่มิอาจตานทานได้ในวาระต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนึ่งบทบัญญัติในมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๒) ที่ว่าอาจเป็นปฏิปักษ์นั้น ในทางกฎหมายเป็นเงื่อนไขทางภววิสัย กล่าวคือ ไม่ขึ้นกับเจตนาหรือความรู้สึกส่วนตัวของผู้กระทำว่าจะเกิดผลเป็นปฏิปักษ์จริงหรือไม่ หากแต่ต้องดูตามพฤติการณ์และการกระทำนั้นๆ ว่าในความคิดของวิญญูชนหรือคนทั่วๆ ไปจะเห็นว่าการกระทำดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดการเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ เทียบได้กับกรณีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖ ที่ว่ำ &amp;quot;น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง&amp;quot; นั้น ศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานมั่นคงไว้ว่า การพิจารณาว่าถ้อยคำหรือข้อความใดจะเป็นการใส่ความผู้อื่น จนทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกและความเข้าใจในถ้อยคำหรือข้อความนั้นของวิญญูชนโดยทั่วไปเป็นเกณฑ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจฉัยของศาลรธน.กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ไม่มีฟื้น ด้วยประการละฉะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55095</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, ยุบพรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, เพจข่าวเสริมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e13d84bb509c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จาตุรนต์&#039;ป้อง&#039;ปิยบุตร&#039;อ้างคดีหมิ่นศาลขวางส้มหวานตั้งรัฐบาล บิดเบือนเจตนารมณ์ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 &amp;nbsp;เม.ย.62- นายจาตุรนต์ &amp;nbsp;ฉายแสง แกนนำอดีตพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า การดำเนินคดีอ.ปิยบุตรเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีกับอาจารย์ปิยบุตรในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่เห็นต่างจากคสช.และรัฐบาล ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นจำนวนมากเท่านั้น แต่การดำเนินคดีครั้งนี้ยังมีความหมายมากว่านั้นอีกมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นก็คืออาจารย์ปิยบุตรเป็นผู้ที่กำลังได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นเลขาธิการพรรคการเมืองที่กำลังร่วมกับพรรคการเมืองอีกที่มีแนวโน้มจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเป็นการกลั่นแกล้งบุคคลไม่ให้ได้รับความเป็นธรรมจากการบังคับใชกฎหมาย แต่ยังเป็นการพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองต่างๆที่มีแนวโน้มจะได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล เท่ากับเป็นการพยายามบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่รว่มกันแสดงออกในการเลือกตั้งเมือวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่บุคคลมีความเห็นต่างจากคำพิพากษาของศาล หากวิจารณ์อย่างเหมาะสมย่อมกระทำได้ หากอ่านแถลงการณ์ฉบับนี้ด้วยใจเป็นธรรมแล้วก็จะพบว่าแถลงการณ์ฉบับนี้มีเนื้อหาเป็นการวิเคราะห์วิจารณ์กระบวนการทางการใช้กฎหมายกับการเมืองในภาพรวมในหลายปีที่ผ่านมา เป็นการแสดงความเห็นในทางอุดมการณ์และหลักการ ด้วยความรู้ความเข้าใจทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังได้มีข้อเสนอที่เป็นทางออกแก่สังคมได้แก่การแก้รัฐธรรมนูญและการออกเสียงเลือกตั้งซึ่งเป็นวิธีการหรือกระบวนการที่สอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยทุกประการ หาได้เป็นการวิจารณ์การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติโดยตรงหรือโดยเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องฝ่าฝืนพรบ.คอมพิวเตอร์ซึ่งหมายถึงการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นการปลุกปั่นยุยงให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงหรือเกิดความตื่นตระหนกนั้น ก็คล้ายกับการตั้งข้อกล่าวหาแบบเดียวกันนี้กับผู้เห็นต่างจำนวนมากคือไม่มีมูลอะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้มาจากแถลงการณ์ฉบับเดียว ใครๆก็หาอ่านได้ ในแถลงการณ์นี้ในเรื่องข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเท็จ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการแสดงความเห็นซึ่งจะว่าเท็จหรือจริงไม่ได้ มีแต่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเท็จ ที่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่คือแถลงการณ์ฉบับนี้เสนอให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อไปสู่ทางออกในการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย จึงไม่มีอะไรเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนกหวาดกลัวอะไรได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีข้อน่าสงสัยว่าในการตั้งข้อหาทั้งสองโดยเฉพาะข้อหาหมิ่นศาลนั้น เป็นการเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่เจ้าหน้าที่คสช.