<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เรือนจำแจงกรณี &#039;สรยุทธ&#039; หลัง &#039;เพจไบรท์ พิชญทัฬห์&#039; โพสต์เตรียมปล่อยตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ไบรท์ พิชญทัฬห์ แฟนคลับ&amp;quot; ได้โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า &amp;quot;ลดโทษคดีไร่ส้ม ผู้ต้องขังนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เตรียมปล่อย ทำวันนี้ให้ดี เพื่อชดเชยสิ่งที่เคยผิดพลาด ย่อมได้รับโอกาสเสมอค่ะ เป็นกำลังใจให้พี่ชาย ..รอการกลับมาอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp; ชี้แจงว่า &amp;quot;นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าว คดีบริษัทไร่ส้ม ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน เมื่อวันที่ 21 ม.ค.63 ได้รับเพียงการลดโทษตามสัดส่วนเท่านั้นแต่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้แต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, คดีไร่ส้ม, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f9e89085f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;เชื่อ&#039;สรยุทธ&#039;หลุดคุกก่อน 6 ปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังคำตัดสินของศาลฎีกา คดีที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง เป็นจำเลยร่วมตามข้อกล่าวหาบริษัทไร่ส้ม เลี่ยงค่าโฆษณาเกินเวลา อสมท และถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน ด้าน ดร. เสรี วงษ์มณฑา ได้แสดงความคิดเห็นในรายการเรื่องลับมาก ทางเนชั่นทีวี มั่นใจอีกฝ่ายหลุดคุกก่อน 6 ปี เชื่อคนที่ฉลาดรู้กฎหมายก็ย่อมรู้ที่จะทำตัวอย่างไรถึงจะได้ลดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เขาบอกว่าพี่ยุทธซื่อสัตย์ แต่ต่อด้วยคำว่าซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ประชาชนที่รักและชื่นชมคุณสรยุทธ เขาไม่ได้ถูกตัดสินว่าจัดรายการไม่ดี ไม่ได้ถูกตัดสินว่าเป็นสื่อมวลชนที่ไม่ดี แต่ถูกตัดสินว่าเป็นเอกชนที่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด การที่เขาได้รับเช็คไปจากไร่ส้ม 7 แสน คือไร่ส้มสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด เขาถึงโดนตรงนั้น เขาเป็นสื่อมวลชนที่ดี เขาเก่ง แต่การที่เขาจ่ายเงิน 7 แสนให้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีความผิด จนหน่วยงานรัฐเสียหาย 100 กว่าล้าน คุณผิดในฐานะเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด เขาโดนตรงนั้น ต้องแยกให้ถูก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีนี้พอมาตรงนี้เหลือแค่ 6 ปี 24 เดือน หลายคนบอกว่าทำไมถึงลด เพราะศาลให้เหตุผลว่าเขาไม่เคยทำความผิดติดคุก ไม่เคยโดนคดีมาก่อน สองการทำงานด้านสื่อมวลชนของเขา หลายครั้งเขาก็เป็นผู้นำรับบริจาค ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ก็แปลว่าเขามีคุณงามความดีต่อการช่วยเหลือประเทศชาติ เขาก็สมควรได้ลดโทษลง จริงๆ กฎหมายบ้านเรามีหลายเรื่องที่จะทำให้คนเราติดไม่ครบ หนึ่งมีการพระราชทานอภัยโทษในวาระต่างๆ สองเมื่อเป็นนักโทษชั้นดี ไม่เคยทำผิดกฎ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี หรือทำประโยชน์ในคุก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่เชื่อว่าเขาได้ออกมาเร็วแน่นอน เพราะคนฉลาดอย่างคุณสรยุทธ เมื่อเข้าไปอยู่ในคุกจะทำประโยชน์ให้คุกได้ แล้วเขาก็คงรู้ว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ย่อมทำให้เขากลายเป็นนักโทษชั้นดี ที่มีโอกาสได้รับการลดโทษ เพราะฉะนั้นเขาอยู่ไม่ครบ 6 ปี 24 เดือน ซึ่งการที่เขาอยู่ไม่ครบ ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลืออะไรกัน เป็นไปตามกฎหมายที่วางไว้ และคนที่ฉลาดรู้กฎหมายก็ย่อมรู้ที่จะทำตัวอย่างไรถึงจะได้ลดโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไร่ส้ม, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, ติดคุก, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, อสมท, เนชั่นทีวี, เรื่องลับมาก, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2929aba950f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นีน่า&#039;ยก&#039;สรยุทธ&#039;เป็นครู