<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดตรวจหลักฐานคดี &#039;บรรยิน&#039; อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา 22 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดตรวจพยานหลักฐานคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์&amp;nbsp;หมายเลขดำ อท.69/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์, นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี, นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิด 9 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 289, ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย มาตรา 309, 313, ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 310, ฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มาตรา 139, 140, ฐานเป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต มาตรา 210, ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 213, ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย มาตรา 199, ฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ทวิ, ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน มาตรา 145 ประกอบ ป.อ.มาตรา 33, 80, 83, 91, 92 และยังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ข้อหาที่ 10 &amp;nbsp;ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา มาตรา 146&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหกเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 จำเลยที่ 2-6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สำหรับ นายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 3 แถลงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยทนายความจำเลยที่ 3 ขอยื่นคำให้การในวันนัดตรวจหลักฐาน ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ขณะนี้ถูกแยกไปขังยังเรือนจำกลางบางขวาง เนื่องจากมีการวางแผนแหกหักเพื่อหลบหนีและจับตัวประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ในวันนัดสอบคำให้การผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ศาลได้มีคำสั่งเพื่อความสะดวกในการตรวจพยานหลักฐานและการพิจารณาคดี มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีแนะนำคู่ความและช่วยควบคุมให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย หากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือข้อขัดข้องเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาหรือการได้มาของพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างอิง ก็ให้รายงานต่อศาลพร้อมด้วยแนวทางแก้ไขโดยเร็ว โดยให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยาน คำแถลงเกี่ยวกับประเด็นและความจำเป็นต้องสืบพยาน รวมทั้งวิธีการให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานนั้นต่อเจ้าพนักงานคดีภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลยังมีคำสั่งว่า เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลและคู่ความในวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณศาล จึงเห็นสมควรให้พิจารณาเป็นการลับ โดยให้โจทก์, พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และทนายความจำเลยที่ 1-2 มาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดี ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงรายละเอียดที่ได้สรุปบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณา ยกเว้นบุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าอยู่ในห้องพิจารณา และให้โจทก์, จำเลยที่ 2-6&amp;nbsp;พร้อมด้วยทนายความมาศาล เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณาเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากคู่ความไม่มาในวันนัดตรวจหลักฐานดังกล่าว หรือไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลดังกล่าว ศาลจะพิจารณาตรวจพยานหลักฐานไปตามรูปคดีที่ปรากฏในสำนวนและตามรายงานของเจ้าพนักงานคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69216</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, บรรยิน ตั้งภากรณ์, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2054473afc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกเปรี้ยว34ปี แก๊งฆ่าหั่นศพแอ๋ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คดีฆ่าหั่นศพที่เขาสวนกวาง ศาลพิพากษาจำคุกเปรี้ยว-เอิน 34 ปี 6 เดือน, นิวเจอ 23 ปี 4 เดือน 20 วัน ส่วนแจ้จำคุก 33 ปี 9 เดือน ขณะที่เบนซ์แค่ลักทรัพย์ รับของโจร จำคุก 1 ปี ครอบครัวเปรี้ยวเฮหลุดประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 10 บ้านเหล่านางาม ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ซึ่งถูก น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว กับพวก ก่อเหตุฆาตกรรมเมื่อกลางปี 2560 และในวันนี้ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งนัดอ่านคำพิพากษา นางสำราญ เพียแก่น อายุ 69 ปี ยายของน้องแอ๋ม ได้จุดธูปบอกกล่าววิญญาณของน้องแอ๋ม ขอให้ไปร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย จากนั้นได้นำภาพถ่ายน้องแอ๋มออกมาเช็ดทำความสะอาดพร้อมกับร้องไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อคืนฝันว่าน้องแอ๋มมาเยี่ยมที่บ้าน น้องแอ๋มแต่งตัวสวย ยิ้มหวาน ร่าเริง เหมือนว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ตื่นเช้าจึงรีบจุดธูปบอกวิญญาณหลาน เพราะเชื่อว่าความฝันนั้นสื่อถึงการที่วิญญาณหลานรับรู้ว่าวันนี้คือวันตัดสิน ศาลพิพากษาคนที่ทำให้น้องแอ๋มต้องตาย&amp;quot; นางสำราญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลมีคำสั่งเบิกตัวผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หมายเลขดำที่ 1957/60 มารับฟังคำพิพากษาในเวลา 13.30 น. โดยรถควบคุมตัวของทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นได้นำตัวนายวศิน นามพรหม เดินทางมาเป็นคนแรก ซึ่งนั่งปะปนมากับผู้ต้องหาคนอื่นที่ถูกเบิกตัวมาขึ้นศาลในคดีต่างๆ กัน โดยเมื่อรถควบคุมผู้ต้องหามาถึงศาล เจ้าหน้าที่ก็ควบคุมตัวนายวศินไปยังจุดพักผู้ต้องหาบริเวณใต้ถุนศาล เพื่อรอการเบิกตัวตามคำสั่งของศาล &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที รถควบคุมตัวผู้ต้องหาของเรือนจำกลางขอนแก่นได้ควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ มารายงานตัวต่อศาล โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอยู่ในชุดสีน้ำตาล ทั้งหมดมีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม ขณะที่ น.