<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพัทยาออกหมายจับ &#039;ไวพจน์&#039; พ้นสมาชิกภาพส.ส.-กกต.จัดเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63 - ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่ 13 นปช. ร่วมกันชุมนุม บุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552&amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คนเป็นจำเลย โดยระหว่างพิจารณามีจำเลย หลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน นายธรชัย ศักดิ์มังกร จำเลยที่ 8,&amp;nbsp;พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์&amp;nbsp;จำเลยที่ 14&amp;nbsp;ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำเลยที่ 3 หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค&amp;nbsp; 2562 ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงเวลานัดวันนี้มีเพียงทนายความมาศาล ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ ที่ศาลออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้วยังไม่ได้ตัวมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลจังหวัดพัทยาได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3 เพื่อมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยหมายจับมีอายุความ 10 ปี ในการติดตามตัวนับจากวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1, 2, 5, 12, 16 นั้น ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฏีกาลับหลังจำเลยและออกหมายจับจำเลยไว้แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 6, 10, 11, 13, 15, 17 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนจำคุกด้วยนั้น ได้ฟังคำพิพากษาก่อนหน้านี้แล้ว และศาลได้ออกหมายจำคุกถึงที่สุด ซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้มีจำเลยที่ศาลยกฟ้องเพียง 3 คน คือจำเลยที่ 4, 8 และ 14&amp;nbsp;โดยมีจำเลยที่หลบหนีระหว่างพิจารณา 3 คน คือ 7, 9 และ 18 ซึ่งศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีศาลพัทยาอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ยังอยู่ จนกว่าศาลจะอ่านคำพิพากษา ซึ่งในคำพิพากษาจะบอกเลยว่ามีผลแล้ว ไม่มีปัญหา และเมื่ออ่านคำพิพากษาแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็สามารถกำหนดวันเลือกตั้งซ่อมที่เขต 2 จ.กำแพงเพชร ได้เลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54612</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df081c7133a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจงคดี‘พัน คำกอง’ 10แกนนำนปช.ยังไม่หนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ทบ.&amp;quot; แจงคดี &amp;quot;พัน คำกอง&amp;quot; เสียชีวิต อยู่คนละจุดกับรถตู้ที่ขับฝ่าแนวกั้น รวมทั้งมีการใช้อาวุธสงครามจากบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐตลอดเวลา &amp;nbsp;สะพัด 10 แกนนำ นปช.ล้มประชุมผู้นำอาเซียนยังไม่หนี ทำใจนอนคุก เตรียมทยอยมอบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวกรณีนางหนูชิด คำกอง ภรรยาของนายพัน คำกอง พร้อมทนายและญาติ เข้ายื่นฟ้องต่อศาลอาญา เพื่อให้เอาผิดนายทหาร 2 นาย กรณีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณถนนราชปรารภ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 พ.ค.2553 ว่าที่ผ่านมาคดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ทางพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอด แต่เนื่องจากยังไม่สามารถสืบสวนหาตัวผู้ที่เป็นคนทำให้นายพันเสียชีวิตได้ คดีจึงได้งดการสอบสวนไว้ ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานมาใหม่ คดีก็สามารถนำมาสอบสวนเพิ่มเติม แล้วดำเนินการต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพบกอธิบายว่า เหตุการณ์ช่วงนั้น การควบคุมพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำได้ 100% และการใช้อาวุธสงครามจากบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยในภาพข่าวที่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธพยายามสกัดกั้นรถต้องสงสัยที่ฝ่าด่านบุกเข้ามาจริง แต่นายพันก็ไม่ได้อยู่ในรถคันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พบว่าจุดที่นายพันเสียชีวิตนั้นอยู่คนละจุดกับรถตู้ที่ขับฝ่าเข้ามา และอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันกับเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ จึงทำให้ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถหาตัวผู้ที่กระทำต่อตัวนายพัน ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.วินธัยกล่าวว่า การดำเนินการไปยื่นฟ้องเองต่อศาล คงเป็นสิทธิ์ที่ญาติผู้เสียชีวิตที่สามารถกระทำได้ แต่ก็อยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในขณะนั้นด้วย จะอย่างไรก็ตาม เมื่อมีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ทางกองทัพก็ต้องดำเนินการแก้ต่างทางคดีให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป และขอเพิ่มเติมว่า คดีนี้ ทางทนายและญาติเคยดำเนินการลักษณะนี้มาแล้ว โดยได้ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งศาลมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรมรอยัลคลิฟบีช พัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552 โดยพิพากษาให้จำคุกจำเลย 11 คน เป็นเวลา 4 ปีนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลตามหมายเรียกเพียงคนเดียว และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำหลังศาลอ่านคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยอีก 10 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง, นายพิเชฐ สุขจินดาทอง ไม่ได้เดินทางเข้าฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอริสมันต์, นายวัลลภ ระบุว่ามีอาการป่วยแสดง อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดพัทยาเห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์, นายสำเริง, นายวรชัย ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจาก นปช.เปิดเผยว่า แกนนำส่วนใหญ่ ไม่คิดจะหนีโดยไม่รับโทษ เพียงแต่ในวันพิพากษาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.นั้น ประเมินกันว่าศาลอาจจะเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป จึงไม่เดินทางไปศาล แต่พอมีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี ทำให้ตั้งตัวกันไม่ทัน จึงขอตั้งหลักสักพัก แล้วจะทยอยเข้ามอบตัวเร็วๆ นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45776</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน, ทยอยมอบตัว, พัน คำกอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7cf69963ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