พร้อมเผยเหตุหายหน้าจากวงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีกรสาวมากความสามารถ นีน่า-กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ เปิดใจถึง สรยุทธ สุทัศนะจินดา หลังจากที่ทราบข่าวการตัดสินของศาล โดยยกให้เป็นครูอีกหนึ่งคนที่ช่วยสอนงานในวงการข่าว พร้อมเปิดใจหลังหายหน้าไปจากวงการ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พอได้ทราบข่าวก็นั่งพูดกับตัวเอง พี่สรยุทธเป็นพี่ชายที่เรารักและเคารพมาก รู้จักกันมา 20 ปีได้แล้ว เป็นคนที่ใจดีเสมอ ในแง่ของคนข่าวคือคุณภาพตัวจริง เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เราเห็นว่าเป็นคนรักข่าวจริงๆ รู้จริง ทุ่มเทชีวิตให้กับงานข่าว สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรามันก็จะมีเรื่องดีบ้างไม่ดีบ้าง เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ ขอส่งความรักและเป็นกำลังใจให้ และจะรอพี่สรยุทธกลับมาเล่าข่าวให้พวกเราทุกคนฟังอีกค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่เราเป็นนักข่าวใหม่ๆ ก็เรียนรู้มาพร้อมกัน การรายงานข่าวเนื้อหาข่าวเราจะไม่ไปวิจารณ์ รายงานข่าวให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ต้องรักษาจรรยาบรรณของเรา พี่ยุทธเป็นครูคนนึงเลย เขาเป็นคนใจดีมากเลยแค่พูดเสียงดัง เราจะได้ยินเรื่องคนรอบข้างของพี่เขาเสมอ ใครมีปัญหาเขาจะช่วยเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ห่างหายไปจากวงการ จริงๆไม่ได้หายไปไหน สำหรับหน้าจอยังดูได้ยังมีรายการ ทำมา 14 ปีแล้ว ตอนนี้ไม่ค่อยได้รับงานในวงการ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าเหนื่อย เราทำมาเยอะแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดีด้วย รถชนค่ะ เข่ากระแทกอย่างแรงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานล็อค สะโพกเคลื่อน กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกฉีก มันเลยเป็นปัญหาในการทำงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้จะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด สร้างบ้านไว้แล้วที่กาญจนบุรีค่ะ แม่น้ำแควน้อยกำลังสร้างอยู่ เราก็ไม่ได้ทิ้งวงการ งานตรงนี้เรารักเสมอได้เรียนรู้มากมายเลย แต่ตอนนี้ของชีวิตเรารู้สึกอยากพัก อยากสงบ อยากไปอยู่ที่เงียบๆไปนั่งริมน้ำ ความรู้สึกของเราในตอนนี้ สามีเราก็ไปด้วยนางเห็นด้วย ตามใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55249</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์, คดีไร่ส้ม, นีน่า-กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์, สรยุทธ สุทัศนะจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e2834120e09e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก‘สรยุทธ’6ปี24เดือน รูดม่านนักสื่อสารมวลชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก &amp;quot;สรยุทธ&amp;quot; 6 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา คดี บ.ไร่ส้มฯ เลี่ยงจ่ายค่าโฆษณาเกินเวลา อสมท 138 ล้าน เหตุเป็นสื่ออาวุโสทำผิดเอง พร้อมส่งตัวเข้าเรือนจำทันที &amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีกรมราชทัณฑ์&amp;quot; เผยคืนแรกนอนแดนแรกรับ ตรวจร่างกายพบโรคไขมันในเลือดสูง-ติ่งเนื้อในลำไส้-ถุงลมโป่งพอง &amp;quot;นักเล่าข่าว&amp;quot; เขียนบันทึกล่วงหน้าบอกต้องทำใจให้ได้ ระบุชีวิตได้เริ่มต้นใหม่เสียที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี วันที่ 21 ม.ค. เวลา 08.45 น. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ นายสรยุทธ เป็นจำเลย ร่วมกับนางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1, บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สินฯ, เป็นพนักงานฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่ศาลนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนายสรยุทธแล้ว ยังมีผู้ประกาศข่าวและเพื่อนร่วมงานนายสรยุทธ อาทิ น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือไบรท์ และนายภาษิต อภิญญาวาท หรือไก่ พิธีกรรายการข่าวชื่อดังที่เคยจัดรายการกับนายสรยุทธ รวมทั้งนายเจริญพร อ่อนละม้าย หรือโก๊ะตี๋ อารามบอย นักแสดงตลก เดินทางมาให้กำลังใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.313/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.2559 ให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ 6 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี, ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 กระทงละ 20,000 บาท รวม 6 กระทง ปรับทั้งสิ้น 120,000 บาท, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 จำคุก 6 กระทง กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกคนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 จึงให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญาจำเลยทั้งสาม สำหรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 เหลือค่าปรับ 80,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 ยืนลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามศาลชั้นต้น ภายหลังพวกจำเลยได้ขออนุญาตฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1-4 ประการแรกว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่รายงานการโฆษณาเกินเวลาของ บ.ไร่ส้มฯ ให้ผู้บังคับบัญชาทราบหรือไม่ และเช็ค 6 ฉบับที่เป็นของบริษัท ไร่ส้มฯ จ่ายให้กับจำเลยที่ 1 เพื่อตอบแทนการไม่รายงานโฆษณาส่วนเกินหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้จำเลยที่ 1-4 อ้างทำนองว่านางพิชชาภาไม่มีหน้าที่รายงานโฆษณาส่วนเกิน และเช็ค 6 ฉบับที่จ่ายให้เป็นเพียงค่าประสานงานโฆษณา ไม่ใช่เพื่อตอบแทนการไม่รายงานโฆษณาเกินเวลาของ บ.ไร่ส้มฯ นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุนางพิชชาภาเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้าสำนักกลยุทธ์การตลาด มีหน้าที่ประสานงานลูกค้าสัญญาร่วมดำเนินรายการโทรทัศน์และจัดคิวโฆษณา ได้รับมอบหมายให้ดูแลการจัดคิวโฆษณาของ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 2 ช่วงเดือน ก.พ.2548 -มิ.ย.2549 ซึ่งจำเลยที่ 2 ส่งคิวโฆษณาเกินข้อตกลงในสัญญาให้ และบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา ซึ่งหลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้รับคิวโฆษณาแล้วก็นำไปจัดเป็นคิวโฆษณารวมของรายการคุยคุ้ยข่าว โดยไม่แจ้งหรือรายงานโฆษณาส่วนเกินให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ละเลยหน้าที่ไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จนเป็นเหตุให้ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 2 ไม่ได้ชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินตามที่ตกลงในสัญญาการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
หลักฐานมัดร่วมกันทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยที่ 1-4 อ้างว่า เช็ค 6 ฉบับ (ตั้งแต่เดือน ก.ย.2548- เม.ย.2549) ที่ บ.ไร่ส้ม จ่ายโดยมีนายสรยุทธ ในฐานะ 1 ในกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อสั่งจ่าย ให้กับนางพิชชาภาเป็นค่าประสานงานโฆษณาไม่ใช่เพื่อตอบแทนการไม่รายงานโฆษณาเกินเวลาของ บ.ไร่ส้มฯ นั้น เพื่อตอบแทนการไม่รายงานโฆษณาส่วนเกินหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อวินิจฉัยแล้วว่า เช็ค 6 ฉบับที่ บ.ไร่ส้มฯ สั่งจ่ายให้จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ค่าตอบแทน ที่ไม่รายงานโฆษณาเกินเวลา ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 รับเช็ค 6 ฉบับตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดฐาน เป็นพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินฯ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ และจำเลยที่ 2-4 จึงไม่ได้กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานนี้ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ศาลฎีกาเห็นว่า อสมท ได้รับชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินจำนวน 138,790,000 บาท จาก บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ครบถ้วนในวันที่ 29 ธ.