<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มันจบแล้ว! &#039;สุทิน&#039; เย้ยรัฐบาล ค่าโง่โฮปเวลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีมติยกคำร้องการระงับจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์จำนวน 2หมื่นล้านบาทเศษว่า หลังจากตนนำเรื่องนี้มาอภิปรายในสภาแล้วก็ติดตามมาตลอด เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ไม่ผิดคือ เรื่องนี้กระบวนการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินได้สมบูรณ์ไปแล้ว ถึงที่สุดแล้วแต่รัฐบาลยังพยายามหาทางยื้อเพื่อหาทางล้มคำตัดสิน สงสัยว่า รัฐบาลก็คาดหมายจุดจบได้ แต่ทำไปทำไม มีเจตนาอะไร ศาลปกครองกลางพูดชัดว่า แม้ศาลรัฐธรรมจะชี้ว่า ศาลปกครองกลางจะกระทำโดยชอบโดยกฏหมายหรือไม่ก็ตาม ไม่มีผลให้ยกเลิกคำตัดสินของศาลปกครองได้ หมายความว่าการจ่ายค่าชดเชยแก่คู่กรณีคือบริษัทโฮปเวลล์ก็ต้องดำเนินการตามคำตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ทราบจากข่าวว่า รัฐบาลกำลังจะใช้ช่องขอรื้อฟื้นคดีใหม่ ซึ่งนี่ก็จบแล้วเช่นกัน เพราะรัฐบาลเคยขอรื้อฟื้นมาแล้ว2รอบศาลปกครองกลางก็ตัดสินจบไปแล้ว เมื่อถึงขั้นตอนนี้แล้ว เห็นว่ารัฐบาลควรคำนึงให้รอบคอบโดยคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยเฉพาะความเชื่อถือของประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญด้านการลงทุน เรื่องนี้ผมองว่ากำลังจะซ้ำรอยกรณีเหมืองทองอัคราซึ่งประเทศมีแต่เสียหาย ทางที่ดีที่สุดเราควรยอมรับความผิดพลาดแล้วรักษาความเชื่อถือของประเทศไว้ แล้วเดินหน้าหาคนมารับผิดทางละเมิดและชดใช้แทนรัฐ จะเสียหายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100315</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052e60de3b3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองกลาง ยกคำขอ &#039;คค.-การรถไฟ&#039; ทุเลาการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีโฮปเวลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64 - ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ผู้ร้อง) ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีหรือทุเลาการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลปกครองในคดีโฮปเวลล์ไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า เมื่อคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ผู้ร้องทั้งสองปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 64/2551 ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าว จึงผูกพันผู้ร้องทั้งสองให้ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ตามนัยมาตรา 70 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แม้ผู้ร้องทั้งสองจะอ้างว่า ได้ดำเนินการทางศาล โดยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินว่า มติที่ประชุมใหญ่ของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ หรือไม่ และการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนทะเบียนบริษัทผู้คัดค้าน อีกทั้งผู้ร้องทั้งสองได้ดำเนินการสอบสวนเพื่อหาผู้รับผิดชอบทางแพ่งและทางวินัยจากการกระทำความผิดในโครงการนี้ก็ตาม แต่ในชั้นนี้กรณีดังกล่าวไม่เป็นเหตุที่จะเข้าเงื่อนไขในการงดการบังคับคดี ตามข้อ 131 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทุเลาการบังคับคดีนั้น ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลในการทุเลาการบังคับคดี ประกอบกับคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ตามมาตรา 73 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ ศาลจึงไม่อาจมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคดีได้เช่นกัน จึงมีคำสั่งยกคำขอของผู้ร้องทั้งสอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100224</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051d962f36f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ &#039;พีระพันธุ์&#039; ชี้เปรี้ยงคดีโฮปเวลล์หมดอายุความแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 64 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานศึกษาปัญหาสัญญาโฮปเวลล์ ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ปี 2545 เรื่องการนับระยะเวลาฟ้องคดีปกครองให้เริ่มตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มีนาคม 2544 ที่นำมาใช้อ้างอิงในคดีค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าทำให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ โดยคดีนี้ถือว่าขาดอายุความไปแล้ว เนื่องจากข้อพิพาทที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีเกิดขึ้นเดือนมกราคม ปี 2541 นับจากวันที่ ครม.