<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตู่ฟันธงทอนหมดอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ฟันธงนำเงินตัวเองกระจายให้ผู้อื่นบริจาคพรรคการเมือง ถือเป็นนิติกรรมอำพราง มีความผิด &amp;quot;จตุพร&amp;quot; คอนเฟิร์ม คดีโอนหุ้นสื่อ ดูกระดานการเมืองแล้วเป็นอื่นไม่ได้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พ้นสภาพ ส.ส. ยุบพรรคตามมาเป็นรวงผึ้ง ขณะที่อดีตส้มหวานลากไส้ต่อ ถ้า &amp;quot;ทอน&amp;quot; เป็นนายกฯ บ้านเมืองอาจเละกว่า &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการนำเงินตัวเองไปกระจายให้บุคคลอื่นบริจาคให้พรรคการเมือง เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายที่กำหนดให้แต่ละคนบริจาคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี ถือว่าผิดหรือไม่ ว่าถ้าพบอย่างนั้นและเป็นอย่างนั้นมันก็ผิด เป็นนิติกรรมอำพราง มันแสดงให้เห็นว่าเป็นเจตนาเลี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โทษร้ายแรงหรือไม่นั้น รองนายกฯ บอกว่า จำไม่ได้ ไม่เคยดูเลยเรื่องนี้ ส่วนกรณีคู่สมรสที่บริจาคให้พรรคการเมือง จะถือเป็นคนเดียวกันหรือไม่นั้น ไม่ทราบ จึงไม่กล้าตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีโอนหุ้นสื่อฯ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วันที่ 20 พ.ย. ว่ามั่นใจว่าจากการดูกระดานการเมืองนี้ คิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากนายธนาธรจะพ้นสภาพจากการเป็น ส.ส. ดังที่ตนเคยโดนในมาตราเดียวกันแต่คนละวงเล็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พ้นสภาพจาก ส.ส.แน่ๆ แต่จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองกี่ปีนั้น อยู่ที่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ยังไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการยุบพรรค แต่หลังจากนั้นก็คงไม่รอด เรื่องแบบนี้เมื่อโดนครั้งหนึ่งก็มักจะตามมาเป็นรวงผึ้ง&amp;quot; ประธานนปช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ยังคงอยู่ในวิกฤติต่อไป โดย น.ส.ธัชญา จวงสันทัด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคอนาคตใหม่ จ.ระยอง โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Tadchaya Yah Yha Chuangsantad ระบุว่า ถ้าพ่อของฟ้าได้เป็นนายก &amp;nbsp;บ้านเมืองอาจเละกว่าลุงตู่อีก เชื่อเหอะ..พี่เจอประสบการณ์อันเจ็บปวดมาแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.ธัชญาเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่ไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนว่าที่ ร.ต.ฉัตรชัย แก้วคำปอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 จังหวัดอุบลราชธานี พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า...&amp;quot;การเดินทางของพรรคอนาคตใหม่&amp;quot; รถโดยสารคันนี้ชื่ออนาคตใหม่ รับ-ส่งผู้คนไปโรงเรียนประชาธิปไตย แม้การเดินทางจะสามารถไปได้หลายทางอย่างไม่ลำบาก แต่หลายคนก็พร้อมใจและยินดีที่จะร่วมเดินทางไปกับรถโดยสารคันนี้ ถึงแม้จะเป็นรถคันเล็กๆ พื้นที่นั่งไม่เพียงพอ แม้กระทั่งการเดินทางมีความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกายก็ตาม บางคนได้ที่นั่งสบาย บ้างได้นั่งครึ่งก้น บางคนได้ยืนอย่างสบาย บ้างได้ยืนเพียงขาเดียว แต่ก็ไม่มีใครปริปากว่าลำบากในการเดินทาง หรือเรียกร้องที่นั่งดีๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนขับรถโดยสารคันนี้ชื่อธนาธร แม้เป็นมือใหม่หัดขับ แต่ก็ขับรถเป็น เพราะเคยขับรถเบนซ์มาก่อน ต่างกันที่รถเบนซ์เป็นเกียร์อัตโนมัติขับง่าย แต่รถโดยสารเป็นเกียร์กระปุก การเดินรถต้องค่อยๆ ไปทีละเกียร์ ตั้งแต่เกียร์ 1 ถึง 5 สลับไปมา ผู้โดยสารทุกคนก็ทราบดีว่าคนขับรถโดยสารคันนี้เป็นมือใหม่ แต่ก็เต็มใจที่จะร่วมเดินทาง เพราะมั่นใจว่าคนขับรถคันนี้รู้เส้นทางที่จะนำพวกเขาเหล่านี้ไปถึงโรงเรียนประชาธิปไตยที่เขาใฝ่ฝันได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแล้วคนขับรถโดยสารก็ทำสำเร็จ สามารถนำผู้โดยสารทุกคนไปถึงโรงเรียนประชาธิปไตยได้อย่างปลอดภัยทุกคน แต่ปัญหาอยู่ที่ขากลับ คนขับรถอาจลำพองว่ารู้เส้นทางที่จะมาถึงจุดหมายได้แล้ว ก็เลยเผลอดื่มเหล้าระหว่างการขับรถโดยสารระหว่างขากลับ ทำให้มึนเมาหรืออาจเรียกได้ว่าเมาอำนาจตัวเองก็ได้ เมื่อเมาแล้วขับ ทำให้การครองสติในการขับรถไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลให้มองเห็นภาพไม่ชัดเจน อาจมองเห็นแค่บางคน และภาพบางคนขาดหายไป บางครั้งขับรถส่ายไปส่ายมา ไม่เหมือนตอนขาไปที่ขับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอถึงครึ่งทางมีผู้โดยสารบางคนที่ยืนเกาะท้ายรถตกรถโดยสารคันดังกล่าว มีผู้โดยสารในรถกดกริ่งเพื่อแจ้งเตือนให้คนขับจอดรถเพื่อจะดูอาการคนที่ตกรถ แต่ด้วยการครองสติไม่ได้ของคนขับ ทำให้ไม่สนใจ แล้วยังขับรถโดยสารต่อไป ทั้งที่ความจริง หากคนขับรถมีสติอยู่บ้าง หรือไม่เมามายอะไร เขาจะต้องหยุดรถ แล้วไปดูผู้โดยสารที่บาดเจ็บ สอบถามเขาว่าเขาเจ็บตรงไหนอะไรบ้าง แล้วพยุงเขาขึ้นรถ แล้วพาไปรักษาในที่เหมาะสม เมื่อผู้โดยสารคนที่บาดเจ็บหายดี เชื่อว่าเขาก็ยังจะเดินทางไปต่อกับรถโดยสารคันนี้และไว้ใจคนขับคนนี้เช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อคนขับรถโดยสารไม่สนใจไยดีว่าผู้โดยสารจะเป็นเช่นไรก็ตามข้าไม่สนใจ เพราะคนส่วนใหญ่ยังขึ้นรถเต็มคันอยู่เหมือนเดิมแล้วนั้น ต่อไปผู้โดยสารในรถคันดังกล่าวจะเห็นพฤติกรรมของคนขับคันนี้ และอาจไม่เดินทางไปต่อก็ได้ แต่ก็หวังลึกๆ ว่าคนขับรถคันนี้จะครองสติแล้วทบทวนตัวเองอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าชี้แจงต่อกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับ ส.ส.โหวตสวนมติพรรค ในพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศรีนวลเปิดเผยว่า ได้แจ้งเหตุผลของการงดออกเสียงต่อร่าง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ ไปว่า หากออกเสียงเห็นด้วยก็จะเป็นการเกรงใจมติพรรค แต่หากโหวตไม่เห็นด้วยก็จะเป็นประเด็นเรื่องการจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนจึงเลือกการงดออกเสียง เพราะไม่สามารถออกเสียงมติตามพรรคได้ เพราะการโอนย้ายกำลังพลฯ นั้นเป็นการทำไปเพื่อดูแลความปลอดภัยของพระมหากษัตริย์ เราขัดไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทย ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร มันเป็นสิทธิ์ของเรา เมื่อชี้แจงไปแบบนี้ทางพรรคก็ยังไม่ให้ความเห็น เพียงแค่รับฟังตนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อทุกคนเรียกร้องประชาธิปไตยกัน จึงต้องสามารถทำงานร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เราสามารถจะเข้าใครก็ได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเราก็ชี้แจงไปแบบนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ส.ในพรรคมีปฏิกิริยาต่อตัวเองอย่างไร น.ส.ศรีนวลตอบว่า เพื่อน ส.ส.หลายคนก็เฉยๆ ตามมารยาทของคนไทย บางคนก็มาคุย แต่ยืนยันว่าจะทำงานเป็นหลักเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างไม่มีอะไรแอบแฝง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนในพื้นที่ตอนแรกก็เข้าใจผิด เพราะในโลกโซเชียลก็มีการพูดถึงเรื่องงูเห่าสีส้มพรรคอนาคตใหม่รับเงิน 10 ล้าน 40 ล้าน 50 ล้าน รวมกันแล้วก็ 100 ล้าน ถ้ามันได้จริงๆ แม่จะขอลาออกเลย แต่มันไม่มีไง ลองคิดดูว่าคะแนน 374 เสียง แล้วเขาจะเอาเป็นสิบๆ ล้านเพื่อแลกกับการงดออกเสียง 1 เสียงทำไม และยืนยันว่าไม่เคยมีพรรคนั้นมาซื้อพรรคนี้มาขอซื้อให้ย้ายฝั่ง และในหัวยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ด้วย ตลอดมาทุกวันอังคารที่ประชุมพรรค แม่ไม่เคยขาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ประชุมสภาก็ไม่เคยลา เพราะตั้งใจทำงานให้ประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวเรื่องที่พบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น น.