<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039; เสียงสั่นเครือโวยตร.แกล้งออกหมายจับช่วงกักตัวโควิด คดีซ่องโจรอุ้มรีดค่าไถ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - ที่ สน.ทองหล่อ ภายหลัง นายสันธนะ ประยูรรัตน์ พร้อมพวก รวม 5 คน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนนานกว่า 5 ชั่วโมง และพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์ รวม 3 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น นายสันธนะ ให้สัมภาษณ์ด้วยเสียงสั่นน้ำตาคลอว่า ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งไว้ และใช้เงินประกันตัวออกมา มูลค่า 1 แสนบาท ส่วนลูกน้อง ใช้เงินประกันตัวคนละ 5 หมื่นบาท ซึ่งทางตำรวจได้อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ยอมรับน้อยใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะขณะนี้ตนป่วยเป็นโรคโควิด19 และหมอให้กักตัวจนถึงวันที่ 6 ส.ค.นี้ คดีนี้เกิดขึ้นมา 4 เดือนแล้ว ตั้งแต่เดือน มี.ค. ควรรอให้ตนหายดีก่อนและจะมาพบพนักงานสอบสวน แต่กลับถูกตำรวจ สน.ทองหล่อ ออกหมายจับ 7 หมาย คือ ตนเองและผู้ติดตาม ซึ่งได้มามอบตัวแล้ว 5 คน ส่วนอีก 2 คน ติดโควิด 1 คน และอยู่ในช่วงกักตัวอีก 1 คน โดยจะมามอบตัวในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ เผยอีกว่า คาดว่าเรื่องนี้ตนถูกกลั่นแกล้ง เพราะชาวต่างชาติที่ตนบอกมาเสมอว่ารู้จักกัน และถูกจับกุมตัวโดยตำรวจกองปราบปราม เมื่อวันที่ 15 พ.ค. จนนับถึง วันที่ 6 ส.ค.นี้ จะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้าย รวมระยะเวลา 84 และในวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือถึง ผกก.สน.ทองหล่อ ว่าแพทย์ได้ให้ตนกักตัวดูอาการ และทำหนังสือชี้แจงพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ในทางคดีไม่สามารถรอผลได้ และต้องการดำเนินคดีตน เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ตำรวจจึงนำสำนวนไปขอหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ มากลั่นแกล้งให้ตนมีส่วนในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทั้ง 7 คน ถูกตั้งข้อหา &amp;quot;ร่วมกันเป็นอั้งยี่,ซ่องโจร,ข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการ ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยอ้างอำนาจ อั้งยี่ หรือ ซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพและร่างกาย&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112050</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอั้งยี่ซ่องโจร, สันธนะ ประยูรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108d81f71836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัด &#039;โตโต้-แก๊งวีโว่&#039; รวม 45 คน สอบหลักฐานคดีอั้งยี่ซ่องโจร ครั้งหน้า 12 ก.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ อ.920/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo กับพวกรวม 45 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่นๆ จากเหตุการณ์ที่ตำรวจจับกุมกลุ่ม Wevo&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2564 ที่ห้างเมเจอร์ฯ สาขารัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้พวกจำเลยสวมชุด PPE ป้องกันเชื้อไวรัสโควิดเดินทางมาศาล โดยภายหลังสอบคำให้การแล้ว นายปิยรัฐ เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีการเซ็นรับคำฟ้องเป็นที่เรียบร้อย ศาลนัดพร้อมอีกครั้งเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานในวันที่ 12 ก.ค. 2564&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่สวมใส่ชุด PPE มานั้น ทางกลุ่มมองว่าหากสมาชิกมากันเยอะและมาจากหลายสถานที่ ควรมีการป้องกันทั้งตนเองและส่วนรวม จึงมีการสวมใส่ชุด PPE&amp;nbsp;ซึ่งศาลก็มีกระบวนการที่เข้มงวดมากขึ้น โดยการแยกสมาชิกเป็นกลุ่มละ 10 คน&amp;nbsp;จากนั้นมีการให้ตรวจสอบทะเบียนของแต่ละคนว่าข้อมูลต่างๆ ถูกต้องหรือไม่ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบอาวุธ และเข้าไปภายในห้องเวรชี้ ซึ่งสมาชิกทุกคนได้นั่งเป็นแถว โดยมีการเว้นระยะห่าง เมื่อศาลได้อ่านคำฟ้องและเสร็จสิ้นกระบวนการนัดพร้อม ท้ายที่สุดมีการเซ็นรายงาน