<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. ลุยสอบปมจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ​ คดีภาษีโตโยต้า พร้อมประสานข้อมูลกับสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4​ มิ.ย.64 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่อออนไลน์ว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้รายงานต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และกระทรวงยุติธรรมประเทศสหรัฐอเมริกา (DOJ) ว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทลูกแห่งหนึ่งของโตโยต้าในประเทศไทยอาจละเมิดกฎหมายต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา​(Foreign Corrupt Practices Act: FCPA )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ปรากฏตามเว็บไซต์ Law360 ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข่าวและวิเคราะห์ด้านกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยข้อมูลกรณีบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้มีการสอบสวนภายในกรณีบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย อาจกระทำละเมิดกฎหมาย FCPA โดยระบุข้อมูลว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจมีการจ่ายเงินไปยังบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายหรือบริษัท​ ที่ปรึกษาต่างๆ และเงินดังกล่าวก็ถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ในรูปคดีอันเกี่ยวข้องกับคดีภาษีนำเข้ารถยนต์พรีอุสคิดเป็นมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (10,958,500,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์ดังกล่าวได้เปิดเผยรายชื่อผู้พิพากษาระดับสูงของไทย และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น​สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนว่า ตามกฎหมาย Foreign Corrupt Practices Act (FCPA) ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้งบทบัญญัติที่เกี่ยวกับความผิดทางบัญชีในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม และความผิดทางอาญาเรื่องการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานของประเทศสหรัฐอเมริกาจะดำเนินคดีสินบนข้ามชาติในลักษณะของการบูรณาการทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทบโดยตรงต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้มีการรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับหน่วยงานของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีการประสานงานกับทางการประเทศสหรัฐอเมริกาในคดีทุจริตอื่นๆ อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย​ กล่าวอีกว่า​ ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งรวมถึงการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีสินบนข้ามชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หากหน่วยงานใดมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สามารถส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105283</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโตโยต้า, นิวัติไชย เกษมมงคล, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1a54dc388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลขาฯศาลยุติธรรม เเจงยิบไทม์ไลน์คดีภาษีโตโยต้า เตรียมประสานขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ไต่สวนที่อเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 64 - ที่สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นาย พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เเถลงข่าวกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวการสอบสวนเกี่ยวกับคดีภาษีของ บริษัท ในเครือโตโยต้าในประเทศสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งมีการกล่าวอ้างถึงชื่อข้าราชการและอดีตข้าราชการตุลาการผู้ใหญ่ว่าอาจมีส่วนพัวพันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย พงษ์เดช กล่าวว่าขอเรียนว่าคดีที่มีการอ้างถึงเป็นคดีที่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐที่จัดเก็บภาษีเป็นจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษามีคำขอให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีฟ้องคดีแรกวันที่ 10 มิถุนายน 2558 ซึ่งศาลภาษีอากรกลางพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้แยกฟ้องโจทก์จึงยื่นฟ้องคดีเข้ามาใหม่อีก 9 คดีในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 และวันที่ 10 มิถุนายน 2559 มีการสืบพยานต่อสู้คดีกันเป็นระยะเวลาปีเศษ ศาลภาษีอากรกลางจึงมีคำพิพากษาทุกคดีในวันที่ 29 กันยายน 2560 พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นผลให้โจทก์ไม่มีความรับผิดทางภาษีอากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษรับคดีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 และต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวันที่ 10 มิถุนายน 2562 เป็นผลให้โจทก์ต้องรับผิดชำระภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของหน่วยงานรัฐโจทก์จึงยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ฎีกาและรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาโดยศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำสั่งคดีขออนุญาตฎีกาไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างศาลภาษีอากรกลางดำเนินการให้ฝ่ายจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 