ส.ศรีนวล เปิดเผยว่า วันนั้นตนเพียงนำหนังสือของโรงพยาบาลแม่วาง ที่ทำเรื่องขอใช้พื้นที่ของโรงเรียนบ้านใหม่ปางเติมที่ถูกยุบไปไปให้นายอนุทิน ตนมีหน้าที่เพียงนำหนังสือไปส่งเท่านั้น คือหลังจากส่งหนังสือที่กระทรวงสาธารณสุขเสร็จก็โทร.ไปหานายอนุทิน ซึ่งท่านบอกว่าอยู่ที่ทำเนียบฯ ตนจึงต้องนำหนังสือไปส่งที่ทำเนียบฯ &amp;nbsp;ตอนนั้นหาท่านไม่เจอ จึงโทร.หาอีกรอบ ท่านจึงให้เจ้าหน้าที่ลงมารับ ตนจึงเดินตามไป แต่ข่าวกลับออกมาบอกว่าเราไปหลบไปซ่อน ขอร้องว่าอยากให้ทำข่าวกันตามความจริง อย่าใส่ร้ายป้ายสีกันแบบนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปตรวจสอบพื้นที่ที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับชาวบ้านอำเภอจอมบึงมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่ามีบุคคลที่อ้างเป็นผู้แทนมารดาของนายธนาธร &amp;nbsp;แล้วเข้าครอบครองที่ดินซึ่งเป็นป่าชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยระบุว่าเจ้าของที่ดินคือมารดานายธนาธร ซึ่งซื้อที่ดินแปลงใหญ่ประมาณ 200-300 ไร่จากโรงงานน้ำตาลแห่งใหญ่ในจังหวัดราชบุรีมานานแล้วโดยไม่ได้เข้าไปทำประโยชน์ จนชาวบ้านเข้าไปทำโครงการป่าชุมชน เจ้าของที่ดินจึงไม่ยินยอมให้ชาวบ้านเข้าไปปลูกต้นไม้และหาของป่าในพื้นที่ที่ครอบครองอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวว่า พื้นที่ที่เป็นป่าชุมชนนั้นอยู่ในหมู่ที่ 14 บ้านหนองน้ำใส ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง รายละเอียดขอบเขตแปลงยังไม่ชัดเจน ขนาดแปลงประมาณกว่า 3,000 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเดิม ต่อมามีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อน จึงทำให้มีเอกสารสิทธิหลายประเภท ทั้งโฉนดที่ดิน นส.2, นส.3 รวมถึง ภบท.5 แต่มีบางส่วนไม่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้แก่ บริเวณที่เป็นป่าสมบูรณ์และภูเขา ดังนั้นจึงจะมีคณะกรรมการร่วมจากทั้งกรมที่ดิน กรมป่าไม้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมตรวจสอบและกำหนดขอบเขตของที่ดินให้ชัดเจน ว่าบริเวณใดอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานไหน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเบื้องต้นจากกรมป่าไม้ว่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กรมป่าไม้ดำเนินโครงการเครือข่ายหมู่บ้านฟื้นฟูป่า โดยหารือกับชุมชนแล้วมติเห็นสมควรร่วมกันจัดตั้งป่าชุมชน เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ทางผู้นำชุมชนและราษฎรได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี ตรวจสอบพื้นที่ตามคำขออนุญาตจัดทำโครงการป่าชุมชน ในระหว่างการดำเนินการจัดตั้งโครงการป่าชุมชนบ้านหนองน้ำใส ได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำใสว่ามีบุคคลชื่อ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแสดงเอกสารการครอบครองที่ดินในพื้นที่บางส่วน ทางผู้ใหญ่บ้านจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้ราชบุรีทราบ และทางศูนย์ป่าไม้ราชบุรี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักจัดการป่าชุมชนเพื่อขอตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนเสนอกรมป่าไม้อนุมัติ ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดิน สาขาจอมบึง กรรมการหมู่บ้าน ได้ร่วมพูดคุยกับตัวแทนของนางสมพร ซึ่งแสดงเอกสารครอบครองที่ดินเป็น นส.2, นส. 3 และ ภบท.5 