และให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับโดยออกมาด้านนอกครั้งละ 10 คนเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103571</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, คดีอั้งยี่ซ่องโจร, ปิยรัฐ จงเทพ, ม็อบรีเด็ม, ศาลอาญา, โตโต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a60f88b41cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โตโต้&#039; ลั่นไม่หยุดต่อสู้ ขอเวลาฟื้นฟูสุขภาพแล้วเราจะได้พบกันแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้ากลุ่มการ์ดวีโว่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ประกันตัวในคดี ม.112 และพรบ.คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;พร้อมติดกำไลอีเอ็ม และมีเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมเสื่อมเสีย ห้ามออกนอกประเทศ โดยนายปิยรัฐได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายปิยรัฐ โพสต์ข้อความว่า สะดุ้งตื่นทั้งคืนเหมือนมีอะไรมาเกาะขาตอนนอน รู้สึกต้องปรับตัวให้อยู่กับมันให้ได้ เราสองคนขาดกันไม่ได้อะไรทำนองนั้น ต้องคอยดูแล และชาร์จแบตเตอรี่ตลอด เป็นกำไลที่ราคาแพงมีตังก็ซื้อใส่ไม่ได้ คุณต้องมีคดีด้วย 5555&amp;nbsp;ว่าแต่ใครบนบานอะไรไว้ไปแก้บนด้วยนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้านี้ไม่รู้จะตอบ และขอบคุณใครบ้างมีมากมายเหลือเกิน ตลอด 60 วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;และไม่รู้จะเริ่มต้นกับการพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง เพราะมี108 เรื่องที่ต้องการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะพักยาวแบบที่หลายคนเป็นห่วงและแนะนำมาในใจก็ตอบชัดว่าไม่ได้ เพราะหลายคนยังสู้อยู่ ทุกลมหายใจเข้าออก โดยเฉพาะคนข้างในที่ถูกจองจำ เรายังไม่ตายจะพักได้อย่างไร นาทีหนึ่งก็มีค่ามากสำหรับพวกเขาที่การต่อสู้ไม่มีสิ้นสุดหยุดพัก แม้แต่การนอนที่ยากลำบากในเรือนจำ ก็คือการต่อสู้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเวลาฟื้นฟูสุขภาพที่อ่อนแอ่ และยังมีอาการไอ อย่างน่ารำคาญตั้งแต่หายไข้ ก็ร่วมสองสัปดาห์แล้วที่ไอไม่หยุด วันนี้จะรีบไป ตรวจสุขภาพโดยละเอียด เพื่อจะได้รักษาตัวให้หายโดยเร็ว แล้วเราจะได้พบกับแน่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101929</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, คดีอั้งยี่ซ่องโจร, ปิยรัฐ จงเทพ, พรบ.คอมพิวเตอร์, มาตรา 112, โตโต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609356b7489db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก๊งวีโว่&#039; รายงานตัวศาลคดีอั้งยี่ซ่องโจร นัดสอบคำให้การ 45 คน พร้อมกัน 20 พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัด&amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มวีโว่ (Wevo) กับพวกแนวร่วมกลุ่มวีโว่ จำนวน 15 คน ชุดแรกที่ได้รับประกันตัวไปในชั้นฝากขัง มารายงานตัวต่อศาล เพื่อแจ้งทราบเกี่ยวกับการฟ้องของอัยการ&amp;nbsp;หลังจากพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกลุ่ม Wevo เป็นจำเลยรวมทั้งหมด 45 คน ซึ่งยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2564 ในความผิดฐานอั้งยี่-ซ่องโจร และข้อหาอื่นฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยื่นฟ้องมาจากเหตุการณ์ที่ตำรวจจับกุมกลุ่ม Wevo เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2564 บริเวณอาคารจอดรถห้างเมเจอร์ฯ สาขารัชโยธิน ซึ่งในวันดังกล่าวเป็นช่วงเดียวกับที่มีเหตุนัดชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก โดยนายปิยรัฐถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ส่วนพวกอีก 14 คน ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 2-10 และที่ 12-16 อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เฉพาะตัวนายปิยรัฐถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ในชั้นฝากขังคดี ฝ.71/2564 (ความผิดตาม ป.อาญา ม.112) ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยที่ 2-8, 10, 12-16 มารายงานตัว เพื่อทราบนัดสอบคำให้การจำเลยในคดีดังกล่าวแล้ว ส่วนจำเลยที่ 9 นั้น ก่อนหน้านี้ทนายความได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดรายงานตัวไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถมาศาลได้ในวันที่ 26 เม.