<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณวัฒน์&#039;แจ้งความ&#039;สนธิญา&#039; ลั่นคดีอาญาไม่มีการยอมความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เดินทางมา สภ.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นการออกจากที่พักเป็นครั้งแรก หลังได้รับอนุญาตจากแพทย์ เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีกับ นายสนธิญา สวัสดี ในข้อหาหมิ่นประมาท เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง หลังจากที่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 นายสนธิญา สวัสดี แจ้งความเอาผิด ณวัฒน์ อิสรไกรศีล โพสต์เฟซบุ๊กโจมตีรัฐบาลเรื่องวัคซีน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทำให้ ณวัฒน์ ได้รับความเสียหาย จึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความดำเนินคดีกับ นายสนธิญา สวัสดี โดย ณวัฒน์ เผยว่า ผมจะต่อสู้และใช้สิทธิ์ของผมเรียกร้องความยุติธรรมอย่างเต็มที่ จะไม่ยอมให้ใครมารังแก หลังจากนี้ตำรวจจะออกหมายเรียก นายสนธิญา มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นคดีอาญาไม่มีการยอมความ อย่าคิดว่ามีแก็งค์สามช่าแล้วจะรังแกหรือทำอะไรคนอื่นได้อย่างสบายใจ ซึ่งหลังแจ้งความลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว ณวัฒน์จึงเดินทางกลับที่พักทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาหมิ่นประมาท, คดีอาญา, ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, สนธิญา สวัสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6105376076d67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่คำแนะนำของ &#039;ประธานศาลฎีกา&#039; ว่าด้วยการใช้มาตรการกำกับดูแลในระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64 - ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่ คำแนะนำของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการใช้มาตรการกำกับดูแลในระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวพ.ศ. 2564 ลงใน&amp;nbsp;เว็บไซต์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่พระราชบัญญัติมาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 กําหนดให้มีมาตรการกํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวขึ้น โดยมุ่งประสงค์ที่จะเสริมสร้าง ประสิทธิภาพในการป้องกันการหลบหนีและภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ ผู้ต้องหาหรือจําเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวจากศาล ซึ่งนอกจากจะทําให้สังคมได้รับความปลอดภัยยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดความจําเป็นในการเรียกหลักประกันลงด้วย ส่งผลให้ผู้ต้องหาหรือจําเลยที่ยากจน ซึ่งไม่อาจหาหลักประกันมาวางย่อมมีโอกาสที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวเช่นเดียวกับผู้ต้องหาหรือจําเลยอื่น อันเป็นการลดความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อีกทางหนึ่ง จึงสมควรจัดวางระบบ การใช้มาตรการกํากับดูแลดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้แพร่หลายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2551 ประธานศาลฎีกา จึงออกคําแนะนํา ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 การกํากับดูแล หมายถึง การสอดส่องดูแลให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามคําสั่ง หรือเงื่อนไขที่ศาลกําหนดซึ่งรวมถึงการรับรายงานตัวและการให้คําปรึกษาแก่บุคคลดังกล่าวด้วย เพื่อมิให้เกิดการหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายใด ๆ ดังที่กําหนดไว้ในประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ในกรณีปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 111 หากศาลเห็นว่า มีความจําเป็นเพื่อคุ้มครองสังคมจะมีคําสั่งกําหนดเงื่อนไขหรือสั่งใช้ มาตรการกํากับดูแลกับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวนั้นก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 การปล่อยชั่วคราวในกรณีอื่นนอกจากข้อ 2 ศาลจึงคํานึงถึงการใช้วิธีกําหนดเงื่อนไข ให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติและมาตรการกํากับดูแลเป็นเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 เงื่อนไขที่อาจกําหนดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติในระหว่างปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคสาม เช่น(1) ให้มาศาลตามกําหนดนัด (2) ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน (3) ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง (4) ห้ามพบหรือเข้าใกล้ผู้เสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) ห้ามออกจากที่อยู่อาศัย(6) การเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งให้ศาลทราบ (7) ห้ามเข้าไปในสถานที่บางแห่ง (8) ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลบางประเภท (9) ให้รายงานตัวต่อผู้กํากับดูแลหรือบุคคลที่ศาลกําหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(10) ให้เข้ารับคําปรึกษาหรือการบําบัดรักษาความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ (11) ให้เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติด (12) ห้ามทํากิจกรรมหรือประกอบอาชีพบางอย่าง (13) ห้ามพกพาอาวุธปืน (14) ห้ามกระทําการตามที่ถูกกล่าวหาหรือฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 นอกจากกําหนดเงื่อนไขตามข้อ 4 แล้ว ศาลจะกําหนดให้มีผู้กํากับดูแลเพื่อสอดส่องดูแล รับรายงานตัว หรือให้คําปรึกษาแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวด้วยก็ได้ โดยอาจแต่งตั้งจากบุคคลที่ขึ้นบัญชีไว้ ต่อศาลหรือบุคคลอื่นที่ศาลเห็นว่า เหมาะสมและสามารถสอดส่องดูแลให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติ ตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของศาลได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีความเสี่ยงสูงที่จะหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายและมีการกําหนด เงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่อยู่หรือการเดินทางซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ศาลอาจสั่งใช้อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจํากัดการเดินทางของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวควบคู่ไปด้วยก็ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 การกําหนดเงื่อนไขการแต่งตั้งผู้กํากับดูแลตลอดจนการสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ศาลพึงพิจารณากําหนดให้เหมาะสมและได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาหรือจําเลยเป็นราย ๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าศาลเห็นว่า การใช้วิธีการตามวรรคหนึ่งเป็นอันเพียงพอต่อการป้องกันการหลบหนีหรือ ก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ศาลจะปล่อยชั่วคราวโดยไม่เรียกหลักประกันเลยก็ได้ เว้นแต่เป็นคดีเกี่ยวกับการทุจริตฉ้อฉลอันมีผลกระทบต่อสาธารณชนส่วนรวมหรือการค้ายาเสพติดให้โทษ ที่พฤติการณ์แห่งคดีก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจและสังคมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7 ถ้าความปรากฏต่อมาว่า วิธีการที่กําหนดไว้ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม ศาลอาจมีคําสั่ง ให้ใช้วิธีการที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามที่เห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8 ภายหลังที่ศาลมีคําพิพากษาแล้ว หากจําเลยไม่เคยถูกคุมขังมาก่อนหรือได้รับ การปล่อยชั่วคราวในศาลชั้นต้นหรือศาลชั้นอุทธรณ์และไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับ พยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นใด แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาหรือยังไม่ได้รับอนุญาต ให้อุทธรณ์หรือฎีกา ให้ศาลที่มีอํานาจนําวิธีการตามคําแนะนํานี้ไปใช้ประกอบการพิจารณาสั่งคําร้องขอ ปล่อยชั่วคราวด้วยเพื่อให้จําเลยมีโอกาสได้รับการปล่อยชั่วคราวมากขึ้นและสามารถดูแลความปลอดภัย ให้แก่สังคมได้ในขณะเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 9 การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลกับผู้กํากับดูแล อาจดําเนินการโดยผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ใดก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องแต่งตั้งบุคคลซึ่งอยู่นอกเขตศาลเป็นผู้กํากับดูแล อาจขอให้ เจ้าหน้าที่ศาลที่บุคคลดังกล่าวมีภูมิลําเนาอยู่ในเขตของศาลนั้นประสานงานให้ และเพื่อความรวดเร็ว การติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลด้วยกันจะดําเนินการโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 10 การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้กํากับดูแลให้ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วย มาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล และเพื่อให้การดําเนินการเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ศาลอาจแจ้งให้ผู้กํากับดูแลทราบถึงสิทธิที่จะได้รับเงินดังกล่าวภายหลังจากปฏิบัติ หน้าที่เสร็จสิ้นแล้วก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 11 ให้สํานักงานศาลยุติธรรมจัดทําคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผู้กํากับดูแล รวมทั้ง คู่มือในการปฏิบัติตนของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวและสนับสนุนการดําเนินการของศาลต่าง ๆ ให้เป็นไป ตามคําแนะนํานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564
เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106188</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปล่อยตัวชั่วคราว, คดีอาญา, ประกันตัว, ประธานศาลฎีกา, ศาลยุติธรรม, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5fee85862902b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการธนกฤต&#039; แจงเหตุที่ทำให้หมายจับสิ้นสุดลง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับหมายจับลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า&amp;nbsp;เหตุที่ทำให้หมายจับสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 68 หมายจับจะสิ้นผลใน 3 กรณี คือ 1. จับกุมตัวบุคคลตามหมายจับได้ 2.ความผิดอาญาตามหมายจับนั้นขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 95 หรือ มาตรา 98 เช่น อายุความสำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตาม ป.อ. มาตรา 295 มีกำหนด 10 ปี ดังนั้น เมื่อความผิดอาญาตามหมายจับได้ขาดอายุความแล้ว หมายจับย่อมสิ้นผลไปในทันที 3. ศาลที่ออกหมายจับได้เพิกถอนหมายจับ ซึ่งศาลมีอำนาจเพิกถอนหมายจับได้หลายกรณี เช่น จากเหตุที่ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่นี้จะกล่าวถึงการที่หมายจับสิ้นผลจากการที่จับกุมตัวบุคคลตามหมายจับได้ โดยเมื่อสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้แล้ว หมายจับย่อมสิ้นผลไปในทันที จะนำหมายจับฉบับเดิมมาจับบุคคลนั้นซ้ำอีกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางปฏิบัติพบว่า พนักงานสอบสวนที่ต้องการได้ตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกคุมขังอยู่ในคดีอื่นจะมีหนังสือขออายัดตัวผู้ต้องหาไปยังสถานที่ที่คุมขังผู้ต้องหาไว้ในคดีอื่นนั้น ซึ่งในกรณีของการขออายัดตัวผู้ต้องหาในคดีอื่นโดยพนักงานสอบสวนนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการขออายัดตัวผู้ต้องหาไว้ในบันทึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 0004.6/9610 ลงวันที่ 16 กันยายน 2546 ว่า การขออายัดตัวผู้ต้องหาจะต้องมีหมายจับไปดำเนินการควบคู่ไปด้วย ในกรณีที่ขออายัดตัวผู้ต้องหาไม่ได้เนื่องจากไม่มีหมายจับ แล้วผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวไป ก็ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหามาพบเพื่อสอบสวนดำเนินคดีแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการขออายัดตัวผู้ต้องหาในคดีอื่นนี้ ศาลฎีกาได้เคยวางแนวคำวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2541 ว่า การที่พนักงานสอบสวนที่ทำเรื่องขออายัดตัวผู้ต้องหา ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้แก่ผู้ต้องหา แจ้งสิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา รวมทั้งได้สอบคำให้การผู้ต้องหาไว้ด้วยแล้วนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการขออายัดตัวผู้ต้องหาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องถือว่าพนักงานสอบสวนได้จับผู้ต้องหาแล้ว หรือผู้ต้องหาถูกจับแล้วตั้งแต่ขณะนั้น ถึงแม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวอยู่ในคดีอื่น และพนักงานสอบสวนในคดีนี้เพิ่งได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีในภายหลังก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ตามแนวคำพิพากษาฎีกานี้ หากพนักงานสอบสวนที่ทำเรื่องขออายัดตัวผู้ต้องหาพร้อมกับหมายจับ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาให้แก่ผู้ต้องหา แจ้งสิทธิของผู้ต้องหา รวมทั้งได้สอบคำให้การผู้ต้องหาแล้ว ย่อมถือว่าได้มีการจับตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับแล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การอายัดตัวอย่างเดียวเท่านั้น และเมื่อสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้แล้ว หมายจับนั้นย่อมสิ้นผลไปในทันที โดยไม่ต้องให้มีการเพิกถอนหมายจับอีก แต่ทั้งนี้ การที่หมายจับจะสิ้นผลไป ต้องพิจารณาแยกตามแต่ละหมายจับเป็นรายคดี ต่างกรรมต่างวาระ ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่หมายจับสิ้นผลแล้ว การควบคุมตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาต่อไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 &amp;nbsp;วางหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้ว่า จะควบคุมเกินกว่าความจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ได้ โดยจะควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากพนักงานสอบสวนยังดำเนินการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น และการควบคุมตัวผู้ต้องหาจะเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ พนักงานสอบสวนย่อมต้องร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อให้ศาลใช้อำนาจและดุลพินิจตรวจสอบถึงความจำเป็นที่จะต้องขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างสอบสวน หากศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขังผู้ต้องหานั้นต่อไปในระหว่างสอบสวน ศาลก็จะมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไปและพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เพื่อการสอบสวนอีกไม่ได้ (เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326-327/2505 (ประชุมใหญ่))&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82597</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญา, ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, สำนักงานอัยการสูงสุด, หมายจับแกนนำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e9e558244f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานศาลฎีกา ออกแนวทาง 12 ข้อปฏิบัติคุ้มครองผู้เสียหายคดีอาญา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมทินี-ประธานศาลฎีกา ออกคำแนะนำ 12 ข้อเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติต่อผู้เสียหายในคดีอาญา เพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้เสียหาย-เหยื่ออาชญากรรม สอดคล้องกับหลักการรัฐธรรมนูญและมาตรฐานองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้ออกคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติต่อผู้เสียหายในคดีอาญา พ.ศ.2563 ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรให้กระบวนการทางศาลในทุกขั้นตอน การปฏิบัติต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นเหยื่ออาชญากรรมอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาจึงออกคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อผู้เสียหาย ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ศาลพึงปฏิบัติต่อผู้เสียหายด้วยความเข้าใจและคำนึงถึงศักดิ์ศรีของบุคคล ตลอดจนความปลอดภัยและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อร่างกาย จิตใจ ฐานะสถานภาพทางสังคม ความเป็นอยู่ และการดำรงชีวิตของผู้เสียหาย อันเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาทางศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลพึงรับฟังความคิดเห็นหรือความกังวลใจของผู้เสียหายด้วยความเมตตาและเข้าใจ และด้วยความเป็นกลางโดยปราศจากอคติที่มีต่อทุกฝ่ายในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เมื่อเห็นเป็นการจำเป็น ศาลอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ศาลจัดทำข้อมูลประวัติของผู้เสียหาย ผลกระทบหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้เสียหาย ความคิดเห็นหรือความกังวลใจของผู้เสียหาย ตลอดจนพฤติการณ์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งศาลเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีผู้เสียหายร้องขอคุ้มครองความปลอดภัย ให้ดำเนินการตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการคุ้มครองและค่าตอบแทนพยานในคดีอาญา พ.ศ.2548 หรือศาลอาจมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานตำรวจศาลดำเนินการตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ศาลพึงอธิบายถึงสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของผู้เสียหาย ขั้นตอนการดำเนินกระบวนพิจารณา รวมถึงแจ้งความคืบหน้าและการสิ้นสุดของการดำเนินกระบวนพิจารณาให้ผู้เสียหายทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ คดีเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว คดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กหรือเยาวชน หรือคดีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนหรือสังคม ศาลพึงระมัดระวังไม่ให้มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ต้องหาหรือจำเลย กับผู้เสียหายและพยาน โดยจัดห้องพักผู้เสียหายและพยานเหล่านั้นแยกต่างหากจากห้องพักพยานทั่วไป รวมถึงอาจจัดให้มีการสืบพยานผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ หรือสืบพยานแบบไม่เผชิญหน้า เท่าที่ไม่ขัดแย้งต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ในการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ศาลพึงคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สิน และสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้เสียหาย โดยอาจสอบถามความคิดเห็นของผู้เสียหาย เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ในกรณีที่มีคำสั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ศาลอาจกำหนดมาตรการกำกับดูแลความประพฤติของผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิทธิของผู้เสียหาย เช่น (1) ห้ามยุ่งเกี่ยวหรือติดต่อกับผู้เสียหายไม่ว่าด้วยวิธีการใด (2) ห้ามปรากฏตัวให้ผู้เสียหายเห็นโดยจงใจ (3) ห้ามเข้าไปในสถานที่ที่ผู้เสียหายอยู่อาศัย (4) ห้ามสืบหาหรือตรวจสอบความเป็นไปของผู้เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเยียวยาความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ศาลพึงให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้เสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจ้งให้ทราบถึงสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายตามสมควรในการดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ค่าตอบแทน หรือการช่วยเหลืออย่างอื่นที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ศาลพึงช่วยเหลือแนะนำผู้เสียหายในการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายที่เป็นธรรม รวดเร็ว และเป็นที่พอใจแก่ทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพิพากษาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.ในการกำหนดโทษ ศาลพึงรับฟังความคิดเห็นของผู้เสียหายและคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายประกอบด้วยเสมอ ในกรณีที่จะพิพากษารอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษและคุมความประพฤติจำเลย หากผู้เสียหายยังไม่ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งกำหนดให้การขวนขวายชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงื่อนไขในการคุมความประพฤติจำเลยด้วย และอาจวางเงื่อนไขให้จำเลยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อป้องกันอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายด้วยก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.เมื่อมีคำพิพากษา ศาลพึงแจ้งผลคำพิพากษาพร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาให้ผู้เสียหายทราบโดยเร็ว โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายการบังคับค่าสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.กรณีที่มีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และจำเป็นต้องมีการบังคับคดี ให้เจ้าหน้าที่ศาลให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้เสียหายในการดำเนินการเพื่อบังคับคดี รวมทั้งการประสานงานแจ้งไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหาย หรือขอข้อมูลจากองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลอื่นใด เพื่อประโยชน์แก่การยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยหรือบังคับคดีโดยวิธีการอื่นต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82059</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญา, ประธานศาลฎีกา, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0ff25037bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มเพื่อตันขน30ชีวิตมาขอความเห็นใจศาลให้ประกันตัว&#039;สุรนารถ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค. 2563 - ที่ศาลอาญา นางน้ำทิพย์ และนายอำนาจ แป้นประเสริฐ แม่และพี่ชายนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง หนึ่งในผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา 110 ประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี หรือองค์รัชทายาท กรณีผู้ชุมนุมกับขบวนเสด็จฯ บนถนนพิษณุโลก เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 พร้อมกลุ่มเพื่อนตันประมาณ 30 คน เดินทางมาศาลเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสุรนาถ โดยทางกลุ่มได้พากันชูป้ายกระดาษเขียนข้อความ อาทิ #saveสุรนาถ #กอดตัน #หยุดคุกคามประชาชน #ปล่อยเพื่อนเรา ก่อนจัดกิจกรรมผูกข้อมือรับขวัญนางน้ำทิพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัตนาภรณ์ เจือแก้ว ตัวแทนกลุ่มดีจัง Young Team กล่าวว่า นายสุรนาถถูกดำเนินคดีและฝากขังผลัดแรกครบ 7 วันแล้ว วันนี้ทนายจึงจะมาทำเรื่องขอประกันตัวอีกครั้ง พวกเราเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของนายสุรนาถ จึงมารวมตัวแสดงพลังให้ศาลเห็นใจ เพราะเจ้าตัวเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น อยากให้ประกันตัวออกมาสู้คดีข้างนอก ที่ผ่านมาเจ้าตัวเป็นนักกิจกรรมชุมชนที่หว่านเมล็ดพันธุ์ตามรอยพ่อเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งยังสนับสนุนโครงการทางสังคมมาตลอด อีกทั้งเจ้าตัวไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนี เพราะหลังทราบข่าวว่าถูกหมายจับก็ยังประสานไปยัง สน.