<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โล่ง &#039;ราเมศ&#039; เผย คดีหุ้นสื่อ ส.ส.ประชาธิปัตย์ จบแล้ว กกต.ชี้ไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความต่อสู้คดีหุ้นสื่อ ส.ส. ได้เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของคดีที่อยู่ในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้แจ้งผลการพิจารณามายังผู้ถูกร้องซึ่งมีทั้ง ส.ส.และอดีต ส.ส. รวม 9 คน กลุ่มแรก ให้ยุติเรื่อง ทั้งหมด 4 คน นายประกอบ จีรกิติ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;นายวีระชัย วีระเมธีกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และกลุ่มที่สองวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของ 5 ส.ส. ยังไม่สิ้นสุดลง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ และ นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ถือว่าคดีหุ้นสื่อคำวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายราเมศ กล่าวว่า &amp;nbsp;ส.ส.และอดีต ส.ส.ที่ถูกร้องทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของในกิจการสื่อสารมวลชนแต่อย่างใด มีบางคนถูกร้องทั้งๆที่ไม่มีชื่อปรากฏในทางทะเบียนพาณิชย์แต่ผู้ร้องก็ไม่ได้ตรวจตราให้ละเอียด ไปยื่นร้องก็มีผลกระทบต่อผู้ถูกร้อง ขณะนี้ทราบว่า ส.ส.และ อดีต ส.ส. จะขอใช้สิทธิตรวจดูคำร้องเพื่อปกป้องสิทธิของตนตามกระบวนการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114117</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ราเมศ รัตนะเชวง, หัวหน้าทีมทนาย, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611200751607a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำวินิจฉัยกกต. ปมฟ้องอาญา&#039;ธนาธร&#039;ถือหุ้นสื่อฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. ที่ 46/2563 เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ได้กระทำการอันฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98(3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2560 มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42(3) กรณีนายธนาธรเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้รับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเองเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกกต.ได้พิจารณารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว ได้ความว่า ในประเด็นที่ 1 และ 2 นายธนาธรถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด และประเด็นที่ 3 นายธนาธนถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใน 13 บริษัท ในเครือไทยซัมมิท ประกอบด้วย บริษัทไทยซัมมิท โอโตโมทีฟ จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พลาสเทค จำกัด, บริษัทจึงพัฒนาโฮลดิ้ง จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท เชป คอร์ป จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด(มหาชน), บริษัทไทยซัมมิท บ้านโพธิ์ จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท โกลด์ เพรส จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท โอโตเพรส จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พีเค ระยอง โอโคพาร์ท อินดัสตรี จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พีเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัทไทยซัมมิท พีเคเค จำกัด และบริษัทไทยซัมมิท พีเคเค เอนจิเนียริง จำกัด จึงเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างการไต่สวนศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่านายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีผลให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่านายธนาธรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อของตนเองเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2560 มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42(3) ตามคำร้อง จึงสั่งให้ยุติการไต่สวนและให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายธนาธร พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2560 มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42(3) ในประเด็นที่ 1 ส่วนประเด็นที่ 2 และ 3 ให้รอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คดีหุ้นสื่อ, คำวินิจฉัย, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9554f628449.