<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>36อาจารย์นิติมธ.แย้งศาล ‘9งูเห่าอนค.’ซบภูมิใจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.รับทราบคำสั่งศาล รธน.ยุบอนาคตใหม่ สั่งสำนักงานคัดคำวินิจฉัยส่วนตนก่อนดำเนินคดีอาญา ไล่บี้ 32 พรรคแจงกู้เงิน &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้องเร่งฟันซ้ำ &amp;quot;ธนาธร-กก.บห.&amp;quot; พร้อมยึดเงินเข้ากองทุน 36 อาจารย์นิติศาสตร์ มธ.ร่อนแถลงการณ์แย้งศาล 4 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานได้รายงานให้ทราบกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ จากเหตุกู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาทจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ กกต.จะต้องแจ้งให้พรรคอนาคตใหม่ปฏิบัติ โดยในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ที่ประชุม กกต.ได้ให้สำนักงานไปขอคัดคำวินิจฉัย รวมถึงคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการทุกคน เพื่อพิจารณาว่ามีกี่ประเด็นที่เข้าข่าย กกต.ต้องดำเนินคดีอาญา เนื่องจากการดำเนินคดีอาญาจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายหลังศาลมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะประกาศคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อห้ามไม่ให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรคอนาคตใหม่ซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ &amp;nbsp;ชื่อย่อ ภาพ เครื่องหมาย ของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบตามมาตรา 94 วรรคสอง และจะออกหนังสือแจ้งไปยังหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้ส่งบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงิน รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินของพรรคกลับมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ &amp;nbsp;เพื่อแจ้งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ รวมถึงแจ้งให้ทราบว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ หากไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนด 60 วัน ดังกล่าวตามมาตรา 101 (10)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ 32 พรรคการเมืองที่มีการกู้เงินในลักษณะเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือไปยังทั้ง 32 พรรคเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนที่ผ่านมา ให้ชี้แจงว่ารายการกู้ยืม เงินทดรองจ่าย เงินยืม ที่แสดงในรายการงบการเงินของพรรคปี 2561 ที่ยื่นต่อ กกต.นั้น เป็นการกู้แบบใด ยอดเงินที่มีการแจ้งนั้นเป็นการกู้จากบุคคลเดียว หรือเป็นยอดรวมที่กู้จากหลายบุคคล และกู้ในช่วงเวลาใด ก่อนหรือหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า นายศรีสุวรรณกล่าวภายหลังเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้พิจารณาดำเนินคดีอาญากับพรรคอนาคตใหม่และนายธนาธร กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค จากเหตุพรรคกู้ยืมเงินจำนวน&amp;nbsp;191.2&amp;nbsp;ล้านบาทว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าพรรคอนาคตใหม่มีการกระทำการฝ่าฝืนมาตรา&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จะมีโทษทางอาญา ตามมาตรา&amp;nbsp;124&amp;nbsp;และ 125&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโทษทางอาญา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงคือ กกต.&amp;nbsp;ที่ต้องไต่สวน สอบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ตามมาตรา&amp;nbsp;66&amp;nbsp;การที่มีผู้บริจาคเงินเกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท กกต.จะต้องดำเนินการเรียกเงินที่เกินกฎหมายกำหนดเข้าสู่กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณเปิดเผยด้วยว่า แต่ละพรรครายงานยอดเงินมาที่ กกต.ไม่เหมือนกัน แต่มีอยู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พรรค คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ที่รายงานยอดเงินเกินกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งจะเอาผิดได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ กกต.&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากไม่ดำเนินการหรือหากละเลย เพิกเฉย จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นิติฯ มธ.แย้งศาลยุบ อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;โดยมีข้อสังเกตและความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยและการให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าวในประเด็นดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พรรคการเมืองไม่ใช่นิติบุคคลที่ใช้อำนาจมหาชน จึงสามารถกู้ยืมได้โดยไม่ต้องมีกฎหมายให้อำนาจ เมื่อพิจารณาลักษณะพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จะพบว่า กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้พรรคการเมืองสามารถใช้อำนาจมหาชนหรือใช้อำนาจรัฐในลักษณะที่มีอำนาจเหนือหรืออำนาจฝ่ายเดียว หากแต่ทำหน้าที่เพียงรวบรวมและก่อตั้งเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน เพื่อให้มีโอกาสในการเข้าไปใช้อำนาจรัฐหรืออำนาจมหาชนต่อไปเท่านั้น รวมทั้งพรรคการเมืองไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี หรือฝรั่งเศส พรรคการเมืองทั้งหลายต่างมีสถานะเป็นเพียงนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชนทั้งสิ้น ดังนั้นการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองในฐานะนิติบุคคลนั้นจึงสามารถทำได้ จึงไม่เห็นด้วยกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า เมื่อไม่มีกฎหมายอนุญาตให้พรรคการเมืองกู้เงินได้&amp;nbsp;เงินกู้นั้นจึงเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วย พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การคิดดอกเบี้ยและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเป็นเสรีภาพโดยแท้ของเจ้าหนี้และคู่สัญญา การที่เจ้าหนี้ตกลงไม่คิดดอกเบี้ยเลย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ เป็นแต่เพียงการที่เจ้าหนี้ไม่ประสงค์จะเรียกค่าตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือค่าเสียโอกาสในการหาประโยชน์จากเงิน แต่ไม่ทำให้เจ้าหนี้สูญเสียหรือเสียหายในทางทรัพย์สิน จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางการค้า ดังจะเห็นได้จากการที่มาตรา 7 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในกรณีที่มีการตกลงคิดดอกเบี้ยในหนี้เงิน แต่ไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ นั่นหมายความว่า ถ้าคู่สัญญาไม่คิดดอกเบี้ยเลย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าร้อยละ 7.5 กฎหมายก็ไม่เข้าไปแทรกแซง และปล่อยให้เป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า การไม่คิดอัตราดอกเบี้ยหรือคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุนี้การให้กู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่ากฎหมายกำหนด จึงไม่ใช่การบริจาคหรือการให้ประโยชน์อื่นใด ตามนัยของมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หากแต่เป็นหนี้สินที่พรรคการเมืองอาจก่อขึ้นได้ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ข้อเท็จจริงแห่งคดีไม่สามารถปรับเข้ากับมาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ได้ &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ได้เชื่อมโยงการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินกว่าสิบล้านบาท ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 66 วรรคสอง เข้ากับมาตรา 72 วรรคสอง ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อให้ศาลมีอำนาจในการออกคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) คณาจารย์นิติศาสตร์มีความเห็นว่า มาตรา 72 ไม่อาจนำมาใช้ตีความประกอบกับมาตรา 66 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้ &amp;nbsp; เนื่องจากความมุ่งหมายของมาตรา 72 คือ การห้ามพรรคเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันมาจากการกระทำกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังเช่น เงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดอาญาหรือจากการค้ายาเสพติด เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความมุ่งหมายตามมาตรา 66 นั้น เป็นการกำหนดจำนวนเงินอย่างสูงหรือเพดานการรับเงินรายได้ที่เป็นเงินบริจาค ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่เกินมูลค่าสิบล้านบาทต่อปี เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริจาครายใดใช้กลไกดังกล่าวในการครอบงำการดำเนินการของพรรคการเมือง เมื่อการกระทำตามมาตรา 66 ไม่อาจถูกเชื่อมโยงเข้ากับมาตรา 72 ได้ หากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเงินที่ได้รับมานั้นมีแหล่งที่มาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของพรรคการเมืองตามมาตรา 66 จึงไม่ใช่เหตุในการยุบพรรคการเมืองได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) แต่อย่างใด
ตีความ กม.ต้องเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ความสำคัญของพรรคการเมืองในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กับการใช้อำนาจยุบพรรคการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญ คณาจารย์นิติศาสตร์มีข้อสังเกตประการสำคัญต่ออำนาจในการออกคำสั่งยุบพรรคการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องการยุบพรรคการเมืองตามหลักการที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้น เกิดจากแนวคิดในเรื่องการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยจากภยันตรายอย่างร้ายแรงที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยไปสู่การปกครองในระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จหรือเผด็จการ จึงถูกใช้เฉพาะที่ได้ความอย่างชัดแจ้งและปราศจากข้อสงสัยว่าพรรคการเมืองหรือกลุ่มทางการเมืองกระทำการในลักษณะที่ต้องการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น โดยหลักแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะต้องจำกัดอำนาจตนเองในการใช้อำนาจยุบพรรคการเมือง หากไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งเช่นว่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าคณาจารย์นิติศาสตร์จะเคารพในแนวทางการตีความและการใช้ดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่าน แต่ตระหนักดีว่า นักวิชาการกฎหมายย่อมมีภาระหน้าที่ในการค้นหาแนวทางในการใช้และตีความกฎหมายที่เหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด และนำเสนอแนวทางในการใช้และตีความดังกล่าวให้บรรดานักกฎหมายและสังคมได้ขบคิดพิจารณา เนื่องจากการใช้และการตีความกฎหมายที่เป็นธรรมเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐในสังคม คณาจารย์นิติศาสตร์เชื่อว่าปัญหาทางการเมืองไทยที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนานจะได้รับการแก้ไขเยียวยาด้วยการใช้การตีความกฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และระบอบประชาธิปไตยจะดำรงอยู่ได้หากนักกฎหมายทำหน้าที่โดยปราศจากอคติ และผู้คนในสังคมร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลและความอดทนอดกลั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณาจารย์นิติศาสตร์ที่ร่วมลงชื่อแถลงการณ์ดังกล่าว จำนวน 36 คน ได้แก่ 1.รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ 2.รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด 3.รศ.ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ &amp;nbsp;4.ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี 5.ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ 6.รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท 7.อ.ดิศรณ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ &amp;nbsp;8.อ.คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร 9.ผศ.ดร.นพร โพธิ์พัฒนชัย 10.รศ.ดร.นิรมัย พิศแข มั่นจิตร 11.ดร.อำนาจ &amp;nbsp;ตั้งคีรีพิมาน 12.อ.เฉลิมวุฒิ ศรีพรหม 13.อ.กิตติภพ วังคำ 14.ผศ.สุรศักดิ์ บุญเรือง 15.อ.มาติกา วินิจสร &amp;nbsp;16.อ.ภัทรพงษ์ แสงไกร 17.รศ.ดร.สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์ 18.ศ.ดร.สุเมธ สิริคุณโชติ 19.รศ.ดร.ภูมินทร์ บุตรอินทร์ 20.อ.ยศสุดา หร่ายเจริญ 21.ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต 22.ผศ.ดร.ตามพงษ์ ชอบอิสระ 23.ดร.ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี 24.ผศ.ดร.กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง 25.อ.เอื้อการย์ โสภาคดิษฐพงษ์ 26.ศ.ดร.สหธน รัตนไพจิตร 27.อ.กีระเกียรติ พระทัย 28.อ.ฉัตรดนัย สมานพันธ์ 29.