<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กล้าๆหน่อย!&#039;อดีตบิ๊กศรภ.&#039;แนะอาจารย์ใช้เงินส่วนตัวประกันผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp; ระบุว่า
การกระทำของ คนกลุ่มที่ถูกข้อหาว่าหมิ่นสถาบันฯ
ซึ่งจะมีอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ไปประกันตัวพรุ่งนี้ โดยอ้างว่า
ใกล้สอบ และการเรียนสมัยนี้ต้องค้นคว้า ต้องออกไปเพื่อเตรียมตัวสอบ
อาจารย์ที่จะไปยื่นขอประกันตัวเหล่านี้ ล้วนแต่หน้าเดิม
เหมือน&amp;rdquo;ป้ามุด เสื้อแดง&amp;rdquo; แต่ไม่ควรใช้ตำแหน่งของอาจารย์ไปประกัน
เพราะอาจารย์เป็นลูกจ้างที่กินภาษีประชาชน ต้องมีจริยธรรม
ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ การไปประกันคนที่ด่าบรรพบุรุษตัวเอง
จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง แม้จะเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยก็ตาม
อย่างไรก็ตาม อาจารย์ก็มีสิทธิที่จะไปประกัน ตามสิทธิของประชาชนได้
แต่อาจารย์ต้องใช้เงินส่วนตัวไปวางประกันนะ&amp;nbsp; อย่าเอาตำแหน่งไปประกัน
การประกันตัวนั้น ศาลคงมีเงื่อนไขแน่ว่า &amp;ldquo; ผู้ต้องหาไปดูหนังสือจริงๆ
ไม่ออกไปปลุกระดม หรือไม่ไปเขียนปลุกระดม &amp;ldquo; เหล่านี้.. ถ้าอาจารย์
ทั้งหลายรับรองได้ ศาลก็ให้ประกันแน่ๆ ง่ายๆ&amp;nbsp; ต้องใช้เงินตัวเองนะครับ
ถึงจะว่ากล้าจริง ถ้าพวกนั้นทำผิดเงื่อนไข อาจารย์ก็จะไม่ได้เงินประกันคืน
กล้าๆหน่อย และขอร้องอย่าเอาชื่อ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาบังหน้า
มาใช้อ้างอยู่เรื่อยๆ เด็กธรรมศาสตร์ดีๆจำนวนมาก
ที่เรียนอยู่ ปัจจุบัน เหมือนประชากรชั้น2ของธรรมศาสตร์
ต้องคอยเอาใจพวกเด็กของอาจารย์
&amp;nbsp;บางทีเงินก็อาจแค่ไปขอจากเมืองนอกมาก็คงได้กระมังครับ เค้าพร้อมให้อยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ
มหาลัยของผมปัจจุบันนี้มีอธิการบดีอยู่หรือเปล่า &amp;nbsp;
ช่วยบอกที ถ้าอาจารย์ป๋วยอยู่ ท่านจะลงมาห้ามการกระทำบ้าๆนี้แน่
แม้เด็กจะไม่เชื่อท่าน ท่านก็ทำเพราะเป็นหน้าที่ &amp;ldquo;อธิการบดี&amp;rdquo;ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95807</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นสถาบัน, ประกันตัว, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30d30aaa7b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วปากกล้าขาสั่นโต้ม.112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลยกฟ้อง &amp;quot;แม่จ่านิว&amp;quot; คดีหมิ่นสถาบันตาม ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์ &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์&amp;quot; พร้อมพวกรับทราบข้อหา ม.112&amp;nbsp; ชุมนุมหน้าเอสซีบี &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ยันไม่มีอะไรน่ากังวล เช่นเดียวกับคดีแม่จ่านิวชัดเจนว่าเป็นการกลั่นแกล้งผู้เห็นต่าง ขู่ฟ้องกลับเอาผิดจนท. &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; จ่อร้องอัยการสูงสุดถอนฟ้องหลังศาลพิพากษายกฟ้องคดียุยงปลุกปั่น ลั่นอยากใช้เป็นคดีตัวอย่างทวงความยุติธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 22 ธันวาคม ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.พัฒน์นรี หรือพัชนรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทสถาบันฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยเป็นคดีที่โอนมาจากศาลทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุกรณีจำเลยใช้เฟซบุ๊กแช้ตกับนายบุรินทร์ อินติน มีข้อความหมิ่นประมาทสถาบันฯ โดยจำเลยโพสต์ข้อความโต้ตอบนายบุรินทร์ว่า &amp;quot;จ้า&amp;quot; เท่ากับเป็นการยอมรับและมีส่วนร่วมในการโพสต์ข้อความ จึงเป็นความผิดตาม ป.อาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งนายบุรินทร์ถูกศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว สำหรับ น.ส.พัฒน์นรี จำเลยคดีนี้ ให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 22.40 น. ของวันที่ 12 มี.ค.2559 จำเลยได้อ่านข้อความเฟซบุ๊กของนายบุรินทร์ หลังจากผ่านไป 5 นาที จำเลยก็ตอบว่า &amp;quot;จ้า&amp;quot; ซึ่งพยานนักวิชาการเบิกความว่า คำว่าจ้าเพียงคำเดียวไม่ได้สื่อความหมายอะไร และฟังได้ว่าการที่จำเลยไม่ได้โพสต์ความอื่นๆ นอกจากคำว่าจ้า หลังจากเว้นช่วงเวลาไปนาน 5 นาที แสดงว่าจำเลยต้องการสิ้นสุดการอ่านข้อความเท่านั้น จากนั้นไม่มีความเห็นอื่นๆ จึงฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาหมิ่นประมาทรัชทายาทฯ ตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โดยหลังฟังคำพิพากษา น.ส.พัฒน์นรีถึงกับร้องไห้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัฒน์นรีเปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ไม่น่าเป็นคดีมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะตนเป็นแม่จ่านิว ถึงถูกดำเนินคดี ตนอ่านเฟซบุ๊กของนายบุรินทร์ในฐานะเพื่อนกันทั่วไปนาน 20 นาที และไม่ได้คุยอะไรนอกจากคำว่าจ้าคำเดียว หลังจากเว้นไป 5 นาที ศาลท่านมองว่าเพียงเท่านี้ ตนไม่มีเจตนากระทำผิด จึงยกฟ้อง ก็รู้สึกโล่งใจถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ขอให้อัยการอย่าได้อุทธรณ์เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน นายอานนท์ นำภา พร้อมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน น.ส.วรรณวลี เอมจิตต์ หรือตี้ พะเยา, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า รวม 6 คน พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกคดี ม.112 จากการชุมนุมปราศรัยในม็อบ 25 พฤศจิกา.ไปหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ โดยมี พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทนายความกล่าวว่า วันนี้มีผู้ถูกหมายเรียกทั้งหมด 7 คน จากการชุมนุมครั้งเดียวกัน โดยมีนายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย ซึ่งติดธุระอยู่ที่ จ.มหาสารคาม จึงจะขอพนักงานสอบสวนเลื่อนวันนัดหมายออกไปก่อน ขณะที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ที่ถูกหมายเรียกก็กำลังเดินทางมา สำหรับการแจ้งข้อหาจะต้องรอพบพนักงานสอบสวนก่อนว่ามีคดีความอื่นอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากการเข้ารับทราบข้อหา 112 ของกลุ่มแกนนำคณะราษฎร นายอานนท์&amp;nbsp; นำภา เปิดเผยว่า มารับทราบข้อกล่าวหาที่ขึ้นปราศรัยที่หน้าเอสซีบี วันที่ 25 พ.ย. และห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล เช่นเดียวกันกับกรณีศาลยกฟ้องแม่จ่านิวข้อหา 112 มันชัดเจนอยู่แล้ว การแจ้งข้อหา 112 กับผู้เห็นต่างเพื่อการกลั่นแกล้งและเป็นใบเสร็จที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาแจ้งความดำเนินคดีกับพวกเราและเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินคดีกับพวกเรามันทุเรศ ต่อไปเราจะพิจารณาดำเนินการฟ้องกับคนที่แจ้งเอาผิดและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ปีหน้ายืนยันว่าการชุมนุมเข้มข้นขึ้นแน่ พยายามหาแนวร่วมเพิ่มขึ้น ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด กิจกรรมของเราก็จะดำเนินปรับไปตามสถานการณ์ตามยุทธวิธี โควิดไม่ได้ห้ามแสดงสิทธิทางการเมือง&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กล่าวว่า ถึงแม้จะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด การเรียกร้องของเราก็จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เราเคยต่อสู้มาทุกสถานการณ์ การผูกโบหรือการผูกผ้าตามสถานที่ต่างๆ ก็เป็นขั้นตอนตามยุทธวิธี เราจะต่อสู้ต่อไปด้วยด้วยความเหมาะสมตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังศาลพิพากษายกฟ้องคดียุยงปลุกปั่น