แต่ทั้งนี้พื้นที่อ้างเอกสารครอบครองที่ดินดังกล่าวไม่สามารถระบุขอบเขตที่ชัดเจนได้ โดยผู้อ้างเอกสารครอบครองที่ดินบอกให้ชาวบ้านไปตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ของรัฐหรือไม่ จึงนำมาสู่การร้องเรียนดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49347</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโอนหุ้นสื่อ, จตุพร พรหมพันธุ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, พ้นสภาพ, ฟันธงทอนหมดอนาคต, ยุบพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbc408377116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’หมอบสายตรงทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; เผย &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ขอโทษและแสดงความเสียใจกับ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว ยันแค่เรื่องเข้าใจผิด ไม่มีปัญหา ขณะที่ &amp;quot;หม่อมเต่านา&amp;quot; ยกกรณี &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ขึ้นศาลยังนิ่งกว่า &amp;nbsp;ไล่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไปต่อเลโก้ที่บ้านคนเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวพาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเบิกความคดีโอนหุ้นสื่อในศาลรัฐธรรมนูญว่า เรื่องความเข้าใจผิดกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับคำสัมภาษณ์ของนายธนาธรไม่มีปัญหาใดๆ แล้ว ทุกอย่างเข้าใจกันดีแล้ว ยุติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณธนาธรได้ขอโทษท่านทักษิณเรียบร้อยแล้ว และได้แสดงความเสียใจ รวมทั้งได้ขอโทษด้วยตัวเองต่อท่านสมพงษ์ (อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย) แล้ว&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตอนหนึ่งของการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ผมตั้งใจอย่างจริงจังที่จะทำงานการเมืองโดยไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างที่นายทักษิณ ชินวัตร โดนมาก่อน ต้องการให้บ้านเป็นประชาธิปไตย หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที เพราะต้องการใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน ผมไม่ต้องเข้ามาเพื่อมีผลประโยชน์หรือบริวารห้อมล้อมเหมือนนายทักษิณ เพราะผมอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ ซึ่งถ้ายังอยู่แบบนี้ก็จะเดินต่อไปไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร้องขอว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่อย่าขัดแย้งกันเอง พร้อมระบุว่า ได้ติดตามฟังการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่เสนอโดย พล.อ.ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่สืบทอดอำนาจต่อเนื่องจากระบอบเผด็จการ มาสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย ที่สามารถหลอกลวงอำพรางตัวตนที่แท้จริงให้ชาวโลกมองเห็นภาพเป็นประชาธิปไตยสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีงบประมาณที่ตั้งไว้ 3.2 ล้านล้าน เป็นปีที่ 6 ย่างเข้าปีที่ 7 ตั้งแต่คณะเผด็จการ คสช.ยึดอำนาจประชาชนไป แล้วใช้เงินภาษีประชาชนไปประมาณ 16 ล้านล้านบาท สร้างภาระหนี้สินในประเทศเกือบ 3 ล้านล้านบาท เพราะหาเงินไม่เป็น มีแต่กู้มาใช้ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่ำสุดในอาเซียน ความเหลื่อมล้ำ สูงอันดับต้นของโลก อันดับหนึ่งของเอเชีย คนไทยเครียด อดอยาก มีหนี้สินล้นพ้นตัว ล้มละลาย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ คนฆ่าตัวตายเป็นรายวัน การเมืองแตกแยกมากกว่าเดิม สังคมเต็มไปด้วยยาเสพติด เป็นยุคมืดของประเทศไทยของเราภายใต้รัฐบาลเผด็จการประยุทธ์