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ้น-ทิพานัน&#039;ตอก&#039;ทอน&#039;หน้าหงายคำอุทธรณ์ฎีกานอกศาลคดีหุ้นสื่อเบาหวิว ถนัดคิดเองเออเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ &amp;ldquo;อ้น&amp;rdquo; อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ อ้น-ทิพานัน ศิริชนะ I Onn Tipanan Sirichana ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่ตั้งข้อสังเกตคำวินิจฉัยคดีวีลัคของศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง &amp;ldquo;ความเบาหวิวเหลือทนของคำอุทธรณ์ฎีกานอกศาลของคุณธนาธร&amp;rdquo; &amp;nbsp;ระบุว่า ด้วยความเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและพิจารณาถึงข้อความที่คุณธนาธรเขียนอธิบายข้อสังเกตแล้ว ตนเองจึงขอแสดงความคิดเห็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเทียบข้อสังเกตของคุณธนาธรเป็นคำอุทธรณ์ฎีกา (นอกศาล) นั้น ศาลคงไม่รับฟ้องอุทธรณ์ฎีกาเพราะไม่มีพยานหลักฐานใหม่มานำสืบพิสูจน์หักล้างให้น่าเชื่อได้ว่าคุณธนาธรโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 62 จริง &amp;nbsp;ที่เขียนอธิบายมาใหม่จึงเบาบางเหลือเกิน มีแต่เรื่องเดิมที่ศาลพิจารณาไปแล้ว ประเด็นสำคัญคือ เอกสารหลักฐานต่างๆ ที่คุณธนาธรนำส่งศาลล้วนเป็นเอกสารภายในที่อาจทำย้อนหลังขึ้นเอง และพยานบุคคลต่างๆ ที่มาให้ถ้อยคำก็ล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิดของคุณธนาธร ไม่มีพยานหลักฐานจากบุคคลภายนอกที่เป็นกลางมาสืบให้ศาลเชื่อว่าโอนหุ้นจริงในวันที่ 8 ม.ค. 62
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าเทียบกับเรื่อง Blind Trust ก็เป็นเรื่องบังเอิญที่น่าแปลก วันที่มีการลงนาม MOU มีการแถลงข่าวถ่ายรูป แต่กลับไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินเข้า Blind Trust จริง ในขณะที่วันที่ 8 ม.ค. 62 ที่คุณธนาธรอ้างว่าโอนหุ้นบริษัทวี-ลัคและบริษัทในเครือรวม 14 บริษัทจริง กลับไม่มีหลักฐานรูปถ่ายซักใบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่คุณธนาธรตั้งข้อสังเกตเรื่องอำนาจยื่นคำร้องของ กกต. และอำนาจพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ กกต. ไว้พิจารณาเป็นการตรวจสอบ &amp;ldquo;คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.&amp;rdquo; และการตรวจสอบ &amp;ldquo;คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ส.ส.&amp;rdquo; มาปะปนกันนั้น การตั้งประเด็นแบบนี้ ก็น่าคิดเหมือนกันว่าคล้ายๆ คุณธนาธรเองจะยอมรับกลายๆ ว่า &amp;ldquo;ณ วันที่ 6 ก.พ. 62 ที่สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. คุณธนาธรขาดคุณสมบัติเพราะยังถือหุ้นวีลัคอยู่ แต่วันที่ 24 มี.ค. 62 ที่เป็นวันเลือกตั้ง ส.ส. นั้นคุณธนาธรมีคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ครบถ้วนเพราะได้โอนหุ้นวีลัคไปแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ตรวจสอบปะปนกัน เพราะศาลได้วินิจฉัยตามคำร้องขอของ กกต. ที่ขอให้สมาชิกภาพ ส.