มาผู้แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี เพราะเป็นที่ปรากฏอยู่เสมอว่าเจ้าหน้าที่คสช.มักนำเรื่องที่ไม่มีมูลไม่มีพยานหลักฐานหรือไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมใดๆมากล่าวโทษผู้เห็นต่างกับคสช.หรือนายกรัฐมนตรีอยู่เนืองๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และก็มักปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มักไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อนหรือบางครั้งสอบสวนแล้วไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอแต่ก็ต้องฟ้องไปก่อนเนื่องจากผู้ที่มาแจ้งความได้รับคำสั่งมาจากคสช. ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าขณะนี้หัวหน้าคสช.เองก็เป็นผู้ที่กำลังแข่งขันที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33968</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, คดีหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ, คสช., จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cb90829b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แทงใจดำ!&#039;จอม&#039;ซัดอดีตทษช.ไม่รู้สึกรู้สาปล่อยคสช.เล่นงาน&#039;ปิยบุตร&#039; ถามต้องรอคำสั่งจากคนแดนไกลหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.62 - จอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ลี้ภัยในอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ประเด็น อ.ปิยบุตร โดนข้อหาหมิ่นศาล..ถามหาสปิริตจาก&amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; โดยระบุรายละเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ถูกฝ่ายกฎหมาย คสช. ฟ้องข้อหา หมิ่นศาลและความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ กรณีอ่านแถลงการณ์ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยเปลี่ยนจากหมายเรียก เป็น ผู้ต้องหานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสงสัยว่า ..อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ตั้งแต่ผู้บริหารพรรค ไปจนถึงสมาชิกพรรค ไม่รู้สึก รู้สา อะไรกันบ้างเหรอ ... อ.ปิยบุตร แสดงน้ำใจอย่างกล้าหาญในการออกมายืนหยัดต่อสู้กับอำนาจอันป่าเถื่อนของ เผด็จการ คสช.เพื่อปกป้องความถูกต้องชอบธรรมให้กับพรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สุดท้าย อ.ปิยบุตร กลับถูกเล่นงานจากอำนาจเผด็จการคสช. ถามจริง ๆ เหอะ หัวจิตหัวใจของ บรรดาผู้บริหาร และอดีตส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ทำด้วยอะไรเหรอ ถึงนิ่งดูดายอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะบอกว่า เร็วเกินไปที่จะแสดงท่าที .. หรือจะต้องรอฟังสัญญาณคำสั่งจาก &amp;ldquo;คนแดนไกล&amp;rdquo; กันก่อน ...? หรือจะทำให้ ฝ่ายประชาธิปไตยตาสว่างได้อีก กับพรรคการเมืองในเครือข่าย &amp;ldquo;ชินวัตร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เข้าไปโพสต์ชี้แจงแทนพรรคไทยรักษาชาติว่า &amp;quot; โบว์คิดว่าท่าทีของการทวงถามแบบนี้ไม่น่าจะเป็นธรรม คุณจาตุรนต์แสดงความเห็นตลอดแทบทุกกรณี แล้วตอนนี้พรรคก็ไม่มีแล้ว การแสดงความเห็นในนามพรรคย่อมไม่เกิดขึ้น แต่การแสดงความเห็นส่วนตัวมีตลอดรวมถึงกรณีล่าสุดของคุณธนาธร ถ้าจะทวงกันไปทวงกันมา บรรยากาศคงแย่แน่ค่ะ เพราะหลายกรณีที่พรรคการเมืองอื่นถูกกระทำอย่างหนัก อนาคตใหม่ก็ไม่ได้แสดงออกใดๆ ซึ่งทุกคนก็ย่อมมีเหตุผลสำหรับแต่ละกรณี&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33346</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, คนแดนไกล, จอม เพชรประดับ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, สปิริต, หมิ่นศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad497134274.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสาร&#039;ตอกย้ำศึกเลือกตั้งต่อสู้ระหว่าง&#039;ฝ่ายทักษิณาธิปไตย&#039;กับ&#039;ฝ่ายไม่เอาทักษิณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มี.