<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย &#039;ศาล จ.สกลนคร&#039; ไต่สวนตั้งผู้จัดการมรดกผ่านไลน์วันเดียวเสร็จ 30 คดี รวดเร็ว ประหยัด ปชช.พอใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานในศาลต่างๆ หลังจากสำนักงานศาลยุติธรรมออกประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์&amp;nbsp; วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปแล้ว 3 ฉบับว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเด่น จันทร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดอุทัยธานี ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสกลนครไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกที่ไม่มีผู้คัดค้าน ตามประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทางอิเล็กทรอนิกส์ (แอพพลิเคชั่นไลน์วิดีโอคอล) โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในวันดังกล่าว มีการไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมกันทั้ง 4 บัลลังก์ รวม 30 คดี ผลการไต่สวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยที่คู่ความไม่ต้องเดินทางมาศาล และศาลมีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ทำให้ประชาชนได้รับความพึงพอใจ เพราะสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เป็นการลดการแออัดของประชาชนที่มาติดต่อราชการศาลลงได้อย่างมาก ทั้งเป็นไปตามนโยบายในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาล ทนายความและคู่ความเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 1 และ 2 ของศาลจังหวัดพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ศาลจังหวัดพลได้ดำเนินการพิจารณาคดีผู้บริโภคผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตามประกาศศาลจังหวัดพล เรื่อง การใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2564 เพื่อแก้ปัญหาการขาดความต่อเนื่องในการพิจารณาคดีในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ลดปริมาณคดีที่ค้างพิจารณาที่ศาลและเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาพิจารณาคดีที่ศาล โดยมีคดีที่พิจารณาโดยวิธีการดังกล่าวทั้งหมด 33 คดี เสร็จการพิจารณา 20 คดี คู่ความตกลงกันได้ จึงเลื่อนนัดเพื่อไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความจำนวน 13 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม ระบุว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ทำให้ประชาชนมีข้อจำกัดในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่มีคดีอาจเกิดความกังวลว่าศาลจะเลื่อนคดีออกไปหรือไม่ หรือถึงแม้ไม่เลื่อนคดี การเดินทางไปศาลก็เป็นความเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อ ศาลยุติธรรมคำนึงถึงความปลอดภัยและข้อกังวลของประชาชนดังกล่าว จึงนำวิธีการดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือทางออนไลน์มาอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยออกเป็นประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม 3 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปสาระสำคัญของประกาศทั้ง 3 ฉบับ คือ ให้คู่ความสามารถร้องขอให้ศาลไต่สวนคดีหรือสืบพยานในคดีแพ่งทางออนไลน์ โดยที่คู่ความหรือพยานไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล แต่จะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่นสื่อสารหรือประชุมออนไลน์ต่างๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าระบบเองได้ไม่ยาก และไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบ&amp;nbsp; เมื่อศาลพิจารณาคดีเสร็จจะส่งคำสั่งศาลให้คู่ความทางระบบออนไลน์&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปศาลแม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีที่เปิดให้ใช้วิธีไต่สวนหรือสืบพยานทางออนไลน์ตามประกาศดังกล่าว&amp;nbsp; ได้แก่ คดีผู้บริโภค คดีมโนสาเร่ คดีไม่มีข้อยุ่งยากที่จำเลยไม่ต่อสู้คดี รวมถึงการไต่สวนคำร้องต่างๆ ในคดีแพ่ง เช่น คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก หรือคำร้องขอรับรองบุตร เป็นต้น แต่ไม่ใช้กับการดำเนินคดีอาญาและไม่ใช้กับกรณีที่คู่ความหรือพยานมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ โจทก์หรือผู้ร้องที่ต้องการใช้วิธีพิจารณาคดีทางออนไลน์ อาจร้องขอต่อศาลในตอนที่ยื่นคำฟ้องหรือคำร้อง โดยต้องระบุสถานที่และแอปพลิเคชั่นที่จะใช้มาให้ศาลทราบล่วงหน้า จำเลยก็ขอใช้วิธีพิจารณาคดีทางออนไลน์เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลยุติธรรมได้นำวิธีการฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Filing มาให้บริการประชาชนในการยื่นฟ้องคดีแพ่งทางออนไลน์ได้. โดยไม่ต้องเดินทางมายื่นฟ้องศาลมาระยะหนึ่งแล้ว ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากทนายความเป็นอย่างดี ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนำวิธีการทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นมาใช้ในขั้นตอนการพิจารณาคดี