อ.ปทิตตา ไชยปาน 30.ดร.พนัญญา &amp;nbsp;ลาภประเสริฐพร 31.ผศ.ดร.เอมผกา เตชะอภัยคุณ 32.อ.สุรศักดิ์ บุญญานุกูลกิจ 33.ดร.นัษฐิกา ศรีพงษ์กุล 34.อ.พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ 35.อ.สุประวีณ์ อาสนศักดิ์ 36.อ.ปวีร์ เจนวีระนนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งนัดชุมนุมว่า &amp;quot;ไม่เห็นมีอะไร ขอให้ระมัดระวังกฎหมายอื่นๆ ด้วยแล้วกันถ้าชุมนุมกันภายนอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมรัฐสภาระหว่างที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;nbsp;ปรากฏว่ามี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 9 คน ไปนั่งอยู่ฝั่งเดียวกับที่นั่ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย รวมทั้งบางคนยังไปร่วมรับประทานอาหารที่ห้องรับรอง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย โดย ส.ส.ทุกคนติดบัตรที่หน้าอก แต่ได้คว่ำบัตรปิดชื่อของตัวเองไว้ ประกอบด้วย นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. เขต 23, ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. เขต 10, นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. เขต 21, นายเอกการ &amp;nbsp;ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1, นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1, นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, &amp;nbsp; นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หนึ่งใน ส.ส.อนาคตใหม่เปิดเผยถึงสาเหตุที่ ส.ส.เหล่านี้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นพรรคที่เน้นการทำงาน ประกอบกับสภาพแวดล้อมของพรรคอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นหรือยศถาบรรดาศักดิ์ จึงทำให้เกิดความสบายใจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, พรรคอนาคตใหม่, ยึดเงินเข้ากองทุน, ยุบพรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้พรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53dc6a2c3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UNช่วย‘พ่อทอน’ที ลากลูกสาว9ขวบคลุกการเมือง/ส้มหวานแพแตก&#039;ชัช&#039;รอสอยนับสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ต้องถึงสหประชาชาติ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ลากลูกสาววัย 9 ขวบคลุกการเมือง อ่านจดหมายเขียนถึง UN ช่วยพ่อฉันหน่อยเถอะ พ่อฉันไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนข้อที่ 6 &amp;nbsp;ว่าด้วยเรื่องของการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เป็นธรรม ขณะที่ส้มหวานแพแตก &amp;quot;ชัช เตาปูน&amp;quot; ยันติดต่อมาถึง 10 คน ขณะที่แกนนำพลังประชารัฐเผยไม่มีการทาบทาม แฟลชม็อบธรรมศาสตร์มาไปไปไว ยังจุดไม่ติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคืนวันเดียวกัน บรรดาแกนนำและส.ส.ของอนาคตใหม่ รวมทั้งมวลชน ปักหลักชุมนุมที่อาคารไทยซัมมิท มีการปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญและรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และในช่วงหนึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งคณะอนาคตใหม่ ได้อ่านข้อความเป็นภาษาอังกฤษ โดยระบุว่าเป็นจดหมายที่ลูกสาววัย 9 ขวบได้ส่งอีเมลถึงองค์การสหประชาชาติ ( UN) ช่วงก่อนวันศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ &amp;nbsp;มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงสหประชาชาติ ฉันเป็นเด็กอายุ 9 ขวบ กำลังจะ 10 ขวบแล้วนะ ฉันมาจากประเทศไทย ฉันชื่อไอริ ฉันเขียนอีเมลฉบับนี้เพื่อคุณพ่อของฉันที่กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิของเขา ที่มีปัญหาในประเทศไทยเกี่ยวกับรัฐบาลของเรา บางส่วนของรัฐบาล (จริงๆ ก็หลายส่วนเลย) ไม่เป็นธรรมต่อพ่อของฉันเท่าไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อของฉันไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนข้อที่ 6 ซึ่งก็คือสิทธิที่ว่าด้วยเรื่องของการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เป็นธรรม ต่อหน้ากฎหมาย ปัญหาก็คือพ่อฉันมีพรรคการเมืองที่จ๊าบที่สุด และพวกเขากำลังจะยุบพรรคการเมืองของพ่อฉัน ซึ่งฉันคิดว่า พ่อของฉันไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าไร และหวังว่าพวกคุณจะเห็นด้วยกับฉัน ดังนั้น มาช่วยพ่อของฉันหน่อยเถอะ พ่อของฉันกำลังต้องการความช่วยเหลือ ขอแสดงความนับถือ&amp;rdquo; จาก ไอริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนอ่านจดหมายดังกล่าว นายธนาธรกล่าวว่า การเขียนจดหมายฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว กรณีของอิลลูมินาติ วันนั้นลูกสาวของผมได้เดินทางไปที่งานด้วย ลูกสาวของผมอายุ 9 ขวบ เขาไม่เคยรู้เรื่องการเมือง เพราะผมไม่เคยไปบอกเล่าให้ลูกสาวฟังว่าผมทำอะไรอยู่ มีแต่บอกคร่าวๆ ว่าผมกำลังตั้งพรรคการเมือง แต่ไม่ได้บอกถึงมรสุมที่เราเผชิญ หลังจบจากงานที่ธรรมศาสตร์ เขาเดินออกมาเขียนจดหมายหา UN&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ว่าจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังท้องถิ่นไท แต่ยังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจัง ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้ติดต่อไปก่อน แต่มีบางคนที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคนที่ติดต่อเข้ามามีจำนวนถึง 10 คนหรือไม่ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทตอบว่า ก็มีถึงขนาดนั้น ซึ่งก็ยังไม่แน่นอน เพราะยังมีอีกตั้งหลายพรรคอยู่ที่พวกเขา แต่ถ้าเขามาพรรคเราก็ยินดีต้อนรับ ซึ่งประกาศตัวชัดเจนเมื่อไหร่นั้น ตนยังไม่มั่นใจ เพราะเขาอาจจะต้องหาที่ที่สบายใจ ก็ขึ้นอยู่กับตัว ส.ส. เราไปพูดอะไรมากไม่ได้ เขาจะเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากมี ส.ส.ย้ายเข้าเพิ่มกับพรรคจำนวนมาก จะทำให้ส.ส.พึงมี กับ ส.ส.ของพรรคไม่สอดคล้องกัน นายชัชวาลล์ยืนยันว่า ไม่น่าจะมีปัญหาดังกล่าว เพราะทุกคนเข้ามาแล้วร่วมกันทำงาน ก็น่าจะเป็นเรื่องดี ดีกว่าที่เราจะมีไม่มีคน
ไม่มีสัญญาณปรับ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า หาก ส.ส.พรรค อนค.มาร่วมงานกับพรรคมากขึ้น จะส่งผลทำให้ทางพรรคได้ตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายชัชวาลล์ กล่าวว่า มันก็พูดยาก แต่ตนก็อยากเข้าไปบริหาร ถ้าผู้มีอำนาจเขาไม่แต่งตั้ง แล้วจะทำอย่างไร ต้องอยู่ที่เขาด้วย ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้มีการส่งสัญญาณถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ตำแหน่ง ตนก็ยังร่วมรัฐบาลอยู่ เพราะอยากให้ประเทศชาติเดินหน้า ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าสมัยหน้าพรรคเราเลือกเข้ามาได้ ส.ส.เยอะ เราก็ต้องเอา เพราะหากเสียงมากขึ้น คนอยู่กับเรามากขึ้น และมองว่าเราสามารถทำงานได้ เราก็ทำ และเราอยากทำสิ่งที่เราถนัด อย่างพรรคของตนทำงานเกี่ยวกับท้องถิ่นได้อย่างสบาย รู้ปัญหาต่างๆ อะไรที่ผิดระเบียบ ถ้าสามารถแก้ไขก็เดินหน้าได้ ซึ่งเรื่องของท้องถิ่นนั้น หากได้ทำงานอย่างเต็มที่ก็จะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้ ส่วนถึงขั้นต้องได้ตำแหน่งระดับรัฐมนตรีว่าการมหาดไทยหรือไม่นั้น คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่รัฐมนตรีช่วยฯ ก็พอ&amp;rdquo; นายชัชวาลล์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี? และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคว่า เป็นเรื่องของศาล เราไม่ไปก้าวล่วง เป็นไปตามรูปคดี เราไม่ได้ไปคิดไปทำอะไร ตนไม่ได้ดูเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการปลุกระดมลงถนนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ต้องว่าไปตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายมีอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ถ้าเขาทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ทำไม่ได้ ถ้าขออนุญาตก็ทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษ เขาก็ขออนุญาตและดำเนินการได้ ถ้าไม่ไปกีดขวางการจราจร จะไปวุ่นวายอย่างไร ถ้าเขาขออนุญาตก็ไม่วุ่นวาย เรามีคนที่ดูแลให้ความปลอดภัยทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าผู้กำกับเรื่องนี้จะไม่ได้เห็นจุดจบที่เขาอยากเห็น รองนายกฯ ตอบว่า เขาคิดไปเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า คิดว่าผู้กำกับหมายถึงใคร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;nbsp;จะไปรู้เหรอ ต้องไปถามเขา มาถามตนได้อย่างไร ซึ่งเขาคิดไปเองว่ามีผู้กำกับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า คิดว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยของประเทศไทยในสายตาต่างประเทศหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ของใครก็ของมัน รัฐธรรมนูญใครก็รัฐธรรมนูญมัน เราก็ทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง เราไม่ได้ไปเอารัฐธรรมนูญคนนั้นคนนี้มาใช้ เราก็ว่าไปตามรัฐธรรมนูญของไทย ทุกอย่างที่รัฐบาลทำไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญเลยซักอย่าง ทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ขณะนี้มี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่มาขออยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มี แต่เราก็เปิดกว้าง ใครอยากจะมาอยู่ก็อยู่ ใครไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา ยืนยันยังไม่มีใครต่อสายมา มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว
เกรงความขัดแย้งบานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลังและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เปิดกว้างในเรื่องแนวความคิดตั้งแต่แรก ซึ่งเราประกาศไว้ และยึดมั่นตามอุดมการณ์ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีใครติดต่อมาทางตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ไม่ได้ทาบทามใคร และไม่ทราบเรื่องนี้ เพิ่งจะมีคำพิพากษายุบพรรคไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ. คงเป็นข่าวลือที่มีจำนวนมากในขณะนี้ และยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการรับสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ ส่วนใครต้องการจะมาค่อยคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลบโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ที่ให้ความเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ว่า เหตุผลที่นายกรัฐมนตรีลบโพสต์ดังกล่าวออกทุกช่องทาง เนื่องจากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์นั้นจำนวนมาก จนเกิดการตอบโต้กันไปมา อีกทั้งความคิดเห็นมีเนื้อหาสร้างความขัดแย้ง พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่อยากให้ความขัดแย้งเกิดบานปลาย จึงตัดสินใจลบโพสต์ดังกล่าว และหลังจากนี้ นายกฯ จะไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่? พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึก สงสาร เอ็นดู และอยากให้กำลังใจอนาคตใหม่ทุกคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยว่า ส.ส.ที่ไปอยู่พรรคใหม่จะใช้สีประจำพรรคสีอะไรก็ได้ แต่อย่าใช้ศรีนวลนั้น? น.ส.ศรีนวลระบุสั้นๆ ว่า เป็นความคิดเห็น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ บอกว่า ขอให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ทุกคน ให้มีกำลังกายและใจในการช่วยเหลือบ้านเมืองอย่างสร้างสรรค์ และอย่าลงถนน สร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง แต่มาร่วมกันแก้ไขปัญหาการเมืองในระบบรัฐสภาดีกว่า เชื่อว่าทุกคนรู้กฎหมาย จะไม่ทำความผิด เพราะทุกวันนี้ก็มีคดีมากพออยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า? ในฐานะคนรุ่นใหม่ ในฐานะเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน รู้สึกเป็นห่วง และด้วยความปรารถนาดีจากตน ถ้ามากับตน ตนไม่มีเงินให้ยืม ยังต้องรับบริจาคตามกฎหมายพรรคการเมือง เราอยู่อย่างนกน้อยทำรังแต่พอตัว เป็นพรรคเล็กที่ดูแลเพื่อนสมาชิกอย่างหนูแฮมเตอร์ ดูแลถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างไม่ผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเดินเกมทางการเมือง 10 ปี เราก็รอได้ ตอนนี้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 41 อีก 10 ปีก็ 51 ยังหนุ่มอยู่ ช่วงนี้เลี้ยงลูกไปก่อน&amp;quot; นายมงคลกิตติ์ระบุ
