<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงาเจ้าอาวาสสุดแสบ หอบเงินผ้าป่า 7 หมื่นหนี จนต้องชะลอสร้างเมรุเผาศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;พ.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ พระเครือวรรณ&amp;nbsp;ฐาวะโร&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์หนองปรือ-โคกตะคร้อ&amp;nbsp;ต.ชุมแสง&amp;nbsp;อ.นางรอง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ได้หอบเงินจำนวน&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;บาท ที่ญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่า&amp;nbsp;เพื่อสมทบก่อสร้างเมรุเผาศพหนีหายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยอ้างว่าจะไปหาหมอและแวะหาช่างมาก่อสร้างเมรุแต่ก็เงียบหายไป จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์แล้ว&amp;nbsp;จนทางคณะกรรมการวัด และชาวบ้านได้พากันเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นางรอง ให้ตำรวจช่วยติดตามตัวเพื่อนำเงินกลับมาคืนให้กับทางวัดแล้วจะไม่เอาเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ยังตามตัวเจ้าอาวาสไม่เจอ&amp;nbsp;และเจ้าอาวาสก็ไม่ได้ติดต่อทางวัดเลย&amp;nbsp;ก็รอให้ ตร.ช่วยติดตามอีกทาง ส่วนเมรุเผาศพก็ต้องชะลอการก่อสร้างไปก่อนชั่วคราว เพราะไม่มีเงินจ้างช่างและซื้ออุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวชาวบ้าน บอกว่า&amp;nbsp;ก็มีผลกระทบเพราะหากมีคนเสียชีวิตก็ต้องนำศพไปเผาหมู่บ้านอื่นซึ่งอยู่ห่างไกลประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;หากมีวัดหรือเมรุในพื้นที่ก็จะสะดวกในการประกอบพิธี&amp;nbsp;ซึ่งทางคณะกรรมการวัด ผู้นำหมู่บ้าน และญาติโยมก็จะได้หารือเรื่องการหาเงินที่จะมาก่อสร้าง&amp;nbsp;แต่หากผู้มีจิตศรัทธาคนใดต้องการจะร่วมทำบุญสมทบปัจจัยในการก่อสร้าง ก็ติดต่อทางคณะกรรมการฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระวิชัย สิระสาโร พระลูกวัด เล่าว่า ก่อนหน้านี้พระเครือวรรณ&amp;nbsp;และอาตมาจำวัดอยู่ด้วยกันที่วัดป่าโนนสุวรรณ ก่อนที่ญาติโยมจะไปนิมนต์ให้มาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ อาตมาก็มาพร้อมพระเครือวรรณ อยู่มาได้เกือบ 2&amp;nbsp;พรรษาแล้ว&amp;nbsp;ตอนที่มาอยู่ชาวบ้านก็ศรัทธาและให้ความเคารพพระเครือวรรณ&amp;nbsp;ก็จะให้เกียรติท่านว่าเป็นเจ้าอาวาส แม้จะยังไม่มีการแต่งตั้งเป็นทางการ&amp;nbsp;ที่ผ่านมา พระเครือวรรณบริหารจัดการดูแลวัดเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง จนเกิดปัญหาพระเครือวรรณหนีไปพร้อมเงินที่ญาติโยมทำบุญผ้าป่าสร้างเมรุ&amp;nbsp;อาตมาสงสารชาวบ้านแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง&amp;nbsp;ได้แต่ภาวนาขอให้พระเครือวรรณนำเงินกลับมาคืนเพื่อจะได้ก่อสร้างเมรุให้เสร็จตามความตั้งใจของญาติโยม&amp;nbsp;จะได้ไม่ต้องไปเผาศพหมู่บ้านอื่น&amp;nbsp;ส่วนตัวก็เชื่อว่าเวรกรรมมีจริงใครทำกรรมใดก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101753</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลักทรัพย์, จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.นางรอง, สำนักสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60912db7e1660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขับรถส่งของยอมมอบตัวแล้ว หลังก่อเหตุแอบถอนเงินเยียวยาโควิดของผู้ป่วยไต ตร.แจ้ง 2 ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;เม.ย.63 -&amp;nbsp;จากกรณีที่นางสุทาทิพย์&amp;nbsp;แก้วนะทะ&amp;nbsp;ชาว อ.ละหานทราย&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.มานพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง&amp;nbsp;ว่า มีชายคนหนึ่งอายุประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กว่าปี ซึ่งเป็นญาติที่มาเฝ้าไข้พ่อตาในโรงพยาบาลนางรอง ได้กดถอนเงินเยียวยา&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท ของนายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส&amp;nbsp;พี่ชายของตนที่เป็นผู้วานให้ผู้ก่อเหตุไปช่วยกดเช็คยอดเงินให้ ขณะมานอนรักษาอาการป่วยโรคไตอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกัน แต่ปรากฏว่าเงินหายไป&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายสมปอง สิมาเลาเต่า&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หนุ่มพนักงานขับรถขนส่งสินค้า&amp;nbsp;ที่ถูกแจ้งความกล่าวหาว่า เป็นคนกดเงินของนายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ผู้ป่วยโรคไตไป&amp;nbsp;ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ&amp;nbsp;ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง แล้ว&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;พ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี&amp;nbsp;ผู้กำกับการ สภ.