<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวอยุธยาเฮ!ศาลปกครองพิพากษาให้ชนะคดีโรงงาน-ท่าเรือขนถ่านหินแม่น้ำป่าสัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1 ต.ค.62- &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมด้วยชาวบ้านในอำเภอนครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 81 คน ได้เข้ายื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐ 8 หน่วยงาน เช่น อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อธิบดีกรมเจ้าท่า อบต. และหน่วยงานของรัฐต่างๆ มาตั้งแต่ ก.พ.2559 เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานเหล่านี้สั่งการควบคุมให้ผู้ประกอบการโรงงาน 51 บริษัท และท่าเรือ 26 แห่ง ริมแม่น้ำป่าสัก ในพื้นที่ อ.นครหลวง แก้ไขปัญหาการประกอบกิจการ ทั้งการขนถ่านหิน คลังสินค้า เป็นระบบปิดทั้งหมด ไม่ปล่อยฝุ่นละออง น้ำเสีย ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อม ให้รื้อถอนท่าเทียบเรือในส่วนที่ล่วงล้ำลำน้ำป่าสักออกทั้งหมด และท่าเรือที่รับหรือทำการขนถ่ายสินค้าจากเรือบรรทุกที่มีนำหนักหรือระวางเกิน 500 ตันกรอส ให้มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตท่าเรือที่ฝ่าฝืน พร้อมเอาผิดกับผู้ประกอบการเรือบาสที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.62 ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกรมเจ้าท่าที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการท่าเรือขนถ่ายถ่านหินและสินค้าต่าง ๆ ที่มีระวางบรรทุกเกิน 500 ตันกรอสทั้งหมดโดยให้มีผลย้อนหลังไปนับแต่วันที่อนุญาต แต่หากจะใช้ท่าเรือดังกล่าวต่อไปต้องไปจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ให้ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสียก่อน และพิพากษาให้อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้อำนาจตาม ม.35 ประกอบ ม.37 แห่ง พรบ.โรงงาน 2535 แก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญจากฝุ่นละออง และเสียงดังจากการประกอบกิจการต่างๆทั้งหมด และพิพากษาให้ อบต.ในพื้นที่ ใช้อำนาจตาม ม.44 ม.26 ประกอบ ม.28 แห่ง พรบ.การสาธารณสุข 2535 แก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญจากฝุ่นละออง และเสียงดังจากการประกอบกิจการต่างๆทั้งหมดด้วยภายใน 90 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวถือว่าเป็นชัยชนะของชาวอยุธยา โดยเฉพาะที่มีบ้านเรือนอยู่ในชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอนครหลวงริมแม่น้ำป่าสัก ที่ทนทุกข์ทรมานกันมานานนับ 10 ปีที่หน่วยงานรัฐปล่อยให้มีกิจการท่าเทียบเรือ การขนถ่ายถ่านหิน แป้งมัน ปุ๋ย ข้าว พืชผลทางการเกษตรต่างๆ โดยไม่มีมาตรการควบคุมปัญหาเลยแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ชาวบ้านเจ็บป่วย เป็นโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ สิ่งแวดล้อมเสียหาย บ้านเรือนเต็มไปด้วยฝุ่นผงของถ่านหิน แป้งมัน ตลิ่งริมน้ำพังทรุดตัวเสียหาย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นเหตุสำคัญที่อาจก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 แพร่คลุมเมืองในพื้นที่ภาคกลางรวมทั้ง กทม.อยู่ในขณะนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47006</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโรงงาน-ท่าเรือขนถ่านหินแม่น้ำป่าสัก, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ศาลปกครอง, อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c1afc806c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