ค.2549 อันเป็นเวลาหลังจากที่มีการออกอากาศคิวโฆษณาส่วนเกินครั้งแรกในเดือน ก.พ.2548 เป็นเวลาเกือบ 2 ปี และยังได้ความจากรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงกับรายงานผลการสอบสวนทางวินัยด้วยว่า นางพิชชาภาหาโฆษณาให้ บ.ไร่ส้มฯ และรับเงินค่านำเข้ายอดขายโฆษณาจาก บ.ไร่ส้มฯ &amp;nbsp;เป็นการตอบแทน และจัดทำคิวโฆษณาผีที่ไม่ใช่โฆษณาของ อสมท และ บ.ไร่ส้มฯ โดยนางพิชชาภาได้แก้ไขลบข้อความในใบคิวโฆษณาของ บ.ไร่ส้มฯ ในวันที่มีโฆษณาเกินเวลา ซึ่งต่อมา อสมท มีคำสั่งปลดนางพิชชาภาออกจากการเป็นพนักงาน แม้นางพิชชาภาจะเบิกความปฏิเสธถ้อยคำที่เคยให้ไว้ในชั้นสอบสวนข้อเท็จจริงและชั้นอนุกรรมการ ป.ป.ช.ก็ตาม พยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนจึงรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า นางพิชชาภาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ อสมท หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 2-4 นั้น จากทางนำสืบพยานโจทก์และสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของ อนุ ป.ป.ช.และคำให้การของนางพิชชาภาในชั้นอนุ ป.ป.ช.ด้วยว่าทำการลบรายการโฆษณาเกินเวลาในใบคิวตามที่ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 ใช้ให้กระทำโดยบอกว่านายสรยุทธ จำเลยที่ 3 ขอร้องให้ช่วยเหลือ จึงยิ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนให้รับฟังว่า บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 2 ได้รับผลประโยชน์จากการกระทำของนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เพราะไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยที่ 1 จะต้องลบรายการโฆษณาเกินเวลา เพราะยืนยันมาตลอดว่าตนเองไม่มีหน้าที่รายงานโฆษณาเกินเวลา และยังได้ความอีกว่าจำเลยที่ 3 พูดคุยโทรศัพท์กับจำเลยที่ 1 ขอให้ไม่ต้องแจ้งโฆษณาเกินเวลา โดยรับปากว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ 2 เปอร์เซ็นต์ของค่าโฆษณาเกินเวลาที่ บ.ไร่ส้มฯ ไม่ต้องจ่ายให้ อสมท ซึ่งจำเลยที่ 1 ช่วยเหลือตามที่ จำเลยที่ 3-4 ขอร้องแล้วก็สั่งจ่ายเช็คมอบให้แต่เงินที่จ่ายไม่ได้ให้อย่างสม่ำเสมอ หรือตามที่รับปากไว้ และเหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้เรียกร้องให้จ่ายตามจำนวนที่ตกลงกันเพราะเห็นว่าตกกระไดพลอยโจน จึงยอมๆ กันไปนั้น ยิ่งแสดงให้เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เกิดจากการที่ จำเลยที่ 3 -4 เสนอเงื่อนไขให้ผลประโยชน์ตอบแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจากพฤติการณ์ถือว่า จำเลยที่ 3-4 ก่อให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงาน อสมท ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 84 วรรคแรก แต่เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2-4 ฐานเป็นผู้สนับสนุน ตาม ป.อ.มาตรา 86 ดังนั้นศาลจึงมีอำนาจลงโทษเป็นผู้สนับสนุน ตามมาตรา 86 เท่านั้น ฎีกาของจำเลยที่ 1-4 ฟังขึ้นบางส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นฎีกาที่ 3 ของจำเลยทั้งสี่ว่าการกระทำตามฟ้องเป็นความผิดกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการละเว้นไม่รายงานโฆษณาเกินเวลาในแต่ละครั้งเป็นความผิดสำเร็จในแต่ละคราวไปตามเจตนา การกระทำของจำเลยที่ 1-4 จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกันตามจำนวนครั้ง ที่ไม่รายงานโฆษณาเกินเวลา ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น&amp;nbsp;
