<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนปาล์ม 4 ภาค ชู “น้าสน” ขวัญใจเกษตรกรคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชาวสวนปาล์มน้ำมัน 4 ภาคประสานเสียงชู &amp;ldquo;น้าสน&amp;rdquo; ขวัญใจเกษตรกรคนจน ชี้ผลักดันนโยบายส่งเสริมน้ำมันดีเซล B10 ส่งผลดีต่อราคาปาล์มน้ำมันไต่ระดับขึ้นทุกวัน 10-20 สตางค์ ได้ใจชาวสวนไปเต็มๆ พร้อมฝากรัฐบาลดูแลเสถียรภาพราคาให้สดใสตลอดฤดูใหม่ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.นี้ และเข้มงวดตรวจสอบสต็อกหวั่นพ่อค้าหัวหมอกักตุนแล้วอ้างเหตุนำเข้าทุบราคาร่วง ส่วนระยะยาวขอให้คุมเข้มพื้นที่เพาะปลูก เพราะเกรงว่าเกษตรกรจะโค่นพืชเกษตรชนิดอื่นทิ้งแล้วเฮโลมาปลูกปาล์มกันทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางจุติมา เจือกโว้น ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันในจังหวัดตรังได้ปรับสูงขึ้นเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งในสวนปาล์มของตนที่มีอยู่จำนวน 100 ไร่ ก็ยังพอมีปาล์มขายอยู่บ้างนิดหน่อย ไม่มาก ตัดขายอยู่ที่ 7 บาทกว่าต่อกิโลกรัม เพิ่มสูงขึ้นจาก 1- 2 เดือนก่อนอยู่ 2 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่ 3.80 บาทต่อกิโลกรัม ก็ถือว่าเกษตรกรชาวสวนปาล์มมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ก็ดีกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ปาล์มราคาตกต่ำ ทำให้ชาวสวนปาล์มต่างประสบปัญหาขาดทุนกันถ้วนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ราคาปาล์มน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นเพราะนโยบายนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีนโยบายนำน้ำมันปาล์มไปผสมกับดีเซลทำเป็นน้ำมันดีเซล B10 ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น พอยิ้มได้บ้าง จากเดิมที่ขาดทุนทุกๆ ปี ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กลายเป็นขวัญใจเกษตรกรชาวสวนปาล์มไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางจุติมา กล่าวอีกว่า ในช่วงปลายเดือนมกราคม นี้ เป็นช่วงเริ่มต้นปาล์มฤดูกาลใหม่ที่จะออกสู่ตลาดไปจนถึงเดือนเมษายน ตนก็หวังว่าในช่วง 5-6 เดือนนี้ราคาปาล์มน้ำมันยังจะดีอยู่ต่อเนื่อง เพื่อจะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร จึงขอฝากรัฐบาลช่วยตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มป้องกันกลุ่มพ่อค้ากักตุนด้วย เพื่อจะได้ไม่เป็นข้ออ้างในการนำเข้าจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายประดิษฐ์ วิไลรัตน์ เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันจังหวัดสงขลา กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp; ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำมากอยู่ที่ 1.80 บาทต่อกิโลกรัม แต่เกษตรกรมีต้นทุนอยู่ที่ 3 บาทกว่าต่อกิโลกรัม เมื่อถึงเวลาตัดปาล์มขายทำให้มีความรู้สึกหดหู่มาก พอกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมน้ำมันดีเซล B10 ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันได้รับอานิสงส์มีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตรงนี้มันได้ใจเกษตรกร ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจับต้องได้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกิตติชัย ศูนย์จักร เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในอำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ตนเป็นเกษตรกรปลูกปาล์มคุณภาพในจังหวัดสกลนคร จนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาทำสวนปาล์ม วันนี้ราคาปาล์มน้ำมันมีราคาดีขึ้นเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ เพราะกระทรวงพลังงานมีนโยบายนำน้ำมันปาล์มไปผสมดีเซลทำเป็นน้ำมันเซล B10 ถือว่าเป็นนโยบายที่เดินทางมาถูกต้องแล้วและขอให้ทำต่อไป เพราะวันนี้ราคาปาล์มน้ำมันขยับขึ้นไปถึง 6.80 บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ในฐานะตัวแทนเกษตรกรปลูกปาล์มทางภาคอีสาน ขอฝากถึงรัฐบาลช่วยดูแลราคาปาล์มภาคอีสานให้ขายได้เท่าๆ กับทางภาคใต้ด้วย เพราะทุกวันนี้ยังขายต่ำกว่าภาคใต้ประมาณ 1 บาท เช่น ก่อนหน้านี้ภาคใต้ขายกันอยู่ที่ 2.80 บาทต่อกิโลกรัม ที่จังหวัดสกลนครก็จะขายได้อยู่ที่ 1.80 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งที่ต้นทุนการปลูกสูงกว่า เพราะต้องสูบน้ำบาดาลขึ้นมาดูแล สาเหตุอาจจะเป็นเพราะในจังหวัดสกลนครมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ มีตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอบ้านม่วง และอำเภอคำตากล้า ทำให้ไม่มีการแข่งขันกันแย่งซื้อปาล์มจากเกษตรกร