<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครอบครัว &#039;แพรวา&#039;เตรียมวางเงินชดใช้ค่าเสียหายเหยื่อต่อศาลพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ 2266-2278/2559 ที่กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ น.ส.แพรวา หรืออรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถยนต์ซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารพลิกคว่ำ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 &amp;nbsp;ยื่นฟ้อง น.ส.แพรวา, พ.อ.รัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา, นางนิลุบล อรุณวงศ์ บิดาและมารดาของเยาวชน, นายสุพิรัฐ จ้าววัฒนา ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ซีวิค ให้ร่วมกันชดใช้เงินทั้งหมด 25,781,137 บาท นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา จำเลยยื่นคำแถลงขอให้คำนวนหนี้ตามคำพิพากษา ศาลมีคำสั่งจัดการให้ แบ่งเป็นเงินต้นตามคำพิพากษา 25,781,137 บาท โดยจากการคำนวนส่วนดอกเบี้ยถึงวันที่ 6 ส.ค. นี้ เป็นเงินจำนวน 16,650,023.40 บาท ค่าทนายความที่ศาลกำหนดชั้นฎีกา 60,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ชั้นฎีกาจำนวน 186,650 บาท ค่าขึ้นศาลใช้แทนในนามโจทก์ที่ 17 (จ่ายแยก) จำนวน 20,000 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาทั้งสิ้น 42,637,810.40 บาท และมีรายงานว่าในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ฝ่ายจำเลยที่ศาลฎีกาพิพากษาให้ชดใช้ จะเดินทางมาวางเงินต่อศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ในช่วงเช้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42766</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพรวา, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47e8da9aba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไม่ได้ผิดกฎหมาย&#039;รมว.ยธ.&#039;ปัดคำขอ&#039;แม่แพรวา&#039;ใช้เงินกองทุนยุติธรรมชดเชยเหยื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 9 กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีแพรวา ว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมกระบวนการเพิ่มเริ่มต้น โดยเป็นการรับช่วงหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นการสืบทรัพย์หรือติดตามทรัพย์เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกรณีแม่ของแพรวา ขอให้กระทรวงยุติธรรมนำเงินจากกองทุนยุติธรรมไปจ่ายชดเชยให้ผู้เสียหายก่อน และจำนำเงินมาชดใช้คืนในภายหลังนั้น เท่าที่ตรวจดูข้อกฎหมายไม่สามารถทำได้ และเราคงไม่ไปฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะจะกลายเป็นปัญหาซ้ำซ้อนตามมาอีก&amp;quot;รมว.ยุติธรรม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่าขั้นตอนหลังจากนี้จะรีบดำเนินการบังคับคดีให้เร็วที่สุด และขอฝากไปยังผู้เสียหายหรือโจทก์ในคดี ซึ่งมีจำนวนมากว่ากระทรวงยุติธรรมพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยแนะนำให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, คดีแพรวา, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31674a4d0e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพสต์สุดเศร้า!&#039;แพรวา&#039;กับ&#039;แม่ถวิล&#039;หญิงชราร้อยมาลัยขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;ถึงแม่ถวิล แม่ของ ดร.เป็ดผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพรวา กับ แม่ถวิล หญิงชราร้อยมาลัยขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ปีก่อน แม่ถวิล เช้าเที่ยง ที่ใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอด กำลังมีความหวัง ดร.