ฎีกาคุกสรยุทธ 6 ปี 24 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาข้อสุดท้ายที่จำเลยที่ 1-4 ฎีกาว่ามีเหตุสมควรลงโทษสถานเบา หรือรอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมุ่งหวังเงินค่าประสานงานโฆษณาที่จำเลยที่ 2 จ่ายให้เป็นการตอบแทน โดยมีจำเลยที่ 2-4 สนับสนุนการกระทำความผิด แม้นางพิชชาภา จำเลยที่ 1, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3, น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 อ้างว่าไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และจำเลยที่ 3 อ้างด้วยว่าเคยประกอบคุณงามความดีมาก่อน แต่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นสื่อมวลชนอาวุโส และเป็นที่นับหน้าถือตาของบุคคลทั่วไป ต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สื่อมวลชนอื่น กลับอาศัยโอกาสช่องว่างทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติเอื้อประโยชน์แก่ตน มากระทำผิดเสียเอง ตามพฤติการณ์กระทำผิดของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เพียงพอให้รับฟังเพื่อลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษจำคุกให้ ฎีกาของจำเลยนี้ฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ส่วนจำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนโดยให้ลงโทษทุกกระทงความผิดรวม 6 กระทง ซึ่งนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ให้จำคุก 6 กระทง กระทงละ 3 ปี (จากเดิมกระทงละ 5 ปี) เป็นจำคุก 18 ปี, ปรับ บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 กระทงละ 18,000 บาท (เดิมปรับกระทงละ 20,000 บาท) รวมปรับ 108,000 บาท และให้จำคุกนายสรยุทธกับ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 กระทงละ 2 ปี (จากเดิมกระทงละ 3 ปี 4 เดือน) เป็นจำคุกคนละ 12 ปี ซึ่งทางนำสืบของจำเลยทั้ง 4 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 เป็นจำคุก นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 12 ปี, ปรับ บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 เป็นเงิน 72,000 บาท, นายสรยุทธกับ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 6 ปี 24 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกา นายสรยุทธมีสีหน้าปกติ ได้พูดคุยกับผู้ที่มาให้กำลังใจ ขณะที่ผู้มาให้กำลังใจบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวกลุ่มจำเลยไปยังห้องคุมขังชั้น 1 ของอาคารศาล เพื่อขึ้นรถเรือนจำไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง รับโทษถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวหลังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รับตัวนายสรยุทธว่า เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัว น.ช.สรยุทธมาถึงเรือนจำ ฝ่ายทะเบียนได้ทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ พิมพ์มือ ถ่ายรูป และตรวจร่างกาย ซึ่ง นช.สรยุทธ อายุ 54 ปีมีโรคประจำตัว ไขมันในเลือดสูง มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย ร่วมกับมีเลือดออกในลำไส้ และโรคถุงลงโป่งพอง เบื้องต้นพบว่า น.ช.สรยุทธมีสภาพจิตใจปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงแรกจะจัดให้อยู่ในแดนที่หนึ่ง หรือแดนแรกรับนอกในห้องควบคุมที่ 13 พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ให้ตรวจตราอย่างต่อเนื่อง และได้จัดให้ผู้ต้องขังช่วยงาน 2 คนช่วยดูแลนักโทษเข้าใหม่อย่างใกล้ชิด เป็นเพื่อนพูดคุยเพื่อปรับสภาพจิตใจให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ สำหรับอาหารเย็นที่เรือนจำจัดให้นักโทษทั่วไปรวมถึง น.ช.สรยุทธคือข้าวสวยกับแกงเผ็ดไก่ใส่ผัก และผัดผักใส่ไข่&amp;quot; อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาทีมงานของนายสรยุทธได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว sorrayuth9111 ซึ่งนายสรยุทธที่ได้เขียนไว้ก่อนฟังคำพิพากษาคดีบริษัท ไร่ส้มฯ ตอนหนึ่งระบุ ผมยอมรับคำพิพากษา โดยไม่เคยคิดว่าจะหลบหนี เพราะนั่นจะเท่ากับผมไม่เคารพกระบวนการของกฎหมายบ้านเมืองที่ผมเกิดและเติบโตมา แน่นอนว่าผมย่อมกลัวการติดคุกติดตะราง แต่ชีวิตผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ได้สุขสบาย ไม่เคยลำบากตรากตรำ จนจะไปใช้ชีวิตในเรือนจำไม่ได้หรืออยู่ลำบากไม่ได้ บางทีระหว่างที่ผมใช้ชีวิตทำงานมาร่วม 30 ปี ถ้าพูดถึงความยากลำบากทางกาย