จึงขอฝากรัฐบาลช่วยดูแลตรงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทางด้านความเคลื่อนไหวของเกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันภาคกลาง นางอรุณี ชีสังวรณ์ เลขาธิการสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่ราคาปาล์มน้ำมันปรับขึ้นวันละ 10-20 สตางค์ ทำให้ราคาขยับมาอยู่ที่ 6.30 บาทต่อกิโลกรัม วันนี้เกษตรกรยิ้มได้แล้ว และขอให้ราคาสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูปาล์มออกสู่ตลาดเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เกษตรกรสวนปาล์มที่สระบุรีมีการรวมตัวกัน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองในการขายให้โรงงานอยู่ที่ 6.30 บาทต่อกิโลกรัม แต่ก็ยังต่ำกว่าปาล์มน้ำมันภาคใต้ที่ขายกันอยู่ที่ 7.50-7.60 บาทต่อกิโลกรัม จึงขอฝากรัฐบาลช่วยดูแลตรงนี้ รวมถึงการควบคุมพื้นที่เพาะปลูกปาล์มทั่วประเทศหลังจากนี้ เนื่องจากถ้าปีนี้ปาล์มน้ำมันมีราคาดีเชื่อว่าจะมีเกษตรกรจำนวนมากโค่นพืชเกษตรชนิดอื่นๆ ทิ้งแล้วหันมาปลูกปาล์มน้ำมันแทน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาปาล์มน้ำมันล้นตลาด จากเดิมที่มีการปลูกอยู่เพียง 4.7-5 ล้านไร่เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางวราภร อินต๊ะแสน เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ช่วงปี 61-62 ราคาปาล์มน้ำมันที่ภาคเหนือตกต่ำมากโดยที่พะเยาขายกันอยู่ที่ 1.70 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้นทุนสูงเกือบ 3 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อขายไปก็ขาดทุน จึงได้หันมาทำเป็น B100 เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงรถไถ และเครื่องสูบน้ำ จนกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันได้มีนโยบายส่งเสริม&amp;nbsp; B10 ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันได้ขยับสูงขึ้นทันทีเกือบ 5 บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างมากที่มีนโยบายสร้างรายได้เกษตรกรให้ดีขึ้น ตอนนี้ท่านได้เป็นขวัญใจเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่ยากจนทุกคน และขอฝากรัฐบาลดูแลตลาดให้มีราคาดีแบบนี้ต่อเนื่องตลอดฤดูใหม่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน นี้ เพื่อเกษตรกรจะได้ปลดหนี้ปลดสินกัน โดยเฉพาะการป้องกันการลักลอบนำเข้า เพราะตอนนี้ราคาในประเทศไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:144.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54840</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสวนปาล์มอินโด, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, น้ำมันดีเซล B10, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21c9979e3c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พิชัย&#039;ติง&#039;สมคิด&#039;ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนพูดเรื่องพลังงานแนะเร่งตรวจสอบคดีสวนปาล์มอินโด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ส.ค.62-นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พึ่งจะมาให้ความสนใจเรื่องนโยบายพลังงานทั้งๆที่ 5 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเห็นนายสมคิดพูดเรื่องพลังงานเลย และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็ไม่มีผลงานอะไรในด้านพลังงานตลอด 5 ปี ยกเว้นให้ บริษัทลูกของ กฟผ. ไปซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินที่โลกกำลังจะเลิกใช้แล้ว ในประเทศอินโดนิเซีย ใช้เงิน 1.17 หมื่นล้านบาทแต่ได้หุ้นมาเพียง 11-12% เท่านั้น และ อนาคตการลงทุนนี้น่าจะย่ำแย่ตามอนาคตของถ่านหิน ซึ่งผมได้เคยทักท้วงไว้แล้ว &amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าน่าจะมีข้อครหาเรื่องการทุจริต ดังนั้น การที่นายสมคิดออกมาพูดเรื่องพลังงานอาจจะมีเจตนาเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากบางเรื่อง เช่น เรื่องการถวายสัตย์ผิดพลาดก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเห็นด้วยกับหลายนโยบายที่รัฐบาลเสนอ โดยเฉพาะการเจรจาเพื่อนำพลังงานจากแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชาขึ้นมาแบ่งกัน ซึ่งผมได้เสนอแนวคิดและเรียกร้องเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะไทยที่มีความพร้อมมากกว่าจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล และจะทำให้รัฐได้รายได้เพิ่มปีละเป็นแสนๆล้านบาท เพื่อนำมาช่วยสนับสนุนการประกันสุขภาพ หรือ ช่วยสวัสดิการผู้สูงอายุ ที่จะต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องเลยกับแบ่งเขตแดน