<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อดีตบิ๊กข่าวกรองตอกก๊วนยิงเลเซอร์ขว้างหอกกลับทิ่มตัวเอง​ย่ำเท้าอยู่กับอดีตไม่ให้ประเทศเดินหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15พ.ค.63-นายนันทิวัฒน์&amp;nbsp; สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ ความจริงไล่ล่า มีเนื้อหาดังนี้
คนที่คิดยิงเลเซอร์​ ตามหาความจริง​ ถึงตอนนี้​&amp;nbsp; อาจถามตัวเองแล้วว่า​ คิดถูกหรือคิดผิด​ เหมือนขว้างหอกไปแล้วหอกกลับทิ่มตัวเอง​ ยังไงอย่างนั้น​ ความจริงที่คนไทยอยากลืม​ สารพัดคลิปถูกนำกลับมาเผยแพร่เต็มหน้าฟีด&amp;nbsp; ดูกันซ้ำแล้วซ้ำอีก​ ใครทำอะไรไว้
อยากย้ำอีกครั้ง​ เอาเฉพาะจุดสำคัญๆ​ นะ​ เมื่อปี​ 2553&amp;nbsp; แดง​ นปช.ใช้ความรุนแรงทั่วทั้งประเทศ
มีเหตุเผาบ้านเผาเมือง​&amp;nbsp; ไม่ต้องพูดถึงเผากรุงเทพ ศาลากลางจังหวัด
ในอีสานถูกเผาหลายแห่ง​ คนเผาติดคุก​ รถนายกอภิสิทธิ์ถูกทุบเกือบเอาชีวิตไม่รอดสองหน​ ที่พัทยาและที่กระทรวงมหาดไทย​ ล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา​
มีไอ้ขี้โม้วีดีโอคอลหลอกคนเสื้อแดงว่า​ ถ้ามีเสียงปืนดังนัดแรก​ จะเข้ามาเดินนำ
แต่ที่น่าสมเพช​ คือ​ บรรดานักการเมืองที่ดาหน้ากันออกมาว่า​ จะจัดรำลึกเหตุการณ์ปี​ 35​ และ​ปี​ 53​ จะนัดชุมนุมคนเสื้อแดงอีกหน&amp;nbsp; จะทำกิจกรรมการเมือง​ คงลืมไปแล้วนะว่า​ ทั้งสองเหตุการณ์นั้น​ รัฐบาลนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย
หากจะอ้างว่า​ รัฐบาลนี้เป็นทายาทของเผด็จการทหาร​ ก็อย่าไปโกธรนะ​ หากจะถูกย้อนกลับและเรียกกลุ่มที่เคลื่อนไหวนี้ว่า​ เป็นขี้ข้าของคนโกงหนีคุก
ประการสำคัญ​ นักการเมืองในระบบรัฐสภาจะวนเวียน​ ย่ำเท้าอยู่กับอดีต​ ไม่คิดจะเดินหน้า​ ไม่ยอมให้ประเทศนี้มีโอกาสสงบสุข
ตกลง​ คนกลุ่มนี้จะทำอะไรเพื่อใครจะไม่ยอมให้ประเทศเดินหน้า​เลยใช่มั้ย​ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว​ ถอยหลังไปสิบก้าว​&amp;nbsp; แล้วเมื่อไรประเทศไทยจะก้าวหน้าก้าวไกล​ หมดอนาคตกัน​ ย่ำเท้าอยู่กับที่ไม่ไปไหน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65975</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, คดีล้มการประชุมอาเซียน, นันทิวัฒน์ สามารถ, ยิงแสงเลเซอร์, เผาบ้านเผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e211cdf308ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ปลง!คดีบุกล้มประชุมอาเซียนจบแล้ว หลังจากนี้พี่น้องที่ยังไม่เข้ารับโทษ จะทยอยกันมาจนครบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3ธ.ค.62- &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยภายหลังศาลพัทยาอ่านคำสั่งฎีกาคดีแกนนำและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กรณีร่วมกันชุมนุมบุกล้มการประชุมอาเซียน เมื่อปี 2552ว่า ถือว่าคดีนี้เป็นที่ยุติแล้ว แม้จะเหลืออีกหนึ่งคนที่ยังไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่ผลก็ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้คงจะมีพี่น้องที่เหลือที่ยังไม่เข้ารับโทษ ทยอยกันมาจนครบ ผลในวันนี้เป็นสิ่งที่อธิบายได้อย่างครบถ้วนแล้ว ว่าเหมือนคำพิพากษาที่ได้อ่านไปครั้งแรก ทุกประการ พวกเราน้อมรับชะตากรรม น้อมรับคำพิพากษาของศาล ทั้งนี้ระหว่างรอคดีเข้าศาลฎีกา ก็ได้ติดคุกมาบ้างแล้ว ประมาณคนละ 5 เดือนเศษ จะเหลือติดคนละประมาณ 3 ปีเศษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51702</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มการประชุมอาเซียน, จตุพร  พรหมพันธุ์, แกนนนำปฃนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de64a669310a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพัทยาสั่งจำคุก&#039;สำเริง-วรชัย&#039; 