ย. นี้&amp;nbsp; ซึ่งศาลอนุญาต โดยนัดให้มาสอบคำให้การในวันที่ 20 พ.ค.นี้ อันเป็นวันนัดสอบคำให้การวันเดียวกับจำเลยที่ 11, 17-45 ซึ่งเป็นชุด 30 คนหลัง รวมทั้งหมด 45 คน สำหรับนายปิยรัฐ จำเลยที่ 1 ทนายความได้ยื่นคำร้องด้วยเช่นด้วยเช่นกัน แจ้งเหตุขัดข้องไม่สามารถมาศาลได้ตามนัดวันนี้ เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้นฝากขังคดี ฝ.71/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้ว กำหนดนัดให้จำเลยที่ 1, จำเลยที่ 2-10, 12-16 สอบคำให้การในวันที่ 20 พ.ค. นี้ เวลา 08.30 น. สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น ก็ให้ดำเนินการสอบคำให้การผ่านระบบ Video Conference ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100810</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มการ์ดวีโว่, การ์ดวีโว่, คดีอั้งยี่ซ่องโจร, ปิยรัฐ จงเทพ, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606feae701ff4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไต่สวนคำร้องประกันตัว &#039;โตโต้&#039; ยังไม่เสร็จ นัดพิจารณาเอกสารต่อ 1 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซ่องโจรฯ จากการถูกตำรวจจับกุมตัวเมื่อช่วงค่ำ วันที่ 6 มี.ค. 2564 ที่ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ฯ&amp;nbsp; สาขารัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งนายปิยรัฐไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอีกครั้งพร้อมขอศาลไต่สวนคำร้อง ศาลอนุญาตและนัดไต่สวนในวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัวนายปิยรัฐจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล และมีพนักงานสอบสวนเดินทางมาเบิกความต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทนายความของนายปิยรัฐ ผู้ต้องหา ได้แถลงขอนำพยานวัตถุมาแสดงต่อศาล ประกอบด้วย คลิปไลฟ์สดเหตุการณ์ขณะถูกจับกุมบริเวณอาคารจอดรถห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ฯ รัชโยธิน, ใบเสร็จค่ารับประทานอาหารที่ระบุเวลา 17.52 น., ภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดที่ระบุเวลา และประเด็นพฤติการณ์การจับกุมในคำร้องฝากขัง ที่แจ้งว่าได้ยึดของกลางจากนายปิยรัฐ คือเสื้อคล้ายเกราะเท่านั้นที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่นายปิยรัฐไม่เคยถูกดำเนินคดีข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรมาก่อน แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.พิภัสสร์ พูนลัน พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เบิกความต่อศาลสรุปได้ว่า การจับกุมนายปิยรัฐเป็นการระงับเหตุร้าย ซึ่งเป็นไปตามการสืบสวนสอบสวนของตำรวจสันติบาล ที่ระบุว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้อง เป็นผู้สั่งการในเหตุการณ์ก่อความรุนแรงที่หน้า สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 แต่ไม่ได้แนบสำเนารายงานดังกล่าวมาในบันทึกการจับกุม และได้รับรายงานพิสูจน์ของกลางว่า หลักฐานดังกล่าวเป็นยุทธภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย ส่วนการจับกุมนายปิยรัฐที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ฯ รัชโยธิน วันดังกล่าวนั้น เป็นการจับกุมในภายหลัง ต่อเนื่องกันกับการจับกุมพวกผู้ต้องหารายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า วันนี้ได้เบิกตัวพนักงานสอบสวนมาไต่สวนแล้ว 1 ปาก ขณะที่ทนายความกับพนักงานสอบสวนได้แถลงว่าหมดพยานที่จะไต่สวนเพียงเท่านี้ คงมีประเด็นขอให้พนักงานสอบสวนนำเสนอรายงานการตรวจพิสูจน์ว่าเสื้อที่นายปิยรัฐ ผู้ต้องหาสวมใส่ เป็นเสื้อเกราะตามกฎหมายยุทธภัณฑ์หรือไม่ จึงให้นัดพิจารณาพยานเอกสารอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้ 1 เม.ย. 2564 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97884</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอั้งยี่ซ่องโจร, ปิยรัฐ จงเทพ, ศาลอาญา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพ, โตโต้, โตโต้ ปิยรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_604849f485fc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดไต่สวน 31 มี.