เป็นแค่การนำพลังงานขึ้นมาแบ่งกันเท่านั้น อีกทั้ง ในอนาคตโลกอาจจะเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานที่เป็นฟอสซิลซึ่งอาจจะทำให้แหล่งพลังงานนี้ไม่มีมูลค่าอีกต่อไปแล้วก็เป็นได้ จึงควรรีบเจรจาและรีบขุดมาใช้ขณะที่ยังมีมูลค่าและความต้องการอยู่ ในสมัยที่ผมดำรงตำแหน่ง รมว. พลังงาน ก็ได้พยายามผลักดันเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน อีกทั้งยังน่าจะสามารถทำให้ราคาก๊าซและราคาไฟฟ้าในประเทศถูกลงได้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวอีกว่า ตนอยากให้นายสมคิด ได้ศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนที่จะพูด เพราะตามข่าวนายสมคิดได้พูดว่าสหรัฐขอให้ไทยเป็นตัวกลางในการเจรจา เหมือนกับว่าแหล่งพลังงานนั้นเป็นของสหรัฐแล้ว ซึ่งไม่ใช่ แหล่งพลังงานนี้ต้องเป็นของไทยและกัมพูชาที่จะต้องเจรจากันเอง จริงอยู่ว่าในอดีตนานมากแล้วไทยได้มีการให้สัมปทานไปแล้วกับบริษัทพลังงานของสหรัฐ แต่นายสมคิดคงยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลละเอียดจึงไม่ทราบว่า กัมพูชา เองก็ให้สัมปทานทับซ้อนในพื้นที่ให้กับบริษัทพลังงานของประเทศอื่นไปแล้วเหมือนกัน ในขณะที่มีการให้สัมปทานนั้น เข้าใจว่า บมจ. ปตท ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ ดังนั้นหากประเทศไทยตกลงกับประเทศกัมพูชาได้ ทั้งสองประเทศอาจจะต้องร่วมกันเปิดประมูลกันใหม่เพื่อให้บริษัทพลังงานทั่วโลก รวมถึงบริษัทพลังงานของไทยได้มีส่วนร่วมประมูลด้วย ซึ่งจะทำให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด และ เป็นแนวทางที่หลายประเทศได้ทำกัน &amp;nbsp;ดังนั้นจะอ้างว่าสหรัฐขอให้เป็นตัวกลางน่าจะไม่ถูกต้องและอาจสร้างความเสียหายได้ เหมือนกับว่านายสมคิดตั้งใจยกแหล่งพลังงานนี้ให้กับบริษัทพลังงานของสหรัฐไปแล้ว คล้ายกับที่ผ่านมาโดนครหาว่านายสมคิดได้ยกรถไฟความเร็วสูงให้กับจีน ดังนั้นจึงอยากให้นายสมคิดศึกษาให้ดีก่อนที่จะพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรมว.พลังงาน กล่าวต่อว่า เรื่องแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนนี้ เป็นเรื่องใหญ่มีผลประโยชน์สูงมาก อีกทั้งยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความรู้สึกของประชาชน โดยต้องทำให้โปร่งใสทุกขั้นตอน และควรเจาะจงไปเลยว่าจะนำรายได้มหาศาลที่จะเกิดขึ้นนี้ไปใช้เรื่องใดที่ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ จะมาทำงุบงิบเหมือนสมัยอยู่ในช่วงรัฐบาลเผด็จการไม่ได้แล้ว เรื่องนี้ยังมีรายละเอียดอีกมาก ดังนั้น อย่าพึ่งพูดมั่วๆ ถ้ายังไม่รู้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องที่อยากให้ศึกษาให้ดีคือเรื่องที่จะให้ ปตท. ผลิตปุ๋ยราคาถูกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทำให้นึกถึงโครงการปุ๋ยแห่งชาติในอดีตที่มีวัตถุประสงค์แบบเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จเพราะต้นทุนการผลิตปุ๋ยในประเทศไทยสูงกว่าการนำเข้าปุ๋ยมาก จึงอยากให้มั่นใจว่าต้นทุนจะต่ำกว่าจริง อีกทั้งไม่แน่ใจว่านายสมคิดได้สอบถามผู้นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ที่สนิมสนมกับนายสมคิดแล้วหรือยังในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องของพลังงานที่เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องที่ผมเรียกร้องมาตลอด 5 ปีนี้คือการขอให้รัฐบาล และ ปปช. ได้เร่งตรวจสอบการทุจริตโครงการสวนปาล์มในประเทศอินโดนีเชียของ ปตท. ที่กำลังอื้อฉาวอยู่ในปัจจุบัน โครงการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ โดยผมได้สั่งให้ทำการตรวจสอบโครงการนี้ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ารับตำแหน่ง รมว. พลังงาน จนต่อมา ปตท. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการนี้จนพบความผิดและได้ส่งให้ ปปช แล้ว แต่เรื่องดำเนินไปล่าช้ามาก จนมามีเรื่องอื้อฉาวมากมายอยู่ในขณะนี้ โดยมี การกล่าวหาว่ามีบุคคลระดับสูงใน ปปช. มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงอยากให้มีการเร่งตรวจสอบนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีเพื่อกำจัดการทุจริตคอรัปชั่น และ เป็นข้อเตือนใจว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริตคอรัปชั่นได้ และจะได้เป็นบทเรียนให้แก่รัฐบาลนี้ด้วย&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43556</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสวนปาล์มอินโด, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, แหล่งพลังงานพื้นที่ทับซ้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb9778c18909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