4 ปี คดีล้มประชุมอาเซียน ออกหมายจับ&#039;ไวพจน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- ศาลจังหวัดพัทยานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3537/2552 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.8488/2552 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 18 คน จำเลย ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กรณีร่วมกันชุมนุมบุกล้มการประชุมอาเซียน เมื่อปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ จำเลยที่ 3 ทนายจำเลยที่ 3, นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6 และนายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 มาศาล ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ประเด็นที่ 1 คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3, นายสำเริง จำเลยที่ 6 และนายวรชัย จำเลยที่ 13 ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การเดิม จากปฎิเสธเป็นรับสารภาพ ศาลฎีกามีคำสั่งว่า การแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำให้การต้องกระทำก่อนศาลพิพากษา การที่จำเลยมายื่นในชั้นฎีกาเป็นการต้องห้าม ยกคำร้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคสอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 คือ วันนี้ผู้รับมอบอำนาจจำเลยที่ 3 ทนายจำเลยที่ 3, จำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 13 ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยที่ 3 ให้เหตุผลว่าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ระหว่างการประชุมพรรค ศาลฎีกามีคำสั่งว่า แม้จำเลยที่ 3 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่คดีนี้เสร็จการพิจารณาแล้ว ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 125 ประกอบกับการขอเลื่อนคดีมีลักษณะเป็นการประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาของจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 13&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษานายสำเริง จำเลยที่ 6 และนายวรชัย จำเลยที่ 13 จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 200 บาท ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3 ให้เลื่อนฟังคำพิพากษาไปอ่านวันที่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 09.00 น. และให้ออกหมายจับจำเลยที่ 3 และปรับนายประกันจำเลยที่ 3 เต็มตามสัญญาประกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51694</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มการประชุมอาเซียน, จำคุก, นายวรชัย เหมะ, ศาลจัหวัดพัทยา, สำเริง ประจำเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de62f77029b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึกตัดสินคดีก่อการร้าย กี้ร์มโนไม่เข้าองค์ประกอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อริสมันต์&amp;rdquo; กับพวกยื่นคำร้องอัยการให้ถอนฟ้องคดีล้มการประชุมอาเซียน อ้างเหตุพยานรับสารภาพถูกบังคับให้การเท็จ ทั้งหมดเป็นการจัดฉาก บุกหอประชุมแค่ตามพี่น้องกลับมา โบ้ยที่เป็นฮาร์ดคอร์เพราะอีกฝ่ายสร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้น ลุ้นศาลตัดสินคดี นปช.