<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการคดีอาญา-บช.น.-กองปราบฯจัดประชุมใหญ่แก้ปัญหาคดีอาญาล่าช้า จ่อทำ MOU ร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63- &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก มีการประชุมบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินคดีอาญาระหว่าง สำนักงานคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด, กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการปราบปราม โดยมีนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ขึ้นกล่าวเปิดการประชุม ทั้งนี้ มี พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป., พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2, พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4, พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 และตำรวจพนักงานสอบสวน-พนักงานอัยการเข้าร่วมมากกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิงห์ชัย เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์การประชุมว่า การดำเนินคดีอาญาสำคัญกับทั้ง 3 หน่วยงาน ทุกภาคส่วนคาดหวังได้ความยุติธรรมจากพนักงานสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ทันยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวหน้า ที่ผ่านมาการทำงานของพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนมีอุปสรรคล่าช้า บางครั้งไม่เป็นไปตามข้อตกลง เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น จึงจัดการประชุมหารือแก้ไขปัญหาความล่าช้าเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เพื่อบูรณาการหาทางออกร่วมกัน สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ให้กระบวนการยุติธรรมเกิดความรวดเร็วคล่องตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุมหารือวันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการหารือระหว่างบุคลากรของอัยการและตำรวจนครบาลเขตพื้นที่ดำเนินคดีศาลอาญา ซึ่งเป็นเหมือนโครงการนำร่อง เพื่อบูรณาการหาทางออกร่วมกันที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในกระบวนการยุติธรรมทางด้านการสอบสวน การสั่งสำนวน และการดำเนินคดีในชั้นศาลที่จะให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวขึ้น&amp;rdquo; นายสิงห์ชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาให้ทำเป็นข้อตกลงหรือ MOU ร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงาน นายสิงห์ชัย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่เชิญทางตำรวจนครบาลมาวันนี้ เพื่อหารือแก้ไขข้อขัดข้องเกี่ยวกับเรื่องการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งเป็นภารกิจหลักของสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชน ในการอำนวยความยุติธรรมให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม โดยมีปัญหาบางประการที่ทำให้เกิดความล่าช้า เราจึงเชิญทางตำรวจนครบาลและกองปราบปราม มาร่วมหารือใน 3 หัวข้อ คือการส่งสำนวน การพิจารณาสั่งสำนวนในชั้นอัยการให้มีความสมบูรณ์ สอบสวนเพิ่มเติมให้น้อยที่สุด และกระบวนการติดตามพยานมาเบิกความในชั้นศาล ซึ่งเราจะหารือกับทางพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ และฝ่ายอัยการ เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา หลังจากหารือในวันนี้เสร็จแล้วก็จะได้ข้อสรุปซึ่งอาจทำบันทึกข้อตกลงกัน เบื้องต้นระหว่างอัยการสำนักงานคดีอาญา ตำรวจนครบาลและตำรวจกองปราบปราม ซึ่งอาจจะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าในการแก้ปัญหาเรื่องการสั่งสำนวน จะมีแนวทางการให้พนักงานอัยการลงพื้นที่ร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนทุกคดี นอกเหนือจากคดีใหญ่ที่ปฏิบัติอยู่หรือไม่ นายสิงห์ชัย กล่าวว่า ปัจจุบันก็มีกฎหมายกำหนดให้ความผิดบางประเภทอัยการเข้าร่วมสอบสวนได้ เช่น ความผิดเกี่ยวกับเด็ก และความผิดนอกราชอาณาจักร ยังไม่ถึงกับร่วมสอบสวนทุกคดี ดังนั้น ในการแก้ปัญหาพนักงานอัยการก็จะประสานกับพนักงานสอบสวน ว่าทำอย่างไรจะให้พยานหลักฐานสมบูรณ์ชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ระบุว่า ในส่วนของสถานีตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล 1, 2, 4, 6 ที่มีจะมีคดีอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานอัยการคดีอาญา รวมทั้งสิ้น 26 สถานี ซึ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ มีสำนวนคดีจำนวนมาก จึงมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับการจัดทำสำนวนการสอบสวน รวมทั้งการประสานงานการปฏิบัติกับฝ่ายอัยการไปบ้าง ในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจัดการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ ปัญหาสำนวนการสอบสวนที่พนักงานอัยการไม่รับสำนวน การส่งสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมล่าช้า การติดตามพยานบุคคลที่ศาลนัดพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงปัญหาการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามหมายจับของศาล &amp;nbsp;เช่นการจับกุมตัว พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำเลยชั้นศาลฎีกาคดีล้มการประชุมอาเซียน เรื่องนี้ได้มีการหารือกับอัยการ เพื่อแก้อุปสรรคความล่าช้าด้วยหรือไม่ นายสิงห์ชัย กล่าวว่า การติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คงจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ก็เป็นแนวทางปกติอยู่แล้ว สำหรับบุคคลที่มีหมายจับ เราก็ประกาศสืบจับทั่วประเทศ และติดตามจับกุมอยู่แล้ว เมื่อพบตัวก็จะดำเนินคดีตามหมายจับ และหากสื่อมวลชนมีข่าวคราวจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบก็ยินดี อย่างไรก็ดี ในส่วนของตำรวจเราก็เคยทำหนังสือถึงประธานสภาฯ ขออนุญาตที่จะติดตามควบคุมตัว พ.ต.ท.ไวพจน์ ตามหมายจับแล้วหากเดินทางมายังสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าที่ผ่านมาคดีใหญ่ที่เกิดขึ้นมีการตั้งขณะทำงานร่วมกัน เพื่อติดตามประสานงานให้สำนวนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ปกติตำรวจและอัยการก็ประสานงานหารือร่วมกันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจจะมีความล่าช้าเรื่องธุรการอยู่บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถามว่า ทางตำรวจมีประเด็นอะไรจะเสนอทางสำนักงานอัยการ ที่ควรจะปรับจูนการทำงานร่วมกันบ้าง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตำรวจก็ได้รับความร่วมมือและคำแนะนำจากพนักงานอัยการอยู่แล้ว แต่เราจะทำให้รวดเร็วขึ้น แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าการทำงานของ 2 หน่วยงานมีปัญหาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต่อไปแนวทางการสอบสวนและการสั่งคดีร่วมกันของอัยการและตำรวจจะเป็นไปแนวทางเดียวกันหรือไม่พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ภายหลังที่ได้มีการหารือกันเสร็จสิ้นวันนี้แล้ว เชื่อว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54519</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล่าช้า, ความร่วมมือคดีอาญา, ตำรวจ-อัยการ, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, สิงห์ชัย ทนินซ้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d534540f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