ดุสิต ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอำนาจ พี่ชายของนายสุรนาถ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่น้องชายจะถูกจับ เจ้าตัวก็เพิ่งแต่งงานไม่นาน จึงเป็นเสาหลักของครอบครัว เพราะพ่อก็เพิ่งเสียชีวิต เหลือเพียงแม่คนเดียว อีกทั้งตั้งแต่วันที่น้องชายถูกจับจนวันนี้ก็ยังไม่พบหน้าหรือทราบข่าวคราวใดเลย ทราบเพียงว่าในวันชุมนุม น้องชายได้ไปร่วมชุมนุมกับประชาชนตามปกติเท่านั้น ไม่มีเจตนาขวางขบวนเสด็จฯ เพราะไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีขบวนเสด็จฯ ผ่านมา ทุกคนก็รักสถาบันเหมือนกันหมด เรายืนยันได้ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้น้องได้ออกมาสู้คดีข้างนอก ขณะเดียวกันตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงย้ายน้องชายไปเรือนจำบางขวาง ขณะที่คนอื่นยังอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็จะให้ทนายทำเรื่องขอคำชี้แจงจากเรือนจำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82046</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญา, ตัน, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ, ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, มาตรา 110</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9903723b98f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039;ลั่นหมายจับ&#039;บอส วรยุทธ&#039;ในไทยยังอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2 หลังใช้เวลาประชุมนาน 2 ชั่วโมง ว่าการประชุมครั้งนี้เราได้ข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะได้ประสานไปยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เกี่ยวกับเรื่องหมายจับที่ตำรวจบอกว่าขอถอนหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา เพื่อให้คดียุติไปนั้น ทราบว่าวันนั้นตำรวจไปขอถอนหมายจับจริง แต่มีกลุ่มมวลชนนำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. ไปยื่นคำร้องขอศาลอย่าเพิ่งถอนหมายจับ ศาลเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นต้องไต่สวนก่อน เมื่อมวลชนไปมากๆ จึงบอกพนักงานสอบสวนให้ถอนคำร้องไปดีกว่าหรือไม่ พนักงานสอบสวนจึงถอนคำร้องไปแล้ว จึงยืนยันว่าขณะนี้หมายจับยังอยู่ และเหตุที่หมายจับยังอยู่ เนื่องจากคดียังไม่ยุติ ยังเป็นปัญหาอยู่ อัยการก็เพิ่งแถลงไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่าจะนำข้อมูลเข้าใหม่และสั่งคดีใหม่ ซึ่งอาจมีการสั่งคดีใหม่หรือไม่ก็ไม่ทราบ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ถอนหมายจับยังไม่ได้ ขณะนี้หมายจับยังอยู่ ขอแจ้งให้ประชาชนสบายใจว่าคดีนายวรยุทธยังไม่จบ ส่วนเรื่องหมายจับขององค์การตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เรื่องดังกล่าวยังไม่ชัดเจน และเราไม่สามารถไปแทรกแซงอินเตอร์โพลได้ เพราะมันอยู่นอกอำนาจเรา แต่ต่อไปคงมีการขอรายละเอียดอีกที เพราะเราต้องการรายละเอียดส่วนนี้ด้วย แต่ในส่วนของประเทศไทยแน่ใจว่าจะไม่มีการถอนหมายจับ เอาอย่างนั้นก็แล้วกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายวิชากล่าวว่า หลังจากนี้เราจะเรียกพยานมาสอบ เช่น ทีมงานของอัยการ ในวันที่ 6 ส.ค. โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด จะนำสำนวนที่อัยการตรวจสอบมาให้ถ้อยคำกับคณะทำงานตรวจสอบอัยการ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คงจะมาเล่ารายละเอียดต่างๆ ให้ฟัง ส่วนสำนวนจากทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ อัยการ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีการชี้มูลพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวว่ามีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง เราจะทำหนังสือขอมาทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมด พร้อมกันนี้เราจะมีการเรียกอัยการที่รวบรวมสำนวนและมีข้อโต้แย้งต่างๆ มาให้ข้อมูลในวันที่ 9 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยันว่าเราทำงานทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หยุดแม้วันอาทิตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายวิชา กล่าวว่า อะไรก็ตามหากเป็นประเด็นที่ประชาชนสงสัย หรือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เรารับฟังทั้งหมด หลังจากนี้จะเปิดอีเมลรับข้อมูล เพื่อตรวจสอบในทุกด้าน แต่เบื้องต้นส่งมาที่อีเมลของตนก่อน คือ vichalibrary@gmail.com ใครคับข้องใจสามารถส่งมาได้ ขณะที่ในส่วนคณะทำงานตรวจสอบบุคคลทั่วไปที่มี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน จะเชิญผู้ที่ตรวจสอบเรื่องความเร็วรถคือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ข้อมูล รวมถึงประเด็นสารโคเคน จะเชิญ นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมหรือการเรียกมาให้ข้อมูลและถ้อยคำของคณะทำงานชุดต่างๆ กรรมการชุดใหญ่สามารถเข้าฟังได้ หากตนมีเวลาก็อยากไปรับฟังด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ฝากอะไรมายังคณะกรรมการฯบ้าง นายวิชากล่าวว่า ไม่มี เพียงแต่บอกให้เราให้ทำเต็มที่ ให้ประชาชนสบายใจ ทุกเรื่องกระจ่าง ไม่มีลับลมคมใน เมื่อถามว่าเมื่อเรียกอัยการมาแล้ว จะเรียกในส่วนของตำรวจมาด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า คณะทำงานตรวจสอบตำรวจที่มีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ เป็นประธาน ยังไม่ได้แจ้งให้ทราบ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเชิญใครบ้าง แต่อย่างน้อยสัปดาห์หน้า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คงต้องมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการชุดใหญ่ ส่วนจะเป็นวันอังคารหรือวันศุกร์ จะแจ้งให้ทราบอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายวิชา กล่าวว่า เป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน แต่ขณะนี้ยังเริ่มตรวจสอบไม่ได้ เนื่องจากติดขัดว่ายังไม่ได้เป็นคดีที่ประพฤติมิชอบ หรือคดีที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบทางการเงิน เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเลยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ก็ต้องลิสต์รายชื่อไป เพราะต้องมีความแน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73487</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญา, คำสั่ง, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a55493576d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมดำเนินคดีอาญา!  ‘ดีเจ.ป๊อป’ฉุนโดนแอบอ้างฟาร์มปลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากมาลุยธุรกิจฟาร์มปลาคาร์พได้พักนึง ก็มีมือดีแอบเอาคลิปปลาในฟาร์มของหนุ่มป๊อป-กิตติพงศ์ ตันติชินานนท์ หรือ &amp;quot;ดีเจ.พ่อหนวด&amp;quot; และฟาร์มอื่นๆไปแอบอ้างโดยใช้ข้อมูลตามในคลิปของฟาร์มนั้นๆ ทางดีเจ.ป๊อป จึงโพสต์แจ้งเตือนลูกค้าและแฟนๆทุกคน รวมถึงเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายในคดีอาญากับผู้กระทำผิด โดยเบื้องต้นได้ทราบชื่อและที่อยู่ของผู้กระทำผิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มป๊อปโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;ldquo;กราบเรียน..สมาชิกทุกท่าน ขณะนี้ ได้มีมิจฉาชีพแอบอ้างตัวว่าเป็นพ่อค้าขายปลาของ YAMA KOI HOUSE และอีกหลายๆฟาร์มในไทย โดยจะมีพฤติกรรมในการหลอกขายคือ เอาคลิปปลาของฟาร์มที่มีตัวตนอยู่จริงไปแอบอ้างส่งให้ลูกค้าดู แล้วบอกว่ารายละเอียดข้อมูลตามในคลิป..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผม..ดีเจป๊อป เจ้าของฟาร์ม YAMA KOI HOUSE ตัวจริงจึงอยากขออนุญาติกราบเรียนให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบว่าทางฟาร์มเราไม่ได้มีนโยบายหรือไม่ได้ขออนุญาติให้บุคคลใดนำคลิปหรือรูปปลาของฟาร์มเราไปขายต่อ เพราะมันสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ผิดจรรยาบรรณ และสร้างความเสียหายต่อลูกค้าด้วยการให้ข้อมูลที่ผิดๆ และทาง YAMA KOI HOUSE จะจัดการดำเนินคดีตามกฎหมายในคดีอาญาจากชื่อบัญชี จากฐานข้อมูลทางเฟซบุ๊ก จากทุกแหล่งข้อมูลที่เราจะเอาผิดผู้ที่กระทำความผิดให้ถึงที่สุด สังคมการขายออนไลน์และสังคมคนรักปลาคาร์พทุกท่านจะได้ค่อยๆปราศจากมิจฉาชีพ และขณะนี้เราได้ข้อมูลชื่อ-ที่อยู่ ของผู้กระทำความผิดแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเรียนมาเพื่อทราบ หากท่านสมาชิกท่านใดพบเห็นการกระทำผิดดังกล่าวสามารถแจ้งพร้อมส่งหลักฐานประกอบมาได้ที่ LINE: POP.KITTIPHONG หรือ Phone: 0860079200 ขอบคุณครับ #YAMAkoiHOUSE @ Yama Koi House ฟาร์มปลาคราฟนำเข้าแท้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเพจฟาร์มปลา Yama Koi House ได้ที่นี่ Yama Koi House ฟาร์มปลาคราฟนำเข้าแท้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊กเพจ Yama Koi House ฟาร์มปลาคราฟนำเข้าแท้ และ Kittiphong Tantichinanon&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63227</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญา, ดีเจป๊อป-กิตติพงศ์ ตันติชินานนท์, ดีเจพ่อหนวด, ปลาคราฟ, ปลาคาร์พ, ฟาร์มปลา, มิจฉาชีพ, แอบอ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96dcdc93051.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