เป็ดลูกชายของแม่ เพิ่งจบปริญญาเอกจากอังกฤษ มีงานที่มั่นคง พอที่จะเลี้ยงแม่อย่างมีความสุขไปตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วช่วงเวลาไม่กี่วินาที ก็เปลี่ยนชีวิตแม่ และชีวิตอีก9ครอบครัวไปตลอด อย่างที่ไม่มีวันจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืนวันที่ 27 ธันวาคม 2553 ลูกชายแม่ โดยสารอยู่ในรถตู้สาธารณะ บนทางยกระดับอุตราภิมุขเส้นทางระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กับสถานีหมอชิต ในขณะที่ แพรวา อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เด็กสาววัย17 ขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิค ด้วยความเร็วสูง ชนท้ายรถตู้ รถเสียหลักไปชนขอบทางอย่างแรงจนลูกแม่ รวมทั้งคนอื่นๆกระเด็นออกนอกรถ บางคนกระเด็นตกจากทางด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้โดยสาร 14 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ปีครึ่ง คดีเพิ่งสิ้นสุด นานไปไม้ครับ พ่อของผู้ตายบางคน ตรอมใจตายไปแล้ว ดีที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ร้อยมะลิต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อ แม่ ครู สังคม ควรจะดูแล ทำความเข้าใจเด็กๆอย่างใกล้ชิดมากขึ้นไหม ไม่ปล่อยให้เด็กขับรถ เที่ยวกลางคืน หรือ ทำอะไรอย่างอื่น ที่จะเป็นอันตรายต่อตัวเด็กเอง หรือคนอื่น จนกว่าเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่พอ ได้รับการสอน การฝืกหัดอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบงานยุติธรรม ควรปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ให้เร็วขึ้นกว่าปัจจุบันหรือไม่ ให้ความยุติธรรมได้ไปถึงผู้ได้รับผลกระทบทันท่วงที ไม่ต้องให้พวกเขารออย่างทุกข์ทรมาน หรือเสียชีวิตไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รู้ว่าแม่ถวิล คงคิดถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยงเป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนมาช่วยออกความคิด ออกแรงกันครับ อย่าให้ครอบครัวใด ต้องสูญเสียลูกหรือคนที่รักอย่างแม่ถวิล เช้าเที่ยงอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมออกกำลังกายทุกวัน ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41371</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพรวา, ดร.เป็ด, นพ.ทศพร เสรีรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31497ae9e67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรมว.ยุติธรรมชงเลิก&#039;รอลงอาญา&#039;หากผู้กระทำผิดบิดพลิ้วไม่ชำระค่าเสียหายให้ผู้เสียหาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค 62 &amp;nbsp;- นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์แสดงความเห็นคดีอุบัติเหตุโทลเวย์ 9 ศพโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดี &amp;ldquo;9 ศพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้รับทราบข่าวกรณีที่สื่อมวลชนเรียกกันสั้นๆว่าคดี &amp;ldquo;แพรวา 9 ศพ&amp;rdquo; ด้วยความประหลาดใจและหดหู่ใจที่จนป่านนี้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายยังไม่เคยได้รับการดูแลหรือการเยียวยาใดๆเลย แถมยังต้องดิ้นรนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายต้องแบกภาระ ในขณะที่ผู้กระทำความผิดได้รับโทษเพียงการ &amp;ldquo;รอลงอาญา&amp;rdquo; จึงอยากแสดงความคิดเห็นไว้เผื่อจะเป็นประโยบชน์บ้างครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก จำได้ว่าสมัยที่ผมเป็นผู้พิพากษานั้น เรามีแนวทางการตัดสินคดี