ส. ของคุณธนาธร สิ้นสุดลงตาม รธน. มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ซึ่งมาตรา 101 (6) บัญญัติว่า &amp;ldquo;สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ (6) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98&amp;rdquo; ดังนั้นจึงชัดเจนว่า &amp;ldquo;การมีลักษณะต้องห้ามในฐานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ นั้นเป็นลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย&amp;rdquo; ศาลไม่ได้ตีความเกินเลยแต่อย่างใด เป็นไปตามคำร้องขอของ กกต. และตัวบทกฎหมายชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่คุณธนาธรระบุว่า เมื่อพิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมาย &amp;nbsp;ต้องเป็นกรณีที่สื่อเช่นว่านั้นยังคงประกอบกิจการอยู่เท่านั้น &amp;nbsp;ในกรณีนี้ ศาลเห็นว่า แม้บริษัทวีลัค จะหยุดพิมพ์แล้ว ไม่มีพนักงานแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และยังไม่ได้แจ้งยกเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการ ตามมาตรา 18 พรบ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ดังนั้น จึงยังถือเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่เพราะสามารถจะกลับมาดำเนินกิจการ ประกอบการพิมพ์เมื่อใดก็ได้
&amp;nbsp;
กรณีนี้สามารถเทียบเคียงได้กับคุณทวีป ขวัญบุรี ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลฎีกาตัดสิทธิการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เพราะยังไม่ได้จดแจ้งยกเลิกแบบเดียวกับคุณธนาธร แม้ว่าจะหยุดพิมพ์หนังสือกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การมีใบอนุญาตฯ อยู่ทำให้เจ้าของใบอนุญาตมีความสามารถตามกฎหมายพิมพ์อะไร พิมพ์เมื่อใดก็ได้ ซึ่งหากบริษัทวีลัคประสงค์จะเลิกกิจการสื่อและหยุดพิมพ์สิ่งพิมพ์ใดๆ เหตุใดจึงไม่แจ้งยกเลิกตามมาตรา 18 พรบ. จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ซึ่งจะเป็นระยะเวลาก่อนวันที่ 30 ธ.ค. 62 (คำนวณจากกำหนด 30 วันหลังจากวันสุดท้ายที่พิมพ์นิตยสาร JIBjib เล่มสุดท้าย คือ วันที่ 30 พ.ย. 61)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลองนึกภาพ หากเราต้องการป้องกันอันตรายในการขับขี่รถยนต์ของบุคคลไร้ความสามารถ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น เราคงไม่ทำแค่ริบรถ ริบกุญแจรถ แต่เราคงทำถึงการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของเขา เพราะแค่เขาไม่มีรถ เขายังสามารถใช้ถนน ขับขี่รถโดยถูกกฎหมายได้โดยอาจยืม/เช่ารถคนอื่นมาขับเมื่อใดก็ได้เพราะเขายังมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์อยู่ แล้วแบบนี้เขาและผู้อื่นก็ยังมีโอกาสได้รับอันตรายได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนทำการตั้งข้อสังเกต คุณธนาธรควรกลับไปทำความเข้าใจถึงข้อแตกต่างของหลักการพิจารณาคดีแบบกล่าวหากับแบบไต่สวนให้ถ่องแท้และไม่ใช้สับสน รวมถึงศึกษาวิธีการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีวิธีการเฉพาะ มีบัญญัติไว้ในชัดเจนในพรป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และ ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ข้อสังเกตของอ้นคือ คุณธนาธรมีความถนัดในการตั้งข้อสังเกตหรือข้อวิจารณ์ในประเด็นต่างๆ ฝ่ายเดียว &amp;nbsp; คุณธนาธรมักร้องขอโอกาสแต่เมื่อมีโอกาสกลับไม่ใช้มัน &amp;nbsp;คุณธนาธรร้องขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคล และศาลก็ได้ให้โอกาสและให้เวลาเตรียมตัวล่วงหน้า แต่เมื่อถึงวันไต่สวนพยาน ในเวลาที่คุณธนาธรมีโอกาสที่จะนำเสนอข้อมูลพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดการตรวจสอบและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองนั้น คุณธนาธรกลับจำข้อมูลไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ล่าสุดที่คุณธนาธรมีความพยายามที่จะเข้ามาใน กมธ. พิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณ และเมื่อได้มีโอกาสเข้ามาแล้ว คุณธนาธรก็ชิงลาออกกลางครัน ซึ่งหากจะอดทนและตั้งใจ ไม่รีบด่วนลาออก &amp;nbsp;ก็เชื่อว่าคุณธนาธรจะได้ข้อมูลจาก กมธ. ชุดดังกล่าว เช่น งบประมาณของทหารที่มีรายละเอียดครบถ้วน ผ่านการอภิปราย โต้แย้งด้วยเหตุผล มีการชี้แจงข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำให้คุณธนาธรสามารถมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ถูกต้องชัดเจนมากกว่าการแสดงความเห็น วิจารณ์งบดังกล่าวจากข้อมูลที่ทำความเข้าใจอยู่คนเดียว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51706</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ทิพานัน ศิริชนะ, ธนาธร, รองโฆษกพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de651c8b2e04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โดนตัดสิทธิ์มา5ปีรปห.