มีมติบอกเลิกสัญญากับบริษัท โฮปเวลล์ อย่างเป็นทางการ ซึ่งในขณะนั้นการนับอายุความคดีปกครอง ต้องใช้ตามมาตรา 51 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่กำหนดอายุความคดีปกครองไว้แค่ 1 ปี เท่ากับว่าคดีนี้ต้องหมดอายุความในปี 2542 แต่โฮปเวลล์ไปยื่นคำร้องต่ออนุญาโตตุลาการในปี 2547 ถือว่ากรณีนี้หมดอายุความไปแล้ว ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย มาโดยตลอด แม้ว่าในภายหลังจะมีการแก้ไขมาตรา 51 เพิ่มอายุความจาก 1 ปี เป็น 5 ปี และไม่เกิน 10 ปี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะไม่ได้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะมีข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าคณะทำงานศึกษาปัญหาสัญญาโฮปเวลล์ฯ กล่าวว่า แม้ว่าจะนับอายุความตามกฎหมายมาตรา 51 ที่มีการแก้ไขใหม่ อายุความก็จบลงที่ปี 46 แต่โฮปเวลล์ยื่นเรื่องต่ออนุญาโตตุลาการปี 47 ถือว่าคดีขาดอายุความไปแล้ว และจะนำเรื่องอายุความ 10 ปี ที่กำหนดไว้ในมาตรา 51 มาใช้ไม่ได้ เนื่องจากต้องเป็นกรณีที่ไม่ทราบว่าเหตุพิพาทเกิดขึ้นเมื่อใด แต่กรณีนี้มีการแจ้งบอกเลิกสัญญาชัดเจนในปี 2541 เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เรื่องให้นับอายุความตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องไปใช้การนับอายุความตามมาตรา 51 ซึ่งถือว่าคดีนี้หมดอายุความไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96523</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, ยพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d08e04f2e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ศาล รธน.เสียงข้างมาก ชี้มติศาลปกครองปมนับอายุความคดี &#039;ค่าโง่โฮปเวลล์&#039; ขัดรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดครั้งที่ 18/2545 วันพุธที่ 27พ.ย.45 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองที่กำหนด ที่กำหนดให้นับอายุความฟ้องคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค. 2544&amp;nbsp; มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ เข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 197 วรรคสี่ โดยให้เหตุผลว่าแม้เป็นการออกระเบียบตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 มาตรา 44 แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) ที่ขอให้วินิจฉัยว่า การที่ศาลปกครองสูงสุดนำมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดครั้งดังกล่าว ที่ไม่ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย คือไม่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้หรือไม่ รวมทั้งการกำหนดให้เริ่มนับอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ&amp;rdquo; คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2544 ซึ่งผิดไปจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 51 ที่บัญญัติว่าให้เริ่มนับระยะเวลาอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ &amp;ldquo;รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี&amp;rdquo; ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนมติหรือการกระทำดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า มติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลต่อการที่กระทรวงคมนาคม และรฟท. จะยื่นรื้อคดีใหม่ เพราะหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาสั่งให้ทั้ง 2 หน่วยงานปฏิบัติตามมติอนุญาโตตุลาการที่ให้รัฐบาลต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัทโอปเวลล์ กว่า 2.4 หมื่นล้านบาท กระทรวงคมนาคม และรฟท. ได้มอบหมายให้นายนิติธร ล้ำเหลือ เป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจ ยื่นหลักฐานใหม่ต่อศาลปกครองขอรื้อคดี โดยอ้างว่า พบว่าบริษัทโฮปเวลล์ เป็นบริษัทต่างด้าวจดทะเบียนไม่ถูกต้อง แต่ก็ถูกตีตกโดยศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำฟ้อง ทำให้คดีถึงที่สุด และนำไปสู่การที่กระทรวงคมนาคม รฟท. ยี่นคำร้องนี้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การพิจารณาลงมติของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ องค์คณะตุลาการที่พิจารณาคดีนี้มีทั้งสิ้น 7 คน เนื่องจากศาลได้อนุญาตให้นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดถอนตัวจากการพิจารณาตั้งแต่ต้นตามพระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลปกครองมาตรา 34 ประกอบมาตรา 32(1) และนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ที่ประชุมจึงเลือกนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่แทนประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 18 วรรคสี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมหากาพย์คดีค่าโง่โฮปเวลล์ ยาวนานมาถึง 13 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 8 พ.ย.51 อนุญาโตตุลาการ ให้ คมนาคม-รฟท.จ่ายค่าเสียหายแก่ บ.โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด 11,888 ล้านบาท จากนั้น 13 มี.ค.57&amp;nbsp;ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งอนุญาโตตุลาการ คมนาคม-รฟท.ไม่ต้องจ่ายค่าโง่ 11,888 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;22 เม.ย.62&amp;nbsp;ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คมนาคม-รฟท.