ที่มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานลักษณะเดียวกันให้เป็นไปในทางเดียวกัน เรียกว่า &amp;ldquo;ยี่ต๊อก&amp;rdquo; และถ้าเป็นคดีอาญาจากการขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างน้อยแล้ว หากผู้กระทำผิดไม่บรรเทาโทษชำระค่าเสียหายให้ผู้เสียหาย หรือนำเงินค่าเสียหายมาวางศาลในจำนวนที่เหมาะสมแล้ว เราจะไม่รอลงอาญาเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีกรณีหนึ่งสมัยที่ผมเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดธัญบุรี ปทุมธานี นั้น จำเลยขับรถยนต์ขนาดใหญ่โดยประมาทชนมอเตอร์ไซค์ทำให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์บาดเจ็บสาหัสถึงพิการ จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางศาลให้ผู้เสียหายในจำนวนที่เหมาะสม ผมเห็นว่าไม่ควรรอลงอาญา แต่เมื่อหารือกับหัวหน้าศาลแล้วเห็นว่าตาม &amp;ldquo;ยี่ต๊อก&amp;rdquo; ควรต้องรอลงอาญา เพราะเป็นเพียงความผิดที่กระทำโดยประมาท ผู้กระทำผิดไม่ได้เป็นอาญชากรโดยกมลสันดาน จึงต้องรอลงอาญาไปตาม &amp;ldquo;ยี่ต๊อก&amp;rdquo; เพราะฉะนั้นสังคมและทนายความหรือผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องควรนำสำนวนการพิจารณาพิพากษาคดีนี้มาศีกษาว่าข้อเท็จจริงที่ใช้อ้างอิงในการ &amp;ldquo;รอลงอาญา&amp;rdquo; นั้นคืออะไร มีเหตุสมควรเพียงใด และในความเป็นจริงมีการเยียวยาผู้เสียหายบ้างแล้วหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง เรื่องความช่วยเหลือและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ฯลฯ คดีนี้ผู้เสียหายทั้งหมดเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา สามารถของความช่วยเหลือจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรมได้ทันที สมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้วางหลักเกณฑ์ให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเสียหายในทางอาญาทำนองนี้ไว้แล้ว ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญาด้วยความเข้มแข็งและตั้งใจเสมอมา ผมยังแก้ไขหลักเกณฑ์ของ &amp;ldquo;กองทุนยุติธรรม&amp;rdquo; ให้สามารถให้ความช่วยเหลือเรื่องทนายความและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องจำเป็นได้ทั้งหมดด้วย เช่น ค่าเดินทางและค่าที่พัก เป็นต้น เพราะฉะนั้น เมื่อได้ยินว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่นี้ได้สั่งการให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้าไปช่วยเหลือบรรดาผู้เสียหายแล้วก็ดีใจครับ รอดูการทำงานและผลงานของกระทรวงยุติธรรมต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม เรื่องความรับผิดทางแพ่ง ผมเข้าใจว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายคงฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้กระทำผิดไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงินค่าเสียหาย กรณีนี้หากผู้กระทำผิดเพิกเฉยก็ต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและดำเนินกระบวนการทางกฎหมายโดยเร็ว เมื่อดำเนินการทุกอย่างแล้วแม้ยังไม่ได้รับการชำระค่าเสียหายเกินกว่า 10 ปีก็ตาม แต่ผู้เสียหายก็ยังคงมีสิทธิติดตามให้ผู้กระทำผิดชำระหนี้ได้ เพราะถือว่าได้เริ่มต้นดำเนินการไว้ภายใน 10 ปีนั้นแล้ว