องคาพยพเผด็จการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครระบุว่า ลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช ในนามแม่น้ำ 5 สาย ได้ช่วยกันสร้างกระบวนการสืบทอดอำนาจผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญเผด็จการ คสช. ปี 60 ผ่านแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผ่านองคาพยพฝ่ายเผด็จการ ระบบราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม ผ่านเหล่าทัพ เพื่อเสริมความแข็งแรงของระบอบเผด็จการ มีเงินภาษีประชาชนให้ใช้อย่างเหลือเฟือ สรุปคือ ปล้นประเทศครั้งเดียว ได้ประโยชน์ แก้วแหวน เงินทอง เกินคุ้ม ทั้งอำนาจ ผลประโยชน์ เกียรติยศ ชื่อเสียง ประเทศไทยจึงหอมหวาน สำหรับนักปล้น ในนามการทำรัฐประหารยึดอำนาจ เพราะคนไทยส่วนหนึ่งเฉื่อยชาต่อการรัฐประหาร ไม่หวงแหนสิทธิเสรีภาพของตนเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอชื่นชมว่า ส.ส.ฝ่ายค้านทุกคน ทั้งดาวสภาและที่ไม่ใช่ดาวสภา ทำการบ้านมาดี อภิปรายในกรอบ กฎ กติกา มีเหตุผล มีเนื้อหาสาระ อย่างน่ารับฟังและพิจารณา แต่มีเรื่องสำคัญในการประชุมวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องการเปลี่ยนแปลงการบังคับบัญชาหน่วยงานทหารที่รัฐบาลประยุทธ์ ออกเป็นพระราชกำหนด พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นและโหวตคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่างกัน โดยส่วนใหญ่ให้ผ่าน ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ 70 เสียง ไม่เห็นชอบให้ผ่าน ผมได้ฟังเหตุผลของ ดร.ปิยบุตร &amp;ldquo;ปกเกล้า ไม่ปกครอง&amp;quot; ต้องชื่นชมว่าแหลมคม มีเหตุผล มีตรรกะ รองรับดีมากซึ่ง หากครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมโหวต ผมคนหนึ่งจะไม่ให้ผ่าน พ.ร.ก.ดังกล่าว เพื่อยึดหลักการประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครบอกว่า ที่ต้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่กระแสข่าวกำลังถูกปั่นให้มุ่งไปที่คะแนนโหวตผ่านหรือไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เพราะมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มกินแหนงแคลงใจกัน ว่าบางพรรคสู้ บางพรรคสู้ไปกราบไป ไม่สู้ถึงที่สุด เกิดการชิงการนำ เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก ด่าว่ากันเองในฝ่ายค้านในฝ่ายประชาธิปไตย หากปล่อยไว้ไม่ทำความเข้าใจกันให้ดี จะเกิดความแตกแยกในฝ่ายประชาธิปไตย ขาดเอกภาพ ขาดพลัง สุดท้ายฝ่ายประชาธิปไตยจะถูกเสี้ยม ถูกซื้อ ถูกทำลายให้แตกแยก อ่อนแอ ไม่มีพลังโค่นเผด็จการทั้งระบอบได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะที่ฝ่ายเผด็จการ มีพลังเข้มแข็ง เพียบพร้อมทุกอย่างมากขึ้นทุกวัน จนยากที่จะต่อกร หากไม่ใช้สติปัญญา ความจริง ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และเหตุผลเข้าสู้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 คงผ่านแน่นอน ไม่ได้ตื่นเต้น เพราะพวกเผด็จการเตรียมความพร้อมมาดี ทุกอย่าง ทุกรูปแบบ แม้แต่ลงทุนให้อามิสสินจ้าง เสนอผลประโยชน์ตอบแทนแก่บางคน แต่รอยร้าวพรรคฝ่ายค้าน ต้องรีบประสาน มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยต้องหยุดโจมตีให้ร้ายกัน มาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน มาร่วมพลังกันอย่างมีเอกภาพ โค่นเผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตยชุดนี้ให้ได้ เราจะล้างมรดกบาปแผ่นดินที่เผด็จการทำไว้ให้สิ้น เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย&amp;quot; นายนครระบุ