จ่ายค่าโฮปเวลล์พร้อมดอกเบี้ย รวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 180 วัน&amp;nbsp;และต่อมาวันที่&amp;nbsp;22 พ.ย.62&amp;nbsp;รฟท.ยื่นสี่หน่วยงาน เสนอครม.งดจ่ายค่าโง่-สู้คดีต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 22 ก.ค.63 ศาลปกครองสูงสุดไม่รับพิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ ตามคำร้องของคมนาคมและรฟท. 17 พ.ย.63 ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรธน. ตีความมติศาลปกครองสูงสุด ปมมติที่ประชุมใหญ่ตุลการศาลปกครองสูงสุด นับอายุความวันตั้งศาลปกครองขัดรธน.หรือไม่ และล่าสุด 17 มี.ค.64&amp;nbsp;ศาลรธน.ลงมติว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เรื่องการนับอายุความนับแต่วันตั้งศาลปกครองขัดรธน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96362</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, ศาลปกครองสูงสุด, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60386c3dec7c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.คมนาคม ลุ้นศาลนัดวินิจฉัยปมนับอายุความคดีค่าโง่โฮปเวลล์ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 17 มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ขอให้วินิจฉัยว่า การที่ศาลปกครองสูงสุดนำมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดครั้งที่ 18/2545 วันพุธที่ 27 พ.ย.2545 ที่กำหนดให้นับอายุความฟ้องคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค. 2544 มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ เข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 5 วรรคหนึ่ง มาตรา 25 วรรคสาม มาตรา 188 และมาตรา 197 หรือไม่ และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติหรือการกระทำดังกล่าว โดยศาลปกครองสูงสุดได้ส่งเอกสารรายงานการประชุมตามมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดครั้งดังกล่าว รวมทั้งระเบียบและเอกสารที่เกี่ยวข้องและศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับรวมไว้ในสำนวนแล้วนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงให้ยุติการไต่สวนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 09.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94142</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, คดีค่าโง่โฮปเวลล์, คดีโฮปเวลล์, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e0a228636f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุเทพ&#039; ยื่นฟ้องแล้ว &#039;สุทิน&#039; หมิ่นประมาทเอี่ยวโฮปเวลล์ ส่ออ่วม!คดีแพ่งตามมาติดๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ป.อาญา ม.326, 328 กรณีนายสุทินอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 โดยมีเนื้อหาพาดพิงนายสุเทพเรื่องโครงการโฮปเวลล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้ว นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสุทินอภิปรายในสภากล่าวหาว่าตนได้กระทำการด้วยความประมาทเลินเล่อในกรณีโฮปเวลล์ แล้วทำให้รัฐเสียหาย 26,000 ล้านบาท หาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยเหลือตน พยายามประวิงเวลาไม่ให้ตนถูกดำเนินคดี ให้คดีหมดอายุความก่อน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ ส.ส.อภิปรายในสภาคิดเอาเองว่าได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย พูดอะไรก็ได้ เราก็จะเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มี ส.ส.หลายคนพูดจาไม่เหมาะสม ไม่พูดความจริง บิดเบือน ด่าว่านายกฯ และรัฐมนตรีอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในสภา เขาทำได้เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ว่ากฎหมายได้ปกป้องสิทธิคนที่อยู่นอกสภา ถ้าพาดพิงถึงบุคคลภายนอกเสียหาย กฎหมายไม่คุ้มครอง บุคคลภายนอกฟ้องคดีต่อศาลได้ ตนต้องการทำให้เห็นเป็นกรณีตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีของผม ผมจำเป็นต้องทำ เพราะว่านักการเมืองพวกหนึ่งทำงานกันเป็นขบวนการ พูดโกหก พูดบิดเบือน พูดใส่ร้าย แล้วก็เอาไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล ทำซ้ำๆ บ่อยๆ คนก็จะเชื่อ สังคมก็คล้อยตาม ผมจำเป็นที่จะต้องปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของผม ผมเคยถูกคนพวกนี้กระทำอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้และต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมแล้ว ผมจะดำเนินการคดีทุกกรณี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า กรณีโฮปเวลล์ที่อภิปรายเป็นตุเป็นตะในสภาว่าตนเป็นผู้ทำละเมิด ทำให้ประเทศเสียหาย ข้อเท็จจริงคือการตัดสินใจยกเลิกสัญญากับบริษัทโฮปเวลล์ ได้กระทำโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลก่อนที่ตนจะไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม เขามีมติกันเสร็จเรียบร้อย ตั้งกรรมการพิจารณาว่าจะต้องยกเลิกสัญญาอย่างไร อาจจะต้องทำแผนรองรับอย่างไร เพราะบริษัทโฮปเวลล์ได้สัญญาสัมปทานไปแล้วไม่สามารถก่อสร้างให้สำเร็จได้ตามสัญญา เปอร์เซ็นต์ของเนื้องานที่ได้ประเมินติดตามกัน 6-7 ปี ก่อนหน้านั้น แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่สามารถทำได้ บริษัทก็ขอแก้สัญญาหลายครั้ง รัฐบาลก่อนหน้านั้นก็ช่วยแก้สัญญา เมื่อเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ รมว.