<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุเทพ&#039;แจงยิบคดีโรงพักตำรวจ เผยอนุมัติจัดจ้างแต่ละครั้งทำตามข้อเสนอ&#039;พัชรวาท-ปทีป&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.61 - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก เปิดหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้าง &amp;ldquo;โรงพักตำรวจ&amp;rdquo; ว่า ถ้าคณะอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ไม่มีอคติ ได้พิจารณาหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงต่างๆ ไม่เป็นเรื่องยากเลย ที่จะพิจารณาวินิจฉัยกรณีนี้ ไม่ต้องใช้เวลาหลายปี แต่ว่าเมื่อล่วงเลยมาถึงวันนี้ จึงจำเป็นที่ต้องนำหลักฐานเอกสารเหล่านั้น มาแสดงให้ประชาชนเห็นว่าตนได้ใช้ดุลพินิจพิจารณา ด้วยเหตุและผล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง ชอบธรรมอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่า การสั่งการในเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้างงานก่อสร้างโครงการสถานีตำรวจทดแทนทั้ง 396 แห่ง ตนได้ตัดสินใจให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติไปตามหลักฐานและข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) โดยได้ลงนามเอกสารหนังสือสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 หนังสือลงวันที่ 29 พ.ค.2552 ในสมัยพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร. ซึ่งในหนังสือดังกล่าวทำบันทึกเสนอถึงตนว่า สำนักงบประมาณ มีความเห็นให้ สตช.ดำเนินการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วน คือ สร้างสถานีตำรวจที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ที่มีอายุใช้งานตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จำนวน 396 หลัง และได้บอกถึงวิธีการใช้งบประมาณ โดยให้ตั้งงบประมาณปี 2552 จากงบของสตช.มาใช้ก่อนในปีแรก &amp;nbsp;333 ล้าน ส่วนงบประมาณที่เหลือจะเป็นแบบผูกพันงบประมารายจ่ายของรัฐบาลในปีงบประมาณ &amp;nbsp;2553- 2554 จากนั้นให้ สตช.ไปตกลงรายละเอียดรายจ่ายกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งจะต้องเสนอครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการ พล.ต.อ.พัชรวาท ทำหนังสือรายงานสรุปแนวทางการจัดจ้างเป็น 4 วิธี คือ 1.จัดจ้างโดยส่วนกลางแบบรวมการในครั้งเดียว สัญญาเดียวทั้ง 396 หลัง 2.จ้างโดยส่วนกลางแบบรวมการในครั้งเดียว แต่แยกการเสนอราคาเป็นรายภาค ภาค 1-9 ทำสัญญา 9 สัญญา 3.จัดจ้างโดยตำรวจภูธรภาค และ4.จัดจ้างโดยตำรวจภูธรจังหวัด &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาจัดจ้าง ที่มี พล.ต.ท.พงศพัศ พงศ์เจริญ เป็นประธาน ได้ประชุมกันพิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะจัดจ้างในวิธีที่ 2 เพราะสามารถที่จะดำเนินการได้รวดเร็ว สตช.จะได้รับอาคารไว้ใช้ราชการในระยะเวลาใกล้เคียงกันทุกจังหวัด &amp;nbsp;ในการประกวดราคาเพียงครั้งเดียว แล้วจะให้แต่ละภาคประกาศเชิญชวนผู้รับจ้างในพื้นที่ ให้เข้าร่วมประกวดราคา &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าชอบด้วยเหตุผล เพราะมีการดำเนินการเป็นขั้นตอน กระทั่งได้ลงนามให้ความเห็นชอบครั้งแรกในการจัดจ้าง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนั้นไม่นาน &amp;nbsp;พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ต้องออกจากตำแหน่ง แล้วก็มี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ มาทำหน้าที่เป็น รักษาการ ผบ.ตร. &amp;nbsp;พล.ต.อ.ปทีป ก็ได้ทำหนังสือลงวันที่ 18 พ.ย. 2552 เสนอขอยกเลิกวิธีการจัดจ้างที่ผมเคยอนุมัติไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 และขออนุมัติหลักการในการดำเนินการประกวดราคาจัดจ้างโครงการนี้ และโครงการที่พักอาศัยด้วย พล.ต.อ.ปทีป &amp;nbsp;ได้ให้เหตุผลในหนังสือฉบับนี้ ว่า การที่จะจัดจ้างโครงการนี้ต้องพิจารณาว่าโครงการนี้ครม.อนุมัติ ในลักษณะเป็นโครงการเดียวแล้วก็ต้องผูกพันงบประมาณแผ่นดิน 3 ปี ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องประกวดราคาจ้าง โดยทำสัญญาจ้างเพียงสัญญาเดียว &amp;nbsp;จึงจะถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุและได้แสดงเอกสารหลักฐานประกอบว่า การตั้งงบประมาณแต่ละปี แต่ละปี เป็นอย่างไร ปีแรกเอางบของสตช.เองปรับแผนเอามาใช้ก่อน 311 ล้าน ในปี 2552 &amp;nbsp;ปี 2553 &amp;nbsp;ผูกพันงบประมาณ 1,774 ล้าน &amp;nbsp;และผูกพันงบประมาณปี 2554 อีก 4,812 &amp;nbsp;ล้าน&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เมื่อพล.ต.อ.ปทีป เสนอว่าโครงการที่ครม.