&amp;quot;หม่อมเต่านา&amp;quot;ซัด&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยยังคงวิจารณ์นายธนาธรในสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่านา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Taona Sonakul แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า นายธนาธรเห็นศาลเป็นอะไร ถึงได้บอกว่าหากผลการตัดสินออกมาเป็นคุณกับตัวเอง จะออกไปทำเรื่อง blinded Trust ทั้งที่ตัวเองนั่นแหละที่ได้ผลประโยชน์จาก blinded Trust ไม่ใช่ศาล หรือประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอย้ำว่านายธนาธรไม่ได้กำลังสร้างมาตรฐานดีๆ อะไรใหม่เลย &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากทำให้ชาวโลกเห็นว่านายธนาธรไม่ใช่คนรุ่นใหม่อะไรแล้ว ยังจะพูด จะทำอะไรทำร้ายใครก็ได้เพื่อตัวเองคนเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอออกมาจากศาล เปิดมือถือแล้วคงเห็นโดนด่ามากมายมหาศาล ก็เลยทำเป็นรีบขอโทษบอกบรรยากาศในศาลกดดันดูตอนนายพานทองแท้ขึ้นศาล ที่เขาก็เครียดมาก ขึ้นคนเดียวด้วย ไม่ได้กะเตงทั้งแม่ ทั้งเมีย ครอบครัวไปขึ้นเป็นเพื่อนด้วย อยากทราบว่าโอ๊คที่ออกจากศาลมาเครียดจัดเขาให้การกับศาลว่าตัดสินให้เป็นคุณกับผมเถอะ ผมไม่มักใหญ่ใฝ่สูงเหมือนธนาธรหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ล.มิ่งมงคลโพสต์ด้วยว่า นายธนาธรควรกลับไปนั่งเล่นเลโก้อยู่ที่บ้านคนเดียว ต่อเป็นประเทศไทยให้สำเร็จ อย่าทำเหมือนตอนพายเรือข้ามอ่าวไทยที่บอกว่าอยากทำมาทั้งชีวิต แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ พอล้มเหลวทำไมไม่เพียรฝึกฝนแล้วกลับมาทำอีกจนสำเร็จ แต่กลับหันไปเริ่มประกาศทำกิจกรรมเก๋ๆ อย่างอื่นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ธนาธรและปิยบุตร เมื่อวานติดตามการขึ้นศาลของนายธนาธร เลยนึกเปรียบอาการระหว่างนายธนาธรและนายปิยบุตร เอาแค่เหตุการณ์ล่าสุดของ 2 คน คนหนึ่งขึ้นเบิกความคดีหุ้น อีกคนหนึ่งถูกถลกหนังคดีผู้พิพากษายิงตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรขึ้นเบิกความแบบเก็บอาการไม่อยู่ หงุดหงิด ต่อรองศาล มีอาการฮ่องเต้ซินโดรม ย้ำแค่ว่า &amp;quot;ผมจำไม่ได้&amp;quot; &amp;quot;ผมไม่แน่ใจ&amp;quot; &amp;quot;ผมไม่เคยรู้&amp;quot; &amp;quot;จะต้องให้ตอบอีกกี่ครั้งว่าจำไม่ได้&amp;quot; แถมสุดท้ายยังทิ้งทวนต่อรองศาลเรื่องบลายด์ทรัสต์ ทั้งๆ ที่ตนเองเบี้ยว และเหยียบนายทักษิณเพื่อให้ตนเองดูดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองมาดูนายปิยบุตร วันที่ผู้พิพากษายิงตนเอง วันนั้นนายปิยบุตรโพสต์เตรียมนำข้อมูลที่ได้มาแถลง และย้ำด้วยว่า เป็นข้อมูลที่ได้จากผู้พิพากษาและจำเลย แต่ตอนหลังมาแก้เป็นผู้หวังดี กะเตรียมถล่มศาลเพื่อลดความน่าเชื่อถือของศาลเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลังจากถูกถลกหนังด้วยชาวโซเชียล นายปิยบุตรก็ต้องเงียบ และพลิ้วออกมาใหม่ว่า ไม่ทราบว่าเอกสาร 25 หน้านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเบี่ยงประเด็นไปเป็นเรื่องความอึดอัดของผู้พิพากษา และพยายามไม่พูดเรื่องนี้อีกหลังจากหลักฐานถูกตีแผ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยกตัวอย่างคนสองคนนี้ ในเหตุการณ์ใกล้ๆ ที่ผ่าน ต้องการสื่อว่านายปิยบุตร มีความพริ้ว เล่ห์เหลี่ยม เก็บอาการ เหนือกว่านายธนาธรมาก นายธนาธรนั้นสุดท้ายก็ต้องจบเพราะปากตนเอง แต่นายปิยบุตร เราต้องใช้ข้อมูลและหลักฐานจัดการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ยังระบุว่า ที่สำคัญคือแม้นายธนาธรจะสู้นายปิยบุตรไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็คือฝ่ายการเมืองที่บ่อนเซาะความมั่นคงของประเทศ ที่พวกเราต้องช่วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48424</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, คดีโอนหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร, ภูมิธรรม เวชยชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรื่องเข้าใจผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab1c613369e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