มีประเด็นที่ควรพิจารณากรณีหนึ่งคือ ผู้กระทำผิดได้สมรสแล้ว ดังนั้นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสย่อมเป็นสินส่วนตัวของผู้กระทำผิดด้วยครึ่งหนึ่ง ทีมทนายความของผู้เสียหายน่าจะลองพิจารณาดูด้วยว่าทรัพย์สินส่วนนี้จะอยู่ในการบังคับคดีได้ด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สี่ การที่ผู้กระทำผิดยังไม่ชำระค่าเสียหายนั้น เบื้องต้นยังไม่อาจถือเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ได้นะครับ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าผู้กระทำความผิดยักย้ายถ่ายเทหรือซ่อนเร้นทรัพย์สิน หรือโอนทรัพย์สินของตนไปให้ผู้อื่น หรือแกล้งเป็นหนี้ที่ไม่เป็นความจริง เพื่อมิให้ผู้เสียหายได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ดังนั้น จึงต้องอาศัยทนายความและผู้ชำนาญการในการสืบทรัพย์และติดตามทรัพย์เข้ามาตรวจสอบ และหากพบว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาช่วยเหลือผู้กระทำผิดด้วย เช่น บิดามารดา เพื่อน หรือคู่สมรส บุคคลเหล่านั้นก็จะมีความผิดและจะต้องถูกดำเนินคดีเป็นกรณีๆ ไปด้วย เช่น หากช่วยยักย้ายถ่ายเท หรือช่วยซ่อนเร้น หรือช่วยถือครอง หรือช่วยรับโอนทรัพย์สินของผู้กระทำผิด หรือช่วยแกล้งเป็นเจ้าหนี้ของผู้กระทำผิดโดยไม่เป็นความจริง ก็จะมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ด้วยในฐานะเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุน หรือเป็นตัวการร่วม แล้วแต่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ห้า ผมเห็นว่าในการจะรอลงอาญาผู้กระทำความผิดต่อไปนี้ ควรต้องกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ด้วยว่าหากผู้กระทำความผิดบิดพลิ้วไม่ชำระค่าเสียหายให้ผู้เสียหายตามที่ตกลงไว้หรือไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขของศาล ก็ให้ศาลยกเลิกการรอลงอาญาแล้วนำตัวผู้กระทำความผิดมาจำคุกตามคำพิพากษาทันทีแทนที่จะให้ผู้เสียหายต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายฟ้องร้องผู้กระทำความผิดเป็นคดีใหม่ขึ้นมาอีกไม่รู้จักจบจักสิ้น ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สามารถกำหนดได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41353</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพรวา, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, ยี่ต๊อก, รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6783431a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชสกุล&#039;เทพหัสดิน​ฯ&#039;ขอขมาเหยื่อ&#039;คดีแพรวา&#039;วอนอย่าเหมารวม-มอบ5แสนช่วยตั้งกองทุนบังคับคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ร้านอาหารเพลิน ถ.วิภาวดี​รังสิต​ ตัวแทนราชสกุล &amp;quot;เทพหัสดิน ณ​ อยุธยา&amp;quot; แถลงข่าวชี้แจงกรณีคดีแพรวาอุบัติเหตุ 9 ศพ กับประเด็นการเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ​ และข้อพาดพิงต่างๆ ต่อราชสกุลเทพหัสดินฯ นำโดยนายณัฐพล ทองคำ ทนายความประจำราชสกุล และนายสุชัย เทพหัสดิน ณ​ อยุธยา ตัวแทนราชสกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฐพล กล่าวว่า ทางราชสกุลขออภัยอย่างสูง ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในราชสกุลถามครอบครัวแพรวาเรื่องคดีไปถึงไหนอย่างไร ชดใช้อย่างไร ครอบครัวแจ้งว่าดำเนินการอยู่ จัดการได้ ที่ผ่านมาบอกครอบครัวให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่เคยสนับสนุนให้หลีกเลี่ยง จนเมื่อวันที่ 15 ก.ค. มีข่าวผู้เสียหายไม่ได้รับชดใช้ ทางผู้ใหญ่ร้อนใจ ไม่ได้นิ่งนอนใจ นัดประชุมกันวันที่ 17 ก.ค. จนได้ข้อสรุปคือ 1.คดีเป็นเรื่องส่วนตัว ทางราชสกุลใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้อง 2.ราชสกุลเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น จึงมีมติรวบรวมเงินได้ 5 แสนบาท ตั้งกองทุนมอบให้ผู้เสียหายใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดี โดยไม่เกี่ยวกับเงินที่ศาลให้ชดใช้ตามคำพิพากษา ขอให้ผู้เสียหายติดต่อมาที่ตน เป็นน้ำใจจากราชสกุล 3.