ทำให้ประชาชนสามารถดำเนินคดีทางออนไลน์ได้ครบวงจร ตั้งแต่การยื่นฟ้อง การพิจารณาคดีสืบพยาน และการรับคำสั่งศาล สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้ตั้งแต่ต้นจบจบกระบวนการ ถือเป็นมาตรการที่ศาลยุติธรรมนำมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มีอรรถคดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพและยังคงมาตรฐานการอำนวยความยุติธรรม เพื่อให้กระบวนการศาลสามารถดำเนินอย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤตที่มีอุปสรรคหลายประการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101731</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพ่ง, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088e9af25169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กโจ๊กประกาศ4เรื่องที่ไม่ขอยุ่งนะจ๊ะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ธ.ค.2561 - เพจสุรเชษฐ์ หักพาลของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ต้องขออภัย &amp;ldquo; 4 ข้อนี้ นอกเหนือหน้าที่เรา ใจเย็นๆ สร้างความเข้าใจ อ่านให้ถี่ถ้วน เนื่องจากผ่านมามีการขอความช่วยเหลือเรื่องดังกล่าวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของตำรวจ และไม่สามารถก้าวก่ายระหว่างหน่วยงานได้ จึงกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คดีที่ไม่ใช่เรื่องทางอาญา เช่น คดีแพ่ง คดีปกครอง คดีแรงงาน เป็นต้น เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คดีที่อยู่ในการพิจารณาคดีของชั้นศาล หรือคดีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว เนื่องจากเป็นกรณีที่เลยชั้นอำนาจของตำรวจที่จะดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครอง ปัญหาส่วนท้องถิ่น หรือเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นที่ไม่ได้อยู่ใต้การบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น กรณีเรื่องสาธารณูปโภค หรือเรื่องถนนหลวง เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4. การส่งข้อความ ขอให้ผู้บังคับบัญชาช่วยวิ่งโยกย้าย ขึ้นตำแหน่ง หรือขอให้ทางผู้บังคับบัญชาช่วยย้ายไปทำงานในที่ที่ตนประสงค์ เนื่องจากการโยกย้ายต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23296</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปกครอง, คดีแพ่ง, ผบช.สตม., ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, วิ่งเต้น โยกย้าย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c03de01802c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กัปตัน’เดินหน้าฟ้อง’มิ้ง’ทั้งแพ่งและอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากทาง มิ้ง-ศวภัทร สุนทรนันท อดีตแฟนสาวของ&amp;nbsp; พระเอกซีรีส์วัยรุ่นชื่อดัง&amp;nbsp; กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง ที่ก่อนหน้านี้อ้างว่าได้ตั้งท้องกับพระเอกหนุ่ม และในภายหลังได้ออกมาแจ้งอีกว่าได้แท้งลูกแล้ว&amp;nbsp; ซึ่งหลายๆ กระแสก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายหญิงได้ตั้งท้องจริงตั้งแต่แรก เพราะไม่เคยมีหลักฐานมายืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางครอบครัวของกัปตันก็ได้มีการทำจดหมายชี้แจงว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงขอนำเรื่องดังกล่าวสู่กระบวนการทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดก็ได้มีจดหมายชี้แจงออกมาอีกครั้ง ซึ่งอ้างว่ามาจากทางครอบครัวฝ่ายชาย ในจดหมายระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ตามที่กัปตันและครอบครัวพร้อมด้วยต้นสังกัด ได้ทำจดหมายชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2561 และต่อมามีความเห็นให้นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้ความจริงประจักษ์ต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคืบหน้าล่าสุดคือ ทีมทนายความของกัปตันและครอบครัว ได้ยื่นฟ้องคดี ทั้งคดีอาญา และคดีแพ่ง
1. คดีอาญาต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
2. คดีแพ่งต่อศาลแพ่ง ในฐานความผิด ละเมิดการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย (โดยไม่มีประเด็นเรื่องการเรียกค่าเสียหาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทำการยื่นฟ้องคดีทั้งสองคดีเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ซึ่งคดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลในการพิจารณาสืบหาความจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงขอเรียนชี้แจงต่อสื่อมวลชน และหากมีความคืบหน้าจะขอชี้แจงผ่านทางเอกสารเท่านั้น เพื่อเป็นข้อมูลในการนำเสนอข่าวตามข้อเท็จจริงได้ถูกต้องครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอแสดงความนับถือ กัปตันและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัปตัน ชลธร, คดีอาญา, คดีแพ่ง, ซีรีส์, พระเอก, ฟ้องร้อง, มิ้ง-ศวภัทร, มิ้งโปะแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6284a70734c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