&amp;quot;ปารีณา&amp;quot;งอน&amp;quot;สิระ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แสดงความเสียดายต่อความรู้ความสามารถของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่จะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมาธิการชุดนี้แล้ว รวมถึง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่เคยเป็นกรรมาธิการชุดนี้ด้วย ซึ่งจากที่เคยได้ทำงานกับนายปิยบุตร ก็รู้สึกเสียใจที่วันนี้ไม่ได้ร่วมงานกันแล้ว โดยที่ผ่านมากรรมาธิการได้สร้างผลงานช่วยประชาชนหลายเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกับคุณปิยบุตรและคุณช่อทำงานร่วมกันในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ด้วยดีมาตลอด ทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติหลายเรื่อง จะคิดถึงสิ่งดีๆ ในช่วงเวลาที่อยู่ทำงานร่วมกันตลอดไปนะครับ และอยากฝากไว้ว่า ท่านเสียใจ ผิดหวังได้ แต่ควรทบทวนและเรียนรู้จากความผิดพลาดแทนการกล่าวโทษ ซึ่งผมเชื่อว่าคุณปิยบุตรเป็นวิญญูชนที่จะสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ หากใช้ความรู้ ความสามารถไปในทางที่ถูกต้อง&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;rdquo; ระบุว่า โกรธสิระ จะไปเสียใจเรื่องอะไรกับปิยบุตรพ้น ส.ส. เรื่องคนมีความรู้ไม่เถียง แต่คนมีความรู้แล้วยังจะทำผิดกฎหมายคือไร ส่วนการทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการก็ไม่เหมาะสม เพราะมีผู้ที่เหมาะสมมากกว่ามากมาย และปิยบุตรเองถูกกล่าวหาคดีอาญามากมาย ทำผิดกฎหมายถูกยุบพรรค จะไปยุติธรรมอะไรกับใครเล่า วันนี้สัมมนาที่พัทยา 2 วัน ลาร่วมกิจกรรมในพื้นที่อาทิตย์นี้นะคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีอะไรเป็นพิเศษกับพรรคอนาคตใหม่ จะมีความผูกพันกันบ้างก็เฉพาะกับนายปิยบุตร ซึ่งเป็นเพื่อนกับน้องสาวคนเล็ก คุณจริยา เสนพงศ์ ผู้นำกลุ่มกรีนพีซ สมัยเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อนายปิยบุตรเข้ามาเป็น ส.ส.ในสภา ก็ได้รู้จักคุ้นเคยกัน และได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งพบว่าเป็นนักการเมืองที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ 1.เป็นคนรุ่นใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่ที่ไฟแรง มุ่งมั่นทำงานการเมืองอย่างแน่วแน่ &amp;nbsp;2.เป็นนักอภิปรายในสภาที่มีข้อมูล เนื้อหาสาระ และท่วงทำนองการอภิปรายที่น่าฟังคนหนึ่ง 3.เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่มีผลงานมากที่สุด ได้นำเสนอผลงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ต่อสภาผู้แทนราษฎรหลายเรื่อง จึงน่าเสียดายที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่คงขาดผู้นำพรรคที่เข้มแข็งในสภา ทำให้การทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลมีผลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ขอให้กำลังใจสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไป หากเห็นว่ากฎหมายพรรคการเมือง ไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิ์ ส.ส.ที่ยังเหลืออยู่อีก 65 คน เสนอแก้ไขต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ ผมคนหนึ่งที่พร้อมจะร่วมเสนอแก้ไขด้วย เพราะกฎหมายพรรคการเมืองยังมีข้อบกพร่องที่จะต้องแก้ไขในหลายประเด็น เช่น เงินบริจาคหรือรายได้ของพรรค การเก็บค่าสมาชิกพรรค การจัดตั้งสาขาพรรค และการไพรมารีโหวต ฯลฯ จึงขอสนับสนุนให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่อสู้ทางการเมืองต่อไป ขอให้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือคำตอบบ้านเมือง และเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในโลก&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
หวั่นส้มหวานลงถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่อยากให้สถานการณ์บานปลายไปสู่การชุมนุมทางการเมือง ลงถนนสร้างความวุ่นวายจนเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงอยากให้แกนนำพรรคอนาคตใหม่เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาได้บริหารงานทางการเมืองผิดพลาดจนนำไปสู่การยุบพรรคเอง ดังนั้นจึงอยากให้แกนนำพรรคอนาคตใหม่ใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน แล้วอดทนรอเพื่อกลับมาทำงานทางการเมืองร่วมกันอีกครั้ง เหมือนกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับกรรมการบริหารพรรคอื่นๆ ที่ถูกคำสั่งยุบพรรคก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทย หรือพรรคพลังประชาชน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระหว่างนี้ก็ปล่อยให้สมาชิกพรรคที่ยังมีสถานะเป็น ส.ส.อยู่ใช้ช่องทางในสภาเพื่อสานต่ออุดมการณ์และนโยบายสำคัญๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ได้หาเสียงไว้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปเคลื่อนไหวนอกสภาอย่างที่ประกาศไว้&amp;quot; ส.ส.ราชบุรีแนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผยว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะนี่มันคือสงคราม ประชาธิปไตยกับเผด็จการ องคาพยพฝ่ายเผด็จการทรราช มีสรรพกำลังพร้อมสรรพ ทั้งนายทุน ขุนศึก ศักดินา อำมาตย์ ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม พรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองหลายกลุ่ม หลายคน การจัดกระบวนทัพเป็นระบบ มีรูปแบบ มีพิมพ์เขียว จากคณะเสนาธิการ ทุกก้าวย่างและการกระทำออกมาจากวอร์รูมของมันสมองชั้นเลิศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรคฝ่ายค้านและมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย แม้จะมีมากกว่าฝ่ายเผด็จการ 3 ใน 4 ส่วน แต่ขาดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมีเอกภาพ ไม่มีวอร์รูม ต่างคนต่างทำ ต่างพรรคต่างขับเคลื่อน จึงไร้พลังที่จะต่อกรกับฝ่ายเผด็จการ หากไม่เปลี่ยนแปลงแนวรบ เปลี่ยนวิธีการต่อสู้ ยังคงสู้ในกรอบและวิธีการแบบเดิมๆ ในกฎโจรกบฏ เช่นที่เป็นอยู่ นอกจากจะไม่มีวันชนะเผด็จการซ่อนรูปได้แล้ว ฝ่ายประชาธิปไตยและแกนนำฝ่ายประชาธิปไตยจะค่อยๆ ถูกกำจัดออกไปทีละพรรค ทีละคน จนไม่มีทางชนะเผด็จการได้อีกต่อไป ผลลัพธ์คือ คนไทย ประเทศไทย จะถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ ถูกกดขี่ ข่มเหง ให้เป็นทาส ไพร่ ชั่วลูกชั่วหลานตลอดไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และยุบพรรคอนาคตใหม่วันนี้ พอหรือยังกับบทสรุปแห่งสงคราม ที่มีแต่คนโง่ เท่านั้นที่สู้แบบเดิมๆ ในกฎ กติกาของโจรกบฏแบบเดิมๆ รู้ว่าแพ้และจะแพ้ซ้ำซากเช่นนี้ต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรค และอนาคตใหม่ที่พึ่งถูกยุบ อย่าท้อแท้ อย่าหวั่นไหว อย่าหวาดกลัว จงรีบสรุปบทเรียนแห่งสงคราม&amp;quot;
แฟลชม็อบมาไวไปไว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชิญชวนเหล่านักสู้ เหล่าผู้กล้า ฝ่ายประชาธิปไตยทุกท่านจงหลอมรวมจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตย รวมพลังเป็นหนึ่ง ลุกขึ้นสู้กับระบอบเผด็จการอย่างทระนง ไม่ยอมก้มหน้ารอรับความปรานีจากเผด็จการ ช่วยกันและกันล้างมรดกบาปแผ่นดินให้สิ้น ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย สร้างโครงสร้างของประเทศใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย นำมาซึ่งสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพให้บ้านเมืองของเรา เพื่อลูกหลานของเราทุกคนเถิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวันเดียวกันนี้ ?ที่ลานโพธิ์? มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์? ท่าพระจันทร์? สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ( สนท.)นำโดย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานฯ รวมตัวกันจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ &amp;quot;ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม แฟลชม็อบ&amp;quot; บริเวณลานปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการทวงคืนความยุติธรรม หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่กรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีมวลชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมกัน และร่วมกันเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ? และไม่เห็นด้วยต่อการยุบพรรคอนาคตใหม่ ?ผ่านป้ายผ้าที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งแต่ละคนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ต่างแต่งกายหลากหลาย โดยมีบางรายสวมใส่เสื้อที่สัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ของกิจกรรมในวันนี้? มีการสลับกันปราศรัยของตัวแทนนักศึกษา?หลายคน ทั้งประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และกล่าวถึงการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่? ที่มองว่าไม่ยุติธรรม รวมทั้งถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ จากนั้นได้ร่วมกันจุดเทียนเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการทวงคืนความยุติธรรมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การดูแลความสงบเรียบร้อย พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้มีการจัดกำลังเป็นพิเศษในการดูแล เพราะเป็นการจัดภายในสถานที่ส่วนบุคคล แต่ก็จะเฝ้าระวังโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์แล้วน่าจะยังไม่มีอะไรน่าห่วง และเบื้องต้นจะไม่มีการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บรรยากาศของการจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนที่จะยุติการจัดกิจกรรมในเวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57900</URL_LINK>
                <HASHTAG>การได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม, คดีเงินกู้พรรค, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ยุบพรรคอนาคตใหม่, วินิจฉัยยุบพรรค, ศาลรัฐธรรมนูญ, สหประชาชาติ, สิทธิมนุษยชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e51248937516.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7:2ยุบอนาคตใหม่ ตัดสิทธิกก.บห.10ปี/ธนาธรผุดคณะลุยต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มติศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 2 สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี ชี้ทำสัญญาเงินกู้เลี่ยงบริจาคให้พรรคการเมือง 10 ล้านบาท พบทำสัญญาให้กู้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำ ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า ถือเป็นประโยชน์อื่นใดหรือส่วนลดส่อให้เห็นการครอบงำ จับพิรุธจ่ายเงินคืนภายใน 2 วัน ผิดปกติวิสัย น้ำตาท่วมตึกไทยซัมมิท &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ประกาศจัดตั้ง &amp;quot;คณะอนาคตใหม่&amp;quot; ส่วน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ลั่นนี่คือไฟลามทุ่ง! ขอเป็นปีศาจเพื่อหลอกหลอนคนในโลกเก่า ส่งสัญญาณไปถึงผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเขาจะไม่ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ &amp;nbsp;21 กุมภาพันธ์ 2563 องค์คณะตุลาการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191.2 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนศาลอ่านคำวินิจฉัย มีผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ทยอยเดินทางไปยังอาคารไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ของตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ เพื่อจับจองพื้นที่และซื้อของที่ระลึก รอให้กำลังใจนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และบรรดาแกนนำพรรค ส.ส.พรรค ที่ร่วมลุ้นคดีชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการรัฐธรรมนูญ เริ่มต้นอ่านคำวินิจฉัยว่า คดีนี้ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยศาลเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนพยานบุคคล แต่เพื่อประโชน์แห่งการพิจารณาให้พยานบุคคลทั้ง 17 ปาก จัดทำบันทึกถ้อยคำหรือความเห็นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลกำหนดประเด็นวินิจฉัยไว้ 4 ประเด็น ดังนี้ 1.ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 หรือไม่ &amp;nbsp;2.มีเหตุให้ยุบพรรคตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 หรือไม่ 3.คณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ และ 4.ผู้ที่เคยเป็น กก.บห.พรรคที่ถูกสั่งยุบพรรค จะจดทะเบียนก่อตั้งพรรคใหม่ภายในเวลา 10 ปีหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเท็จจริงเบื้องต้นตลอดจนความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานต่างๆ พบว่า พรรคอนาคตใหม่นำส่งงบการเงินประจำปี พ.ศ.2561 และนำส่งงบการเงินต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง 2 ครั้ง ในวันที่ 3 ต.ค.61 และ 31 ธ.ค. โดยระบุว่ามีรายได้ &amp;nbsp;71 ล้าน ค่าใช้จ่าย 72.6 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 1.4 ล้านบาท ต่อมาจึงทำสัญญากู้เงิน 161.2 ล้านบาท โดยรับเงินต้นเรียบร้อยและยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กำหนดส่งดอกเบี้ยทุกเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต่อมามีการชำระเงินกู้บางส่วนรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 4 ม.ค.62 จำนวน 14.2 ล้านบาท, ครั้งที่ 2 วันที่ 21 ม.ค.62 โดยชำระคืนเป็นเงินสดจำนวน 8 ล้านบาท และครั้งที่ 3 วันที่ 29 ม.ค.62 ชำระคืนโดยโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ สาขาไทยซัมมิท จำนวน &amp;nbsp;50 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 72 ล้านบาท ต่อมาพรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธรอีก 30 ล้านบาท โดยในวันทำสัญญาได้รับเงินต้นไปจำนวน &amp;nbsp;2.7 ล้าน ทำสัญญาชำระดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปีของต้นเงินกู้ ซึ่งนายธนาธรยอมรับว่ามีการแก้สัญญาที่กำหนดให้ส่งดอกเบี้ยทุกเดือนมาเป็นส่งดอกเบี้ยทุกปี &amp;nbsp;