เผาเมืองปี 53 ฐานก่อการร้าย 14 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 13 สิงหาคม นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง และนายนพพร นามเชียงใต้ แนวร่วม นปช. ในฐานะจำเลยคดีล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เมื่อปี 2552 เดินทางมายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการถอนฟ้องคดีล้มการประชุมอาเซียน เนื่องจากพยานโจทก์ปากสำคัญในคดีถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษฐานแจ้งความเท็จ โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอริสมันต์กล่าวว่า มายื่นขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด กรณี พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย พยานรับสารภาพว่าถูกบังคับให้การเท็จปรักปรำพวกตน ขบวนการประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนั้น ต้องการไปยื่นหนังสือต่อผู้นำอาเซียน ทำให้ถูกข้อหาล้มการประชุม ทั้งที่การประชุมเลิกตอน 11 โมง แต่เหตุเกิดขึ้นประมาณบ่ายโมง ถ้ายกเลิกการประชุมหรือการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว รัฐบาลแถลงข่าวยุติแล้วหรือเลื่อนไป เรื่องราวต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น แต่กลับมีคนเสื้อน้ำเงินมาทำร้ายประชาชน ทำให้ประชาชนแตกตื่นเข้าไปในหอประชุม มีกระจกแตก ซึ่งกระจกที่แตกเจ้าหน้าที่ก็ทราบดีว่าใครทำ พวกเราเดินไปทีหลัง เข้าไปในหอประชุมเพื่อไปตามพี่น้องกลับมา นี่คือเรื่องจริงทั้งหมด ขณะที่คนเสื้อน้ำเงินไม่ถูกดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พ.ต.ท.ศราวุธเป็นพยานปากสำคัญ ศาลพิจารณาพยานปากนี้โยงถึงพวกเราว่ามีการกระทำความผิดจริง บางครั้งเอารูปมาก็ไม่ตรง ทำให้ศาลตัดสินตามข้อมูลของ พ.ต.ท.ศราวุธ ทำให้จำเลยฟ้องต่อศาลเรื่องให้การเท็จ ศาลก็ตัดสินแล้วว่ามีความผิดจริง พวกเราทำตามสิทธิหน้าที่พลเมืองที่มีตามรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เราจึงมาขอความเป็นธรรม เมื่อเอาพยานเท็จมาฟ้องเรา อัยการก็รับทราบทั้งหมดเป็นการจัดฉาก นำพยานเข้าสู่ศาลกล่าวหาเราให้มีโทษจำคุก เราก็ถูกจำคุกกันมาพอสมควร วันนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด พยานรับสารภาพเป็นเท็จ จึงมาขออัยการสูงสุดพิจารณาว่าคดีสมควรถูกยกออกไปจากสารบบหรือไม่&amp;quot; นายอริสมันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพงศ์พิเชษฐ์กล่าวถึงคดีล้มประชุมอาเซียนว่า ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าพวกเรามีความผิด แต่ภายหลังมีการดำเนินคดี พ.ต.ท.ศราวุธในข้อหาให้การเท็จ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินแล้วว่า พ.ต.ท.ศราวุธมีความผิดจริง อีกทั้งจำเลยในคดีคือนายศักดา นพสิทธิ์ และนายนพพร นามเชียงใต้ ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ในส่วนของนายศักดา อัยการพัทยาก็มีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ศราวุธให้การเท็จอีก วันนี้ที่มาไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจศาล ในเมื่ออัยการโจทก์มีหน้าที่ส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าพยานสำคัญเป็นพยานเท็จ หมายความว่าอัยการโจทก์ได้ฟ้องเท็จจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม อัยการโจทก์มีอำนาจที่จะถอนฟ้อง เพราะการฟ้องครั้งนี้มิชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจะถอนฟ้องแล้วดำเนินคดีใหม่ก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนพพรกล่าวว่า พ.ต.ท.ศราวุธเบิกความพาดพิงแทบทุกคนในคดี วันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่พาดพิงว่าตนไปปราศรัยทั้งที่ไม่มีภาพถ่ายของตน พนักงานอัยการได้นำภาพบุคคลอื่นพร้อมข้อความ ซึ่งเป็นภาพของนายประหยัด นาคโต หรือเล็ก สนามหลวง ศาลได้นำมาพิจารณาว่าตนกระทำความผิด อัยการโจทก์นำพยานเท็จเข้าสืบเพราะเป็นภาพของบุคคลอื่น ตนตั้งรางวัล 1 แสนบาท ถ้าใครสามารถนำตัวเล็ก สนามหลวง มาเป็นพยานในศาลได้ เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีของ พ.