อีก5ปีไม่บ่นสักคำ&#039;เสี่ยหนู&#039;สอน&#039;ธนาธร&#039;ต้องทำตามกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พ้นจากความเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อจากคดีถือหุ้นสื่อว่า ราชกิจจานุเบกษาประกาศห้ามวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ เราอยู่ตรงนี้ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีคำพิพากษาออกมา เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลสูงและรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศก็ตามนั้น และตนเชื่อว่าคนที่อาสามารับใช้บ้านเมือง เป็นผู้แทนราษฎร ตั้งพรรคการเมืองมาทำเพื่อให้กับบ้านเมือง ต้องรักชาติบ้านเมือง คงไม่มาทำอะไรให้บ้านเมืองเสียหาย เชื่อในสปิริต และเชื่อว่าบ้านเมืองยังไม่มีเงื่อนไขอะไรเอาผู้คนออกมาเดินขบวนตามถนน ซึ่งผิดกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะทำอะไรต้องคำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก จะได้ไม่มีปัญหาอะไร ผิดตรงไหนก็ไปต่อสู้ อยู่ตรงไหนก็รับใช้บ้านเมืองได้ ผมก็โดนตัดสิทธิ์มา 5 ปีไม่เห็นบ่นซักคำและบวกโดนปฏิวัติอีก 5 ปี เป็น 10 ปี ถ้าเราตั้งใจทำงานให้บ้านเมืองก็มีเวทีให้ทำ เข้ามาไม่ได้ก็ทำอยู่ข้างนอก ช่วยกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50868</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ตัดสิทธิ์ทางการเมือง, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, อนุทิน-ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd76145a927e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทอน&#039;ดิ้นคดีหุ้นสื่อ อ้างมั่วก่อนศาลรธน.วินิจฉัย&#039;ปากกาอยู่ในมือเขา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62 -ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit ว่า ทุกอย่างที่เราทำ เราทำตามความฝันของเรา เราทำตามสิ่งที่เราหาเสียงกับประชาชนเอาไว้ และแน่นอน สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นการขัดผลประโยชน์ของเขาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปากกาอยู่ในมือเขา แต่ถ้าต้องมานั่งห่วงว่าเราทำแบบนี้เขาจะพอใจมั้ย เขาจะจัดการเรามั้ย เขาจะยุบพรรคเรามั้ย เราก็ไม่ต้องทำงานอะไรกันพอดี แล้วเราจะตั้งพรรคนี้ขึ้นมาทำไม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50671</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ปากกาในมือเขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3dfdfdf70b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดจ้าน!&#039;ช่อ&#039;ไม่กลัวน้ำร้อนเปิดศึก&#039;เดียร์&#039;ไม่ไร้เดียงสา เพิ่มอีกสักคดีคงไม่เป็นไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62-น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่น.ส.วทันยา วงโอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐประกาศจะใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการ หลังถูกกล่าวพลาดพิงเรื่องนักการเมืองถือหุ้นสื่อ ว่า ก็เป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิ์ของเขา ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ก่อนที่เราจะแถลงข่าวเราก็มีความมั่นใจและไม่ไร้เดียงสาถึงขั้นที่จะไม่รู้ว่าการกล่าวพาดพิงบุคคลที่สามจะไม่เสี่ยงโดนฟ้อง เราจึงรัดกุมพอสมควรว่า สิ่งที่เราพูดเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น ผู้บริหารของเนชั่น ผู้บริหารของนิวส์ เน็ตเวิร์ค และผู้บริหารของสถาบันทิศทางไทย รวมไปถึงสัดส่วนเวลาที่ช่องเนชั่นนำเสนอข่าวของอนาคตใหม่ ถ้าสงสัยว่าข้อมูลส่วนไหนบิดเบือนก็สามารถไปเช็คสถิติได้ และนำหลักฐานมาแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตามแล้วธรรมนูญมาตรา 98 (3) ระบุเรื่องคุณสมบัติของส.