ศาลใช้เวลาพิจารณา 71 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายธนาธรยังบริจาคเงินจำนวน &amp;nbsp;8.5 ล้านบาทให้กับพรรคอนาคตใหม่ ในส่วนของการชำระคืนเงินกู้พบว่า มีการจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเบี้ยปรับ 5.8 ล้าน และการชำระดอกเบี้ยพร้อมเบี้ยปรับ 1.4 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวด้วยว่า ประเด็นที่ 1 กกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 หรือไม่ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่าเมื่อผู้ร้องมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรคการเมืองกระทำความสามารถยื่นศาลสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น หรือเมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือเลขาธิการ กกต. ให้รวบรวมขอเท็จจริง โดยระเบียบ กกต.ข้อ 54 วรรคหนึ่ง และข้อ 55&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วรรคหนึ่งกำหนดหลักเกณฑ์รองรับไว้ ข้อโต้แย้งของพรรคอนาคตใหม่ที่ว่า คณะกรรมการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วว่าการกู้ยืมเงินของพรรคไม่มีมูลความผิด การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองตั้งฐานความผิดเสนอต่อกรรมการ กกต.ให้มีมติยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลเห็นว่าความเห็นของกรรมการ กกต.มีอิสระไม่ผูกพันกับคณะกรรมการไต่สวน สืบสวน และวินิจฉัย ขณะที่การดำเนินคดีตามคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา ก็เสร็จสิ้นจากคณะกรรมการไต่สวนฯ แล้ว จึงยังไม่ถึงขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา ประกอบกับการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นกระบวนการดำเนินคดีอาญา ซึ่งแยกเป็นอิสระต่อกันจากกระบวนการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ข้อโต้แย้งของพรรคอนาคตใหม่จึงฟังไม่ขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์อ่านคำวินิจฉัยต่อไปว่า การที่ผู้ถูกร้องโต้แย้งว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดีนี้ ศาลเห็นว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยคดีได้ ข้อโต้แย้งของพรรคอนาคตใหม่ฟังไม่ขึ้น และเป็นที่ยุติตามที่ กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาตั้งแต่การรับคำร้องในวันที่ 25 ธ.ค.62 &amp;nbsp;และมีการประชุมองค์คณะตุลาการอย่างต่อเนื่องรวม 11 ครั้ง จนกระทั่งนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 21 ก.พ.62 ศาลได้ใช้เวลาพิจารณาคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วน นานพอสมควร โดยให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รวมระยะเวลา 71 วัน จึงไม่ได้เร่งรัดหรือรวบรัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยในประเด็นที่ 2 ว่ามีเหตุยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 92 หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 45 บัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพบุคคลในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง ตามวิถีทางประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง ให้เป็นไปโดยเปิดเผยตรวจสอบได้ ให้สมาชิกมีส่วนร่วม กำหนดนโยบาย ส่งผู้สมัคร กำหนดมาตรการ ให้สามารถดำเนินการกิจการพรรคได้โดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำหรือถูกบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชี้นำ ครอบงำ และการให้กำหนดมาตรการให้สมาชิก ไม่กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง บทบัญญัติดังกล่าว รัฐธรรมนูญมุ่งหมายเพื่อให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง มีการบริหารกิจการภายในของพรรคเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมืองสามารถปฏิบัติหน้าที่ ดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการพรรคนั้น เพื่อป้องกันมิให้พรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นผู้บงการพรรคแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียวได้ รัฐสภาจึงตรา พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองขึ้น เป็นกฎหมายตามมาตรา 45 บัญญัติไว้
มีอิทธิพลครอบงำและชี้นำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรา 66 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ห้ามบุคคล บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้พรรคการเมืองเกิน 10 ล้านบาทต่อปี บทบัญญัติดังกล่าวต้องการควบคุมพรรคการเมืองรับบริจาคเงินจากบุคคล เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้พรรค บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดอาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นนายทุนพรรคการเมือง เพื่อบงการหรือมีอิทธิพลครอบงำและชี้นำ การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามประสงค์ของตนแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียวได้ ทำให้การบริหารกิจการบ้านเมืองไม่เป็นไปโดยอิสระ ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลกันภายในพรรคไม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อันเป็นการทำลายหลักความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมืองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 45&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และส่งผลทำให้พรรคการเมืองถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบด้วยกฎหมายของผู้บงการ หรือผู้มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมือง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมการรับบริจาคของพรรคการเมืองเพื่อสร้างเสริมให้พรรคการเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมืองเพื่อให้ประชาชนมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ต้องพิจารณามีว่าการที่พรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยรู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 พ.ร.ป.พรรคการเมือง มีความหมายแค่ไหนเพียงไร เห็นว่ามาตรา 72 มีข้อห้าม 2 กรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการฝ่าฝืน รับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นทั้งการได้มาและวิธีการได้มาซึ่งเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เปิดเผย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการฝ่าฝืนรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการได้มา ที่มีแหล่งที่มาจากการกระทำผิดกฎหมายหรือเป็นเงินสกปรก การฟอกเงิน การค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์ การทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งการได้มาทั้ง 2 กรณี ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด ย่อมถือว่าเป็นการกระทำมิชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ พ.ร.ป.มาตรา 72 เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ อันจะทำให้พรรคการเมืองกลายเป็นผู้สนับสนุน หรือมีส่วนร่วมช่วยเหลือกระทำความผิดไปด้วยมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อระบบการเมืองของประเทศไทย เป็นมาตรการสำคัญในการเสริมสร้างระบบการเมืองของไทยให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือของประชาชน สอดคล้องมาตรา 77 วรรค 1 ของกฎหมายเดียวกัน ที่กำหนดมาตรการ วิธีการให้พรรคการเมืองปฏิบัติ เพื่อให้การบริจาคของพรรคการเมืองเป็นไปตามกฎหมายเปิดเผยและตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้หรือไม่ เห็นว่า การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองต้องอาศัยรายได้ โดยกำหนดแหล่งที่มาไว้ในมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ดังนั้นเงินส่วนใดที่พรรคการเมืองนำมาใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ที่ไม่มีแหล่งที่มาตามกฎหมายระบุไว้ ย่อมถือว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบ ด้วยมาตรา 62 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ถึงแม้ว่าไม่ได้ห้ามการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองโดยชัดเจน แต่ไม่ได้รับรองว่าให้กระทำได้ ประกอบกับพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน เงินกู้ แม้มิได้เป็นรายได้ แต่เป็นรายรับและเงินทางการเมือง การดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาและการใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจึงจะทำได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
ประโยชน์อื่นใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อต้องการกำหนดมาตรการทางกฎหมาย กำกับให้พรรคการเมืองตรวจสอบได้และให้พรรคการเมืองดำเนินการโดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด การกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองจึงต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหามีว่า การรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินประโยชน์อื่นใดตามมาตรา 72 มีความหมายอย่างไร เห็นว่า เมื่อพิจารณานิยามคำว่าบริจาคตามมาตรา 4 ของกฎหมายเดียวกัน หมายรวมถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนคำว่าประโยชน์อื่นใด หมายถึงการให้ทรัพย์สิน บริการ ส่วนลด โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และการทำให้หนี้ที่พรรคการเมืองเป็นหนี้สิ้นไปด้วย ซึ่งการที่กฎหมายใช้คำว่าให้หมายความรวมถึงในการนิยามความหมาย ของคำในกฎหมาย ย่อมมีความหมายรวมถึงสิ่งอื่น นอกจากสิ่งที่จำกัดความหรือให้ความหมายไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง ย่อมความหมายรวมถึงการกระทำที่มีลักษณะทำนองเดียวกับการให้บริการ หรือการให้ส่วนลด หรือว่ามีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และทำให้หนี้ของพรรคการเมืองลดลงหรือสิ้นไป หรือการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง ที่ไม่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ ไม่ต้องการออกค่าใช้จ่าย ซึ่งปกติต้องจ่าย อันมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ดังนั้น การให้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยโดยไม่ปกติทางการค้า หรือการทำให้หนี้พรรคการเมืองลดลง หรือการได้เงิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ที่ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายที่ปกติต้องจ่าย ย่อมถือว่าเป็นประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง ตามมาตรา 4 ต้องอยู่ภายใต้เจตนารมณ์มาตรา 45 วรรค 2 และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เงื่อนไขการบริจาค ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 66 และมาตรา &amp;nbsp;72 ด้วยเหตุนี้ คำว่าบริจาคตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองและประโยชน์อื่นใดของ พ.ร.ป.พรรรคการเมือง จึงมีความหมายเฉพาะตามกฎหมายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อกำหนดสิ่งที่อยู่ในขอบข่ายบังคับแห่งกฎหมายเรื่องนี้และเป็นไปตามวัตถุประสงค์กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ต้องการควบคุมการสนับสนุนทางการเมืองให้เป็นไปโดยพอเหมาะพอควรแก่การดำเนินการ โดยกำหนดให้พรรคมีระบบทางการเงิน บัญชี รวมทั้งรายได้ของพรรคที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ คุ้มครองหลักประชาธิปไตยภายในพรรค และป้องกันไม่ให้บุคคลใดอาศัยพรรคเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ส่วนตน หรืออาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นผู้บงการ หรือมีอิทธิพลครอบงำ ชี้นำกิจการของพรรคการเมืองแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียวได้ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏหมายงบการเงินประจำปี 2561 ของพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่ 3.ต.ค.-31 ธ.ค.61 ที่ยื่นต่อ กกต.ที่ระบุว่ามีรายได้จากเงินทุนประเดิม 1,067,124 บาท รายได้รวม 7,173,168 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายรวม 72,663,705 บาท ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 1,490,537 บาท แต่พรรคกลับทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธร รวม 2 ฉบับ รวม 191.2 ล้านบาท แต่การคิดอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า ถือเป็นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองบรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ แม้พรรคอนาคตใหม่จะชำระหนี้เงินกู้บางส่วนให้แก่นายธนาธรหลายครั้ง แต่การชำระคืนครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2562 เป็นเงินสดจำนวนเงิน 14 ล้านบาท ภายหลังที่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินเพียง 2 วัน ถือเป็นการผิดปกติวิสัย&amp;nbsp;
ตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 11 เม.ย.2552 ซึ่งมีวงเงินกู้จำนวน 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ปี แต่วันทำสัญญาพรรคอนาคตใหม่กลับรับเงินกู้เพียง 2.7 ล้านบาท การทำสัญญากู้เงินฉบับเพิ่มเติมโดยที่ยังมีหนี้เงินกู้ค้างชำระอยู่ไม่เป็นไปตามปกติวิสัย การทำสัญญาเงินกู้ดังกล่าวจึงลักษณะที่มีข้อตำลงในสัญญาและพฤติการณ์ในการเอื้อประโยชน์ ช่วยเหลือพรรคอนาคตใหม่เป็นกรณีพิศษ ไม่เป็นปกติในทางการค้า และไม่เป็นไปตามปกติวิสัยในการให้กู้เงิน และการชำระหนี้เงินกู้ยืมและการคิดดอกเบี้ยก็ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้าสำหรับการกู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักประกัน ถือเป็นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคอนาคตใหม่ บรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ และเมื่อรวมประโยชน์อื่นใดที่พรรครับบริจาค กู้ยืมจำนวน 191.2 ล้านบาท กับเงินที่นายธนาธรบริจาคให้กับพรรคเมื่อปี 62 จำนวน 8.5 ล้านบาท ย่อมชัดแจ้งว่าเป็นกรณีการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปี &amp;nbsp;ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 66 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อเท็จจริงพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นว่า การที่นายธนาธรให้เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ เป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด และการที่นายธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวนมาก กก.บห.พรรคอนาคตใหม่ ควรที่จะรู้ว่าการเป็นหนี้จำนวนมากต่อบุคคลใด ย่อมก่อให้เกิดการครอบงำ ชี้นำโดยบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้ อาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ ที่จะเรียกให้พรรคชำระหนี้ หรืองดเว้นการอันใดตามสัญญาก็ได้ ทั้งยังก่อให้เกิดความได้เปรียบทางการเงิน มาเป็นผู้บงการพรรคแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียว อันส่งผลให้พรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง ดังนั้นการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่จึงมีเจตนาหลีกเลี่ยงการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นตามมาตรา 66 เมื่อการรับบริจาคดังกล่าวต้องห้ามตามมาตรา 66 จึงเป็นการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาชอบมิด้วยกฎหมายตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 72 กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคอนาคตใหม่กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 อันเป็นเหตุให้สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองตามตรา 92 วรรสอง ประกอบวรรคหนึ่ง (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยในประเด็นที่ 3 ว่าเมื่อศาลตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่แล้ว ต้องเพิกถอนสิทธิสมัครของกรรมการบริหารพรรคการเมือง ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ &amp;nbsp;2 ม.ค.62 และวันที่ 11 เม.ย.62 ซึ่งเป็นวันที่ทำสัญญากู้เงินอันเป็นการกระทำความผิดจนเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค โดยกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ซึ่งเหมาะควรกับความผิดที่ได้ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 72 เรื่องห้ามบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยกรรมการบริหารของพรรคที่ถูกยุบ จะจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่อีกไม่ได้ภายในเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อตุลาการเสียงข้างมาก 7 ราย ได้แก่ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, นายจรัญ ภักดีธนากุล, นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายบุญส่ง กุลบุปผา, นายปัญญา อุดชาชน, นายวรวิทย์ กังศศิเทียม และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย 2 ราย ได้แก่ นายชัช ชลวร และนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นจำนวน 10 ปี ประชาชนและสมาชิกพรรคที่มาร่วมลุ้นคำตัดสินของศาลต่างส่งเสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ และมีมวลชนบางกลุ่มหลั่งน้ำตาออกมา
11 ส.ส.อนาคตใหม่หมดสภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 16 คน เป็น ส.ส. 11 คน เมื่อศาลรัฐธรรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคที่จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ 1.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค 2.นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค 3.น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค 4.นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค 5.พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค 6.นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค (ไม่ได้เป็น ส.ส.) 7.น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ 8.นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค 9.นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิก (ไม่ได้เป็น ส.ส.) 10.นายสุนทร บุญยอด กรรมการ (ไม่ได้เป็น ส.ส.) 11.น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการ 12.นายสุรชัย ศรีสารคาม กรรมการ 13.นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ กรรมการ 14.นายชัน ภักดีศรี กรรมการ (ไม่ได้เป็น ส.ส.) 15.น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการ และ 16.นายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคไปก่อนหน้านี้ เพราะเป็นกรรมการบริหารพรรค ณ วันที่ถูกร้อง ทำให้เหลือ ส.ส. 65 คน ทำให้สภามี ส.ส.เหลืออยู่ทั้งสิ้น 487 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.45 น. กรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ที่ไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นำโดยนายธนาธรและนายปิยบุตร ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อแสดงจุดยืนและแนวทางการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า คำวินิจฉัยในวันนี้ได้พูดถึงการไม่ให้นายทุนมาครอบงำพรรค และต้องการความโปร่งใส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะกลายเป็นเรื่องยอกย้อนที่สุด เพราะพรรคอนาคตใหม่ต้องการทำงานการเมืองอย่างโปร่งใส เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารายได้มาจากที่ใด ทุกอย่างเอาขึ้นบนโต๊ะ แต่เรากลับถูกยุบพรรค ในขณะที่พรรคการเมืองในไทยทั้งหลายทุกวันนี้ทำกิจกรรมต่างๆ ตั้งขึ้นมาใหม่พร้อมกับพรรคอนาคตใหม่ แต่กลับส่งผู้สมัครได้ครบหมด ขอถามจริงๆ ว่าเอาเงินมาจากไหน ผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยคือ ต่อไปนี้พรรคการเมืองจงอย่าโปร่งใสและอย่าเปิดเผย แต่ต้องปิดให้มิดเพื่อให้อยู่รอด ยิ่งโปร่งใสยิ่งถูกยุบพรรค ประเทศไทยจะยอกย้อนแบบนี้เหรอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จากคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติต่อเนื่องมายังพรรคอนาคตใหม่ ก่อนหน้านี้เราใช้รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เพิกถอนสิทธิ 5 ปีก็เยอะแล้ว แต่วันนี้กลับบอกว่านี่คือความพอสมควรแก่เหตุ จึงเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ดังนั้นกลายเป็นว่าการเพิกถอน 10 ปีเป็นการบอกว่าปรานีเอ็งแล้ว รัฐธรรมนูญก่อตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมากำหนดหน้าที่กระบวนการและที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้คำวินิจฉัยเป็นเด็ดขาดและที่สุด และผูกพันทุกองค์กร &amp;nbsp;แต่คำวินิจฉัยจะมีผลผูกพันในใจคนไทยทั้งประเทศไทยต้องตั้งอยู่บนความชอบธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นเพียงคนใส่ชุดครุยบนบัลลังก์ ที่ติดชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต่อมาตัดสินได้อย่างมีเหตุมีผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบผู้อื่น ใครจะตรวจสอบ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ คำถามนี้ คำตอบชัดเจนที่สุดคือประชาชนผู้ทรงอำนาจอธิปไตยสูงสุดของประเทศ ดังนั้น ประชาชนจึงเป็นผู้มีอำนาจและตรวจสอบ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ถูกต้องหรือไม่ พวกท่านประชาชนเป็นคนตัดสินครับ
ตั้งคณะอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลสืบเนื่องทางการเมืองไทยจากคำวินิจฉัยวันนี้คือประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีพรรคการเมืองที่ทำงานสร้างสรรค์ที่มีความคิดก้าวหน้าปฏิรูปประเทศถึงระดับโครงสร้าง ประเทศไทยเลือกใช้นิติสงครามเลือกจำกัดศัตรูทางการเมืองแบบเดิม และนิติสงครามเช่นนี้ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ ตรงกันข้าม กลับตอกลิ่มความขัดแย้งมากกว่าเดิม พวกเขาเจ็บช้ำน้ำใจ พวกเขาตั้งคำถามดังๆ ว่ายุบพรรคที่เขาสนับสนุนได้อย่างไร ณ วันนี้มีคนอีกจำนวนมากที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ที่ไม่รู้เหตุการณ์ 10 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้เขาเห็นแล้วว่านิติสงครามเป็นอย่างไร ของเดิมยังไม่แก้ ความวัวยังไม่หาย ความควายเข้ามาอีก&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า หากการยุบพรรคครั้งนี้ เพียงเพราะว่าผู้มีอำนาจต้องการผลักไสผมและธนาธรออกไป ผมยืนยันว่าพวกเขาคิดผิดครับ เพราะความคิดแบบอนาคตใหม่จะเจริญงอกงามเติบโตกว้างยิ่งกว่า เพราะผมและธนาธรจะออกโลดแล่นทางการเมืองยิ่งกว่าเดิม หากคิดว่านี่เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม พวกเขาคิดผิดครับ เพราะนี่คือไฟลามทุ่ง พวกเขาคิดผิด นี่เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าอำนาจที่เขาถืออยู่นั้นปราศจากความชอบธรรม จึงต้องหาทางมากำจัดพวกเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือจุดเริ่มต้นของประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย เราจะร่วมกันต่อสู้ต่อไป ความคิดแบบอนาคตใหม่จะเติบโตยิ่งกว่าเดิม ผมและธนาธรจะรณรงค์ทางการเมืองทั่วประเทศอย่างไม่รู้เหนื่อย นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้น เพราะพวกเราเป็นปีศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นเพื่อหลอกหลอนคนในโลกเก่า ผมขอเชิญประชาชนที่ฟังการแถลงข่าวที่บ้านขอออกมารวมตัวที่พรรคอนาคตใหม่ เพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และแสดงให้เห็นพลังของพวกเรา และส่งสัญญาณไปยังผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเขาจะไม่ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการครับ&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ได้รับการรับรองจากกกต. ให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 3 ต.ค.61 นับจากวันที่พรรคได้รับการรับรอง โดยพรรคอนาคตใหม่มีชีวิตทั้งสิ้น 507 วัน หรือ 1 ปี 4 เดือน 18 วัน พรรคอนาคตใหม่สิ้นสุดลงแล้ว ในฐานะหัวหน้าพรรค ขอโทษพี่น้องประชาชนที่พวกเราทำตามสัญญาไม่ได้ เราสัญญากับทุกท่านว่าเราจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. ร่วมกันแก้ รธน.2560 ปฏิรูปกองทัพ สิ่งเหล่านี้ เราทำไม่ได้ตามสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่วันนี้อย่างน้อยที่สุด ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า ในวันที่สังคมไทยมืดมนที่สุด ผมไม่นั่งเฉยๆ เพื่อรอวันที่สังคมลุกเป็นไฟ แต่ผมลุกขึ้นมาเพื่อหวังจะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อผลักดันสังคมไปข้างหน้า อย่างน้อยที่สุด เราบอกลูกหลานได้เต็มปากในเรื่องนี้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าวทั้งตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายธนาธรกล่าวว่า ขอประกาศจัดตั้งคณะอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่รวมตัวกันของกลุ่มคนที่ต้องการสืบสานอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์กลับไปเมื่อตอนที่เราตั้งพรรคอนาคตใหม่ครั้งแรก นั่นคือการปักธงความคิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57826</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินกู้พรรค, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค, พรรคอนาคตใหม่, มติศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย, สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่, ส่อให้เห็นการครอบงำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ่านคำวินิจฉัย, ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4fe7db72cd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่หวั่นยุบพรรค!