<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เทือก’เมินยอมสยบแลกเป่าคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เลขาธิการ ป.ป.ช.แจงคดีโรงพักยังไม่สะเด็ดน้ำ ชี้หากส่งถึงมืออัยการจะแถลงแบไต๋แน่ &amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; ลั่นพร้อมต่อสู้ไม่หนีแน่ อัดอั้นมานานจะได้เผยความจริง ลั่นไม่ใช่ &amp;ldquo;หมา&amp;rdquo; ที่ต้องไปเลียใครเพื่อเป่าคดี &amp;ldquo;วิญญัติ&amp;rdquo; ขู่จับตา อสส.คนใหม่ทำหน้าที่เคาะคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 24 ก.ค. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทุจริตในโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่ายังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของคณะกรรมการฯ และสำนักงาน ป.ป.ช.ยังไม่แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถบอกอะไรได้&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า ชี้มูลแล้วหรือยังอยู่ระหว่างรอส่งให้อัยการสูงสุด นายวรวิทย์ตอบว่า ขั้นตอนของ ป.ป.ช.รวมทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องรับรองรายงานการประชุม การส่งหลักฐานให้อัยการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ถ้าส่งให้อัยการแล้วจะแถลงให้ทราบต่อไป รวมถึงทุกๆ เรื่องจะเปิดเผยหลังส่งให้อัยการแล้ว เพราะมีหลายเรื่องสำคัญที่จะเปิดเผยหลังจากส่งให้อัยการแล้ว
&amp;ldquo;ขั้นตอนการยื่นเรื่องให้อัยการต้องส่งให้อัยการภายใน 30 วัน หากเป็นคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และอัยการต้องส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 180 วัน แต่ถ้าอัยการเห็นว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายใน 90 วัน เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมกัน ส่วนนักการเมืองที่ถูกชี้มูลความผิดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ต้องรอให้ศาลมีคำสั่งรับเรื่องไว้ก่อน&amp;rdquo; นายวรวิทย์ชี้แจงถึงขั้นตอน &amp;nbsp;
ขณะที่นายสุเทพกล่าวในเรื่องนี้ว่า อยากถามทาง ป.ป.ช.ว่าเขาชี้มูลความผิดเรื่องอะไร เพราะอ่านตามข่าวจากหนังสือพิมพ์เท่านั้น เนื้อหาลึกๆ ต้องรอให้ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.อย่างชัดเจนก่อน แล้วจะชี้แจงในแต่ละประเด็นตามข้อกล่าวหา เพราะเรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชน จำเป็นต้องมีคำอธิบายต่อประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพย้ำว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองกล่าวหาโจมตีตนเองมาหลายปี ตั้งแต่ช่วงที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2556 ซึ่งคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งก็ได้ดำเนินคดีกับนายธาริต และตอนนี้ถูกคำพิพากษาจำคุก แต่ก็มีกระบวนการพยายามดำเนินคดีต่อ โดยเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช. 5 ปีเศษ นานมากเป็นประวัติการณ์ เพราะฉะนั้นเมื่อ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลมา ก็เป็นโอกาสที่จะได้นำหลักฐานไปพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม แล้วคดีนี้คงใช้เวลาไม่นาน เพราะต้องไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมต้องกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนที่มีใจเมตตากับผมมาตลอด ต้องทนรำคาญใจ ไม่สบายใจไปสักพักหนึ่ง เพราะอีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏ ส่วนคนที่คิดร้ายกับผม ไม่ว่าเป็นกลุ่มเก่า กลุ่มใหม่ ผมไม่ติดใจอะไร ให้เขาลิงโลดยินดีไปสักพัก ผมก็ได้แต่ปลง เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนพยายามมาบอกให้ผมไปกราบไหว้วิงวอนใครบางคน ผมก็มาคิดว่าผมทำงานการเมืองมาตลอดเวลา ผมก็มีศักดิ์ศรี ผมไม่ใช่สุนัข เพราะฉะนั้นผมตั้งใจอย่างเดียวว่าถ้าเพื่อประชาชนแล้วให้ผมทำอะไรผมก็ทำได้ แต่ว่าจะไปขอความเมตตาจากคนที่คิดว่ามีอำนาจแล้ว แต่ผมเลือกที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรี ด้วยการนำความจริงทั้งหมดไปสู้คดีในศาลฎีกา ผมจะไม่หลบหนีไปไหน เตรียมตัวที่จะสู้คดี เพราะฉะนั้นใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าเวลาอีกไม่นานก็จะรู้ความจริง&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวว่า คดีนี้เริ่มมาจากนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยขณะนั้น มีการแถลงเรื่องการทุจริตปฏิบัติหน้าที่ในโครงการดังกล่าวจนนำคดีไปร้องที่ดีเอสไอ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีการอภิปรายในสภา และดีเอสไอได้สั่งฟ้องนายสุเทพ แต่ก็มีปัญหาว่าคดีเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ จนภายหลัง ป.ป.ช.ก็รับคดีไว้ไต่สวนตั้งแต่ปี 2556 แต่พอเข้าปี 2557 เป็นช่วงยึดอำนาจ เรื่องก็มีการเงียบลง จึงได้ไปยื่นเรื่องติดตามคดีนี้ถึง 5 ครั้ง และได้เข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.ตั้งแต่ปี 2558-2560&amp;nbsp;