ส.สาคร ภาษี มารดาของ น.ส.ปรียานุช ที่มารอพบลูกสาวตั้งแต่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ และตามมาจนถึงศาล ได้ขอเข้าเยี่ยมลูกสาวเพื่อให้กำลังใจ โดยบอกสั้นๆ ว่าให้ น.ส.ปรียานุชขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ทุกอย่างนั้นผ่านไปได้ด้วยดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้เริ่มจากเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560 มีผู้พบศพหญิงสาวถูกหั่นแยกชิ้นส่วนฝังดินในพื้นที่บ้านโนนสง่า หมู่ 9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ต่อมาทราบว่าผู้ตายคือ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 23 ปี ทำงานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายวศิน หรือนิว นามพรหม กับ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 3 คนหลบหนีไปยังฝั่งเมียนมา คือ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย และ น.ส.กวินตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันทน์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต กระทั่งในที่สุด ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนก็เข้ามอบตัวหลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก โดย น.ส.ปรียานุชยอมรับว่าเป็นคนลงมือฆ่าแอ๋ม และร่วมกับนายวศินหั่นศพ ขณะที่เอิร์นและแจ้ช่วยทำความสะอาด และยกชิ้นส่วนศพขึ้นรถไปเอาไปฝังอำพราง ส่วนสาเหตุเนื่องจากผู้ตายติดหนี้และไม่ใช้ รวมทั้งคดียาเสพติดที่แอ๋มซัดทอดจนอดีตสามีเปรี้ยวถูกจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคดีขึ้นสู่ศาล ศาลจังหวัดขอนแก่นได้ประทับรับฟ้องผู้ต้อหาทั้ง 5 คน ตามที่พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่นเสนอ ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 1, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น จำเลยที่ 2, น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ จำเลยที่ 3, นายวศิน นามพรหม จำเลยที่ 4 และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ จำเลยที่ 5 โดยจำเลยที่ 1, 2, 4, 5 ถูกตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยจำเลยที่ 5 เพิ่มข้อหาเสพเมตแอมเฟตามีน ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 น.ส.เบนซ์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาเดียวคือ ลักทรัพย์หรือรับของโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นเริ่มอ่านคำพิพากษาตั้งแต่เวลาบ่ายโมง และใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ รปภ.และตำรวจศาลอย่างเข้มงวด โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป มาร่วมรับฟังการอ่านคำพิพากษาจนล้นห้องพิจารณาคดี ทำให้เจ้าหน้าที่ศาลต้องนำเก้าอี้มาเสริมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ น.ส.เปรี้ยว จำเลยที่ 1 และ น.ส.เอิร์น จำเลยที่ 2 จำคุกรวม 34 ปี 6 เดือน, จำเลยที่ 3 น.ส.เบนซ์ จำคุก 1 ปีโดยไม่รอลงอาญา, จำเลยที่ 4 นายวศิน จำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน และจำเลยที่ 5 น.ส.แจ้ จำคุก 33 ปี 9 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ให้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยให้จำเลยที่ 1-2-4 และ 5 จ่ายค่าปลงศพ 100,000 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว รวม 1,070,000 บาท โดยให้แบ่งชำระเป็นเดือนละ 5,000 บาท รวม 17 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.2560 ซึ่งเป็นวันก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม และในวันนี้ให้วางเงินสด 50,000 บาท ต่อศาลเพื่อเป็นการประกันหลักทรัพย์ในคดีแพ่งด้วย ขณะเดียวกันมีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น จำเลยต่างโผเข้ากอดกัน ก่อนที่ตำรวจศาลจะควบคุมตัวส่งขึ้นรถกลับไปควบคุมยังเรือนจำขอนแก่นและทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นตามคำสั่งศาลต่อไป น.ส.ประภาศิริ สมศรี พี่สาวของเปรี้ยว กล่าวว่า ก่อนเข้าห้องพิจารณาได้คุยกับแม่ ตอนแรกคิดว่าน้องต้องถูกตัดสินประหารแน่ๆ ทำให้เครียดมาก แต่เมื่อผลออกมาทำให้ครอบครัวดีใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของครอบครัวและผู้หญิงคนหนึ่งกลับคืนมา โดยศาลพิจารณาแล้วว่าเป็นการก่อเหตุโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จึงสะท้อนให้เห็นว่าน้องไม่ได้โหดร้าย อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเตรียมสู้คดีชั้นอุทธรณ์เพื่อยื่นขอลดโทษให้น้องสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลอ่านคำพิพากษา ทนายความและครอบครัวของทั้งสองฝ่ายลงมาจากห้องพิจารณาคดีชั้น 2 สื่อมวลชนจึงตามไปจะขอสัมภาษณ์ ได้เกิดฟ้าผ่าและฟ้าร้องเสียงดังลั่นหลายครั้ง ก่อนที่จะมีพายุฝนและลมกระโชกแรง ทำให้ทุกคนแตกกระเจิงวิ่งหลบฝนกันวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า โจทก์จะขอยื่นอุทธรณ์ต่อไป เพราะเห็นว่าผู้ต้องหาควรได้รับโทษหนักกว่านี้ และเงินที่ศาลสั่งให้จ่ายก็น้อยเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายความของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว กล่าวว่า ทีมทนายความรู้สึกพอใจในคำพิพากษา เพราะที่ผ่านมาโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ได้ยืนยันตลอดว่าไม่ได้มีการวางแผนฆ่าน้องแอ๋ม และไม่ได้มีการเตรียมมีดมาฆ่า จึงไม่ใช่การร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8950</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าหั่นศพ, คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, น.ส.กวิตา ราชดา, น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย, นายนพดล สีดาทัน, นายวศิน นามพรหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรี้ยว-เอิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af447c7c26d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