ส.ส.อนาคตใหม่มาประชุมร่วมรัฐสภา​ชู3นิ้วสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.พ.63- ที่อาคารรัฐสภาเกียกกาย​ ส.ส.อนาคตใหม่ เดินทางมาประชุมร่วมรัฐสภาอย่างพร้อมเพรียง​ นำโดย​นางกุล​ธิดา​ รุ่งเรืองเกียรติ​ นาย​ไกลก้อง​ ไวทยาการ​ นางสาวเยาวลักษณ์​ วงศ์ประภารัตน์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหาร โดยยืนเรียงแถวชู3นิ้วสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​โดยนางสาวกุลธิดา​ กล่าวว่า​ แม้วันนี้พรรคอนาคตใหม่จะมีภาระกิจใหญ่ร่วมกันแต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​ ก็ต้องมาปฏิบัตติหน้าที่​ จากนั้นในช่วงสายจะเดินทางไปสมทบพร้อมกันที่พรรคเพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ​สื่อมวลชนถามถึงความกังวลใจ​เกี่ยวกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นางสาวเยาวลักษณ์​ ระบุว่า​ในฐานะกรรมการบริหาร​ เราเชื่อมั่นในหลักการปฏิบัติพรรคอนาคตใหม่​ทำตามหลักเกณฑ์และกติกาของรัฐธรรมนูญทุกประการ​ แน่นอนว่าการเข้าสู่สนามการเมืองในกติกาที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ความรอบคอบของพรรคอนาคตใหม่ต้องมากกว่าคนอื่นๆ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นทุกอย่างที่เราทำลงไปมั้นใจว่าได้ทำอย่างรอบคอบและรัดกุมอยู่บนหลักกฎหมายที่ถูกต้อง​ ส่วนคำวินิจฉัยจะออกมาเช่นไร​ก็ต้องรอลุ้นพร้อมๆกัน​ แต่อยากบอกว่ากำลังใจของพวกเราชาวอนาคตใหม่เต็มเปี่ยมและไม่เคยหวาดหวั่น&amp;quot;นางสาวเยาวลักษณ์ กล่าว ​ ​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57788</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f6658248ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’แลกด้วยชีวิต ยืนหยัดหลักการที่ถูกต้อง‘ป๊อก’หลังพิงฝรั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพร้อมอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้แล้ว &amp;nbsp;ย้อนอดีตนัดบ่ายสามฟังกันยาวแน่ คาดมี 4 สูตร เชื่อหากหวยออกสูตรล่าสุดประนีประนอม ไม่ยุบพรรค แต่ตัดสิทธิ์ 5 ปี พ่วงยึดเงิน 181.2 ล้านเข้ากองทุนพัฒนาการเมือง &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ปลุกเฮือกสุดท้าย &amp;nbsp;บอกยืนหยัดสู้แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ส่วน &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; หันพิงหลังฝรั่งเมืองเบียร์ อ้างเยอรมนีจับตาคดีใกล้ชิด &amp;ldquo;เด็ก พปชร.&amp;rdquo; ชำแหละคำแถลงปิดคดีอาจารย์ป๊อกเลื่อนลอยไร้หลักฐานจับต้องได้ แค่ปลุกกระแสสังคมสร้างภาพ &amp;ldquo;หมอวรงค์&amp;rdquo; ฟันธงจบสวยเหมือนหนังไทยคนร้ายต้องตายตอนจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เตรียมสถานที่รองรับการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จากเหตุกู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาท จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ. เวลา 15.00 น. โดยช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้นำรั้วเหล็กมากั้นกำหนดแนวเขตที่ทำการศาล เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณศาล พร้อมนำจอภาพขนาดใหญ่ 2 จอ มาติดตั้งบริเวณโถงหน้าที่ทำการศาล และติดตั้งอีก 1 จอภาพในห้องสื่อมวลชน เพื่อรับถ่ายทอดสัญญาณจากห้องพิจารณาคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจมีความพร้อมในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกจราจรกรณีดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. ดูแลรับผิดชอบ พร้อมจัดกำลังตำรวจทั้งหญิงและชาย 1 กองร้อย หรือ 150 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย โดยจากการตรวจสอบด้านการข่าว ยังไม่พบว่ามีการปลุกระดมมวลชนผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ได้กำชับให้ดูเรื่องความประพฤติที่อาจสุ่มเสี่ยมและผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการรวมหัวกันชุมนุมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเชิงการเมืองหรือไม่ใช่ก็ตาม โดยขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาลไม่ว่าจะออกมาแบบใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตำรวจ 1 กองร้อยเอาอยู่ เพราะคำตัดสินลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ฝากไปยังมวลชนที่จะเดินทางมา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เพราะหากทำผิดแล้วต้องถูกดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้เตรียมการดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว ไม่กังวล และพรรคอนาคตใหม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ยังไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ก่อนการอ่านคำวินิจฉัยคดีในเวลา 15.00 น. ในช่วงเช้าประมาณ 09.00 น. นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดตุลาการทั้ง 9 คนประชุมเพื่อให้ตุลาการแต่ละคนแถลงผลคำวินิจฉัยส่วนตนก่อนลงมติ ซึ่งที่ผ่านมาการแถลงผลคำวินิจฉัยส่วนตนจะไม่เกิน 1.30 ชั่วโมงจนได้มติ ก่อนที่จะร่วมกันเขียนและตรวจสอบคำวินิจฉัยกลางของศาลเพื่อนำไปอ่านให้คู่ความ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีของศาลครั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตทางการเมืองว่า ห่างจากเวลาการประชุมของตุลาการในช่วงเช้าค่อนข้างนาน จนมองกันว่าความเห็นในการวินิจฉัยคดีของตุลาการอาจไม่ไปในทิศทางเดียวกัน คือมีแนวโน้มที่เสียงแตกไม่เป็นเอกฉันท์ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการเขียนคำร้องค่อนข้างนานและเป็นคำวินิจฉัยที่มีขนาดยาว จึงนัดอ่านในช่วง 15.00 น. ต่างจากคำวินิจฉัยคดียุบพรรค อนค.ในเรื่องล้มล้างการปกครองฯ เมื่อ 21 ม.ค. ที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยเวลา 11.30 น. แล้วตุลาการมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยกคำร้อง&amp;nbsp;
4 บทสรุปคดีส้มหวาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในช่วงหลังคดีที่นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีในช่วง 14.00-15.00 น. เช่น คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือคดีถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้งของนายธนาธร ผลปรากฏว่าคำวินิจฉัยกลางจะมีเนื้อหาค่อนข้างยาว และผลแห่งคดีออกมาในทางไม่เป็นคุณกับผู้ถูกร้อง&amp;rdquo;
มีรายงานแจ้งอีกว่า มีการวิเคราะห์กันว่าผลการวินิจฉัยคดีของศาลในคดีนี้อาจออกมาเป็น 4 แบบ คือ 1.ตัดสินว่าการกู้เงินไม่ผิดกฎหมายพรรคการเมือง ยกคำร้อง 2.การกู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ศาลจึงวินิจฉัยว่ากรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่มีส่วนรับรู้และร่วมกันเห็นชอบการทำนิติกรรมดังกล่าวจึงต้องร่วมกันรับผิด และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และมีความเห็นให้ยุบพรรค 3.การกู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เห็นว่าเป็นความผิดเฉพาะตัวคือ กก.บห. จึงวินิจฉัยตัดสิทธิ์การเมือง กก.บห. แต่ไม่มีคำสั่งให้ยุบพรรค และ 4.วินิจฉัยว่าการกู้เงินทำไม่ได้ เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง จึงวินิจฉัยให้ กก.บห.มีส่วนร่วมรับผิดชอบ โดยการตัดสิทธิ์การเมือง แต่ไม่วินิจฉัยให้ยุบพรรค และให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและ กก.บห. 5 ปี และให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่า 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง คือจำนวน 181.2 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สูตรตัดสินคดีสูตรที่ 4 เพิ่งมีการถูกพูดถึงในช่วงหลัง และถูกมองในทางการเมืองว่าเป็นแนวทางการลงโทษประนีประนอม เพราะไม่ยุบพรรค และ กก.บห.โดนตัดสิทธิ์แค่ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. โพสต์คลิปพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า 1 วันก่อนการอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรค เราจริงจังกับการระดมทุนจากสาธารณะ เราปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชน เพราะการรับเงินที่มาจากทุนผูกขาดนั้น ขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค เพราะวันหนึ่งเมื่อเรามีอำนาจทางการเมือง เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด ไม่จำเป็นต้องตอบแทนกลุ่มทุนใดนอกจากประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากย้อนเวลากลับไปได้ หากเราถูกกีดกันทุกวิถีทางในการระดมทุนเหมือนที่ผ่านมา และหากจำเป็นต้องกู้ เราก็จะทำเช่นเดิม จะกู้เงินอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้เหมือนเดิม จะยืนหยัดยืนยันในหลักการที่ถูกต้อง แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม ซึ่งในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้ขอผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรม มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลังที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ไม่ถอย ไม่ทน รวมคนอนาคตใหม่&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ
พิงฝรั่งไส้กรอกสู้ยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ให้การรับรองปีเตอร์ รามซาวเออร์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สภาผู้แทนราษฎรสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อม กมธ.อีก 2 ท่าน และเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งนายรามซาวเออร์กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคว่า เป็นสิ่งที่น่าจับตามองมาก เพราะหากมองในแง่เสรีภาพทางการเมือง สิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และความเป็นประชาธิปไตยแล้ว หากผลตัดสินออกมาในลักษณะที่ไม่เป็นคุณต่อพรรค อนค. จะเป็นเรื่องน่าจับตาอย่างมาก อยากให้ทราบว่า กมธ.และสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้อยู่ รวมทั้งให้ความสนใจกับการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ ของไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และถามถึงการสร้างพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้กล่าวชื่นชมประเทศเยอรมนี ในฐานะเป็นต้นแบบในเรื่องรัฐธรรมนูญที่ประกันหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ และหลักสังคมรัฐ ประเทศไทยรับอิทธิพลในเรื่องเหล่านี้ และยังนำรูปแบบศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีมาประยุกต์ใช้ และผมหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญไทยจะเป็นองค์กรที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยได้ดังเช่นที่เยอรมนีทำสำเร็จ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค อนค.ระบุว่า ในวันที่ 21 ก.พ. แกนนำพรรคและ ส.ส.พรรคทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำวินิจฉัยพร้อมกัน ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากช่วงเช้าที่ไปประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ ที่พรรคยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน และพรรคยังมีการขายสินค้าระดมทุน สมัครสมาชิกพร้อมบัตรรุ่นพิเศษ Limited Edition สำหรับผู้สมัครสมาชิกใหม่หรือต่ออายุสมาชิกในวันศุกร์นี้เท่านั้น
&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการยุบพรรคการเมือง ในวันพรุ่งนี้ฝ่ายที่กดดันไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพิสูจน์ว่าเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ระบุ
แฉจัดฉากปลุกสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตรแถลงปิดคดีนอกศาล และการเคลื่อนไหวกดดันต่างๆ ว่า เป็นรูปแบบเดิมๆ ของ อนค.ที่มีนายปิยบุตรเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย แต่กลับไม่ใช้โอกาสต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม รูปแบบการต่อสู้คดีมักไม่เน้นการยื่นหลักฐานพิสูจน์ความจริง แต่เน้นสร้างวาทกรรม บิดเบือนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ปลุกปั่นว่าถูกกระทำสองมาตรฐานโดยเอาเรื่องของผู้อื่นที่แตกต่างกันมาโยงว่าเหมือนของตนเอง ใช้ตัวแทนจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวกดดันกระบวนการยุติธรรม แถลงปิดคดีนอกศาลเพื่อปลุกปั่นสร้างกระแสสังคม ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ สังคมก็ยิ่งมองเห็นชัดว่าพรรคอนาคตใหม่จำนนด้วยหลักฐาน ไม่มีอะไรไปต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง จึงต้องจัดฉากต่อสู้คดีด้วยกระแสสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงทางกฎหมายของคดีเงินกู้ของพรรค อนค.นั้น หลักๆ พิจารณา 6 มาตรา คือ มาตรา 62, 66, 72, 92 วรรคหนึ่ง (3), 124 และ 125 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งเมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมาย การกล่าวอ้างของนายปิยบุตรว่าไม่มีเหตุตามกฎหมายใดเลยที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ จึงน่าจะเป็นการบิดเบือนเลื่อนลอย นอกจากนี้ การกล่าว หาความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม ยังอาจถือว่าเป็นการปัดความรับผิดของตนเอง และการออกมาบอกว่าจะถูกยุบก็เป็นการตีตนไปก่อนไข้ คล้ายรู้อยู่และยอมรับแล้วว่าพรรคผิดและมีโทษถึงยุบพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากมีการตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่จริง ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย จึงไม่ใช่ผู้ที่ต้องมารับผิดชอบต่อสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่อ้างว่าเกิดความเสียหาย บุคคลที่ต้องรับผิดชอบผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยควรเป็นนายปิยบุตรและทีมกฎหมายที่ดูแลให้คำปรึกษาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้พรรคใช้เงินที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทำให้ ส.ส.อนาคตใหม่ตกเป็นจำเลยของสังคมว่าเป็นผลไม้พิษของต้นไม้พิษ ที่มาจากพรรคใช้เงินที่ฝ่าฝืนกฎหมาย&amp;rdquo; รองโฆษก พปชร.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาแกนนำพรรค อนค.พยายามสร้างประเด็นเพื่อให้สังคมมองภาพว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น ความพยายามยื่นขอให้ศาลรัฐธรรรมนูญเปิดไต่สวนพยาน ซึ่งศาลแม้จะยกคำร้อง แต่ก็ได้ขยายเวลาให้พยานส่งคำชี้แจงไปได้ถึงวันที่ 17 ก.พ. ดังนั้นจึงอยากตั้งคำถามไปถึงพรรคอนาคตใหม่ว่า เหตุใดจึงไม่เผยแพร่คำให้การต่อสู้ หลักฐานทางบัญชี รวมถึงนำคำชี้แจงของพยานที่กล่าวอ้างมาเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อทำการแถลงปิดคดีนอกศาล หรือจะทำตัวเป็นแบบ Cherry Picking เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผู้อื่น พูดบิดเบือนข้อมูลเฉพาะสิ่งที่ตนเองจะได้ประโยชน์เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้สังคมทั่วไปมองว่า เมื่อนายปิยบุตรมาเป็นนักการเมืองก็ควรหยุดโกหกตัวเองและสังคมสักวัน ให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย &amp;nbsp;เพราะหากต้องกลับไปสมัครงานตำแหน่งอาจารย์หลังจากไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว ผลงานที่บิดเบือนข้อกฎหมาย อธิบายกฎหมายแบบศรีธนญชัย ใช้กฎหมายที่ยกเลิกไปแล้ว ตีความกฎหมายเข้าข้างตนเอง พยายามทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมในระหว่างที่เป็นนักการเมือง อาจทำให้สถานศึกษาต้องพิจารณาคุณสมบัติอาจารย์ ทั้งแง่องค์ความรู้และจริยธรรมนักกฎหมายที่ว่าด้วยตราชูคู่คุณธรรมให้&amp;rdquo; น.ส.ทิพานันระบุ
เชื่อจบแบบหนังไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;วันชี้ชะตาประเทศ พรรคการเมืองกู้เงินกับกู้ซ่อนเงื่อน&amp;quot; ระบุว่า ขอสรุปประเด็นสำคัญเพื่อปิดคดีการกู้ซ่อนเงื่อน เพราะวันนี้พวกประชาธิปไตยตะแบง ก็ยังคงตะแบง ตะแบงตั้งแต่เรื่องแดง จนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินดังนี้ 1.ยังคงท่องบทกู้เงินไม่ผิด ทั้งๆ ที่มีเงื่อนงำของการกู้ซ่อนเงื่อนแต่ไม่เคยชี้แจง 2.ตะแบงแม้แต่ผู้ให้กู้ พูดตัวเลขการกู้ที่ไม่ตรงกันในแต่ละครั้ง 3.อ้างว่าการกู้เป็นมติ กก.บห. แต่หัวหน้า เลขาธิการ เหรัญญิก โฆษก พูดตัวเลขไม่ตรงกัน แล้วจะเป็นมติของ กก.บห.ได้อย่างไร 4.กล้าแม้แต่ให้การเท็จต่อ กกต. 5.ตะแบงไม่ยอมส่งเอกสารทางการเงินตามที่ กกต.ขอ 6.กล่าวหาว่า กกต.ไม่ยอมยุติคดี และอ้างตามกฎหมายการเลือกตั้ง มาตรา 41 ซึ่งตะแบงแบบเข้าใจผิด 8.กล่าวหาว่าศาลไม่มีอำนาจยุบพรรค ทั้งๆ ที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้อำนาจศาลไว้ 9.อ้างว่าพรรคการเมืองคือนิติบุคคล หรือบริษัทเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ โดยไม่พูดว่าเป้าหมายของเอกชนทำเพื่อกำไรสูงสุด แต่พรรคการเมืองทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่สำคัญเอกชนถูกรัฐกำกับควบคุม แต่พรรคการเมืองไปกำกับควบคุมรัฐ จึงต่างกันโดยสิ้นเชิง และ 10.ล่าสุดไปอิงฝรั่งต่างชาติอีกแล้วต่อคดียุบพรรคครั้งนี้ สงสัยคงตะแบงไม่ไหวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่สังคมต้องตามให้ทันคือ ไม่เพียงแต่การกู้ปกติ แต่คือการกู้ซ่อนเงื่อนที่หนักกว่า และถือว่าเป็นจุดชี้อนาคตครั้งสำคัญของประเทศว่าจะเปิดโอกาสให้ทุนใหญ่เข้ามาครอบงำพรรคการเมือง และนำไปสู่ครอบงำประเทศหรือไม่ ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ตื่นเช้ามาส่องกระจกจะรู้สึกอายตัวเองบ้างหรือไม่ แต่เราต้องทำให้เขาอายประชาชน และมวลชนที่สนับสนุนเขาว่า ทำผิดแล้วไม่สำนึก มีแต่โทษนิติสงคราม ท้ายที่สุดหนังเรื่องนี้แม้คนทำผิดพยายามสร้างกระแสกำกับตอนจบ แต่คงต้องจบแบบแฟนๆ หนังไทยชอบคือ ฝ่ายอธรรมที่ทำผิดกฎหมายต้องได้รับการลงโทษ เคารพคำตัดสินของศาลทุกกรณี&amp;rdquo; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในฐานะนักวิชาการทางกฎหมาย มองว่าการกู้เงินของพรรค อนค.นั้น เงินที่กู้มานั้นเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้ ซึ่งตุลาการต้องมีการวินิจฉัยว่าเงินกู้ของพรรคการเมืองนั้นนับเป็นรายได้หรือไม่ ในขณะที่พรรคการเมืองนั้นไม่ใช่องค์กรของรัฐ เพราะเป็นการรวมตัวกันของพลเมืองในการเสนอนโยบายเพื่อให้พลเมืองคนอื่นเลือก เพื่อจะได้นำนโยบายนั้นไปเป็นนโยบายของประเทศ ดังนั้น ถ้ากฎหมายไม่ได้มีการห้าม พรรคการเมืองก็สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่ง/คำพิพากษาชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.185/2562 ที่นายธนาธร และพรรค อนค.ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรค อนค. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 14 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 มาตรา 69 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 86 กรณีมีการทำสำนวนคดียุบพรรค อนค.ไม่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน มีลักษณะเร่งรัดคดี &amp;nbsp;ซึ่งศาลได้สอบถามฝ่ายโจทก์แล้ว แถลงรับว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในที่ 21 ก.พ.นี้ จึงให้ฝ่ายโจทก์ส่งคำวินิจฉัยศาลต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ภายใน 30 วัน และเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 2 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57762</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คดีเงินกู้พรรค, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, คำวินิจฉัย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปลุกกระแสสังคม, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e9316eb419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; ร่ายยาวเหตุผลปล่อยกู้อนาคตใหม่ ปลุกสาวกรวมตัวฟังคำวินิจฉัยศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำชี้แจงจากใจ ย้อนหลังกลับไปเมื่อเราประกาศว่าจะตั้งพรรคการเมือง เราจินตนาการไว้ว่า พรรคที่เราอยากสร้างต้องมีลักษณะเป็นพรรคมวลชน กล่าวคือเป็นพรรคที่มีฐานสมาชิกที่เข้าใจในอุดมการณ์ของพรรค ทำงานขยายฐานความคิดและแนวร่วมเพื่อสร้างอุดมการณ์นั้นร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราได้รับสถานะเป็นพรรคการเมืองที่เป็นนิติบุคคลและได้รับการรองรับจากคณะกรรมการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่วันนั้น เราเริ่มงานการสร้างพรรคอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราตระหนักดีว่าการสร้างพรรคการเมืองจำเป็นต้องใช้เงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กฎกติกาของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้พรรคจะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ส.ส. ได้ ต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อย 4 สาขา สาขาละ 500 คน โดยมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดทุกจังหวัด และสมาชิกพรรคจังหวัด 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงจำเป็นต้องมีที่ทำการพรรคทุกจังหวัดเพื่อหาสมาชิกทั่วประเทศ ที่ทำการมีค่าเช่า มีค่าน้ำค่าไฟ แต่ละจังหวัดต้องมีเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อทำงานเอกสารและขยายฐานมวลชน เราต้องมีเอกสารแนะนำพรรค ทีมสื่อสารออนไลน์เพื่อให้ประชาชนทราบถึงแนวอุดมการณ์และนโยบายเพื่อชักชวนให้พวกเขาสมัครสมาชิกพรรค เราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำนักงานเบื้องต้น เช่น เครื่องปรับอากาศ, โต๊ะ, เก้าอี้ และอุปกรณ์อื่นๆ ในสำนักงานทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งค่าที่พักและค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ เพื่อดูแลสอดส่องความเดือดร้อนและสภาพปัญหาความเป็นจริงหน้างาน จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนโยบายพรรค เรายังต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และซอฟท์แวร์ต่างๆ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ พรรคมีทางเลือกสองทาง คือ แบบที่หนึ่ง ใช้เงินส่วนตัวของผมในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่มีความยุ่งยากในการทำเอกสารบันทึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เราเลือกทางที่ยากกว่า นั่นคือการให้ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค โดยให้พรรคกู้เงินจากผม ทางเลือกนี้เกิดความยุ่งยากในการจัดการมากขึ้น แต่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า ทุกคนจะรู้ว่าในพรรคมีเงินกู้เท่าไหร่ และร่วมกันจ่าย ร่วมกันหาเงิน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมพรรค เอาเงินมาไว้ตรงกลาง หน่วยงานไหนจะใช้จ่ายอย่างไรต้องผ่านกรรมการ มิใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งอนุมัติได้เหมือนทางเลือกแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนที่มีความฝันอยากเห็นประเทศไทยแบบเดียวกัน อยากมีตัวแทนของพวกเขาในสภาผู้แทนฯ ทุกคนต้องร่วมกันสร้าง ร่วมกันจ่าย ใครไม่มีเงินจ่ายก็ลงเป็นแรงในรูปแบบอาสา นี่คือพรรคการเมืองแบบที่เราอยากให้เป็น พรรคที่มีศักยภาพจะพัฒนาตัวเองเป็นสถาบันทางการเมือง เป็นพรรคของประชาชน เป็นความหวังของผู้ทุกข์ยาก เป็นเสาหลักของเรื่องประชาธิปไตยและความเท่าเทียมในประเทศไทยได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาที่เหตุของกรณีการยุบพรรคที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ต้นเหตุคือมีผู้นำคำที่ผมอภิปรายสาธารณะที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ว่าผมให้เงินพรรคกู้ แล้วไปฟ้องกับ กกต. ว่าเงินกู้นั้นเป็นนิติกรรมอำพราง แท้จริงแล้วเป็นเงินบริจาค ซึ่งผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในเนื้อหาเรื่องกฎหมายนั้น ผมไม่ขอพูดซ้ำอีกในทีนี้ เนื่องจากผมและอาจารย์ปิยบุตร ได้พูดและเขียนไว้ในโอกาสอื่นหลายครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเราทำแบบปกปิดมุบมิบ ผู้ร้องไปหาเจอเอาเอง และนำไปสู่การร้องกับ กกต. อาจจะอนุมานได้ว่านี่เป็นนิติกรรมอำพรางจริง แต่ผู้ร้องเอาคำอภิปรายของผมที่กระทำในที่เปิดเผย ย่อมแสดงให้ว่าธุรกรรมนี้เป็นไปโดยเจตารมย์ อย่างตรงไปตรงมา เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และพร้อมเปิดเผย อีกทั้งการที่ผมพูดถึงเรื่องเงินกู้ ความสำคัญของการระดมทุน ในหลายที่หลายโอกาสอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมักพูดเสมอว่า ผมเป็นลูกจ้างของสมาชิกพรรค ค่าสมาชิกพรรคคือเงินเดือนของพนักงาน เงินทำพรรค หน้าที่ของผมคือการรับใช้สมาชิกด้วยการทำนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคให้เป็นจริง ผมจึงชักชวนมาโดยตลอดให้พี่น้องประชาชนที่สนับสนุนเรา ลงทุนด้วยกัน เป็นเจ้าของด้วยกัน ช่วยกันสมัครเป็นสมาชิกพรรค, ช่วยกันบริจาค และช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้าพรรค เพื่อเป็นทุนในการสร้างพรรคและคืนเงินกู้หัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักฐานการให้ความสำคัญกับการระดมทุนเป็นที่ประจักษ์มากมาย ทั้งภาพการจัดกิจกรรมและภาพวิดีโอว่าพรรคนี้ เราจริงจังกับการระดมทุนจากสาธารณะ เราปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชนเพราะขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค โดยที่เราไม่ต้องการตอบแทนกลุ่มทุนเหล่านี้ หากวันใดเมื่อเรามีอำนาจทางการเมือง เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่กล่าวเกินเลยความเป็นจริงว่ารอบปีที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่จริงจังที่สุดในการจัดกิจกรรมเพื่อการระดมทุน ซึ่งหากนับตั้งแต่วันที่เราได้รับการรับรองพรรคตามกฎหมายวันแรกในเดือนตุลาคมปี 2561 จนถึงสิ้นปี 2562 เราได้เงินจากค่าสมาชิก บริจาค และระดมทุนเป็นจำนวน 70+138 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียวสำหรับพรรคการเมืองเกิดใหม่ที่ระดมทุนจากประชาชน โดยยอดทั้งหมดนี้พรรคจะต้องส่งให้ กกต. ซึ่งน่าจะเป็นตัวยืนยันคำกล่าวของผมได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เหตุใดที่การกระทำแบบนี้กลับกลายเป็นดาบหอกทิ่มเราเสียเอง ทำให้เราต้องเผชิญกับความเสี่ยงยุบพรรค, ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร และติดคุกติดตารางเพราะความต้องการสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ที่ซื่อสัตย์, เจตนาดีและโปร่งใสอย่างนี้หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรากลายเหมือนผู้ร้าย ไม่รอบคอบ และตั้งใจบิดเบือนกฎหมาย เราไม่ได้รับแม้แต่สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง และสิทธิในการสู้คดีอย่างที่พลเมืองในสังคมที่มีนิติรัฐ นิติธรรมควรจะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมฝากทุกท่านที่สนับสนุนพวกเรา ช่วยกันกดชื่นชม ช่วยกันกดแบ่งปันข้อความนี้ของผม ช่วยกันอธิบายถึงความตั้งใจของพวกเรา ช่วยกันอธิบายถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรมของกระบวนการทางกฎหมาย ให้คนที่ยังคลางแคลงสงสัยให้เข้าใจด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านสภาผู้แทนราษฎร และเราได้ทำให้ทุกคนเห็นถึงศักยภาพและความเป็นมืออาชีพของเราใน 7 เดือนของสภาสมัยนี้แล้ว เราทำงานการเมืองที่สร้างสรรค์เพื่อต้องการดึงความเชื่อมั่นของผู้คนให้กลับมาศรัทธาในระบบรัฐสภาของประเทศไทยอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้แสดงความจริงใจถึงเหตุผลที่ผมและกรรมการบริหารให้พรรคกู้เงินอย่างครบถ้วนในที่นี้แล้ว ซึ่งหากผู้อ่านไม่มีอคติจนเกินไป ท่านจะเห็นว่าไม่มีเหตุผลในด้านเจตนาอันใดเลยในการที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ อีกทั้งหากพิจารณาถึงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ก็ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะทำให้พรรคถูกยุบได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้ ขอผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรมนี้ มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลัง ที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57674</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคอนาคตใหม่, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35cbe3d1782.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อไปต้องซุกใต้ก้น! ‘ทอน’ประชดเงินกู้‘อนค.’วรงค์แฉ30ล้านซ่อนเงื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ยืมปากนักวิชาการอัดศาลรัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงประชาชน มีศาลเดียวแต่ผูกพันทุกองค์กร ท่องสคริปต์ตาม &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ให้กู้ด้วยความบริสุทธิ์ เพราะเป็นคนปูดเองจนนักร้องนำไปขยายผล ประชดต่อไปต้องเอาเรื่องซุกใต้ก้น &amp;ldquo;หมอวรงค์&amp;rdquo; เปิดไทม์ไลน์ชำแหละเงินกู้ซ่อนเงื่อน โดยเฉพาะก้อน 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 19 ก.พ. ที่ห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดบรรยายเสวนาวิชาการ &amp;ldquo;ประชาชน อยู่ตรงไหน เมื่อตุลาการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เข้าร่วมรับฟังเสวนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาธรให้สัมภาษณ์ระหว่างเสวนาว่า วิทยากรทั้ง 4 คนบรรยายถึงศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน และประชาชนตรวจสอบไม่ได้ ซึ่ง ผศ.ธีระ สุธีวรางกูร คณะนิติศาสตร์ มธ. ได้พูดว่าเป็นธรรมดาที่ผู้ใช้อำนาจจะใช้อำนาจผิด หรือวินิจฉัยไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย ดังนั้นในศาลปกติจึงมี 3 ชั้น มีการถ่วงดุลกัน ส่วนศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลชั้นเดียวที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเห็นว่านักวิชาการมีหลายฝ่ายมองเห็นปัญหาว่าองค์กรอิสระไม่ได้ยึดโยงประชาชน อย่าลืมว่าองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ใช้อำนาจแทนประชาชนอยู่ในรัฐธรรมนูญชุดนี้เต็มไปหมด เช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา รวมทั้งตุลาการที่หลายคนมาจากยุคของ คสช. ซึ่ง 3 อำนาจหลักทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ล้วนมาจากอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ดังนั้นเราควรกลับมายึดโยงกับหลักการเบื้องต้นของประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีเงินกู้ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ อนค.จะมีแนวทางอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า เรายังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ ว่าทำไมต้องให้เงินกู้กับพรรค เพราะเราต้องการทำอย่างเปิดเผย เราพูดอยู่เสมอในสมาชิกช่วยสนับสนุนซื้อสินค้าของพรรค หรือร่วมเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้พรรคนำเงินสร้างพรรคและคืนเงินกู้ และเราไม่ต้องการให้นายทุนมาครอบงำ ถ้าจ่ายทุกอย่างในนามส่วนตัว โดยไม่ต้องสำแดง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ พนักงาน และถ้าวันนี้ตนเองไม่อยู่ พรรคจะทำอย่างไร แต่เราต้องการสร้างพรรคให้เข้มแข็ง และนี่คือราคาที่ทุกคนต้องจ่ายร่วมกันเพื่อให้ได้พรรคแบบนี้ได้ เราต้องการสร้างพรรคที่โปร่งใสและเข้มแข็ง คนที่ร้องกับ กกต. เขาไม่ได้ไปค้นเจอ แต่เขาไปร้องเพราะได้ยินตนเองพูดในเรื่องเงินกู้ในที่สาธารณะ ดังนั้นไม่ได้ทำแบบมุบมิบ เพราะพูดว่าให้กู้และต้องชำระคืน แต่การที่พูดทุกอย่างกลับกลายเป็นหอกมาทิ่มแทง ยิ่งสำแดงยิ่งพัง ต่อไปต้องเก็บไว้ใต้ก้นให้หมด นี่คือเส้นทางที่เราอยากพาประเทศไปข้างหน้าแบบนี้หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมย้อนกลับไปเมื่อเดือน ต.ค.2561 มีใครรู้จักผมบ้าง แล้วจะมีใครมาบริจาคให้พรรคเป็นร้อยล้าน ดังนั้นช่วงแรกในการก่อตั้งพรรคต้องใช้เงิน และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุว่าพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 100 คนในแต่ละสาขาจังหวัด ต้องมีคอมพิวเตอร์ รถยนต์ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินทั้งหมด ถามว่า ณ วันนั้นจะเอาเงินจากที่ไหน ผมเชื่อว่าการทำของพวกเราโปร่งใสและจริงใจ การให้เงินกู้กับพรรคก็ไม่ได้ทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ แต่ทำอย่างเปิดเผย ไม่ได้กลัวความผิด แต่ในวันนี้ทำให้เรารู้ว่าจะทำอะไรต้องเก็บไว้ข้างใต้ ประชาชนไม่ต้องรู้ว่าพรรคแต่ละพรรคใช้เงินเท่าไร นี่หรือที่สังคมต้องการ ซึ่งเราเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่มาเสมอ เราจึงต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใสและซื่อสัตย์&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยเป็นลบจะมี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ย้ายขั้วทางการเมืองหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เราเชื่อมั่นใน ส.ส.ของเรา ณ ขณะนี้เหลือ ส.ส. 75 คน และมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อีก 11 คน ดังนั้นหากโดนยุบหรือตัดสิทธิ กก.บห. ส.ส.พรรคจะเหลือ 64 คน ซึ่งเรามั่นใจอย่างหนักแน่นว่า ส.ส.ของเราจะร่วมเดินทาง เพราะอนาคตใหม่คือผู้คนและการเดินทาง ไม่ใช่พรรคการเมือง และเราจะไปอยู่ที่พรรคใหม่สู่พรรคที่มีอุดมการณ์ร่วมกันอย่างเข้มแข็งและหนักแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า พรรคใหม่ที่ระบุจะจัดตั้งใหม่หรือไม่ หัวหน้าพรรค อนค.กล่าวว่า ตอบไม่ได้จริงๆ เพราะเดี๋ยวเขามายุบพรรคใหม่ได้เกิด ส่วน ส.ส.ของพรรคที่เรามีอยู่เราอยู่ด้วยกันเพราะอุดมการณ์ ไม่ได้ให้เงิน ส.ส.เป็นรายเดือนอย่างพรรคอื่น ดังนั้นไม่มีอะไรดึง ส.ส.ได้ แต่สิ่งที่ดึงได้คือความจริงใจ ความตั้งใจ ความหนักแน่นในอุดมการณ์
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;กู้ซ่อนเงื่อนกับคำให้การเท็จ&amp;rdquo; ระบุว่า นักการเมืองที่ใกล้จะสูญเสียมักทำได้ทุกอย่าง แม้แต่คำให้การเท็จ ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงพูดถึงปมปัญหา แต่พูดอยู่มุมเดียว เพราะชี้แจงปัญหาไม่ได้ ซึ่งไทม์ไลน์ของการกู้เงินนั้น 1.วันที่ 19 มี.ค.2562 คุณช่อไปพูดในรายการทีวีว่า พรรคกู้เงินนายธนาธร 250 ล้านบาท 2.วันที่ 5 เม.ย.2562 นายธนาธรพูดระหว่างแถลงข่าวหลังการเลือกตั้งในงานอนาคตใหม่ไฟแรงเฟร่อ! พรรคอนาคตใหม่กู้เงินตนเอง 90 ล้านบาท 3.วันที่ 15 พ.ค.2562 นายธนาธรไปพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศให้พรรคกู้เงิน 110 ล้านบาท 4.ระหว่างเดือน มิ.ย.ถึง ส.ค.2562 นายธนาธรให้ปากคำกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต.ว่าให้พรรคกู้ 161.2 ล้านบาท นายปิยบุตรและเหรัญญิกพรรคให้การตรงกันคือ 161.2 ล้านบาท 5.วันที่ 25 ส.ค.2562 นายธนาธรยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ให้พรรคกู้เงิน 191.2 ล้านบาท โดยให้กู้ 2 ครั้ง ครั้งแรก 2 ม.ค.2562 เงิน161.2 ล้านบาท และ 11 เม.ย.2562 เงิน 30 ล้านบาท เท่ากับนายธนาธร นายปิยบุตร และเหรัญญิกพรรคจงใจให้การเท็จกับคณะกรรมการสืบสวนฯ 6.วันที่ 17 ต.ค.2562 ประชุมอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งของ กกต. มีอนุกรรมการหนึ่งท่าน ตรวจสอบรายงานบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ป.ป.ช.ของนายธนาธร พบพิรุธเงินกู้ 30 ล้านบาท ที่นายธนาธรไม่เคยกล่าวถึง จึงเป็นที่มาที่พรรคกู้เงิน 191.2 ล้านบาท
&amp;ldquo;ขนาดแค่ตัวเลขเงินกู้ ยังกล้าให้การเท็จกับประชาชน ยังไม่นับรวมให้การเท็จต่อ กกต. ถามจริงๆ ว่าตอนตื่นเช้ามาส่องกระจกเห็นหน้าตนเอง ไม่รู้สึกอายตัวเองบ้างเลยหรือว่า พวกเราช่างกล้าพูด กล้าทำ กล้าโกหกกับประชาชนได้ขนาดนี้เชียวหรือ บทสรุปที่ต้องติดตามคำตัดสินของศาล ไม่ใช่เพียงพรรคการเมืองกู้เงิน 191.2 ล้านบาทผิดหรือไม่ แต่ที่น่าติดตามคือการกู้ซ่อนเงื่อนผิดหรือไม่&amp;rdquo; นพ.วรงค์โพสต์
วันเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. เป็นประธานกรรมาธิการฯ มีการพิจารณาเรื่องสืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ. ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ต่างถามถึงแนวทางปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ&amp;nbsp;
โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซง ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี เพราะไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลาง ไม่มีอะไรมาก เราเพียงแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา ซึ่งถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;ประชาธิปไตยต้องการความหลากหลายทางความคิด และความเป็นตัวแทนของประชาชนที่มีความต้องการแตกต่างกันไป ผู้มีอำนาจจึงต้องเปิดให้มีความเห็นต่าง และเปิดให้ผู้ที่มีความเห็นต่างนั้นมีที่ยืนในระบบ โดยเฉพาะเมื่อที่มาของอำนาจนั้นมีคำถามเรื่องความชอบธรรมมาตั้งแต่แรก แน่นอนว่าความเห็นต่างมักทำให้เกิดความตึงเครียด ซึ่งอาจจะกลายเป็นความขัดแย้งหรือไม่ก็ได้ &amp;nbsp;แล้วแต่ความสามารถในการบริหารจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาก็คือ ผู้มีอำนาจที่มีสายตาสั้นมักทนความเห็นต่างไม่ได้ จึงพยายามปิดกั้นความเห็นต่าง เพราะเชื่อว่าผู้เห็นต่างนั้นเป็นศัตรู ซึ่งจะนำไปสู่การขัดขวางบทบาทของผู้เห็นต่างในระบบและเพิกเฉยต่อเสียงของประชาชนที่เลือกผู้เห็นต่างนั้นมา ทั้งหมดนี้จะสร้างความขัดแย้งในสังคมให้ลุกลามมากขึ้น และทำลายความชอบธรรมของผู้มีอำนาจในสายตาประชาชนและประชาคมโลกมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วจะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจนั้นเอง ถึงจุดนี้ เราคงได้แต่หวังว่าผู้มีอำนาจจะมีสายตายาวไกลพอ และรู้แจ้งต่อผลประโยชน์ในระยะยาวของตนที่เรียกว่า enlightened self interest&amp;rdquo; นายสมเกียรติระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57665</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินกู้พรรค, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธรรมศาสตร์, ประชาชน อยู่ตรงไหน เมื่อตุลาการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน, พรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3da679c3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