คมนาคม ก่อนหน้าตน ก็เสนอเรื่องเข้าสู่ ครม. แล้วมีมติให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญากับโฮปเวลล์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตนเข้ามาทีหลัง ก็มอบอำนาจให้นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามมติ ครม. พิจารณาในการร่างหนังสือบอกเลิกสัญญาจะต้องทำอย่างไร มีตัวแทนอัยการสูงสุด กฤษฎีกา หลายฝ่ายมาประชุมหลายครั้ง ทั้งหมดมีหลักฐานข้อเท็จจริง เมื่อได้ข้อสรุปจะบอกเลิกสัญญาอย่างไร ตนในฐานะ รมว.คมนาคม ก็ลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญา หลังจากนั้นมีรัฐบาลมาอีกหลายรัฐบาล 23 ปีมาแล้ว พรรคเพื่อไทยเองเคยเป็นรัฐบาล มีคนของพรรคเป็นรัฐมนตรีหลายคน ไม่เห็นออกมาดำเนินการอะไร วันนี้มากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกฯ หลังเหตุการณ์ 20 กว่าปีมาแล้วว่าไม่ปกป้องประโยชน์ชาติ ช่วยเหลือตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะเรียนว่าข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามที่จะปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเรื่องมันผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว เดี๋ยวนี้ผมคิดว่ารัฐบาลจะมีข้อมูลครบถ้วน รมว.คมนาคม คนปัจจุบันก็ได้ช่วยรวบรวมหลักฐาน เอกสารทั้งหลาย พยานทั้งหลายครบถ้วน เขาจะต้องดำเนินการต่อไปตามกระบวนการของกฎหมาย นี่เป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ ส.ส.สุทิน เอาไปพูด ไม่ทราบว่าเขาคิดอย่างไร แต่ว่าไม่พูดความจริงทั้งหมด พูดเฉพาะในประเด็นว่าผมเป็นคนลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญา แต่ไม่ได้พูดถึงความเป็นมาก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้น ผมก็ตั้งใจว่าจะเอาความจริงทั้งหมดมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันในศาล ผมไม่ต้องการเห็นการโจมตีใส่ร้าย แล้วก็ทำกันเป็นขบวนการเอาไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล เพื่อที่จะทำลายของเครดิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ยังระบุถึงเลขคดีที่ศาลรับไว้ในระบบว่า ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.359/2564 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 31 พ.ค. 2564 ส่วนค่าเสียหายจะดำเนินการฟ้องทางแพ่งทีหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93429</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, สุทิน, สุเทพ  เทือกสุบรรณ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602def42bc02d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูมิใจไทย ขนผู้บริหารกระทรวงคมนาคมแจงยิบคดีโฮปเวลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยปลัดและทีมงานกระทรวงคมนาคม ชี้แจงหลังในที่ประชุมสภาฯมีการพาดพิงประเด็นอายุความคดีโฮปเวลล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อเดือน เม.ย.ปี 62 ให้กระทรวงคมนาคมชดใช้ค่าเสียหายคดีโฮปเวลล์ตามคำพิพากษาอนุญาโตตุลาการ กระทรวงคมนาคม มีขั้นตอนดำเนินการอย่างรอบและยึดหลักประโยชน์สูงสุดแก่รัฐและประชาชน เราไม่ได้นิ่งนอนใจทำทุกอย่างโดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย การต่อสู้คดีที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้วินิจฉัยว่ามติที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุดเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการดำเนินดำเนินคดีอาญา รฟท.มอบอำนาจให้ทนายความ ร้องทุกกล่าวโทษถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในการดำเนินคดีอาญา แต่ดีเอสไอแจ้งว่าอยู่นอกขอบเขตอำนาจจึงส่งเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ ขณะที่การหาคนผิดทางละเมิดนั้นกระทรวงคมนาคมทำหนังสือเสนอนายกฯเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2563 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากเรื่องดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ฝ่ายค้านระบุว่าคดีความใกล้หมดอายุความนั้น ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่เจอผู้กระทำผิด อายุความจึงยังไม่ได้นับตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2539 เราจึงยังไม่ได้จ่ายค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียว&amp;quot; ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93257</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโฮปเวลล์, คมนาคม, นิรุฒ มณีพันธ์, ภท., ภูมิใจไทย, ศักดิ์สยาม  ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602bcad6b6749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