ค.ทนายขอประกันตัว &#039;โตโต้&#039; คดีอั้งยี่ซ่องโจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;มี.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม&amp;nbsp;Wevo&amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม&amp;nbsp;REDEM&amp;nbsp;หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง โดยคำร้องมีเนื้อหารายละเอียดขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องขอประกันตัวระบุสาระสำคัญสรุปได้ว่า นายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถูกจับกุมโดยยังไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมใดๆ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนก็ไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันแน่ชัดว่าผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระทำการในลักษณะอั้งยี่และซ่องโจร คงมีเพียงแต่การกล่าวหาโดยลอยๆ เท่านั้น ตามวันเวลาเกิดเหตุ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพียงเดินทางไปรับประทานอาหารที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธินเท่านั้น ปรากฏตามใบเสร็จค่าอาหารจำนวน&amp;nbsp;962&amp;nbsp;บาท รับประทานเสร็จในเวลา&amp;nbsp;17.52&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบพยายามเข้ามาควบคุมตัว โดยไม่มีหมายจับ ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่แจ้งว่ากระทำความผิดอันใด ไม่มีหมายค้น ขอค้นตัว ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก็ให้ความยินยอมแต่โดยดี หากดูตามคลิปวิดีโอจะเห็นได้ว่า ไม่พบสิ่งของใดๆ ไว้ในครอบครองตามที่ถูกกล่าวหา แต่เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษเดินทางมาถึงได้พยายามปัดกล้องไม่ให้ถ่ายภาพเหตุการณ์เอาไว้ คลิปวิดีโอถูกตัดออกไป ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กับเพื่อนถูกควบคุมตัวพร้อมถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดและถูกยึดสิ่งของต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดหรือขอข้อมูลกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด ต่อมาบุคคลผู้ถูกควบคุมตัวก็ได้ไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดกับห้างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมบุคคลต่างๆ ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;17.43&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17.45&amp;nbsp;น. ซึ่งเป็นระยะเวลาช่วงเดียวกันกับที่ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ยังอยู่ในห้างและกำลังจะจ่ายเงินค่าอาหารตามใบเสร็จเวลา&amp;nbsp;17.52&amp;nbsp;น. อันแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไม่ได้มีพฤติการณ์ต่างๆ อันเป็นความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ ตามสำเนาบันทึกการตรวจยึดของกลางจากผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก็ระบุเพียงแค่ว่าตรวจยึดได้เสื้อคล้ายเกราะเท่านั้น ไม่ใช่เสื้อเกราะ ไม่มีมีสิ่งของต่างๆ ตามที่พนักงานสอบสวนได้บรรยายไว้ในคำร้องขอฝากขังอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ยืนยันว่า เพิ่งเคยถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ไม่ได้มีพฤติการณ์ลักษณะซ้ำๆ ข้อเท็จจริงที่พนักงานสอบสวนกล่าวอ้างมาในคำร้องขอฝากขังจึงน่าจะคลาดเคลื่อน สำหรับคดีอื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดนั้น ไม่ได้ลักษณะคดีและข้อหาข้อเท็จจริงต่างๆ เหมือนกับคดีนี้ เป็นแต่เพียงการแสดงออกและการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่มีคดีใดที่ศาลพิพากษาลงโทษ จึงถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จึงขอให้ศาลได้โปรดตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหา หากพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ขอศาลได้โปรดเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนเหตุว่ามีมูลเหตุจริงเท็จเพียงใด เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจของศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการยื่นคำร้องแล้ว ศาลเห็นควรให้เบิกตัวนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และหมายเรียกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน มาศาลเพื่อไต่สวนคำร้องร่วมกัน ในวันที่ 31 มี.