นางรอง พร้อม พ.ต.ต.ศิวัฒน์&amp;nbsp;กังศรานนท์&amp;nbsp;สารวัตรสืบสวน สภ.นางรอง ได้ร่วมกันสอบปากคำนายสมปอง&amp;nbsp;ผู้ต้องหาด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นายสมปอง ตอนแรกยังปฏิเสธว่า ไม่ได้ถอนเงินไป&amp;nbsp;แค่ไปกดเช็คเงินตามที่ผู้เสียหายฝากให้เช็คเงินเท่านั้น&amp;nbsp;แต่พอตำรวจเค้นสอบสุดท้ายก็ยอมรับสารภาพว่า ได้นำบัตรเอทีเอ็มของนายณรงค์ศักดิ์ ไปกดดูยอดเงินเยียวยาที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลนางรอง เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เม.ย.จริง&amp;nbsp;พอเห็นว่ามีเงินในบัญชี&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จู่ๆก็เกิดความอยากได้จึงกดถอนเอา&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท แต่ยังไม่ได้ใช้เงิน&amp;nbsp;และพร้อมจะนำไปคืนให้กับผู้เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมปอง&amp;nbsp;ยังอ้างว่า ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแค่เห็นแล้วเกิดความอยากได้เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของทางธนาคารที่ตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;เบื้องต้นถูกแจ้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้อหา&amp;nbsp;&amp;ldquo;ลักทรัพย์ และใช้บัตรอิเล็คโทนิคของผู้อื่น โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอถาม นายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ผู้เสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนางรอง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ดีใจที่นายสมปอง&amp;nbsp;ยอมรับสารภาพเพราะตอนแรกเห็นว่าปฏิเสธ&amp;nbsp;ทั้งที่ก็มีหลักฐานว่ามีการถอนเงินออกไปจริง และหากนายสมปอง นำเงินมาคืนให้ก็พร้อมยอมรับคืน&amp;nbsp;และก็ให้อภัยไม่ติดใจเอาเรื่องอะไร แต่ส่วนเรื่องคดีก็แล้วแต่ทางตำรวจ&amp;nbsp;หลังจากนี้คงไม่กล้าฝากบัตรเอทีเอ็มให้ใครไปกดอีก&amp;nbsp;และอยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับประชาชนทั่วไปด้วยว่า&amp;nbsp;อย่าไว้ใจใคร&amp;nbsp;เพราะอาจะเกิดปัญหาเหมือนกับตนเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64620</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลักทรัพย์, จังหวัดบุรีรัมย์, เยียวยา 5 พันบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea9329c5b5ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวร้อยเอ็ดร้องถูกเชิดเงิน-รถ หลังเพื่อนสนิทหลอกเอาไปจำนำกับคนมีสีโยงบ่อนพนัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาวร้อยเอ็ด ร้องถูกเชิดเงิน-เชิดรถ หลังถูกเพื่อนสนิทหลอกเอารถไปจำนำไว้กับคนมีสี&amp;nbsp;ก่อนพบโผล่ที่อุดรธานี&amp;nbsp;เจ้าตัวลั่นไม่คุย ไม่เคลียร์ ขอดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 -&amp;nbsp;ที่สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.อรุณฉาย อุนาศรี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.3 ต.หนองขุ่นใหญ่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ใน&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น นำเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม มาส่งมอบให่้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตามการนัดหมายของเจ้าหน้าที่หลังได้เข้าแจ้งความเอาผิดเพื่อนสาวในข้อหาลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณฉาย กล่าวว่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อ้อ&amp;nbsp;(นามสมมุติ) อายุ 34 ชาว อ.เชียงคาน จ.เลย เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจาก น.ส.อ้อ ได้เช่าตึกของตนเอง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 199/11 ถนนรอบเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ทำการเปิดเป็นร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้าออนไลน์ จึงมีความสนิทสนมกัน ต่อมา น.ส.อ้อได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนจำหน่ายเสื้อผ้า จึงตัดสินใจร่วมลงทุนด้วยเงินสดจำนวน 100,000 บาท โดยมอบหมายให้ น.ส.อ้อจัดหาเสื้อผ้ามาจำหน่ายตามที่ตกลงกันไว้ จากนั้นไม่นาน น.ส.อ้อก็บอกว่าน้ำท่วม เสื้อผ้าเปียกฝน ทำให้ขายไม่ได้และขาดทุน จึงอยากแก้ตัวใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ในครั้งที่สอง น.ส.อ้อชวนร่วมทุนเป็นการซื้อชุดกีฬามาขาย แต่ไม่มีเงินทุน โดย น.ส.อ้อแนะนำทางออกว่า ตนมีรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กจ-4990 ร้อยเอ็ด จึงแนะนำว่าเงินลงทุนครั้งที่ 2 ถ้าไม่มี ให้เอารถไปจำนำกับนายทุนเงินกู้ โดยจอดรถไว้เพียง 2 วัน เท่านั้น เมื่อขายสินค้าได้ ก็ไปไถ่ถอนรถคืนมา จึงตกลงก่อนที่ น.ส.อ้อจะพาขับรถยนต์ไปหานายทุนเงินกู้ ชื่อนายชู ซึ่งเป็นสารวัตรทหาร อยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยได้ไปพบกันที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อนายชูเห็นจึงตีราคาการจำนำที่ 70,000 บาท ก่อนที่มีการโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.อ้อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณฉาย กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่นายชูโอนเงินให้กับ น.ส.อ้อ แล้วก็เงียบหายติดต่อไม่ได้ จนเวลาผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งเลยเวลาไถ่ถอนรถคืนจากนายทุน น.ส.อ้อก็ยังไม่กลับที่ร้าน ทั้งยังติดต่อไม่ได้ จึงสอบถามไปยังนายทุนก็ได้รับคำตอบว่า น.ส.อ้อได้มาไถ่ถอนรถคืนไปแล้ว จึงพยายามติดต่อพร้อมกับให้เพื่อนๆช่วยตามหา จนทราบว่า น.ส.อ้อ นำรถไปจำนำต่อกับนายทุนเงินกู้นอกระบบที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี จึงได้พยายามติดต่อกับนายทุนรายดังกล่าว ซึ่งนายทุนแจ้งว่า น.ส.อ้อเอารถไปจอดจำนำไว้ในราคา 98,800 บาท จึงตัดสินใจรวบรวมเงินและติดต่อนายทุน ที่อ.กุมภวาปี อีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. เพื่อขอไถ่ถอนรถคืน นายทุนจึงให้โอนเงินจำนวน 98,800 บาท เข้าบัญชีเลขที่ 0578328335 ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี น.ส.วัชรี บุพพิ ซึ่งนายทุนย้ำว่า โอนเงินแล้วไม่เกิน 3 ชม.จะได้รับรถคืนไป จึงนัดรับรถที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่เมื่อโอนเงินให้แล้วเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ก็ยังไม่มีใครนำรถมาส่งให้ และพยายามติดต่อนายทุนก็ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีตำรวจติดต่อมาว่า น.ส.วัชรี บุพพิ เจ้าของเลขบัญชีที่โอนเงินเข้าให้นั้น เป็นพนักงานในบ่อนบาคาร่า เจ้าของบ่อนจะเอาเงินจำนวน 98,800 บาทคืนให้และขอจบเรื่องนี้ เราได้ยินแล้วก็ตอบกลับไปว่า จะคืนเงินหรือจะคุยอะไรให้มาคุยต่อหน้าพนักงานสอบสวน จะไม่มีการคุยข้างนอก ซึ่งตำรวจก็ตอบกลับมาว่า เจ้าของบ่อนบาคาร่าไม่คุย จึงเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำกันเป็นขบวนการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณฉาย กล่าวในตอนท้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันชัดเจนว่าจะไม่คุย ไม่รับเงินคืน และให้พนักงานสอบสวน ประสานชุดสืบสวน ทำการสืบสวนสอบสวน เอาตัวผู้ที่มีส่วนรู้เห็นละร่วมกันยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์ และร่วมกันโกง มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เริ่มมีบุคคลต้องสงสัยติดตามดูความเคลื่อนไหวของตนเองและครอบครัวทั้งขับรถยนต์ตามบ้าง ขับรถจักรยานยนต์ตามบ้าง จึงทำให้ครบอครัวเชื่อได้ว่าคนที่เฝ้าติดตามนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด จึงนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนและขอแจ้งลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าห้นาที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินการตามขั้ตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47125</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลักทรัพย์, ยักยอกทรัพย์, สภ.เมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d943894c9a1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