ส. ว่าห้ามถือหุ้นสื่อนั้น มีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหน น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ก็ถือว่าอยู่ที่การตีความทางกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายคู่สมรส ถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เพราะเวลาที่นักการเมืองแสดงทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ต้องแสดงทรัพย์สินของคู่สมรสด้วย เรื่องนี้เราคิดว่าถ้าไม่พูดถึงเรื่องกฎหมายเลยในทางจิตสำนึกทุกคนก็ย่อมทราบดีว่านายฉาย บุนนาค และน.ส.วทันยา เป็นสามีภรรยากัน และใครๆ ก็ทราบว่าเนชั่นเป็นสำนักข่าวที่มีแนวคิดทางการเมืองเป็นแบบไหน ให้คุณกับฝ่ายไหนและให้โทษกับฝ่ายไหน เราเชื่อว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริง ตนเข้าใจว่า น.ส.วทันยา ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนายฉาย เพราะป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น สำหรับพรรคอนาคตใหม่ตอนนี้มีหลายคดีแล้ว เพิ่มอีกสักคดีคงไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่เนชั่นแฉความสัมพันธ์ระหว่างมติชนและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ แสดงความเห็นว่า คงต้องแบ่งเรื่องนี้เป็นสองส่วน อย่างแรกคือ อาจจะเทียบกันได้ว่าน.ส.วทันยา และนายฉาย เป็นสามีภรรยากัน เหมือนกับนางสมพร และนายธนาธร เป็นแม่ลูกกัน แม้จะไม่ใช่คนคนเดียวกันก็มีความเกี่ยวข้องกัน ข้อเท็จจริงอีกส่วนที่สำคัญมากๆ เลยก็คือ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ให้นักการเมืองถือหุ้นสื่อเพื่อไม่ให้ใช้สื่อนั้นเป็นคุณกับตัวเองและเป็นโทษกับคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราดูการนำเสนอข่าวของมติชนก็จะเห็นว่ามีทั้งข่าวที่เป็นคุณและเป็นโทษกับอนาคตใหม่เพราะต้องยอมรับว่าด่ามาหลายหลายครั้งนั้นเกิดมาจากมติชน ซึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติของการทำงานสื่อที่ต้องวิจารณ์คนนั้นวิจารณ์คนนี้ คอลัมน์ของมติชนเองก็มีความหลากหลาย ดิฉันคิดว่าควรพิสูจน์กันที่ผลงานดีกว่าว่าเป็นคุณกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือเปล่า คิดว่าเรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายแทนมติชนเพราะผลงานก็มีให้เห็นอยู่แล้ว&amp;quot; โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50630</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ช่อ-พรรณิการ์ วานิช, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd388e7dabd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;บอกเป็นเรื่องธรรมดาพรุ่งนี้จะมีม็อบให้กำลังใจ&#039;ทอน&#039;แต่ไม่ต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- ​ &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ นัดตัดสินคดีหุ้นของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ว่า ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ก็ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต้องดูแล กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า คงไม่ต้องไปกำชับหรือดูแลอะไรเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า จะมีประชาชนแห่มาให้กำลังใจนายธนาธร ในวันพรุ่งนี้จำนวนมาก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินออกมา เป็นห่วงว่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อันนั้นมันแค่ถ้า ไม่ตอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50618</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd36a1909366.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