นายวิญญัติกล่าวอีกว่า ตามขั้นตอนหลังจาก ป.ป.ช.ชี้มูลคดีนี้แล้ว เมื่อพิจารณาห้วงเวลาในการดำเนินคดีจะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงผู้นำองค์กรที่จะได้ อสส.คนใหม่ จึงขอฝากเรื่องนี้ไปยัง อสส.คนใหม่ ที่คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เพิ่งได้มีมติผ่านความเห็นชอบบุคคลซึ่งมาจากตำแหน่งเดิมคืออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพราะเคยมีข้อกังขาและข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาคดีกบฏ กปปส. และคดีอื่นๆ ในคดีพิเศษหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคดีวัดพระธรรมกาย หรือคดีฟอกเงินของฝ่ายการเมือง โดยจะติดตามต่อว่า อสส.คนนี้จะมีความเป็นกลางหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นว่าคดีนี้พยานหลักฐานชัดเจน และมีข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถถกเถียงกันได้แล้วว่าอำนาจในการอนุมัติของนายสุเทพ ในฐานะรองนายกฯ ที่ได้แก้ไขมติ ครม. และสั่งอนุมัติสัญญาแบบรายภาคให้เป็นสัญญาเดียว เรื่องนี้มันเถียงไม่ได้ ดูแล้วว่าเป็นเจตนาในการปฏิบัติหน้าที่แบบใด หลักฐานมันชัดก็จะต้องพิจารณากัน&amp;rdquo; นายวิญญัติระบุ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ประชุม ก.อ.มีมติเอกฉันท์แต่งตั้งนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษขึ้นดำรงตำแหน่ง อสส.คนที่ 15 แทนที่นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อสส. ที่จะครบวาระในวันที่ 30 ก.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41879</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโรงพักตำรวจ, ป.ป.ช., สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d386833d883a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2018 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2018 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา &#039;สุเทพ&#039; ยันไม่ได้ทำผิดกรณีโรงพักตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 61 - นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ &amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และ อดีตรองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ข้อกล่าวหาที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวหาตน คือ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) สมัยนั้น ทำบันทึกข้อความถึงนายกรัฐมนตรี ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างโครงการก่อสร้างโรงพักตำรวจ &amp;nbsp;จากเดิมสร้างแบบรวมการครั้งเดียวแยกเสนอราคาเป็นรายภาค ภาค 1-9 จำนวนหลายสัญญา เป็นการรวมจัดจ้างก่อสร้างครั้งเดียว เป็นสัญญาเดียว โดยไม่ขอให้นายกฯนำเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างก่อสร้าง ขอชี้แจงว่า ที่ไม่นำเสนอครม.ให้พิจารณาอนุมัติ เพราะว่าครม.มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาวิธีการจัดจ้าง แต่เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน หรือหัวหน้าส่วนราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้นำหลักฐานไปเสนอต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ว่าเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างมีระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ออกมา ในสมัยที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ในระเบียบนี้ ชัดเจนเลยว่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลาย ทุกส่วนราชการจะต้องปฏิบัติตามนี้ และบอกไว้เสร็จเลยว่า หัวหน้าส่วนราชการ คือ อธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล ผบ.ตร. มีฐานะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ตามระเบียบสำนักนายกดังกล่าว และมีข้อกำหนดในระเบียบสำนักนายกฯข้อ 34 ว่า ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าราชการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้ &amp;nbsp;เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการทั้งสิ้น เห็นชัดเจนว่าอำนาจในการพิจารณาว่าจะจัดจ้างอย่างไร ที่จะต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ใช่อำนาจของครม.&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า หลักฐานที่นำมานั้นฟังดูอาจจะยังไม่พอ แค่เคยมีการวินิจฉัยโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 873/2551 โดยเรื่องมีอยู่ว่ากระทรวงหนึ่งเสนอไปยังครม. ขอให้ช่วยอนุมัติยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯ และคิดว่าคนมีอำนาจ คือ ครม. ก็ทำเรื่องเสนอไปที่ครม. ครม.มีมติให้ส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา &amp;nbsp;คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาว่าครม.ไม่มีอำนาจที่จะยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯ แต่ถ้าครม.ต้องการกำหนดให้เป็นอำนาจของครม.เสียในเรื่องวิธีการจัดจ้างต้องแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกฯ เพราะฉะนั้นจึงต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อ พล.ต.อ.ปทีป ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจกำหนดวิธีการจัดจ้างทำหนังสือลงวันที่ 18 พ.ย.2552 ตนจึงวินิจฉัยสั่งการได้ &amp;nbsp;ฉะนั้น ถือว่าตนไม่ได้ทำความผิดตามที่อนุกรรมการไต่สวนฯป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16138</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อสร้างโรงพักตำรวจ, คดีโรงพักตำรวจ, ปปช., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อนุกรรมการปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b8135d5ab88f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