ขอเรียกร้องให้แพรวาออกมาขอโทษในสิ่งที่ผิดพลาดด้วยความจริงใจ เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของราชสกุลให้ข่าวว่าขอให้วิจารณ์เรื่องส่วนตัว อย่าเหมารวมราชสกุลนั้น มาจากความไม่สบายใจ เช่นการโพสต์ข้อความในโซเชียลทำนองว่าฉิบหายทั้งโคตร เลวทั้งโคตร สะเทือนทุกคน ยืนยันว่าทุกคนไม่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาทุกคนเงียบ เพราะไม่อยากขัดแย้ง ขอให้ครอบครัวรับผิดชอบ แต่วันนี้ถ้าไม่บอกกล่าวอาจเกินเลย ทำให้ราชสกุลเสื่อมเสีย การถูกเหมารวมไม่น่าจะเกิดขึ้น และที่บางสื่อพาดหัวขู่ฟ้องคนวิจารณ์แพรวาก็ไม่เป็นความจริง ขอให้แยกแยะ ขอบคุณผู้เสียหายที่แสดงความรู้สึกให้เราได้รู้ เราก็ผลักดันให้ครอบครัวชดใช้ หากโพสต์ใดเข้าใจผิดรุนแรง ขอความกรุณาลบได้ก็ลบ ไม่ได้ขอให้ชื่นชม แต่ขอให้เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวซักถามถึงกรณีที่มารดาของแพรวาจะใช้โฉนดที่ดินชดใช้ นายณัฐพล ชี้แจงว่าถ้าผู้เสียหายนำชื่อไปใส่ก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ หลังจากนี้ขอให้โจทก์กับผู้เสียหายหารือหาทางออกกัน ตามกฎหมายการชำระหนี้อยู่ที่ผู้เสียหายตกลงกันว่าจะเหมาะสมแบบไหน และขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับมารดาของแพรวา ในการประชุมและแถลงก็ไม่มีครอบครัวแพรวามาประชุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อซักถามถึงกรณีที่ทนายความครอบครัวแพรวาอ้างราชสกุลในการสู้คดีและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม นายณัฐพล ยืนยันไม่ได้เป็นทนายความครอบครัวแพรวา โดยในขั้นตอนของการทุเลาบังคับคดี ทนายความคนใดจะยกเหตุใดมาใช้เป็นส่วนที่คนนั้นกล่าวอ้าง ผู้พิพากษาจะให้หรือไม่ถือเป็นดุลยพินิจ และศาลก็ได้ใช้ดุลยพินิจแล้ว ที่ออกมาแถลงไม่ได้ติดใจเรื่องดังกล่าว แต่ออกมาเพราะไม่อยากเห็นความแตกแยก ผู้ใหญ่ไม่ปกป้องคนทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชัย กล่าวสั้นๆ ว่า ขอเรียนให้ทราบว่าเราหลายท่านไม่ค่อยมีเงิน พูดแบบไม่อาย บางท่านเป็นข้าราชการ ค้าขายเล็กน้อย ไม่ได้ร่ำรวย เรายืนข้างผู้เสียหาย และควรจะชดใช้ให้ตามที่ศาลตัดสิน ส่วนครอบครัวแพรวาก็ไม่ได้สนิท เคยเจอกันครั้งหนึ่งหลังเกิดเหตุ แพรวาก็ขอโทษทางราชสกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ได้ออกแถลงการณ์สรุปได้ว่า ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขออภัยจากใจ และขอขมาทุกคนที่เกี่ยวของกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น ตลอดมาไม่เคยลืมอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนั้น และได้ผลักดันให้ทางครอบครัวของแพรวา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์ ปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดไม่ได้หนีไปไหน และติดตามข่าวมาตลอด&amp;nbsp; จนทราบว่า น.ส.รวินภิรมย์ ถูกตัดสินให้รับโทษในคดีอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่เคยคิดหลบหนี เมื่อสอบถามไปทางครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์หลายครั้ง ได้รับคำตอบว่าคดีสิ้นสุดแล้วทุกครั้ง ทางราชสกุลจึงวางใจ และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ เนื่องจากสมาชิกของราชกุลเทพหัสดินฯ มีการลงทะเบียนไว้ร่วม 200 ครอบครัว แต่ละครอบครัวก็ได้แยกย้ายกันดำรงชีวิตตามลักษณะครอบครัวเดี่ยวในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนหลายวันที่ผ่านมา ทางราชสกุลได้รับทราบพร้อมกับประชาชนว่าหลังจากคดีสิ้นสุด ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประสบเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ ซึ่งขอขอบพระคุณนายวรัญญู เกตชู หนึ่งในผู้ประสบเหตุ และพี่ๆสื่อมวลชนหลายสำนักที่เป็นสื่อกลาง กระบอกเสียงส่งข่าวให้พวกเราได้รับทราบข้อเท็จจริง เมื่อได้ทราบข่าวแล้วพวกเราก็เรียกประชุมทันที และได้ข้อสรุปหลายประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในขณะนั้น ทางโลกโซเชียล​ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์​กันอย่างรุนแรงถึงราชสกุลเทพหัสดิน​ฯ โดยไม่ทราบถึงความตั้งใจจริงของเราที่เรียกประชุมทันทีที่ทราบข่าว บางท่านใช้คำพูดรุนแรงไม่สุภาพ พาดพิงถึงบรรพบุรุษผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ทางผู้ใหญ่ในราชสกุลจึงให้ข่าวกับทางสื่อหนึ่งว่าพวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทราบข่าวแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการกับเรื่องนี้ ขอวอนให้หยุดพาดพิงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรพบุรุษและราชสกุล เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สุ่มเสียง​ต่อการทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกแตกร้าวในสังคม ท่านเป็นออกมาตักเตือนการใช้วาจาในการแสดงความเห็นในโลกโซเชียล ในฐานะผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเพียงเท่านั้นจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวบุคคลที่กระทำผิดที่ใช้นามสกุลเดียวกันนี้ ยินยอมรับโทษตามคำตัดสินในคดีอาญา ส่วนคดีแพ่งที่เพิ่งสิ้นสุดไปนั้นก็ยังไม่จบสิ้นกระบวนการทั้งหมด และทางผู้ประสบเหตุไม่ต้องกังวลเรื่องหมดอายุความ ย้ำว่าทางราชสกุลรับทราบและมีข้อสรุป ท่านผู้ประสบภัยต้องได้รับการชดใช้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ทางราชสกุลออกแถลงการณ์​ เพื่อแนะนำ และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขอขมาต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุ โดยขอมอบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไว้สำรองใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดีสืบทรัพย์ตามกฎหมายหลังจากนี้ต่อไป และในนามราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ขอเรียกร้องให้ครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ น้อมรับปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามคำพิพากษา อีกทั้งเร่งดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยไปด้วยดี ภายใต้คุณธรรมและจริยธรรมอันดี และเมื่อคดีต่างๆ สิ้นสุดลงไปแล้ว ขอวอนต่อสังคมให้โอกาสต่อ น.ส.รวินภิรมย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงเยาวชนและไม่ตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นจริงๆ ได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบ นอกจากไม่หลบหนีไปไหนและน้อมรับโทษทุกประการแล้ว ก็ขอให้ได้แสดงความรับผิดชอบจัดหาทรัพย์มาเยียวยาต่อผู้ประสบเหตุอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายณัฐพล ทนายความได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายวรัญญู เกตุชู หนึ่งในผู้เสียหาย เพื่อพูดคุยเรื่องเงิน 5 แสนบาท ที่ทางราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา จะมอบให้ ซึ่งทางผู้เสียหายจะนำประเด็นนี้ไปหารือกับทนายความของผู้เสียหายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41334</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพรวา, เทพหัสดิน ณ​ อยุธยา, แพรวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d307eea8c0d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอกัมปนาท&#039; กังขาแม่แพรวาอ้างลูกป่วยซึมเศร้า ท้าแน่จริงโชว์ใบรับรองแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวถึงกรณีมารดา น.