ค. นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งเมื่อศาลไต่สวนทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้นายปิยรัฐได้ประกันตัวหรือไม่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97387</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, ขอปล่อยชั่วคราว, คดีอั้งยี่ซ่องโจร, นรเศรษฐ์ นาหนองตูม, ประกันตัว, ปิยรัฐ จงเทพ, ศาลอาญา, โตโต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fc71821ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานคดี &#039;เสธ.หยอย&#039; กับพวกเอี่ยวยิงถล่ม กปปส. ลั่นไม่กังวลให้มันจบที่รุ่นเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.1581/2563 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ท.มนัส เปาริก หรือ เสธ.หยอย อายุ 71 ปี อดีตรองแม่ทัพภาค 3 และนายวัฒนา หรือศิวะ ทรัพย์วิเชียร อายุ 57 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร และผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22 พ.ย. 2556 -24 พ.ย.2560 พล.ท.มนัส และ นายวัฒนา จำเลยที่ 1-2 กับพวกที่ยังหลบหนี ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร โดยเป็นสมาชิกคณะบุคคลรวมตัวกันเป็นองค์กรลับ ปกปิดวิธีดำเนินการ มีความคิดเห็นทางการเมืองอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อให้กลุ่ม กปปส. ยุติหรือเลิกการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลขณะนั้น โดยมีการประชุมวางแผนที่จะก่อเหตุอย่างลับๆ โดยมีนายจักรภพ เพ็ญแข (หลบหนี) สนับสนุนด้านการเงิน และจัดส่งอาวุธมาให้จำเลยทั้งสองเพื่อนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกใช้ก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จำเลยยังร่วมกันครอบครองอาวุธปืนสงครามฯ เครื่องยุทธภัณฑ์ อาทิ ปืนเล็กกลรัสเซียน ปืนเล็กกล เอ็ม.16 พร้อมเครื่องกระสุน ระเบิดสังหาร แบบอาร์จีดี-5 จำนวน 30 ลูก ลูกระเบิดยิง 50 ลูก และอื่นๆ&amp;nbsp;เหตุเกิดที่เขตลาดพร้าว, ห้วยขวาง และมีนบุรี กรุงเทพฯ, อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ที่อื่นเกี่ยวพันกัน&amp;nbsp;โดยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้พนักงานอัยการโจทก์, พล.ท.มนัส และนายวัฒนา จำเลยที่ 1-2 พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&amp;nbsp;พนักงานอัยการโจทก์ได้แถลงขอส่งบัญชีพยานและจะนำพยานโจทก์เข้าสืบ จำนวน 14 ปาก ใช้เวลา 4 นัด ส่วนใหญ่เป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ และพนักงานสอบสวนคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกันในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและอยุธยา, เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนท้องที่เกิดเหตุ, เจ้าพนักงานตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด, ชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนายก อบต.ท้องที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ขณะที่ทนายความจำเลยที่ 1-2 แถลงจะนำพยานเข้าสืบหักล้าง รวมจำนวน 11 ปาก ใช้เวลา 3 นัดครึ่ง&amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก วันที่ 3 ส.ค. 2564 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง พล.ท.มนัส หรือ เสธ.หยอย เปิดเผยว่า ตนและทนายความมาตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานตามขั้นตอน ซึ่งจะเริ่มสืบพยานฝ่ายจำเลยวันที่ 10 ส.ค. 2564 ขอให้สื่อมวลชนร่วมฟังและติดตามคดีนี้ด้วย ซึ่งตนให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ส่วนตัวไม่มีความกังวลใดๆ อย่างไรก็ให้มันจบที่รุ่นเรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79537</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอั้งยี่ซ่องโจร, ครอบครองอาวุธปืนสงคราม, พล.ท.มนัส เปาริก, ยิงถล่ม กปปส., อดีตรองแม่ทัพภาค 3, เสธ.หยอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7abffb45834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