หากยื่นคำแก้ฎีกาแล้วศาลภาษีอากรกลางจะรวบรวมสำนวนส่งคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในคดีนี้ศาลฎีกาจึงยังไม่ได้พิจารณาพิพากษาคดีเพียงพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาเท่านั้นซึ่งการอนุญาตให้ฎีกาเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 26 ที่กำหนดให้ศาลฎีกาพิจารณาอนุญาตให้ฎีกาเมื่อเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เดช &amp;nbsp;กล่าวว่าเมื่อคดีนี้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ขัดแย้งกันในสาระสำคัญทั้งเกี่ยวพันกับความตกลงระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันกับประเทศไทยและยังเป็นกรณีที่ไม่มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกามาก่อนศาลฎีกาจึงมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้โดยพิจารณาเพียงว่าปัญหาที่ ยื่นฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาสมควรอนุญาตให้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาหรือไม่ยังไม่ได้มีการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีภาษีอากรซึ่งเป็นคดีชำนัญพิเศษในการพิจารณาพิพากษาจะมีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีอากรตลอดทั้งสายตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนกระทั่งถึงศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีการวางระบบการทำงานในรูปแบบการประชุมคดีที่เข้มข้นขององค์คณะนับตั้งแต่เริ่มเปิดทำการเป็นต้นมาโดยองค์คณะจะร่วมกันพิจารณาคดีมีผู้ช่วยผู้พิพากษาทำหน้าที่เลขานุการคณะในการทำเอกสารสรุปข้อเท็จจริงประเด็นข้อพิพาทในคดีและข้อกฎหมายเมื่อประชุมแล้วท่านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนก็จะยกร่างคำพิพากษาตามมติการประชุมแล้วจึงส่งร่างคำพิพากษานั้นให้ผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือผู้ช่วยเล็กหลังจากผู้ช่วยเล็กตรวจสำนวนแล้วจะเสนอร่างคำพิพากษาดังกล่าวต่อผู้พิพากษาประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือเรียกว่าผู้ช่วยใหญ่เพื่อตรวจร่างคำพิพากษาอีกครั้งหนึ่งเมื่อตรวจแล้วจะเสนอร่างคำพิพากษาดังกล่าวต่อรองประธานเมื่อเห็นว่าเป็นคดีสำคัญจึงส่งให้ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหรือประธานศาลฎีกาแล้วแต่กรณีพิจารณาหากเห็นว่ามีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญก็จะสั่งให้นำปัญหานั้นเข้าสู่การพิจารณาโดยที่ประชุมใหญ่ซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกท่านในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีประมาณ 70 คนส่วนศาลฎีกามี 176 คนเมื่อร่างคำพิพากษาผ่านที่ประชุมแล้วจึงจัดทำคำพิพากษาเพื่อส่งให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ในส่วนของการพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกานั้นแม้จะเป็นเพียงชั้นขออนุญาตฎีกาก็ตาม แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็กำหนดจำนวนองค์คณะไว้อย่างน้อย 4 คนโดยหนึ่งในนั้นต้องเป็นรองประธานศาลฎีกาด้วยสำหรับคดีภาษีอากรนั้นคำร้องขออนุญาตฎีกาก็จะถูกพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่อยู่ในแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกาเป็นองค์คณะภายหลังจากองค์คณะพิจารณาแล้วในคดีนี้ได้นำเข้าประชุมแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกาเพื่อให้ผู้พิพากษาในแผนกทุกคนได้ร่วมกันพิจารณาและลงมติก่อนจะที่จะมีการส่งมาให้ศาลภาษีอากรกลางอ่านคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมในแต่ละชั้นศาลนั้นเป็นไปอย่างมีระบบโปร่งใสมีการปรึกษาคดีและตรวจทานความถูกต้องในทุกขั้นตอนยากที่จะมีการแทรกแซงหรือกระทำการใดที่จะก่อให้เกิดผลตามที่ใครต้องการได้&amp;quot;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะมั่นใจในระบบ แต่เมื่อมีการกล่าวอ้างว่าอาจมีการกระทำที่แทรกแซงกระบวนการจนถึงขั้นอาจมีการเสนอให้สินบนขึ้นซึ่งต้องยอมรับว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์และศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมจึงไม่นิ่งนอนใจนับตั้งแต่มีการรายงานข่าวจึงได้ดำเนินการส่งหนังสือประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกรณีดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านกระทรวงการต่างประเทศอย่างที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วต่อมาเมื่อในเนื้อหาข่าวปรากฏชื่อบุคคลในศาลยุติธรรมขึ้นสำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลโดยที่ผมเป็นประธานคณะทำงานด้วยตัวเองคณะทำงานชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ติตามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณีนี้ซึ่งผมได้ดำเนินการส่งหนังสือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศแล้ว ได้แก่ ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท โตโยต้าอเมริกา กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และกระทรวงการต่างประเทศรวมถึงส่งเมล์ติดต่อไปยังนักข่าวที่เขียนรายงานข่าวอันเป็นต้นทางของเรื่องนี้ และจะขอเข้าร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนของคณะลูกขุนในรัฐเท็กซัสสหรัฐอเมริกาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม นาง เมทินี ชโลธรประธานศาลฎีกาได้อาศัยอำนาจตามพ. ร. บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง&amp;ldquo; คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง&amp;rdquo; 4 ท่านประกอบด้วยผู้พิพากษาชั้นฎีกาและชั้นอุทธรณ์ซึ่งมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการฯ และมีผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกาและชั้นศาลอุทธรณ์เป็นกรรมการโดยให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต. ) กรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยให้เสร็จโดยเร็วทั้งนี้ให้กรรมการชุดนี้เสนอความเห็นว่ากรณีมีมูลเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัย หากมีมูลความผิดทางวินัยก็ให้พิจารณาด้วยว่าเป็นความผิดวินัยตามบทมาตราใดและควรได้รับโทษสถานใดเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากสอบสวนพบข้อเท็จจริงมีบุคคลอื่นใดเป็นผู้กระทำผิดหรือพบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากที่ระบุในคำสั่งนี้ก็ให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้ดำเนินการสอบสวนไปด้วยในคราวเดียวกัน คณะทำงานติดตามข้อมูลที่ตนเป็นประธานจะทำงานสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต้องการให้ความกระจ่างปรากฏต่อสาธารณชนโดยเร็วและหากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดตามกฎหมายก็จะดำเนินการต่อไปอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนสื่อมวลชนหรือหน่วยงานใดมีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่จะช่วยให้เรื่องนี้กระจ่างชัดทุกท่านสามารถส่งข้อมูลมายังสำนักงานศาลยุติธรรมได้ตลอดเวลา โดยคณะทำงานติดตามข้อมูลจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เร็วที่สุดและสำนักงานศาลยุติธรรมจะเสนอผลความคืบหน้าของการทำงานต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนเป็นระยะ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่าการพบปะสื่อมวลชนในวันนี้นอกจากจะยืนยันการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจังแล้ว ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและสังคมว่าหากคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาคู่ความจะได้รับความเป็นธรรมทุกอย่างตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนองค์คณะในศาลฎีกาจะพิจารณาคดีอย่างไม่หวั่นไหวส่วนการให้สินบนตามข่าวหากมีจริงก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการและดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เดช ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการติดตามความคืบหน้า ว่าตอนนี้ได้มีการประสานขอข้อมูลกับต่างประเทศและหน่วยงานปลายทางหลายหน่วยงาน เพื่อสอบถามถึงกรณีที่มีชื่อของบุคคลต่างๆปรากฏขึ้น &amp;nbsp;ส่วนที่ถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับทางเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องในลำดับต่อไปเพราะเราต้องได้ข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรถึงจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฏหมายได้ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องประสานขอข้อมูลอาจจะต้องใช้ระยะเวลา เพราะข้อมูลดังกล่าวอยู่ในต่างประเทศ แต่หากมีความคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะส่งผู้พิพากษาท่านใดไปติดตามคดี ที่สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp; นายพงศ์เดช ตอบว่า ตรงนี้ กำลังพิจารณา แต่จะต้องเป็นผู้ที่ มีลักษณะของการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวถึงการเกี่ยวข้องให้ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเริ่มสอบอย่างไรและต้องเรียกใครมาสอบบ้าง &amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม บอกว่า ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาซึ่งคิดว่าจะทำงานโดยรวดเร็ว ถึงเรื่องการนัดประชุมแนวทาง ส่วนความคืบหน้าคดีในสหรัฐอเมริกา จากการตรวจสอบ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่าเป็นกฏหมายเกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ในชั้นนี้พบว่ายังอยู่ในชั้นของการไต่สวนข้อเท็จจริง ยังไม่ใช้การฟ้องคดีต่อศาลที่สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าข้อมูลเท่าที่มีตอนนี้น่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ว่ามีผู้พิพากษาเข้าไปเกี่ยวข้อง นายพงษ์เดช กล่าวว่าตอนนี้มีเท่าข้อมูลตามที่สื่อเสนอไป แต่ก็มีข้อสังเกตว่า การไต่สวนคดีที่อเมริกายังไม่เสร็จสิ้น หรือมีการฟ้องร้องคดีแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่า ชื่อที่ปรากฏออกมาออกมานั้นออกมาในขั้นตอนไหน ส่วนเรื่องจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือประสานหน่วยงานอื่น เช่น ป.ป.ช. ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป เเต่เพื่อให้ได้ข้อมูลจากปลายทางตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต้องการทางสำนักงานศาลฯจะทำการสนับสนุนเต็มที่ เเต่จะต้องเรียกใครมาตรวจสอบบ้าง ต้องรอให้คณะทำงานเริ่มทำงานก่อน &amp;nbsp;แต่คิดว่าทำโดยรวดเร็ว แม้จะไม่มีระยะเวลาเป็นกรอบไว้ แต่ใน1-2เดือนนี้ต้องได้รับความจริงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกำหนดการนัดไต่สวนคดีของสหรัฐอเมริกา จะมีเมื่อใดนั้นเรากำลังตรวจสอบ แต่การทำงานของเรานั้นไม่ได้รอผลจากทางอเมริกาอย่างเดียว แต่ข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการตรวจสอบของเราพิจารณาจะเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ และยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ โดยคดี โตโยโต้ ในประเทศไทยก็จะไม่หยุดพิจารณา ในเรื่องคดีหากพบว่ามีการกระทำผิดเราก็จะลงโทษคนของเรา อเมริกาก็จะลงโทษคนของเขา เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105240</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโตโยต้า, พงษ์เดช วานิชกิตติกูล, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9da63349e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักทนายฯ แจ้งความถูกพาดพิงเป็นตัวกลางจ่ายสินบนผู้พิพากษาคดีภาษีโตโยต้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - จากกรณีที่ Law360.com เว็บไซต์รายงานข่าวและวิเคราะห์ในด้านกฎหมายสหรัฐฯ ได้เปิดเผย โดยอ้างอิงเจ้าหน้าที่ด้านบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนว่า ทางการสหรัฐฯกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนการละเมิดกฎหมายต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศสหรัฐฯ(Foreign Corrupt Practices Act: FCPA )ของบริษัทโตโยต้า โดยอัยการของรัฐบาลกลางได้เรียกตัวคณะลูกขุนใหญ่ในเท็กซัสให้ประจำหน้าที่ ขณะที่ดำเนินการหาหลักฐาน ที่ผู้ผลิตรถยนต์ติดสินบนผู้พิพากษาระดับสูงของไทยให้พลิกการตัดสินคดีภาษีมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;โดยมีการพาดพิงถึงสำนักทนายความ อ. ซึ่งเป็นตัวกลางในการในการติดต่อและติดสินบนให้กับอดีตผู้พิพากษาระดับสูงของศาลฎีกา

ความคืบหน้าล่าสุด&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ที่ สน.ห้วยขวาง นายทรงพล อันนานนท์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมายอันนานนท์&amp;nbsp;ได้นำเอกสารหลักฐาน เข้าแจ้งความ Frank(Frank G. Runyeon&amp;nbsp;นามปากกาเต็มในเว็บ) เจ้าของบทความในเว็ปไซด์ Law360.com โดยการพิจารณาใน 2 ข้อหา คือในข้อหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา&amp;nbsp;และนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงพล อันนานนท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ในวันนี้เดินทางเข้าแจ้งความกับFrank(Frank G. Runyeon&amp;nbsp;นามปากกาเต็มในเว็บ) เจ้าของบทความที่ได้มีการพาดพิงสำนักงานทนายความของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนให้กับผู้พิพากษาระดังสูงของศาลฎีกา&amp;nbsp;เพื่อหวังพลิกคดีการเสียภาษี 1.1 หมื่นล้านบาท ของบริษัท โตโยต้า ประเทศไทย ซึ่งตนต้องขอขี้แจ้งว่าสำนักงานทนายความของตนไม่ได้เป็นไปตามบทความที่ถูกพาดพิง&amp;nbsp; และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ทั้งนี้ยอมรับว่าสำนักงานกฎหมายของตนทำคดีดังกล่าวในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ แต่ในชั้นศาลฎีกา สำนักงานไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำคดี&amp;nbsp; อีกทั้งได้มีการยื่นคำร้องถอนตัวจากการทำคดีนี้ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำสั่งศาลฎีกาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2564 รับฎีกาในคดีดังกล่าว

นอกจากนี้หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นทางสำนักงานก็ไม่ได้มีการติดต่อไปยังผู้พิพากษาระดับสูงทั้ง3ท่าน และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีกับFrank(Frank G. Runyeon&amp;nbsp; นามปากกาในเว็บ) เจ้าของบนความ ซึ่งอาจจะอยู่ในต่างประเทศนั้น ตามหลักกฎหมายสามารถดำเนินการได้ในประเทศ&amp;nbsp; ส่วนที่ว่า&amp;nbsp; Frank ( Frank G. Runyeon&amp;nbsp;นามปากกาในเว็บ)จะมีตัวตนจริงหรือไม่ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสำนักงานฯอย่างมาก&amp;nbsp;และที่สำคัญยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้หนังสือออกแถลงการณ์ พร้อมแนบใบคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความ&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;&amp;quot;ตามที่สื่อมวลชนบางสำนักได้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ จนสร้างความเสียหายให้กับสำนักงานกฎหมายอันนานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ฉบับนี้ สำนักงานขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า สำนักงานได้ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความต่อศาลภาษีอากรกลางและหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความของ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความที่แนบท้ายคำแถลงการณ์นี้ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำสั่งของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 อนุญาตให้รับฎีกาของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ไว้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สำนักงานจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในคดีตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 