อนุมัติในลักษณะเป็นโครงการเดียว ไม่สามารถแตกเป็นโครงการย่อย &amp;nbsp;9 &amp;nbsp;โครงการ หรือทำสัญญาจ้าง 9 สัญญาได้ เพราะจะขัดกับวิธีการงบประมาณ ประกอบกับเคยรู้ว่าถ้าสำนักงบประมาณได้บรรจุไว้ในพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี จะไม่มีการนำโครงการแตกเป็นโครงการย่อยๆ หลายสัญญาได้ ดังนั้น ข้อเสนอของพล.ต.อ.ปทีปชอบด้วยเหตุผลจึงอนุมัติตามสตช.เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า การลงนามตามข้อเสนอของทั้งพล.ต.อ.พัชรวาท หรือพ.ต.อ.ปทีป เพราะคิดว่านี่คืออำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน คือ ผบ.ตร. ประกอบทุกอย่างมีขั้นตอน และบุคคลเหล่านี้รู้ระเบียบและกฎหมายวิธีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างดี จึงได้อนุมัติไป แต่เมื่อมาขอแก้ไข เพราะไม่สามารถแตกเป็นโครงการย่อยได้ เพราะขัดกับวิธีการงบประมาณ ตนก็ไม่ได้ดื้อดึงดัน และอนุมัติยกเลิกจัดจ้างแบบเดิมมาใช้วิธีการจัดจ้างแบใหม่ ไม่มีอะไรซับซ้อน จะมาบอกว่าการตัดสินใจ 2 ครั้งของตน เพราะมีเจตนาพิเศษหวังจะช่วยผู้รับเหมาคนใดคนหนึ่ง รายใด รายหนึ่ง ให้ได้รับงานไป แล้วเป็นเหตุให้ก่อสร้างไม่สำเร็จ แบบนี้ คิดว่าเป็นการตั้งข้อหาที่มีอคติ เพราะในวันที่อนุมัติตนไม่มีโอกาสที่จะทำนายได้ล่วงหน้าว่าผู้ประกอบการรายใดจะเป็นผู้ชนะการประกวดราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อจัดจ้างตามระเบียบของสำนักนายกว่าด้วยการพัสดุ ว่าด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครบถ้วนสมบูรณ์ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ พ้นจากตำแหน่ง และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กลายเป็นผบ.ตร.คนใหม่ ก็ได้ทำหนังสือถึงตน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2553 ว่าขอรับความเห็นชอบราคาและขออนุมัติจ้างก่อสร้าง โดยระบุชัดว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เคาะราคาแข่งกัน 73 ครั้ง ผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคา 5,848 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 540 ล้านบาท นอกจากนี้ ในหนังสือของพล.ต.อ.วิเชียร ยังอ้างถึงหนังสือกรมบัญชีกลางและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ที่แก้ไขเพิ่มเติม บอกว่าเป็นอำนาจที่ตนจะต้องให้ความเห็นชอบตามนี้ ตนจึงได้ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2553 จากนั้นก็เริ่มก่อสร้าง แต่ปรากฏว่าทำไม่แล้วเสร็จตามสัญญาในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการอนุมัติให้ขยายเวลาตามสัญญาออกไปอีก 3 ครั้ง ที่สุดเขาก็บอกเลิกสัญญา ทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นำประเด็นนี้มากล่าวหาตนว่าที่ก่อสร้างไม่เสร็จ เพราะตนไปเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15614</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโรงพักทดแทน, จัดซื้อจัดจ้างโรงพักตำรวจ, ปปช., สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76ad7be63ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุเทพ&#039;ไลฟ์สดลั่นเอาชีวิตเป็นเดิมพันคดีโรงพัก 396 แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ไลฟ์สดผ่านเพจเฟกบุ๊กกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหาโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ จำนวน 396 แห่ง ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวร้ายแรงมาก เพราะผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษถึงประหารชีวิต ความจริงเรื่องนี้มีกระบวนการตั้งข้อกล่าวหาถึง 7 ปี โดยบรรดาสมุนทรราชย์ทั้งจากของนักการเมือง พรรคการเมือง ข้าราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่าตนอดทนมาโดยตลอด 7 ปี เพราะเห็นว่าเมื่อคดีถึงป.ป.ช.ต้องทำความจริงให้ปรากฏ และแถลงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนทราบ เมื่อป.ป.ช.ทำบันทึกข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 58 ตนก็ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเสนอต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช. คิดว่าสมบูรณ์ที่สุด สมควรที่ป.ป.ช.จะได้ตัดสินวินิจฉัยได้ แต่ไม่เป็นไปตามคาด และเกิดความสงสัยในใจว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนมีอคติต่อตน ตั้งธงเอาไว้ให้ตนเข้าคุกให้ได้ ต้องลงโทษในคดีนี้ให้ได้ จนกระทั่งถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วยตัวเอง โดยวิธีที่ดีที่สุด คือ นำข้อกล่าวหาของป.ป.ช.ทุกข้อมาแสดงต่อหน้าประชาชน และนำเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงแสดงต่อหน้าประชาชนเช่นกัน เพราะหากรอป.ป.ช.