<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 22:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 22:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ็ค วัชระ&#039; ลุยจี้อัยการสูงสุดเปิดชื่อ 5 อัยการศาลสูงไม่อุทธรณ์คดี &#039;โอ๊ค&#039; ฟอกเงินกรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;เม.ย. 63 -&amp;nbsp;นายวัชระเพชรทองอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่าวันศุกร์ที่17&amp;nbsp;เม.ย.นี้ตนจะยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอทราบเหตุผลการไม่อุทธรณ์คดี ที่นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; เป็นจำเลยในคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้เครือกฤษดามหานครในส่วนเช็ค10&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะคัดความเห็นแย้งผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนที่ตัดสินลงโทษจำคุก4&amp;nbsp;ปีส่งให้อัยการและขอให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการอัยการศาลสูง 5&amp;nbsp;คนด้วย&amp;quot;นายวัชระกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63388</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดีแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9680cbe4543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอ๊ค&#039;ต้องพูดแล้ว!ศาลนัด5พ.ย.สอบคำให้การ-อัยการเรียก&#039;พ่อศิธา ทิวารี&#039;ฟังคำสั่งฟ้องคดีฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน กรณีอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบให้กับกลุ่มกฤษฎามหานคร ซึ่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;อัยการแถลงผลการสั่งคดีที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนไว้เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;กล่าวหานางเกศินี&amp;nbsp;จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;นางกาญจนาภา หงส์เหิน&amp;nbsp;เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ&amp;nbsp;ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;นายวันชัย หงษ์เหิน&amp;nbsp;สามีของนางกาญจนาภา&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่อัยการได้เห็นควรสั่งฟ้องนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กับนายวันชัย ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรณีรับโอนเช็ค&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ล้านบาท สั่งฟ้องนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรณีรับโอนเช็ค&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท และไม่ฟ้องนางเกศินีทั้งสองกรณี โดยได้ส่งฟ้องนายพานทองแท้ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วในวันดังกล่าว ส่วนนางกาญจนาภากับนายวันชัยยังไม่มารายงานตัว จึงนัดให้ทั้งสองมาฟังคำสั่งฟ้อง&amp;nbsp;พร้อมนำตัวไปฟ้องในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;วันเดียวกันกับที่มีความเห็นและคำสั่งผู้ต้องหากับพวกรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;คณะทำงานของพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ได้มีความเห็นและคำสั่งฟ้องนายมานพ ทิวารี ผู้ต้องหา ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินเช่นกัน แต่ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;นายมานพ ผู้ต้องหานี้ รวมทั้งนางกาญจนาภาและนายวันชัยไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด พนักงานอัยการจึงไม่สามารถฟ้องนายมานพ, นางกาญจนาภา และนายวันชัยในวันดังกล่าวได้ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สำนักงานคดีพิเศษ จึงแจ้งให้นายมานพ, นางกาญจนาภา และนายวันชัย มาพบพนักงานอัยการเพื่อฟ้องต่อศาลในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า สำหรับนายมานพ ทิวารี เป็นบิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งเดิมเป็นผู้ต้องหารวมอยู่ในกลุ่มเดียวกับนายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวกรวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คน กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เกี่ยวกับการโอนและรับโอนธุรกรรมทางการเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบ เป็นจำนวนหลายรายการ ซึ่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องนายวิชัยกับพวก ผู้โอน และฟ้องต่อศาลแล้ว แต่เนื่องจากข้อเท็จจริงทางคดี&amp;nbsp;นายมานพอยู่ในกลุ่มผู้รับโอน พนักงานอัยการจึงมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาสั่งของผู้ต้องหารายนี้ไปพร้อมกับกลุ่มผู้รับโอน ส่วนคดีของนายพานทองแท้ที่ได้ยื่นฟ้องไปแล้วนั้น ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20027</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดีแบงก์กรุงไทย, มานพ ทิวารี, อัยการสั่งฟ้อง, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2จุดตาย&#039;โอ๊ค&#039;พันคดีกรุงไทย เช็ค10ล้านใช้เวลา3เดือนถึงจำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้อัยการจะไม่มีความเห็นสั่งฟ้อง &amp;ldquo;โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร &amp;ldquo;ในกรณีเช็ค&amp;nbsp; 26 ล้านบาทเข้าบัญชีตัวเอง ในคดีฟอกเงินการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย โดยฟ้องเพียงแค่สำนวน เช็คเงิน&amp;nbsp; 10 ล้านบาท แต่กระนั้น มันก็ทำให้ &amp;ldquo;พานทองแท้&amp;rdquo;ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นจำเลยคดีอาญา ตามรอย บิดา ทักษิณ และอา-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่หลังจากนี้ ก็ต้องปลีกเวลาในชีวิตส่วนหนึ่ง มาคอยประชุมกับทีมทนายความ เพื่อสู้คดีในชั้นศาลอาญาคดีทุจริต ฯ&amp;nbsp; อันทำให้ ชีวิตคงต้องเปลี่ยนไปพอสมควร จนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยเฉพาะการลุ้นผลคดีในแต่ละชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนวนคดีเช็ค 26 ล้านบาท ถือว่ายังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้ว &amp;ldquo;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ&amp;rdquo;จะทำความเห็นแย้ง อัยการ เพื่อยืนยันการสั่งฟ้อง สำนวนคดี เช็ค&amp;nbsp; 26ล้านบาทกลับไปที่อัยการหรือไม่ โดยหากดีเอสไอ แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ เพื่อยืนยันให้มีการยื่นฟ้องคดี พานทองแท้ เพิ่มอีกหนึ่งสำนวน ความเห็นแย้งดังกล่าวและสำนวนทั้งหมด ก็จะส่งไปให้ &amp;ldquo;เข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด&amp;rdquo;เป็นผู้ชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเรื่อง เช็ค&amp;nbsp; 10 ล้านบาทดังกล่าว ที่พานทองแท้ ถูกฟ้องเป็นจำเลย มีการตั้งข้อสังเกตุจาก &amp;ldquo;ศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์-อดีตรองประธานศาลฎีกา&amp;rdquo;ที่สำคัญเป็น&amp;rdquo;ตุลาการเจ้าของสำนวนคดีทจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งศาลฎีกาเคยตัดสินจำคุก อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยและผู้บริหารกฤษดามหานครยกพวง เมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อดีตประธานศาลอุทธรณ์&amp;rdquo;ระบุไว้ในคำวินิจฉัยส่วนตน เมื่อ 26 สิงหาคม 2558 ถึง&amp;rdquo;เงื่อนปมเช็ค10&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;rdquo;ดังกล่าวไว้โดยสรุปว่า การที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ที่ได้สินเชื่อกรุงไทยร่วม 9,900 ล้านบาท ผ่านบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จนถูกศาลฎีกาฯตัดสินจำคุกในคดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทยฯ แนวทางการไต่สวนคดี จากพยานหลักฐาน พบว่า หลังกรุงไทยปล่อยสินเชื่อดังกล่าวออกมา นายวิชัย ได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 10 ล้านบาทจากไทยธนาคารเข้าบัญชีพานทองแท้ ที่ธ.กรุงเทพ สาขาบางพลัด จนถูกคตส.เข้าตรวจสอบการทำธุรกรรม&amp;nbsp; ต่อมา&amp;nbsp; พานทองแท้ ชี้แจงกับอนุไต่สวนของคตส.ตอนคดีอยู่ในชั้นคตส.