เป็นต้นมาสำนักงานขอยืนยันความบริสุทธิ์และขอใช้สิทธิดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จทั้งในและต่างประเทศมา ณ ที่นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104803</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรับสินบนคดีภาษีโตโยต้า, คดีโตโยต้า, ติดสินบน, ติดสินบนผู้พิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4aed1947f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบคดีโตโยต้า! สองอดีตบิ๊กศาล ฟ้องเว็บฯ‘ตีข่าว’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการศาลยุติธรรมนั่งประธานคณะทำงานตรวจสอบ-ติดตามข่าวคดีโตโยต้า คำสั่งตั้งคณะทำงานย้ำถือเป็นเรื่องด่วน ขณะที่ 2 อดีตผู้บริหารศาลประสานขอ สนง.ศาลช่วยดำเนินคดี www.law360.com เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาสินบนอันเป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 พ.ค.2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า จากกรณีได้มีการเผยแพร่ข่าวติดตามการสอบสวนในต่างประเทศเกี่ยวกับคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้า ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งปรากฏข้อมูลหลากหลายด้าน และที่มีการพาดพิงถึงบุคลากรในศาลยุติธรรม ซึ่งอาจสร้างความเคลือบแคลงสงสัยและความเสียหาย กระทบทั้งต่อตัวบุคลากรและองค์กรศาลยุติธรรมนั้น ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค.2564 สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้ง &amp;quot;คณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการต่อข้อกล่าวหากรณีคดีภาษีอากรที่เป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์&amp;quot; รวม 10 คน โดยมีนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว ให้คณะทำงานชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการต่อเรื่องดังกล่าว ให้ปรากฏความชัดเจนและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกรณีนี้ให้ถือเป็นเรื่องด่วน
2 อดีตผู้บริหารศาลประสานขอ สนง.ศาลช่วยดำเนินคดี w ww.law360.com เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาสินบนโตโยต้าอันเป็นเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวติดตามการสอบสวนในต่างประเทศเกี่ยวกับคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้า ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข่าวและติดตามผลการดำเนินการต่อข้อกล่าวหากรณีนี้ 10 คน โดยมีนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า 2 ใน 3 ผู้พิพากษาระดับสูงที่ถูกกล่าวอ้างได้มีการประสานด้วยวาจา มีความประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือและมอบอำนาจให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินคดีอาญาต่อ Frank G. Runyeon กรณีโพสต์เผยแพร่ข้อความอันเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โดยการกระทำดังกล่าว มีลักษณะเป็นการเผยแพร่ข้อความและภาพออกไปยังสาธารณชน ทางเว็บไซต์ w ww.law360.com เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 เวลา 19.35 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบัน 2 อดีตผู้พิพากษาเป็นผู้พิพากษาอาวุโสระดับสูงในศาลฎีกา ซึ่งถูกพาดพิงจากข้อความดังกล่าว เห็นว่า การเผยแพร่ข้อความดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ทั้งยังเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง อันเป็นการได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว ในฐานะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้เสียหายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้ส่งเรื่องให้สำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดีตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยการช่วยเหลือข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา คู่ความ ผู้เสียหาย หรือเป็นคู่กรณี ผู้ถูกฟ้องคดี หรือผู้ฟ้องคดีอันเนื่องมาจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พ.ศ.2557 โดยให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจกระทำการใดๆ ที่เกี่ยวข้องอันจำเป็นและสมควร เพื่อให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีจนถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนอดีตผู้พิพากษาอีก 1 คนที่พ้นจากตำเเหน่งผู้พิพากษาไปแล้วนั้น ทางสำนักงานศาลยุติธรรมก็สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีแนวทางว่า มีผู้มีสิทธิรับการช่วยเหลือต้องเป็นผู้พิพากษาที่เป็นความจากการปฏิบัติหน้าที่ขณะที่ดำรงตำแหน่งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ เอกสารขอความช่วยเหลือและมอบอำนาจในการดำเนินคดีจะมีการยื่นถึงสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจรับดำเนินคดีกรณีดังกล่าว จะเป็นกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104618</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโตโยต้า, ศาลยุติธรรม, สอบคดีโตโยต้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088e9af25169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