อาจจะลำบากกว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำ แต่สำคัญที่ร่วม 30 ปีนั้นผมมีอิสรภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผมคงติดคุกตามคำพิพากษาของศาลสูงสุดความยากลำบากเดียวคือ ทำใจ ซึ่งผมยังไม่รู้ว่าจะทำได้ขนาดไหน จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ที่จะทำความคุ้นเคยกับมัน แต่ที่สุดผมก็ต้องยอมรับให้ได้ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป อย่างน้อยวันนี้ชีวิตผมก็จะได้เริ่มต้นใหม่เสียที แม้จะต้องเริ่มต้นจากติดลบอยู่ในคุกตะราง จุดต่ำสุดของชีวิต แต่ก็ได้เริ่มต้น ซึ่งมันจะมีวันหนึ่งในที่สุดที่จะได้นับหนึ่งใหม่&amp;quot; นายสรยุทธระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55181</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไร่ส้ม, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, สื่ออาวุโสทำผิดเอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อสมท., เลี่ยงจ่ายค่าโฆษณาเกินเวลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2700aa7b7b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!&#039;สรยุทธ&#039;ยืดอกเข้าศาลรอฟังฎีกาคดีไร่ส้ม&#039;ไบร์ท -ไก่ ภาษิต&#039; ร่วมให้กำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63- &amp;nbsp; เมื่อเวลาประมาณ 08.45 น.นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ตามที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์นายสรยุทธ เป็นจำเลยทร่วมกับ นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 , บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 &amp;nbsp;, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ,น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สิน ฯ , เป็นพนักงาน ฯ &amp;nbsp;ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ &amp;nbsp;และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2548- 28 เม.ย. 2549 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ &amp;ldquo;คุย คุ้ยข่าว&amp;rdquo; โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้มจำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหายกว่า 138 ล้านบาท และยังได้เรียกรับเอาเงินกว่า 6 แสนบาท จากบริษัทไร่ส้ม , นายสรยุทธ และน.ส.มณฑา ที่ให้การสนับสนุนในการกระทำความผิด โดยจำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก นางพิชชาภาอดีตพนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี ,
ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท ,ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ , น.ส.มณฑา จำเลยที่ 2-4 ได้ยื่นฎีกาโดยมีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นเซ็นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง หรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกนั้นไม่เกิน 5 ปี หรือคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว หากจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องมีผู้พิพากษาในสำนวน หรือที่ทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ หรืออัยการสูงสุดเซ็นรับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยทั้งหมดได้รับการปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางมาถึงนายสรยุทธ ได้เดินเข้าไปภายในบริเวณศาลทันที โดยมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมีผู้ประกาศข่าวและเพื่อนร่วมงานนายสรยุทธ เช่น น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือ ไบร์ท และนายภาษิต อภิญญาวาท หรือไก่ พิธีกรรายการข่าวชื่อดังที่เคยจัดรายการกับนายสรยุทธ เดินทางมาให้กำลังใจนายสรยุทธที่ศาลด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55098</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไร่ส้ม, สรยุทธ สุทัศนจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d72426d4ee83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