ที่มี แก้วสรร อติโพธิ คุมคดี นายพานทองแท้ อ้างว่าเป็นเงินที่ร่วมลงทุนกับรัชฎา กฤษดาธานนท์&amp;nbsp; ลูกชายนายวิชัย ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในเรือนจำ แต่ตอนนั้น พานทองแท้ กลับไม่ได้ชี้แจงตอนนั้นว่า ทำธุรกิจอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ประมาณ 3เดือน จึงได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เป็นการร่วมลงทุนนำเข้าธุรกิจรถยนต์จากต่างประเทศมาขาย แต่ติดขัดเรื่องขั้นตอนการนำเข้ารถยนต์ใช้เวลานานและสีรถยนต์ไม่ถูกใจ จึงยกเลิกการทำธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่า หากเป็นเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจตามที่อ้าง ก็น่าจะชี้แจงไปตั้งแต่ครั้งแรก และนายพานทองแท้เป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ ข้ออ้างร่วมลงทุนเพียง&amp;nbsp; 10ล้านบาท ไม่น่าเชื่อถือ คำชี้แจงขัดต่อเหตุผล ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจฉัยดังกล่าวระบุอีกว่า &amp;ldquo;ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าหลังบริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค ได้สินเชื่อจากกรุงไทย ต่อมาจำเลย(นายรัชฏา) ได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อหุ้นจองที่เป็นหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด ของบริษัทท่าอากาศยานไทย หรือทอท. ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 420,000 หุ้น ที่หากเก็บไว้จะสามารถทำกำไร แต่นายรัชฏา กลับนำหุ้นมาเสนอขายกับพนักงานบริษัทมาสเตอร์โฟน ที่เป็นบริษัทในเครือบริษัทฮาวคัม ที่ พานทองแท้ เป็นประธานกรรมการ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลย(นายรัชฏา) ส่อไปในทางต่างตอบแทน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็ค&amp;nbsp; 10 ล้านบาท และหุ้นจอง ทอท. ที่โยงถึง พานทองแท้ จึงเป็นจุดตาย สำคัญที่ทำให้ พานทองแท้ อยู่ในอาการน่าเป็นห่วง ในคดีกรุงไทย!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19840</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดีแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, ศิริชัย วัฒนโยธิน, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ติ่ง&#039; จัดชุดใหญ่ &#039;โอ๊ค&#039; รู้ไหม &#039;คดีฟอกเงิน&#039; ถ้าเป็นลูกชาวบ้านติดคุกไปแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.61 - นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;ถ้า 10 ปีที่แล้วคุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย และ 10 กว่าปีที่แล้วคือจุดเริ่มต้นเกิดอะไรขึ้น หรือถ้า 10 กว่าปีที่แล้วคุณเพิ่งจะเกิดได้ไม่กี่ขวบ คุณควรจะได้ดูวิดีโอนี้ #ความผิดของพานทองแท้ นำมาสู่คดีฟอกเงินขณะเดียวกันเพราะอำนาจที่ผ่านมาของพ่อก็ยืดจน #คดีรับของโจรหมดอายุความไป ปี2561จึงเหลือคดีเดียวพอดีอายุความ 15 ปีใกล้หมดแล้วเหมือนกันแต่ไม่ทันละ ส่งฟ้องสู่ศาลได้คดีเดียวนี้คือ #คดีฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นลูกชาวบ้านหรือเป็นลูกหลานคนอื่นป่านนี้ติดคุกไปแล้วพร้อมกับคณะผู้บริหารแบงค์กรุงไทย 30 คนและคณะเจ้าของกฤษดามหานคร ที่ปัจจุบันอยู่ในคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินกู้ธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นธนาคารของรัฐทั้งหมด 10,400 ล้านบาท กู้ได้รายเดียวโดยคำสั่งของทักษิณแล้วแยกออกเป็น 2 ก้อนคือเอาไปรีไฟแนนซ์โปะหนี้ธนาคารกรุงเทพ 4,000 กว่าล้านบาทและอีกกว่า 2,000 ล้านบาทแต่เป็นเช็ค 11 ใบ และ 6 ใบก่อนโอนเข้าบัญชีธนาคารหน้าปากซอยบ้านจันทร์ส่องหล้า ถนนจรัญสนิทวงศ์ก่อนจะถอนออกแล้วเอาไปเข้ารูปแบบอื่นและเกี่ยวพันกับบุคคล 4 กลุ่ม คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พานทองแท้ ชินวัตร&amp;nbsp;
2.มานพ ทิวารี (พ่อของศิธา ทิวารี :พี่สนิทของพานทองแท้)
3.บริษัทฮาวคัม ของพานทองแท้ ชินวัตร
4.บริษัทของกลุ่มเพื่อนของพานทองแท้ ชินวัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากรู้เบื้องลึกฟังนักข่าวที่ทำข่าวนี้มาตั้งแต่ปี 2546 ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19822</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดีแบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ชินวัตร, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc170d0a74dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