ส.แพรวาบอกว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า&amp;nbsp;เหมือนตายทั้งเป็น กินยานอนหลับทุกวัน ไม่มีวันไหนที่มีความสุขและเลิกกับสามีแล้ว&amp;nbsp;โดยระบุว่า เห็นมีคนจำนวนมาก รวมถึงพวกคนดังในสังคมด้วย เวลาไปสร้างปัญหาอะไรมาก็จะจบลงที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า&amp;nbsp;ถามจริงๆเถอะคุณรู้จักโรคซึมเศร้าดีขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะบอกให้นะครับผมมีคนไข้ที่ตรวจเป็นโรคซึมเศร้าเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ละคนจะเป็นมากเป็นน้อยก็แล้วแต่ แต่ต้องให้เขารู้แล้วก็ตระหนักว่าโรคนี้มีลักษณะมีอาการอย่างไรที่เป็นอาการสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่วันนี้ฉันโกรธใคร&amp;nbsp;แสดงพฤติกรรมอะไรออกมา&amp;nbsp;ฉันก็บอกว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้า&amp;nbsp;วันนี้ฉันไม่พอใจใครฉันจะเอาพฤติกรรมหรือนิสัยแย่ๆฉันไปฟาดฟันคนอื่นได้ เพราะฉันก็อ้างว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้า หรือฉันไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่สนใจใคร แม้กระทั่งความหายนะของผู้อื่น ฉันก็อ้างว่าเป็นโรคซึมเศร้า&amp;nbsp;ขอโทษนะ โรคซึมเศร้ากับจิตสำนึก มันคนละส่วนกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าแน่จริงก็เอาใบรับรองแพทย์จากจิตแพทย์มายืนยันเลย (หมอทั่วไปไม่เอานะครับเพราะว่าเดี๋ยวเตี้ยมกัน ฮั้วกันได้)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั่วไป จิตแพทย์จะไม่ออกใบรับรองแพทย์ มั่วซั่วออกมาการันตีให้ว่า&amp;nbsp;ใครป่วยจริงหรือไม่ป่วยจริง เพียงเพื่อผลประโยชน์หรือข้ออ้างอะไรบางอย่าง โดยไม่จำเป็นครับ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องที่เป็น sensitive issue ต่อสังคม&amp;nbsp;เห็นมีแต่พวกบิดามารดาหรือผู้เกี่ยวข้องนี่แหละที่พยายามอ้าง&amp;nbsp;และถึงแม้ว่าจะป่วยจริง&amp;nbsp;เราก็จะคุยกับคนไข้เสมอว่าโรคก็คือโรค&amp;nbsp;แต่โรคของคุณไม่ใช่โรคจิตคุ้มคลั่งอาละวาดหรือพูดจาไม่รู้เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นอย่าพยายามเอาโรคของตัวเองไปอ้างนู่นอ้างนี่โดยเฉพาะเรื่อง &amp;quot;ความรับผิดชอบต่อสังคม&amp;quot; ทำแบบนี้มันทำให้ผู้ป่วยรายอื่นๆที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าพลอยเสียหายและถูกสังคมมองในแง่ลบไปเสียหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สำคัญในสังคมก็คือ ถ้าคุณเป็นเยาวชนคุณก็มีผู้ปกครอง คุณมีปัญหาสุขภาพจิตก็รักษากันไป&amp;nbsp;ส่วนผู้ปกครองก็ควรจะแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ผู้ใต้ปกครองได้กระทำไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อให้ลูกคุณป่วย แต่ในเมื่อมีปัญญา มีแฟน ไปแต่งงานได้ ณ ช่วงเวลานั้น&amp;nbsp;ถามว่าถ้าเขามีปัญญาไปแต่งงานได้แสดงว่าอาการเขาไม่ได้หนักถึงขนาดคุณจะต้องเฝ้าเขาตลอด 24 ชั่วโมงจนไปไหนไม่ได้นะ&amp;nbsp;หรือไม่สามารถจะไปเยี่ยมเยียนหรือดูแลจิตใจ ผู้เสียหายได้บ้างเลยหรือ&amp;nbsp;การชี้แจงแก้ตัวมาก็ฟังไม่ขึ้น&amp;nbsp;ยิ่งพูดยิ่งดูแย่ลงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นเรื่องจะให้กระทรวงยุติธรรมออกเงินให้ก่อนอันนี้ไม่เคยได้ยินในประวัติศาสตร์ แต่ว่าในเมื่อนามสกุลคุณยิ่งใหญ่ขนาดนั้นขนาดมีคนออกมาปกป้องแล้วก็อ้างความยิ่งใหญ่ในอดีตถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;จนถึงขนาดว่าจะไล่ฟ้องประชาชนทั้งประเทศ&amp;nbsp;ผมว่าก็คงเอาเงินของราชการออกมาได้กระมังครับ&amp;nbsp;อันนี้ผมไม่ทราบแล้วก็ตอบไม่ได้&amp;nbsp;แต่ฟังดูแล้วพูดตรงๆนะ&amp;nbsp;มันตลกปนสะตรอ&amp;nbsp;และให้อารมณ์เหมือนพวกชักดาบ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41312</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพรวา, นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล, แพรวา 9 ศพ, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d30414be1e95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธวัชชัย&#039; ชี้ไม่มีกม.รองรับให้กองทุนยุติธรรมออกเงินให้จำเลย แม้เอาโฉนดค้ำประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือเหยื่อคดีแพรวาโดยระบุว่า&amp;nbsp;ชื่นชมยินดีต่อแม่น้องแพรวาและครอบครัวที่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ&amp;nbsp;กรณีคุณแม่น้องแพรวาได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่า ไม่มีเจตนาดึงเรื่องให้ยืดเยื้อและไม่ต้องการให้เสียเวลาไปนั่งสืบทรัพย์ให้เสียเวลา พร้อมจ่าย แต่ไม่มีเงินสดในมือ แต่มีหลักทรัพย์เป็นที่ดินเพียงพอกับมูลหนี้ตามคำพิพากษา จึงขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมช่วยเยียวยาผู้เสียหายไปก่อน โดยยอมเป็นลูกหนี้กองทุนยุติธรรมแทน ด้วยการเอาโฉนดเหล่านี้ไปค้ำประกันแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวว่า จากการศึกษาข้อกฎหมาย ขณะนี้พบว่า ไม่มีกฎหมายรองรับให้กองทุนยุติธรรมสามารถออกเงินให้จำเลยไปก่อน โดยเอาหลักทรัพย์มาค้ำประกันได้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าศึกษาและถอดบทเรียนในอนาคต&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามอยากจะขอชื่นชมและขอบคุณคุณแม่ของน้องแพรวาที่เปิดประตูแห่งแสงสว่างในการออกมาแสดงความรับผิดชอบครั้งนี้ อย่างน้อยก็ลดความอึดอัดคับข้องของฝ่ายผู้เสียหายและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงที่สังคมยังไม่รับรู้ก็คือ ที่ดินของคนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น ไม่มีมูลค่าเลยครับ เพราะผู้จะซื้อจะคิดไปว่าอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยจำเลยในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและถูกเรียกคืน จึงขายไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันคดีได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมยินดีเป็นโซ่ข้อกลางในการรับโฉนดที่ดินมาวางที่กระทรวงยุติธรรมในระหว่างการเจรจาทั้งสองฝ่ายทั้งที่ไม่มีอำนาจในการเก็บหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจของคู่กรณี หรือช่วยประสานงานสถาบันการเงินให้ปล่อยเงินกู้ให้ หรือคุณแม่น้องแพรวาอาจยินยอมเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยนำหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดแทนที่กรมบังคับคดีแทนที่ตนเองจะเป็นผู้ขายก็ได้ เพราะจากประสบการณ์เคยเห็นมีที่ดินบางแปลงขายโดยกรมบังคับคดีได้มากกว่าเจ้าทรัพย์นำไปขายเองครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 6&amp;nbsp;เดือน และไม่ต้องไปเสียค่านายหน้าให้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอชื่นชมยินดีอีกครั้งนะครับที่คุณแม่และครอบครัวที่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกร่วมกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, กระทรวงยุติธรรม, คดีแพรวา, ธวัชชัย ไทยเขียว, แพรวา 9 ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