พิจารณาก็ไม่ทราบว่าจะจบเมื่อไหร่ ดังนั้น ให้ประชาชนพิจารณาไปพร้อมกันจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมตัดสินใจลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้องเกียรติยศส่วนตัว แต่มีความรับผิดชอบต่อพี่น้องชาวไทย เคยชักชวนให้ประชาชนต่อสู้กับรัฐบาลทรราชย์ คนที่ออกมาร่วมต่อสู้กับผม ถ้าผมเป็นคนชั่ว คนเลว ทุจริตคอร์รัปชั่นเสียเอง พี่น้องเหล่านั้นต้องเสียใจแน่ ดังนั้น จึงเห็นเป็นความรับผิดชอบ ของกราบเรียนไปยังคณะกรรมการป.ป.ช.โปรดสั่งการให้คณะอนุกรรมการส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เชื่อว่าผมทุจริต มาเผยแพร่ เพื่อเปรียบเทียบว่าเอกสารในมือป.ป.ช. กับเอกสารที่ผมเสนออันไหนเหมาะสมที่จะเชื่อถือมากกว่ากัน และขอกราบเรียนผู้ที่ให้ร้ายโจมตีทั้งที่เป็นตำรวจ ดีเอสไอ นักการเมืองของพรรคเพื่อไทย มีเอกสารหลักฐานเอาผิดผมประการใดให้รีบนำไปให้ป.ป.ช.&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ป.ป.ช.รีบสรุป และส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp;เพื่อให้ตนจะได้ต่อสู้คดี ดีกว่ามาดองเค็มและทำให้เสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ตนเป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรครปช. การทำให้เรื่องดังกล่าวยืดเยื้อออกไป ทำให้เกิดความสงสัยว่าเป็นการเตะตัดขาหรือไม่ เป็นการทำลายคะแนนนิยมทางการเมืองหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เดิมพันสูง ถ้าตนผิดเอาชีวิตตนไปเลย แต่ถ้าป.ป.ช.ไม่สามารถดำเนินคดีได้ลงโทษตนได้ คณะกรรมการป.ป.ช.ต้องพิจารณาตัวเองว่ายังคงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นต่อไปอีกหรือไม่ นี่ไม่ใช่เรื่องเอาแพ้เอาชนะ แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องพิสูจน์ให้คนทั้งประเทศหายสงสัย โดยตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะนำข้อกล่าวหาทุกข้อของป.ป.ช.แสดงต่อพี่น้องประชาชน และจะนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ดังนั้น จึงขอเชิญประชาชนโปรดติดตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15544</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ, คดีโรงพักทดแทน, ปปช., ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติ, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7549a637d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ยันคดีโรงพักทดแทนเสร็จในปีนี้แน่ เรียก&#039;สุเทพ&#039;ให้ถ้อยคำจันทร์นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.61 -&amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการอนุมัติโครงการก่อสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และคดีกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กับพวก กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่ง ว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มไปแล้วหลายราย ซึ่งตอนนี้ให้โอกาสผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหา โดยทั้งสองคดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 &amp;nbsp;ส่วนจะสาวถึงนักการเมืองหรือไม่ ขอให้อนุกรรมการได้สรุปประเด็นก่อน ยังไม่สามารถพูดอะไร แต่ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องรีบเร่งไต่สวนให้แล้วเสร็จให้ทันก่อนการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานป.ป.ช. ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีสินบนข้ามชาติ ว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการหลายๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินบนต่างประเทศ เช่น กรณีบริษัท โรลส์รอยซ์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. &amp;nbsp;กรณีปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย ของบริษัท พีทีที.กรีน เอเนอร์ยี่ฯ และ กรณีสินบนโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะปาล์มอินโด กำลังเร่งอยู่ แต่ที่ช้าเพราะป.ป.ช.ถูกผู้ถูกกล่าวหาร้องเรียนป.ป.ช. เพื่อหน่วงคดี และพยายามทำทุกวิถีทางทั้ง ยื่นคำร้อง ฟ้องร้องป.ป.ช. แต่อย่างไรก็ตามถ้าถึงเดือนกันยายนจะพยายามแจ้งความคืบหน้าในหลายๆคดีให้สาธารณะได้รับทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีคณะกรรมการ ป.ป.ช.เต็มองค์คณะเป็นอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งมีความคืบหน้ามากทีเดียว จนเกือบใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว เนื่องจากพบว่ามีมูลเพียงพอ ซึ่งแจ้งไปล่าสุดเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายได้ขอขยาเวลาในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเนื่องจากให้เหตุผลว่ามีกรณีจำเป็นที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็อนุมัติให้ขยายเวลาได้ถึงปลายเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตามจะมีผู้ถูกกล่าวหาบางรายที่คณะกรรมการป.ป.ช.