ค.62-นายประสาร มฤคพิทักษ์ &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความ เรื่อง ทักษิณาธิปไตย มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่บรรดาคนสำคัญของพรรคไทยรักษาชาติแถลงว่าจะเปิดปราศรัยใหญ่ 4 เวที 4ภูมิภาค ทำภารกิจ&amp;rdquo;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo;หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติเพราะเหตุ&amp;rdquo;มีการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นัยว่าการปราศรัยนี้เพื่อชี้ให้สังคมเห็นถึงเภทภัยของการสืบทอดอำนาจของ คสช.ขณะเดียวกันต้องการตีฆ้องว่าตนเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่กำลังทำศึกกับฝ่ายเผด็จการในการเลือกตั้งครั้งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเสนอแง่คิดว่าใช่หรือไม่ที่เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปรากฏการณ์ดึงฟ้าต่ำเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ที่กลายเป็นคืนนั้นสวรรค์ล่ม เพราะเป็น&amp;rdquo;การกระทำมิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;rdquo;ตามพระราชโองการนั้น ใครๆก็เข้าใจดีว่าเป็นฝีมือของคนแดนไกลที่หวังจะอาศัยเป็นเส้นทางกลับสู่ประเทศอย่างไร้มลทิน โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อนึกถึงว่าคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยบางคนฝันหาวันคืนที่จะพาทักษิณกลับบ้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับล่าสุดที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ประกาศว่าต้องการความเป็นธรรมให้คุณทักษิณได้กลับมาสู่การพิจารณาคดีใหม่โดยผู้พิพากษาชุดใหม่ซึ่งคุณธนาธร ไม่ยอมชี้ว่าเนื้อหาแห่งการวินิจฉัยคดีใดที่พิพากษาไปแล้วไม่ถูกต้องตามหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างไรและคุณทักษิณนั้นเองเป็นผู้ตัดสินใจที่จะหนีคดี และไม่มีใครคนใดเลยที่ห้ามไม่ให้คุณทักษิณกลับประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายโยงใยพรรคตระกูลเพื่อนั้นเองที่วนเวียนอยู่ในอ่างและก้าวข้ามไม่พ้นคุณทักษิณเสียที
ดังนั้นศึกเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการตามที่พยายามจะวาดภาพกัน รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม ก็จะอยู่ในกรอบเกณฑ์แห่งรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติของคนไทย 16.8 ล้านคน ถึงตอนนั้น คสช.จะไม่มีอยู่ และมาตรา 44 ก็จะหายไป ทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และองค์กรอิสระต่างก็ทำหน้าที่บริหารและถ่วงดุลตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แท้จริงแล้วยุทธการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่าง&amp;quot;ฝ่ายทักษิณาธิปไตย&amp;rdquo;กับ&amp;rdquo;ฝ่ายไม่เอาทักษิณ&amp;rdquo;ต่างหาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30977</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย, คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, ทักษิณาธิปไตย, ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, ประสาร มฤคพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c669315938de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่น่ากังวล&#039;บิ๊กป้อม&#039;มั่นใจหลังยุบทษช.-ฟ้องเสรีพิศุทธ์การเลือกตั้งยังมีต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8มี.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ถึงความเคลื่อนไหวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)ว่า ยังไม่มีสิ่งผิดปกติอะไร และไม่มีความกังวลใดๆว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นจนทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาหรือกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ป้ายโฆษณาจอแอลอีดี ภายใน กองทัพภาคที่ 1 ได้นำภาพพร้อมข้อความของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่เคยให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.56 ระบุถึงสาเหตุที่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ จากการปฏิวัติ จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ถึงกับหัวเราะ พร้อมกล่าวปฏิเสธว่า ไม่มีหรอก เมื่อถามย้ำว่า แต่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าการเลือกตั้งอาจจะไม่เกิดขึ้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่จริงหรอก ยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล การเลือกตั้งก็ยังคงมีต่อไป ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในส่วนของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีนัยยะปัญหาอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่า &amp;nbsp;ไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ ทางการข่าวได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของมวลชนที่สนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีการเคลื่อนไหว เพราะเขารู้อยู่แล้ว ส่วนตัวไม่มีความกังวลอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเป็นห่วงสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไรเรียบร้อยดี รวมถึงในทุกๆพื้นที่ก็มีความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า เหลือเวลาอีก2 สัปดาห์ถึงวันเลือกตั้งเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่จะพื้นที่ไปปฏิบัติงานหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพบกับนักการเมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปห่วงทำไม ไม่เป็นอะไรหรอก เจ้าหน้าที่เขาก็อดทนกันอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30806</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c81e2829183e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง&#039;หมอพรทิพย์&#039;ชี้ยุบทษช.เอาตัวการมารับผิดได้ยากแต่ไม่อาจหนีกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8มี.ค.62-แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
หากใช้ความคิดบวกวิเคราะห์สิ่งที่เป็นเหตุแห่งการยุบพรรคครั้งนี้ อย่างแรกจะเห็นความตั้งใจความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาทำงานการเมืองซึ่งมีในทุกพรรค พลังส่วนหนึ่งคือความตั้งใจดีแต่บางส่วนแฝงด้วยการถูกใช้อำนาจผ่านเขาเหล่านั้น อย่างที่สองความไม่รู้สิ่งที่ควรและไม่ควรดึงราชวงศ์ลงมาไม่น่าจะเกิดจากความคิดของเขาเหล่านี้ฝ่ายเดียว แต่จะต้องมีผู้ที่อยู่ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องบนซึ่งผลที่เกิดทำให้คนกลุ่มนี้ต้องยุติบทบาททางการเมือง อย่างที่สามกฎหมายเป็นเพียงกรอบหยาบๆ หลวมๆที่คอยกำกับตรวจสอบและดำเนินการซึ่งมีข้อจำกัดคำตัดสินจึงไม่อาจนำความจริงมาตีแผ่ได้หมด ว่าใครเป็นผู้คิด ใครสนับสนุนความคิด ใครตัดสินใจในการดำเนินการครั้งนี้จนนำไปสู่การตัดสินยุบพรรค ความตั้งใจของคนหนุ่มสาวในการเมืองเป็นเรื่องดี นี่เป็นอีกครั้งที่สังคมต้องตั้งสติให้ดีว่าเขาไม่ได้หมดสิทธิ์เพราะกฎหมาย ไม่ควรโทษกฎหมาย แต่ทั้งหมดเกิดจากความคิดของใคร คนเหล่านี้แหละคือตัวการที่แท้จริงที่เอาตัวมารับผิดได้ยากแต่เขาไม่อาจหนีจากกรรมที่ทำแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30799</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม, คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c807c5152961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำพรรคทษช.ถึงศาลรธน.  ฮัมเพลง&#039;ศรัทธา&#039;ให้กำลังใจกันและกัน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.00น. ที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ แกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรคได้รวมตัวกันก่อนเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรค โดยมีการสั่ง ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ พะแนงหมู ข้าวเหนียวมะม่วง มาทานร่วมกันที่ทำการพรรคชั้น 2 อาคารบี ก่อนเดินทางไปศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้มีการแบ่งกลุ่มแกนนำพรรคถ่ายรูปร่วมกันและส่งเสียงเฮ โดยหนึ่งในสมาชิกพรรคได้ฮัมเพลงศรัทธาท่อนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา&amp;rdquo; เพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา13.30 น. คณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ อาทิ รท.ปรีชาพล นายมิตติ ติยะไพรัช &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ได้แบ่งกันนั่งรถตู้ เดินทางออกจากพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อไปฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยสีหน้าเรียบเฉย น.ส.ชยิกา ได้รับการสวมกอดจากกองเชียร์ที่มาร่วมให้กำลังใจก่อนออกเดินทางจากพรรค โดยร.ท.ปรีชาพล ตอบคำถามว่าจะกลับมายังพรรคในช่วงเย็นหรือไม่ว่า &amp;ldquo;ขอรอฟังคำวินิจฉัยของศาลก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.00 น.แกนนำนพพรรคไทยรักษาชาติ ได้เทินทางถึงศาลรัฐธรรมนูญ!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30740</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ, ทษช., ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c80c6bc28487.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