ม.116 ว่า วันนี้ศาลพิจารณาตัดสินยกฟ้อง ด้วยเหตุผลสำคัญคือว่าการแสดงความเห็นของตนเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ซึ่งรับรองโดยกฎหมายทั้งของประเทศไทยและอนุสัญญาระหว่างประเทศ เป็นการแสดงออกโดยสุจริต ไม่ได้เป็นการยั่วยุปลุกปั่น ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการที่ตนโพสต์เฟซบุ๊ก ได้โพสต์ขึ้นในระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัวไปอยู่ในคุกแล้วไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ ขั้นตอนของตำรวจในชั้นสอบสวนมีการจับกุมและตั้งข้อหาก่อนที่จะสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นการทำเพื่อสนับสนุนการตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวน การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในคดีนี้เป็นไปในลักษณะที่บิดเบือนการใช้กฎหมาย เป็นการทำเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตนจะดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1.ตนกับทนายความจะร่วมกันดำเนินการนำข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ปรากฏในการดำเนินคดีสืบพยานและคำพิพากษาของศาล ไปร้องต่ออัยการสูงสุด ให้อัยการสูงสุดพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ ตนไม่ต้องการก้าวล่วงดุลพินิจของพนักงานอัยการ แต่อัยการสูงสุดมีอำนาจที่จะพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ได้ และข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏในการสืบพยาน รวมทั้งในคำพิพากษาของศาลมีเหตุผลที่จะพิจารณาใช้ดุลยพินิจโดยใช้หลักนิติธรรมถอนฟ้องคดีนี้ออกไป ซึ่งก็จะไม่มีการอุทธรณ์อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จะขอเสนอต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินคดี การฟ้องคดีที่โอนจากศาลทหารมายังศาลยุติธรรมใหม่ คือไม่ใช่รับคดีมาแล้ว ไม่พิจารณาหลักฐานเพิ่มเติมอะไรเลย ทั้งๆ ที่ในศาลทหารไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย จนถึงขนาดที่ว่าคดีนี้ไม่ควรมาถึงชั้นศาลตั้งแต่ต้น อัยการก็ควรจะต้องพิจารณาสั่งไม่ฟ้องได้ และนี่เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การกระทำอย่างนี้เป็นการใช้กฎหมายพร่ำเพรื่อ และประเทศไทยก็ยังไม่มีวิธีการที่จะป้องกันการกระทำอย่างนี้ ทำให้มีการใช้กฎหมายตามใจชอบเพื่อปิดปากผู้ที่เห็นต่าง สร้างความเดือดร้อน เป็นภาระต่อนักศึกษาและประชาชนหลายร้อยคนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์การดำเนินคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงเสียใหม่ จะเสนอเรื่องไปยังองค์กรของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อแก้ไขกฎหมาย และขณะเดียวกันก็ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลต่อเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย และอยากจะใช้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อเรียกร้องหาความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในช่วงที่ผ่านมา&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เริ่มคดีนี้ตั้งแต่ต้นด้วยหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อน จะนำเอาคำพิพากษาวันนี้ หรือถ้าจะมีคำพิพากษาอื่นๆ มาวิเคราะห์อย่างละเอียด แต่เท่าที่ดูก็เห็นปัญหาชัดเจนว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำเนินการทำไปโดยไม่ชอบตามหลักนิติธรรมและกระบวนการ วิธีพิจารณาความอาญาอย่างชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87739</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นสถาบัน, พ.ร.บ.คอมพ์, ม.112, ศาลยกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe2069a849dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
