<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัจฉริยะโต้เดือด คดีสาวถูกนํ้ากรด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; พาญาติแห่โลงศพหญิงถูกสามีสาดน้ำกรดเสียชีวิตบุก รพ.ที่ปฏิเสธคนไข้ ทวงถามความรับผิดชอบ กลายเป็นโต้เถียงวุ่นวาย หมอยันตรวจบาดแผลแล้วไม่สาหัส บอกจะรักษาต้องเสียส่วนต่างที่เกินจากสิทธิ์รักษาฟรี คนไข้เลยขอย้าย ยังใจดีควักค่าแท็กซี่ให้ 40 บาท ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเตรียมร้อง สธ.เอาผิดถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมครอบครัว นำศพของ น.ส.ช่อลัดดา อายุ 38 ปี หญิงที่ถูกสามีสาดน้ำกรดใส่โลง เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระราม 2 ฝั่งธนบุรี เพื่อเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้โพสต์ข้อความระบุว่า น.ส.ช่อลัดดาถูกสามีสาดน้ำกรดเพราะหึงหวง แล้วได้หลบหนีไป น.ส.ช่อลัดดาต้องกัดฟันทนพิษบาดแผลประคองตัวเองให้ลูกสาววัยเพียง 12 ปี พาไปโรงพยาบาล แต่แท็กซี่เห็นว่าอาการหนักจึงปรารถนาดีนำส่ง รพ.ที่ใกล้ที่สุด แต่กลับถูก รพ.ดังกล่าวปฏิเสธการรักษา โดยผลักไสผู้ป่วยให้ขึ้นแท็กซี่ไปรักษาตัวที่ รพ.อื่น ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยยังไม่ได้อยู่ในอาการที่ปลอดภัย พ้นขีดอันตราย และผลสุดท้ายคือ น.ส.ช่อลัดดาทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในระหว่างทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า ที่เดินทางมาเพื่อต้องการให้ทางโรงพยาบาลออกมาชี้แจงกับกรณีที่เกิดขึ้น เพราะตามกฎหมาย น.ส.ช่อลัดดาถือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ส่งผู้ป่วยไปรักษาที่อื่นจนทำให้เขาต้องเสียชีวิต สำหรับทางคดีถือเป็นความผิดได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พีระ คณานวัตน์ ศัลยแพทย์ทั่วไปประจำโรงพยาบาลพระราม 2 กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้รับเรื่องราวจากสื่อที่นำเสนอและจากบันทึกของทางพยาบาล ระบุว่า ผู้ตายและลูกสาวได้เดินทางมาโรงพยาบาลช่วงเวลาประมาณตี 5 ทางประตูด้านหลังของห้องฉุกเฉิน ด้วยสภาพร่างกายเต็มไปด้วยคราบสีขาวของยาสีฟัน จากนั้นทางพยาบาลเวรจึงสอบถามอาการเบื้องต้น โดยทางผู้ตายยังคงมีสติสามารถโต้ตอบได้ บอกว่ามีอาการปวดแสบปวดร้อน ทางพยาบาลจึงทำการรักษาปฐมพยาบาล พร้อมประเมินสภาพบาดแผลมาจากสารเคมี ระดับ 1 ตรวจวัดความดันอยู่ในระดับปกติ ซึ่งประเมินแล้วพบว่าอาการลักษณะนี้ยังไม่สาหัส นอกจากนี้ ทางผู้ตายมีสิทธิ์ในการรักรักษาพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลบางมด ซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่หากต้องการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระราม 2 ต้องเสียค่าส่วนต่างในการรักษา ทำให้ทางผู้ตายประสงค์จะเดินทางไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลบางมด ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำตัวผู้ตายไปยังจุดขึ้นแท็กซี่บริเวณหน้าโรงพยาบาล พร้อมกับให้เงินสดจำนวน 40 บาทแก่ลูกสาวเพื่อใช้ในการเดินทาง โดยขอยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตบนแท็กซี่ตามที่มีข่าว แต่ได้เสียชีวิตขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลบางมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ นพ.พีระชี้แจงอยู่นั้น ได้เกิดการโต้เถียงกับญาติของผู้เสียชีวิต ขณะที่นายอัจฉริยะเรียกร้องให้นำกล้องวงจรปิดมาเปิดต่อหน้าสื่อมวลชน แต่ทาง นพ.พีระไม่ยินยอม และเกิดการโต้เถียงกันอีก ซึ่งนายอัจฉริยะได้โพล่งออกมาว่าจะถอนใบอนุญาตหมอ และว่า หลังจากนี้จะไปร้องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ช่วยติดตามคดี และจะไปร้องต่อกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเอาผิดกับทางโรงพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะขณะเกิดเหตุไม่มีหมออยู่ประจำการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระราม 2 กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าทางโรงพยาบาลไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคนไข้ เนื่องจากสามารถเรียกเก็บค่ารักษาได้จากทางรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ผู้ตายมีความประสงค์ที่จะไปรักษาตามสิทธิ์บัตรทอง เมื่อพยาบาลประเมินสภาพบาดแผลแล้ว พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงช่วยประสานโรงพยาบาลปลายทางให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายอัจฉริยะได้เดินทางไปที่ สน.ท่าข้าม เพื่อขอใบส่งศพชันสูตรสถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของ น.ส.ช่อลัดดาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า คดีนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าเจ้าทุกข์ที่ถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิตแล้ว จึงได้ทำการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดทันที ทราบว่าผู้ก่อเหตุก็คือนายคำตัน สามีของผู้ตาย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับในวันที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งติดตามไปตรวจสอบบ้านหลังเกิดเหตุ แต่ไม่พบตัวคนร้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังไล่ติดตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด ซึ่งพบมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;กระทรวงยุติธรรมยื่นมือให้ความช่วยเหลือค่าตอบแทนผู้เสียหาย กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด รพ.ดังไล่ไปรักษาที่อื่น และสิ้นใจตายกลางทางบนแท็กซี่&amp;quot; โดยตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นค่าตอบแทนกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ประกอบค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ค่าเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหายบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต หรือร่างกายหรือจิตใจ เนื่องจากเกิดจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น และต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น สามารถแจ้งสิทธิ์และรับความช่วยเหลือได้ทุกสถานนีตำรวจ หรือยุติธรรมจังหวัดใกล้บ้าน หรือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 1111&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21771</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสาวถูกนํ้ากรด, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, รพ.ที่ปฏิเสธคนไข้, หนังสือพิมพ์, เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181111/image_big_5be83a3d0ab51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