จะต้องเชิญตัวมาชี้แจงด้วยวาจา ซึ่งบางรายก็ได้ประสานนัดวันที่จะเข้ามาให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เมื่อผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแล้ว พร้อมกับคณะอนุกรรมการได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทางคณะทำงานและอนุกรรมการก็จะได้นำมาประมวลและวิเคราะห์ก่อนที่จะสรุปและเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ให้พิจารณา ซึ่งคาดว่าคดีนี้จะแล้วเสร็จภายในปีนี้ นายวรวิทย์ยังยืนยันอีกว่าผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าวมีถึงระดับนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช.แจ้งว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองคดีได้มีชื่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาด้วย แต่ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เคยมีมติไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ ซึ่งทาง ป.ป.ช.ก็ได้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบไปแล้ว อย่างไรตาม ขณะนี้ทั้ง 2 คดี ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคือนายสุเทพ กับพวกรวม 17 ราย โดยผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงกรก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง ซึ่งบางส่วนได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาเป็นลายลักษณ์อักษร และบางส่วนขอขยายเวลาในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ส่วนนายสุเทพ ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว และยังได้ขอเข้าให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.ด้วยตัวเอง ในช่วงบ่ายของวันจันทร์ ที่ 20 ส.ค.ที่จะถึงนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15491</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโรงพักทดแทน, ปปช., วัชรพล ประสารราชกิจ, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8bd15870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ยันคดีบ้านเอื้ออาทรไม่เลือกปฏิบัติ เผยคิวต่อไปคดีเมียเนวิน-ชนม์สวัสดิ์-เงินทอนวัด-โรงพักทดแทน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีเงินทอนวัดที่ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งมาให้ตรวจสอบ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าการแสวงหาข้อเท็จจริง โดยเจ้าหน้าที่กำลังดูสำนวน ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน แต่ไม่ระบุชัดว่าการส่งข้อมูลล่าสุด มีพระผู้ใหญ่เกี่ยวข้องการการทุจริตเงินทอนวัดเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากเดิมที่ส่งมามีจำนวน 7 รูป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทางการเมืองที่น่าสนใจ ว่า คดีกล่าวหานางกรุณา ชิดชอบ นายก อบจ.บุรีรัมย์ ภรรยานายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดัง และเจ้าของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับพวก เบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้สมาคมกีฬา จ.บุรีรัมย์ จำนวน 20 ล้านบาท ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายให้ประชาชนร่วมชมและเชียร์ฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดนั้น เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการไต่สวนฯได้สรุปและเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่ายังมีประเด็นที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จึงให้คณะอนุกรรมการไปดำเนินการ ซึ่งก็คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน ส่วนคดีเงินอุดหนุนวัดในจังหวัดสมุทรปราการเพื่อก่อสร้างเตาเผาศพ 3 ปี 800 ล้านบาท ที่มีการกล่าวหานายชนม์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ. สมุทรปราการ กับพวกนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคดีทุจริตสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่งนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนเรื่องการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. นั้นอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ ยังกว่าวถึงกรณีอัยการสั่งฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับพวก ในคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาตินั้นว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2551 คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่ง ป.ป.ช.ยืนยันว่าที่ไม่ได้เป็นการเลือกปฎิบัติแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8912</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาหร, คดีโรงพักทดแทน, ปปช., วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a670f2d445ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