ต.ท.ศราวุธอยู่ระหว่างฎีกาหรือไม่ นายพงศ์พิเชษฐ์กล่าวว่า คดีของ พ.ต.ท.ศราวุธ อัยการโจทก์ไม่ได้ฎีกา ถือว่าจบลงแล้ว ส่วนกรณีที่นายศักดาได้แจ้งความเพิ่ม อัยการสั่งฟ้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการนัดฟังคำพิพากษาคดี นปช.ก่อการร้ายวันที่ 14 ส.ค.นี้ นายอริสมันต์กล่าวว่า ต้องเดินทางไปฟัง เราไม่มีเจตนาหลบหนี เราเชื่อมั่นว่าศาลมีความยุติธรรม เห็นข้อเท็จจริงว่าองค์ประกอบความผิดฐานก่อการร้ายไม่ได้ทำแบบนี้ ไม่มีใครไปก่อการร้ายโดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การปราศรัย การก่อการร้ายคือการก่อวินาศกรรม ทำให้เกิดความหวาดกลัว เสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมืองและชีวิตของพี่น้องประชาชน ศาลน่าจะพิจารณาแล้วว่าพวกเราไม่เข้าองค์ประกอบความผิดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผ่านมาถูกมองว่ามีบทบาทในการปราศรัยแบบฮาร์ดคอร์ลำบากในการสู้คดีหรือไม่ นายอริสมันต์กล่าวว่า จริงๆ แล้วต้องดูสาเหตุว่าทำไมเราถึงเป็นอย่างนั้น การกระทำของอีกฝ่ายทำกับเรารุนแรงมากอยู่แล้ว บางทีไปดักอุ้มเรา บุกจับเราโดยใช้อาวุธสงครามยิงเข้าไปในห้อง ถ้าสืบสาวความจริงเราปราศรัยทั่วประเทศ ไม่มีการเจ็บการตาย หรือ เหตุการณ์ชุลมุนขึ้น แต่เมื่อเข้ามาในกรุงเทพฯ แล้วมีการตาย เพราะว่ามีคนนำอาวุธสงคราม กระสุนจริงเข้ามา หลายอย่างที่เกิดขึ้น การชุมนุมของ นปช.ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกรุงเทพฯ ที่เดียว เกิดขึ้นทั่วประเทศ ทุกที่ที่ไปไม่มีความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นที่กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจึงสังเกตว่าเมื่อเรามาที่กรุงเทพฯ มันมีตัวการที่สร้างสถานการณ์ก่อความรุนแรงขึ้นมา วันนี้ประชาชนของเรา เสื้อแดงที่เสียชีวิตไปนับร้อยคนยังหาคนผิดไม่ได้ ยังจับคนยิงไม่ได้เลย แล้วคุณก็บอกว่าคนที่ตายเป็นผู้ก่อการร้ายบ้าง แต่เราไปสืบเสาะดูว่าคนที่เสียชีวิตทั้งหมดไม่มีอาวุธสักคนเดียว แล้วที่สำคัญก็ถูกซุ่มยิงจากระยะไกลเสียส่วนใหญ่ ศาลก็พิจารณาแล้วว่าคนที่เสียชีวิตบางจุดบางที่เกิดจากการยิงของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง&amp;rdquo; นายอริสมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีที่ศาลชั้นต้นนัดพิพากษาในวันที่ 14 ส.ค. เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปี, นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 54 ปี, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 44 ปี, นพ.เหวง โตจิราการ อายุ 68 ปี, นายก่อแก้ว พิกุลทอง อายุ 54 ปี, นายยศวริศ ชูกล่อม อายุ 61 ปี, นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อายุ 55 ปี และแนวร่วม นปช. รวม 24 คนเป็นจำเลยที่ 1-24 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา135/1, 135/2, &amp;nbsp;ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้อัยการ ได้ยื่นฟ้องกลุ่มแกนนำ นปช.มาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งใช้เวลาพิจารณาพยานหลักฐานและสืบพยานบุคคลมานานร่วม 9 ปี จึงได้นัดฟังคำพิพากษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43396</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, คดีล้มการประชุมอาเซียน, ทั้งหมดเป็นการจัดฉาก, ยื่นคำร้องอัยการให้ถอนฟ้อง, หนังสือพิมพ์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, เหตุพยานรับสารภาพถูกบังคับให้การเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52c8dec8013.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
